ปฏิบัติการช่วยเหลือหมีลิ้นยักษ์ - National Geographic Thailand

ปฏิบัติการช่วยเหลือหมีลิ้นยักษ์

ลิ้นของมันบวมเป่งและห้อยยาวลงมาเกือบถึงพื้น ทั้งยังหนักเสียจนบางครั้งมันต้องพักหัวเป็นระยะๆ นี่คืออาการที่เกิดขึ้นกับ Nyan htoo หมีควายในสวนสัตว์ของเมียนมา ซึ่งสาเหตุของอาการประหลาดนี้ยังคงเป็นปริศนา

ในปี 2016 บรรดาสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญตัดสินใจเดินทางไปยังเมียนมา ร่วมมือกันผ่าตัดเพื่อช่วยหมีตัวนี้ โชคดีที่การผ่าตัดประสบความสำเร็จและ Nyan htoo กลับมามีชีวิตที่ปกติอีกครั้ง

ทั้งนี้มันอาศัยอยู่ในกรงร่วมกัยหมีควายพี่น้องของมันอีกตัวที่ชื่อ Kan htoo ทั้งคู่ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ให้รอดพ้นจากเงื้อมือของกลุ่มลักลอบค้าสัตว์ เมื่อครั้งที่พวกมันยังเด็ก ในฐานะมนุษย์แล้วความเมตตาที่พวกเขามอบให้แก่หมีตัวนี้ ช่างน่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง

 

อ่านเพิ่มเติม : สุนัขเปลี่ยนสีหน้าเมื่อมนุษย์ให้ความสนใจหมึกประหลาดตัวโปร่งใส ถูกค้นพบจากใต้ทะเลลึก 

เรื่องแนะนำ

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้ ครั้งหน้าที่คุณสังเกตเห็นยุงบินมาเกาะที่แขน แม้คุณจะตบพลาด แต่บนความโชคร้ายก็ยังคงมีความโชคดี เพราะเจ้ายุงตัวนั้นคงไม่กลับมาดูดเลือดคุณอีกแล้ว ก็เรื่องอะไรจะยอมเสี่ยงที่จะโดนตบอีกล่ะว่าไหม เพราะแมลงเหล่านี้สามารถเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงกลิ่นกายของคุณเข้ากับสถานการณ์อันตราย เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับคุณอีกในอนาคต ผลการศึกษาใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Current Biology นับเป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าสัตว์ตัวจิ๋วอย่างยุงนั้นสามารถเรียนรู้และจดจำได้ “พวกมันเป็นเหมือนยุงของปัฟลอฟ” Jeff Riffel ผู้ศึกษาเกี่ยวกับระบบประสาทและพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าว สำหรับ อีวาน ปัฟลอฟ คือนักจิตวิทยาชาวรัสเซียผู้โด่งดังจากการทดลองการขับน้ำลาย พฤติกรรมของสุนัข ภายใต้สถานการณ์รูปแบบเดียวกัน Riffel ทำการทดลองดูว่าแมลงจะสามารถเรียนรู้กลิ่นได้หรือไม่ (แมลงหลายชนิดฉลาดกว่าที่เราคิด พวกมันรู้จักนำร่างของเพื่อนที่ตายแล้วออกไปนอกรังเพื่อป้องกันโรคระบาด) ในการทดลองเขาให้ยุงไข้เหลือง (Aedes aegypti) รับกลิ่นต่างๆ รวมถึงกลิ่นกายของมนุษย์ พร้อมแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยเป็นเวลา 20 นาที ซึ่งค้ลายกับการขยับของแขนเพื่อที่จะตบ Riffel พบว่า ต่อมายุงที่เข้ารับการทดลองหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้กลิ่นเหล่านั้นเป็นเวลาถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวิธีไล่ยุงที่ได้ผลพอๆ กับการใช้สเปรย์ที่มีสาร DEET ซึ่งพบในสเปรย์กันยุงหลายชนิด ที่เป็นเช่นนี้มาจากสารโดพามีนในสมอง ทีมของ Riffel ทำการทดลองอีกครั้งแต่คราวนี้ยุงที่นำมาใช้มีข้อบกพร่องที่ทำให้สมองไม่สามารถหลั่งโดพามีนได้ ผลเป็นไปตามคาด ยุงกลุ่มดังกล่าวไม่เกิดการเรียนรู้ว่ากลิ่นเหล่านี้เป็นอันตราย และพวกมันบินกลับมาอีกครั้งในเวลาต่อมา อ่านเพิ่มเติม 10 “วิธีไล่ยุง” […]

เที่ยวสวนสัตว์อย่างไรให้ปลอดภัย และไม่รบกวนบรรดาสัตว์

นักท่องเที่ยวกำลังถ่ายภาพหมีขั้วโลกที่ สวนสัตว์ แห่งหนึ่งในประเทศเดนมาร์ก ภาพถ่ายโดย JO-ANNE MCARTHUR อุบัติเหตุและเรื่องน่าเศร้าจากการชม สวนสัตว์ สามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการเคารพสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่กักขัง และเคารพอาณาเขตของพวกมัน การไปเที่ยวชมสวนสัตว์เป็นกิจกรรมยอดนิยมของคนทุกเพศทุกวัย ส่วนใหญ่ผู้ที่เข้าไปชมสวนสัตว์มักคาดหวังถึงสวยงามและความหลากของระบบนิเวศทางธรรมชาติที่โลกนี้ได้สรรค์สร้างให้พวกเราเป็นประจักษ์พยาน อย่างไรก็ตาม แม้สวนสัตว์จะมีระบบการจัดการเป็นอย่างดี แต่ก็มีโอกาสที่จะเกิดอันตราย เมื่อมนุษย์ต้องอยู่ในพื้นเดียวกันกับสัตว์ที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงท “คุณไปเที่ยวสวนสัตว์ เพื่อให้ลูกของคุณเกิดความประทับใจ และเพื่อสอนให้พวกเขาเข้าถึงจิตใจของบรรดาสัตว์ที่วิเศษเหล่านี้” แจ็ก ฮานนา ผู้อำนวยการกิตติคุณ สวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโคลัมบัสในมลรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา กล่าวและเสริมว่า “แต่บรรดาสัตว์เหล่านี้สามารถทำตามสัญชาตญาณธรรมชาติของพวกมันได้เช่นกัน” แต่ก็นับว่าโชคดี ที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้เสนอวิธีที่ทำให้มั่นใจได้ว่าทั้งคุณ และครอบครัวของคุณปลอดภัยจากการไปเที่ยวชมสวนสัตว์หรือสถานที่อื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน เคารพอาณาเขตของสัตว์ แม้ว่าบรรดาสวนสัตว์จะดูแลและทำให้ผู้เข้าชมมั่นใจว่า พวกเขาจะปลอดภัยและสนุกสนานกับประสบการณ์ในการเที่ยวสวนสัตว์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าผู้มาเยือนสวนสัตว์จะละเลยความปลอดภัย เป็นเรื่องสำคัญที่บรรดาผู้ปกครองต้องจับตาดูเด็กๆ อยู่ตลอดและปกป้องเด็กๆ ไม่ให้ปีนกำแพงหรือนำพาตัวเองเข้าไปในแนวรั้วหรือพื้นที่อาณาเขตของสัตว์ มีเหตุการณ์น่าเศร้าที่บ่งชี้ว่าทำไมคำแนะนำนี้ถึงสำคัญ ในปี 2012 ที่สวนสัตว์พิตต์สเบิร์ก มลรัฐเพนซิลเวเนีย เด็กชายอายุ 2 ขวบ ถูกหมาป่าแอฟริกันทำร้ายจนเสียชีวิต หลังจากเด็กตกลงไปในพื้นที่จัดแสดงของหมาป่าแอฟริกันตัวดังกล่าว และในปี 2016 ที่สวนสัตว์ซินซินนาติ มลรัฐโอไฮโอ กอริลลาตัวหนึ่งถูกยิงเพื่อปกป้องเด็กคนหนึ่งที่ร่วงลงไปใกล้กับกอริลลาตัวนั้น อลิซซาเบธ เฮเรลโก ผู้จัดการด้านสวัสดิภาพสัตว์ในสวนสัตววิทยาแห่งชาติสมิธโซเนียน กล่าวว่า […]

เรื่องรักข้ามสายพันธุ์

เรื่องรักข้ามสายพันธุ์ ที่เกาะแห่งหนึ่ง ของจังหวัดยะคุชิมะ ในญี่ปุ่น ลิงกังอาศัยอยู่ร่วมกันกับกวางซีกาอย่างสงบสุขดี แต่แล้ววันหนึ่งมีคนสังเกตเห็นลิงกังตัวผู้พยายามผสมพันธุ์กับกวางซีกาตัวเมีย จากนั้นพฤติกรรมแปลกๆ ทำนองนี้ก็เกิดขึ้นตามมาอีกหลายครั้ง ก่อนหน้านี้เรื่องราวรักๆ ใคร่ๆ ของสัตว์ข้ามสายพันธุ์เคยมีบันทึกไว้เช่นกัน โดยเป็นความสัมพันธ์ของแมวน้ำกับเพนกวินจักรพรรดิ แต่สำหรับลิงกับกวางนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่ นักวิทยาศาสตร์เองเชื่อว่าพฤติกรรมแปลกๆ ของลิงเหล่านี้เกิดขึ้นจากความพยายามเรียนรู้หรือฝึกฝนของลิงหนุ่มก่อนลงสนามรักจริง เนื่องจากว่าพวกมันเป็นลิงที่ยังมีอายุน้อย ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะได้ผสมพันธุ์กับลิงตัวเมียค่อนข้างต่ำ ฉะนั้นแล้วกวางเหล่านี้จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีสำหรับการปลดปล่อยพลังทางเพศออกมา   อ่านเพิ่มเติม ลิงกังญี่ปุ่นเมคเลิฟกับกวาง

ยีราฟ: สัตว์แปลกประหลาดแห่งทวีปแอฟริกา

ยีราฟ: สัตว์แปลกประหลาดแห่งทวีปแอฟริกา ยีราฟเป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีความโดดเด่นของทวีปแอฟริกา ด้วยความสูงและคอที่ยาวมากของมัน ยีราฟถือได้ว่าเป็นสัตว์บกที่สูงที่สุด พวกมันจึงสามารถกินใบไม้หรือยอดไม้ที่อยู่บนต้นไม้สูงได้ในขณะที่สัตว์ประเภทอื่นเอื้อมไปกินไม่ถึง นอกจากนี้ ยีราฟยังสามารถมองศัตรูหรือภัยอันตรายที่กำลังจะเข้าไปหามันได้ ยีราฟมีผนังหัวใจที่แข็งแรงมาก เพราะว่า หัวใจและสมองของยีราฟอยู่ห่างกันมากระหว่างช่วงคอที่ยาวมากของมันจึงทำให้ยีราฟต้องสูบฉีดเลือดมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆมากกว่าถึง 2 เท่า หัวใจที่แข็งแรงของยีราฟช่วยบีบตัวส่งเลือดขึ้นไปหล่อเลี้ยงถึงสมองของมันได้ รวมถึงยีราฟตัวผู้ใช้คอของมันในการต่อสู้แย่งตัวเมียกันและแบ่งชนชั้นกันในฝูงของมัน นอกจากนี้ยีราฟมีความสามารถยืนหลับได้ โดยนอนเพียง 5 นาทีถึง 30 นาทีต่อวัน หรืออาจจะงีบหลับเป็นช่วงๆ ช่วงละ 2 นาที ซึ่งเวลาที่เหลือในแต่ละวันประมาณ 16 ถึง 20 ชั่วโมงพวกยีราฟจะออกไปหาใบไม้กิน ปัจจุบันจำนวนประชากรยีราฟในแอฟริกาลดลงไปมาจากแต่ก่อน เนื่องจากมีการล่ายีราฟเพื่อเอาขนและเนื้อของมัน เเม้กระทั้งหางก็ยังเป็นที่ต้องการของมนุษย์    อ่านเพิ่มเติมต่อที่ นกทำความสะอาดรักแร้ให้ยีราฟ