ค้นพบ ฟอสซิลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่เก่าแก่ที่สุด

ค้นพบฟอสซิลของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เก่าแก่ที่สุด

ฟอสซิลฟันสองซี่ที่พบในทางตอนใต้ของอังกฤษ เป็นฟันของหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เก่าแก่ที่สุด ผู้เป็นบรรพบรุษของมนุษย์ จากลักษณะของฟันดูเหมือนว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้จะแทะเล็มแมลงเป็นอาหาร และออกหากินแค่เฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการเอาชีวิตรอดเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญกับไดโนเสาร์ ในระหว่างยุคครีเตเชียส

ฟันที่ถูกค้นพบนี้เป็นตัวแทนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยุคแรกสองชนิดที่มีลักษณะคล้ายหนู ตัวที่มีขนาดเล็กกว่ามีชื่อว่า Durlstotherium นักกินแมลงตัวจิ๋ว ส่วนฟันที่ใหญ่กว่าเป็นของ Durlstodon ดูจากลักษณะฟันแล้วมันอาจจะบดเคี้ยวพืชได้ แต่ประเด็นนี้ทีมนักวิจัยยังไม่มั่นใจนัก

Grant Smith นักศึกษาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยพอร์ตสมัทเป็นผู้ค้นพบฟอสซิลฟันนี้ เมื่อฤดูร้อนปี 2015 ในขณะที่เขากำลังสำรวจหินน้ำหนัก 130 ปอนด์ ที่เก็บมาได้จากหาด Dorset ตัวเขาและ David Martill ผู้ช่วยตั้งข้อสงสัยว่าฟอสซิลฟันที่พบนี้น่าจะเป็นของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่เพื่อความแน่ใจเขาจึงส่งต่อตัวอย่างนี้ให้กับ Steve Sweetman ผู้เชี่ยวชายด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

รายงานจากการวิเคราะห์ของเขา ฟันมีอายุราว 145 ล้านปี และเป็นของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมวงศ์ยูเทเรียน ซึ่งรวมถึงสัตว์ปัจจุบันอย่าง สุนัข, ช้าง และมนุษย์เรา

สำหรับช่วงเวลาของการปรากฏตัวในยุคแรกๆ ของยูเทเรียนยังคงเป็นที่ถกเถียง จากฟอสซิลและหลักฐานทางพันธุกรรม นักบรรพชีวินวิทยาบางคนเชื่อว่าพวกมันเริ่มปรากฏตัวในปลายยุคจูแรสสิก หรือเมื่อประมาณ 160 ล้านปีก่อน ในขณะที่บางคนเชื่อว่าพวกมันปรากฏตัวในเวลาภายหลังกว่านั้น

หากเป็นไปตามการวิเคราะห์ ฟอสซิลชิ้นนี้จะเป็นฟอสซิลของยูเทเรียนที่เก่าแก่ที่สุดที่ถูกและมันถูกพบในทวีปยุโรป (ฟอสซิลของยูเทเรียนที่เก่าแก่ที่สุดในปัจจุบันมีชื่อว่า Juramaia จากประเทศจีนมีอายุ 15 ล้านปี ในขณะที่นักวิจัยบางคนแย้งว่ามันไม่ใช่ฟอสซิลของยูเทเรียน)

“ไม่แน่ว่าอาจจะมีชิ้นส่วนของยูเทเรียนหลุดออกมาจากก้อนหินเก่าที่ไหนสักที่” Sweetman กล่าว “เราคาดหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น เพียงแต่ตอนนี้เรายังหาพวกมันไม่พบ”

ฟอสซิลฟันของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยุคแรก เมื่อถูกมองผ่านกล้องจุลทรรศ์อิเล็กตรอน

 

การมองเห็นแสง

จากการตรวจวัดกระโหลกของสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้อง Sweetman เชื่อว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยุคแรกๆ นั้นเป็นสัตว์หากินในเวลากลางคืน การตีความที่คาดไม่ถึงนี้เพิ่งจะถูกเผยแพร่ออกมา ในขณะเดียวกันมีรายงานจากอีกการศึกษาหนึ่งสนับสนุนเขา โดยยืนยันว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในยุคเริ่มแรกนั้นจะไม่ออกมาผจญกับแสงอาทิตย์ จนกว่าไดโนเสาร์จะนอนหลับ

ทีมนักวิจัยตั้งข้อสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยุคแรกมีสายตาที่ย่ำแย่กว่านกและสัตว์เลื้อยคลาน และรูปทรงของตาตลอดจนเรตินาก็ถูกวิวัฒนาการมาเพื่อใช้ในการมองเห็นเวลากลางคืน

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? ต้องโทษไดโนเสาร์ สมมุติฐานที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือ เวลากลางคืนเป็นเวลาปลอดภัยจากไดโนเสาร์ จนกระทั่งเมื่อไดโนเสาร์ตายไปหมด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจึงเริ่มรู้สึกปลอดภัยที่จะออกมายามกลางวัน

หลักฐานเกี่ยวกับการหากินกลางคืนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมถูกศึกษาตลอดหลายปีที่ผ่านมา Roi Maor นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟและมหาวิทยาลัยลอนดอน มองพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอดีตที่ตายแล้วผ่านการเก็บข้อมูลของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ออกหากินในกลางวันและกลางคืนที่ยังคงมีชีวิตอยู่จำนวน 2,415 สายพันธุ์ จากนั้นเขานำข้อมูลที่ได้มาหาบรรพบรุษร่วมกันของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหล่านี้

จากข้อมูลบรรพบรุษของสัตว์เหล่านี้ คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 166 – 218 ล้านปีก่อน และออกหากินในเวลากลางคืน นั่นหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่ในยุคไดโนเสาร์ครองโลก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหล่านี้ก็มีชีวิตของมันในตอนกลางคืนเช่นกัน

แต่เรื่องทั้งหมดเปลี่ยนไปเมื่อ 66 ล้านปีก่อน ในแบบจำลองหนึ่งของเขา สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มหนึ่งเริ่มที่จะออกมาในตอนกลางวัน ราว 9 ล้านปี ก่อนที่ไดโนเสาร์จะสูญพันธู์ ส่วนในสัตว์เสี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ พวกมันเริ่มที่จะมองเห็นภายใต้แสงอาทิตย์ ก็เมื่อไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปหมดแล้ว

“เราเซอร์ไพร์มากเลยครับที่ได้ค้นพบชิ้นส่วนเล็กๆ ที่เชื่อมต่อทฤษฎีกับการค้นพบจริงของเรา” Maor กล่าว

เรื่อง มิคาเอล เกรสโค

อ่านเพิ่มเติม : นากโบราณขนาดเท่าหมาป่า มีแรงกัดมหาศาลอุกกาบาตทำลายล้างไดโนเสาร์ ตกลงในจุดสังหารพอดิบพอดี

เรื่องแนะนำ

แกะรอยงาช้างเถื่อน

แกะรอย งาช้างเถื่อน ตอนที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอเมริกันต้องการปรับปรุงห้องจัดแสดงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจากทวีปอเมริกาเหนือให้ทันสมัย จอร์จ ดันเต นักสตัฟฟ์สัตว์ ได้รับมอบหมายงานนั้น แต่นักสตัฟฟ์สัตว์ฝีมือระดับโลกอย่างดันเตไม่เคยทำสิ่งที่ผมขอให้เขาทำ และไม่มีใครเคยทำสิ่งนี้มาก่อน ผมอยากให้ดันเตออกแบบงาช้างจำลองซึ่งมีหน้าตาและผิวสัมผัสเหมือนงาช้างของจริง แล้วฝังอุปกรณ์ติดตามผ่านดาวเทียมและระบบจีพีเอสที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษไว้ภายใน  ในโลกของอาชญากร งาช้างไม่ต่างอะไรจากเงินตรา ดังนั้นจึงเท่ากับว่าผมกำลังขอให้เขาพิมพ์ธนบัตรปลอมเพื่อให้ผมติดตามและแกะรอยได้นั่นเอง ผมจะใช้งาช้างของเขาไล่ล่าพรานฆ่าช้าง และแกะรอยเส้นทางขบวนการค้างาช้างเถื่อนว่า สินค้าเหล่านี้ลงเรืออะไร ออกจากท่าเรือแห่งไหน ผ่านเมืองและประเทศใดบ้าง และมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ใด พ่อค้างาช้างจะทดสอบสินค้าโดยใช้มีดขูดผิวงาหรือเอาไฟลน งาช้างก็คือฟันดีๆ นี่เอง เพราะฉะนั้นจึงไม่ละลาย งาของผมต้องมีคุณสมบัติเหมือนงาช้าง “และผมต้องหาวิธีทำให้มันแวววาวด้วยสินะ” ดันเตเอ่ย เขาหมายถึงความเงางามของงาช้างที่ได้รับการทำความสะอาดแล้ว จอร์จ ดันเต ก็เหมือนคนอีกมากมายในโลกที่รู้ว่า ช้างแอฟริกาถูกล่าอย่างหนัก ความนิยมในงาช้างที่ดูเหมือนไม่รู้จักพอของชนชั้นกลางชาวจีนที่เติบโตขึ้น กอปรกับปัญหาความยากจนในแอฟริกา การบังคับใช้กฎหมายที่ย่อหย่อนและฉ้อฉล ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนให้สถานการณ์สุกงอม ส่งผลให้ช้างแอฟริกาถูกฆ่า ปีละประมาณ 30,000 ตัว งาช้างผิดกฎหมายส่วนใหญ่มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่จีนที่ซึ่งตะเกียบงาคู่หนึ่งอาจมีราคาสูงกว่าหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ และงาช้างแกะสลักขายได้กิ่งละหลายแสนดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกคือแดนวิกฤติของการฆ่าช้าง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลแทนซาเนียประกาศว่า ประเทศสูญเสียช้างถึงร้อยละ 60 ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา โดยลดลงจาก 110,000 ตัวเหลือไม่ถึง 44,000 ตัว ในช่วงเวลาเดียวกัน […]

ยลโฉมฟอสซิลลูกงูที่พบในอำพัน

ยลโฉมฟอสซิลลูกงูที่พบในอำพัน เหมืองบริเวณหุบเขาโอคานากัน ในรัฐคะฉิ่น ทางตอนเหนือของเมียนมา นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตแร่สำคัญแล้ว ช่วงหลายปีมานี้สถานที่ดังกล่าวยังมีความสำคัญในฐานะแหล่งข้อมูลใหม่ทางบรรพชีวินวิทยาอีกด้วย มีฟอสซิลสัตว์โบราณมากมายที่ถูกค้นพบและเก็บรักษาไว้อย่างดีในก้อนอำพัน ไม่ว่าจะเป็นหมัด, แมลง, กบ ไปจนถึงหางไดโนเสาร์ และฟอสซิลของลูกงูโบราณตัวนี้คือหนึ่งในฟอสซิลชิ้นล่าสุด นับเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบฟอสซิลลูกงูในก้อนอำพัน จากการตรวจสอบลูกงูตัวนี้มีชีวิตอยู่เมื่อ 99 ล้านปีก่อน มันมีความยาวเพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น มีกระดูกสันหลังรวม 97 ข้อ นักบรรพชีวินวิทยาสันนิษฐานว่ามันเป็นลูกงูที่เพิ่งฟักไม่นาน และในบริเวณไม่ไกลกันนัก ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังพบเกล็ดและผิวหนังของงูที่ถูกฝังอยู่ในอำพัน ซึ่งเชื่อกันว่าน่าจะเป็นของงูสายพันธุ์นี้ที่โตเต็มวัยแล้ว ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีการค้นพบอะไรใหม่ๆ จากเหมืองมหัศจรรย์นี้อีก…   อ่านเพิ่มเติม ฟอสซิลทวดกบโบราณในอำพัน