อาณาจักรที่หดหายของ เสือจากัวร์ - National Geographic Thailand

อาณาจักรที่หดหาย ของเสือจากัวร์

อาณาจักรที่หดหายของ เสือจากัวร์

ศิษย์ของอาจารย์ฮวน ฟลอเรส  ถือถ้วยพลาสติกใบเล็กที่มีใบผ่านเข้าสู่โลกแห่งจิตวิญญาณของ เสือจากัวร์ มาให้ผม ในนั้นมี “ลา เมดีซีนา” สมุนไพรสีน้ำตาลข้นที่เคี่ยวจากใบชากรูนาและเถาอะยาวัสกานานสองวันและกรอกใส่ขวดน้ำเก่าๆไว้  ตอนเริ่มพิธี อาจารย์ฮวนปลุกเสกยาหม้อนี้ด้วยการพ่นควัน มาปาโช หรือใบยาสูบป่าของแอมะซอน จากนั้นก็เริ่มรินยาปริมาณเล็กน้อยใส่จอกเพื่อแจกจ่ายแก่ผู้เข้าร่วมพิธีแต่ละคน

พวกเรา 28 คน ซึ่งมาจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา สเปน ฝรั่งเศส อาร์เจนตินา และเปรู  ล้วนมุ่งหน้ามาเพื่อค้นหาบางสิ่ง ณ ค่ายพักห่างไกลแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่กลางผืนป่าแอมะซอนในเปรู บางคนหวังจะพบหนทางรักษาโรคร้าย บางคนแสวงหาเส้นทางชีวิต บางคนแค่อยากแย้มมองอีกโลกหนึ่งอันเป็นซอกมุมสุดลี้ลับของบริเวณที่อลัน ราบิโนวิตช์ เรียกรวมๆว่า “ฉนวนวัฒนธรรมจากัวร์” พื้นที่นี้ครอบคลุมถิ่นอาศัยและเส้นทางอพยพซึ่งแพนเทอรา (Panthera) องค์กรอนุรักษ์ของเขา  กำลังพยายามปกป้องเพื่ออนุรักษ์เสือจากัวร์ที่คาดว่ามีอยู่ราว 100,000 ตัว และความหลากหลายทางพันธุกรรมของพวกมันเอาไว้

สมุนไพรถูกส่งไปเงียบๆท่ามกลางเสียงรินไหลของสายน้ำที่มีไอจางๆ ลอยอ้อยอิ่งในอากาศเย็นยามค่ำคืน เมื่อศิษย์ของอาจารย์ฮวนเดินมาหยุดข้างหน้า ผมก็คุกเข่าลง ศิษย์คนหนึ่งส่งจอกให้ อีกคนยืนถือแก้วน้ำเปล่ารออยู่ ผมลังเล นึกถึงคำพูดที่ กูรันเดโร หรือหมอผีชื่อดังนามดอน โฮเซ กัมโปส บอกผมในปูกัลล์ปา เมืองท่าอันวุ่นวายของเปรู ไม่กี่วันก่อนหน้านั้น

“คุณไม่ได้ดื่มอะยาวัสกาหรอก” เขาบอก “มันดื่มคุณ” ผมยกจอกขึ้นดื่ม

แม่เสือกับลูกเดินสำรวจริมแม่น้ำกูยาบาหลังตะวันตกดิน เพราะแสงสลัวเอื้อต่อการล่า ชาวมายาเชื่อว่า วิญญาณเสือจากัวร์ต่อสู้กับพลังฝ่ายยมโลกยามค่ำคืนเพื่อเปิดทางให้ดวงอาทิตย์ขึ้นและชีวิตดำเนินต่อไปได้

 

ผมมาหาอาจารย์ฮวนที่มายันตูยากู  ชุมชนบำบัดโรคด้วยการทรงเจ้าเข้าผีที่เขาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1994 โดยหวังจะได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นเกี่ยวกับเสือจากัวร์ โดยเฉพาะในแง่มุมที่กล้องดักถ่ายภาพไม่อาจจับภาพได้ เสือจากัวร์ หรือ แพนทีรา ออนคา (Panthera onca) เคยเป็นสัตว์กินเนื้อที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ พวกมันทั้งสง่างามและดุร้ายในเวลาเดียวกัน พรางตัวเก่งเป็นเลิศ แคล่วคล่องว่องไวในแม่น้ำ บนพื้นป่าและบนต้นไม้ ในบรรดาแมวใหญ่ทั้งหมด เสือจากัวร์มีแรงกัดที่ทรงพลังที่สุดเมื่อเทียบกับขนาดตัว และที่โดดเด่นจากเพื่อนแมวใหญ่อื่นๆ คือ พวกมันมักโจมตีบริเวณศีรษะของเหยื่อมากกว่าลำคอ โดยแรงกัดมักทะลุสมองจนทำให้เหยื่อตายคาที่

แต่เสือจากัวร์มีชีวิตอีกภาคหนึ่งมานานหลายพันปีแล้ว นั่นคือชีวิตสมมติที่ส่งอิทธิพลต่อศิลปะและโบราณคดีในหลายวัฒนธรรมยุคก่อนโคลัมบัส ตลอดพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เคยเป็นถิ่นอาศัยในประวัติศาสตร์ของเสือชนิดนี้ ตั้งแต่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ไปจนถึงอาร์เจนตินา ชนเผ่าโอลเม็ก มายา แอซเทก และอินคา ล้วนนับถือเสือจากัวร์เป็นเทพเจ้า บางชนเผ่าในแอมะซอนดื่มเลือดเสือจากัวร์ กินหัวใจเสือจากัวร์ และสวมหนังเสือจากัวร์ ผู้คนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า  มนุษย์สามารถกลายร่างไปเป็นเสือจากัวร์ได้ และเสือจากัวร์ก็กลายร่างเป็นมนุษย์ได้

แน่นอนว่า แง่มุมลึกลับที่สุดในชีวิตภาคที่สองของเสือจากัวร์อยู่ในอาณาจักรพ่อมดหมอผี และสภาวะการตื่นรู้อันพิเศษสุดที่ชนพื้นเมืองแห่งลุ่มน้ำแอมะซอนตอนบนได้สัมผัสมานานนับพันปีจากการเสพพืชที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ในอาณาจักรแห่งมนตราซึ่งหมอผีพื้นเมืองอ้างว่า พวกเขาสามารถสืบหาสาเหตุแห่งโรคาพยาธิทั้งมวล และค้นพบวิธีรักษาได้ด้วยความช่วยเหลือของวิญญาณ  เสือจากัวร์เป็นใหญ่ในฐานะพันธมิตร ผู้พิทักษ์ และการดำรงอยู่ที่สำคัญต่อการขจัดปัดเป่าความเจ็บไข้ได้ป่วย เร่งกระบวนการแปรสถานะ และขับไล่พลังงานชั่วร้าย ท่ามกลางหมู่ภูตผีมากมายแห่งแอมะซอนที่เชื่อกันว่าสิงสถิตอยู่ตามทะเลสาบและแม่น้ำ ในส่ำสัตว์และพืชพรรณราว 80,000 ชนิดที่กอปรขึ้นเป็นระบบนิเวศสุดอัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลก เสือจากัวร์อยู่ในลำดับความสำคัญสูงสุด

ตอนที่ยังเล็กๆ เสือจากัวร์เพศผู้ตัวนี้ถูกลักลอบนำขึ้นรถโดยสารทางตอนใต้ของโคลอมเบีย และกำลังมุ่งหน้าไปยังตลาดมืดค้าสัตว์เลี้ยงตอนถูกเจ้าหน้าที่จับกุม แม่เสือถูกชาวไร่ฆ่าเพราะมันกัดวัวตัวหนึ่งของเขา เนื่องจากลูกเสือตัวนี้ไม่เคยฝึกทักษะการเอาตัวรอดจากแม่ มันจึงไม่มีโอกาสได้กลับคืนสู่ธรรมชาติ

 

อะยาวัสกาในจอกรสชาติคล้ายดิน หวานแหลมเหมือนกากน้ำตาล เมื่อจอกสุดท้ายถูกแจกจ่ายออกไป แสงไฟก็ดับและความมืดจากผืนป่าก็คลี่ตัวปกคลุมอย่างรวดเร็ว

ครึ่งชั่วโมงต่อมา อาจารย์ฮวนผู้ส่งสัญญาณว่า รู้สึกถึงฤทธิ์สมุนไพรที่เขาดื่มพร้อมคนอื่นๆแล้ว เริ่มสวด อีกาโร บทแรก เป็นการท่องบ่นวลีจากภาษาต่างๆ เขานั่งขัดสมาธิ สวมเสื้อคลุมยาวลายทาง เครื่องประดับศีรษะทำด้วยขนนกแก้วสีเขียวสด และสร้อยคอที่ร้อยจากเปลือกหอยทาก เมล็ด อวยรูโร และเขี้ยวเสือจากัวร์ บทสวดของเขาดูเหมือนจะทำให้พลังงานเคลื่อนผ่านห้องนั้น

ผู้เข้าร่วมพิธีที่ยังไม่รู้สึกถึงฤทธิ์ของสมุนไพร ดื่มถ้วยที่สองพลางส่องไฟฉายจากโทรศัพท์ไอโฟนไปยังอาจารย์ฮวน ผู้ร่ายมนตร์เรียกวิญญาณของนกบางชนิดมา ต่อมาไม่นานผมได้ยินเขาเรียกเสือจากัวร์ให้มาที่นี่ ผมลืมตาและพบว่า  เขาเดินรอบเสื่อที่ปูเป็นวงกลมมานั่งตรงหน้าผม

เขาบอกผมในภายหลังว่า เสือจากัวร์มาและนั่งอยู่ปากทางเข้าศาลา แต่อยู่ไม่นาน “พวกมันมาแค่พักเดียว” เขาบอก “จากนั้นก็บ่ายหน้ากลับเข้าป่าลึก” สิ่งที่ผมเห็นตลอดสามชั่วโมงต่อมาคือประสบการณ์ที่เปิดโลกที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต  ช่วงเวลาที่อะยาวัสกาออกฤทธิ์เรียกว่า มาเรอาซิออน แปลตรงตัวว่า “ความวิงเวียน” ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกของการถูกส่งไปอีกโลกหนึ่ง ในกรณีของผม ไม่ใช่โลกวิญญาณของเสือจากัวร์ แต่เป็นอาณาจักรลับของเหล่าพืช ผมรู้สึกเข้าใจในฉับพลันถึงความรู้สึกของหนอนที่ชอนไชไปตามโลกอันมืดมิดและคับแคบของรากพืช และการได้ล่วงรู้ดุจเดียวกับการสัมผัสรับรู้ถึงความรักหรือความโทมนัสภายในใจว่า พืชมีชีวิตจิตใจไม่ต่างจากสัตว์ เปี่ยมปัญญา ความรู้สึกนึกคิด และสิ่งที่ดูประหนึ่งวิญญาณแบบหนึ่งโดยแท้

ไม่กี่วันต่อมา รูโซเล่าให้ผมฟังเรื่องนิมิตที่ศิษย์คนหนึ่งของอาจารย์ฮวนเห็นในช่วงทำพิธี เขาเห็นโครงกระดูกเสือจากัวร์ตัวหนึ่งกองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบอยลิ่ง ครบสมบูรณ์ทั้งขา ซี่โครง กะโหลก อาจารย์ฮวนกับรูโซหารือกันเรื่องความหมายของนิมิตนี้อยู่นานอาจารย์ฮวนตีความโครงกระดูกในนิมิตนั้นว่า เสือจากัวร์ ไม่ว่าในรูปแบบใด ไม่อาจปกป้องผืนป่ารอบๆ มายันตูยากูได้อีกต่อไป ตอนนี้เขาสิ้นข้อสงสัยแล้วว่า การรักษาป่าผืนนี้เอาไว้ขึ้นอยู่กับตัวเขา และนักอนุรักษ์ธรรมชาติทุกหนทุกแห่งที่ชื่นชมในพลังและความสง่างามของเสือจากัวร์

การกัดอย่างแม่นยำบริเวณกะโหลกอันเปราะบางทำให้จระเข้เคแมนตัวนี้กลายเป็นอาหารอันโอชะ เสือจากัวร์ล่าเหยื่อได้ทั้งบนบก ในน้ำ และบนต้นไม้ อาหารของมันประกอบด้วยสัตว์กว่า 85 ชนิด รวมถึงกวาง ควาย แกะ ปศุสัตว์ หมูป่า สลอท ลิง สัตว์ฟันแทะ เต่า ตัวนิ่ม และนก

เรื่อง ชิป บราวน์

ภาพถ่าย สตีฟ วินเทอร์

อ่านเพิ่มเติม : แกะรอยทางพราน ลักลอบล่าเสือจากัวร์การล่าจะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ

เรื่องแนะนำ

แอนทีไคนัส : ยอมตายเพื่อความรัก

มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียง 22 ชนิดที่สืบพันธุ์แล้วตาย 15 ชนิดในจำนวนนั้นคือ แอนทีไคนัส สำหรับสัตว์ในสกุล แอนทีไคนัส (Antechinus) แล้ว ชีวิตนั้นช่างแสนสั้นและการสืบพันธุ์ก็เป็นเรื่องสำคัญ หลังลืมตาดูโลกได้หกเดือน สัตว์มีถุงหน้าท้องกินเนื้อขนาดเล็กชนิดนี้จะโตเต็มวัย อีกห้าเดือนต่อมา นํ้าหนักตัวของพวกมันจะเพิ่มขึ้น และจะไปลดเอาตอนจับคู่ผสมพันธุ์ แอนดรูว์ เบเกอร์ นักวิทยาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอธิบาย จากนั้นสัตว์ชนิดนี้จะเข้าสู่ “ช่วงเวลาหนึ่งถึงสามสัปดาห์ที่พวกมันจะผสมพันธุ์กันตลอดเวลา” และการผสมพันธุ์ครั้งเดียวอาจใช้เวลานานถึง 14 ชั่วโมง จึงไม่น่าแปลกใจที่ “ทั้งสองเพศรู้สึกเครียดเอามาก ๆ” เบเกอร์ตั้งข้อสังเกต เมื่อรู้สึกเครียด แอนทีไคนัส จะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล นอกจากนั้น แอนทีไคนัส เพศผู้ “ยังหลั่งฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนจากการพยายามจีบสาวอีกด้วย”  เบเกอร์บอก และฮอร์โมนเทสทอสเทอโรนนี่เองที่ทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลไหลทะลักในเวลาที่ควรจะหยุดทำงาน เมื่อฮอร์โมนคอร์ติซอลขึ้นถึงระดับที่เป็นพิษ  ระบบภูมิคุ้มกันและระบบอื่น ๆในร่างกายของเพศผู้จะล้มเหลว ทำให้มันตายเมื่อมีอายุได้เพียงหนึ่งปี ประชากรของ แอนทีไคนัสจึงลดลงครึ่งหนึ่ง จนกว่าเพศเมียจะให้กำเนิดลูกน้อยขนาดเท่าลูกอมครอกละ 4 ถึง 14 ตัวในแต่ละปี —แพทริเซีย เอดมันด์ส ถิ่นอาศัย/ถิ่นกระจายพันธุ์ พื้นที่ป่าและทุ่งหญ้าในออสเตรเลีย สถานะการอนุรักษ์ แอนทีไคนัส หนึ่งในห้าชนิดอยู่ในสถานะถูกคุกคาม  แอนทีไคนัสหางดำ ซึ่งเพิ่งค้นพบและอาจมีอยู่เพียง 500 ตัว  จัดอยู่ในสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ข้อมูลน่าสนใจ […]

ไก่บ้านปะทะงูจงอาง คุณว่าใครชนะ?

ที่อินเดีย ไก่บ้านตัวผู้ตัวหนึ่งได้แสดงให้เห็นว่าอย่าคิดมาแหยมในถิ่นนี้ เพราะแม้แต่งูจงอางยังต้องพ่ายแพ้! คลิปวิดีโอนี้ได้แสดงให้เห็นไก่จอมกล้าหาญตัวหนึ่งกำลังต่อสู้กับงูจงอาง มันไล่จิกและหลบการฉกของจงอางอย่างรวดเร็ว ปกติแล้วงูจงอางทุกสายพันธุ์เป็นงูพิษ และการกัดเพียงหนึ่งครั้งอาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่สัตว์ปีกอย่างไก่ นิยมฆ่าและกินงูจงอางเป็นอาหาร หลังงูตัวนี้พ่ายแพ้ ในที่สุดมันก็ถูกไก่กลืนลงท้องไปทั้งตัว   อ่านเพิ่มเติม : ลิงหายากจากป่าแอมะซอน ถูกพบอีกครั้งในรอบ 80 ปี, สงครามระหว่างตุ๊กแกและงูที่หักมุมในตอนจบ

ลูกสลอธเรียนรู้การปีนจากเก้าอี้โยก

ที่ศูนย์อนุบาลสัตว์ในคอสตาริกา บรรดาลูกสลอธเหล่านี้กำลังเรียนรู้วิธีการปีนต้นไม้ผ่านเก้าอี้ บทเรียนการปีนเป็นบทเรียนสำคัญของสลอธ เพื่อช่วยให้พวกมันสามารถเอาชีวิตรอดได้เองในป่า Lucy Cooke นักสัตววิทยากล่าวว่า ลูกสลอธเหล่านี้เป็นกำพร้า เพราะแม่ของพวกมันเสียชีวิตจากสุนัขหรือรถยนต์ดังนั้นพวกมันจึงถูกนำตัวมาดูแลยังศูนย์แห่งนี้ ส่วนสาเหตุที่ทางศูนย์เลือกใช้เก้าอี้โยกในการสอนลูกสลอธให้เรียนรู้การปีนก็เพราะเก้าอี้โยกทำมาจากไม้ และมีลักษณะการเคลื่อนไหวที่คล้ายกับกิ่งไม้จริงๆ   อ่านเพิ่มเติม : บรรดาสัตว์เชื่องช้าเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเร็วไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต, เผยคลิปวิดีโอที่หาชมได้ยากของสุนัขป่าแอมะซอน

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.