ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์ หลายร้อยใบถูกพบในจีน - National Geographic Thailand

ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์หลายร้อยใบถูกพบในจีน

ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์ หลายร้อยใบถูกพบในจีน

เป็นครั้งแรกของโลกที่นักบรรพชีวินวิทยาซึ่งกำลังลงพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนค้นพบ ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์ โบราณนับร้อยใบ เจ้าของไข่เหล่านี้คือเทอโรซอร์ สัตว์เลื้อยคลานบินได้ที่มีชีวิตอยู่ในยุคไดโนเสาร์ และภายในไข่บางใบมีฟอสซิลของตัวอ่อนเทอโรซอร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เท่าที่เคยมีการค้นพบมา

แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะศึกษาเทอโรซอร์มานานมากกว่า 2 ศตวรรษ แต่ไม่เคยมีรายงานการพบไข่มาก่อน จนกระทั่งในต้นศตวรรษที่ 20 มีการพบฟอสซิลของไข่บ้างประปรายเฉลี่ยน้อยกว่าหนึ่งโหลต่อปี ต้องขอบคุณบรรดานักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยบรรพชีวินวิทยาในจีนสำหรับการค้นพบในครั้งล่าสุดนี้ ที่ค้นพบฟอสซิลไข่จำนวน 215 – 300 ใบเลยทีเดียว

ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์
ไข่ 2 ในจากจำนวน 215 ใบที่พบในแหล่งเดียว และยังเชื่อกันว่ามีไข่จำนวนอีกมากที่ว่อนตัวอยู่ในชั้นหิน

Xiaolin Wang หัวหน้าการวิจัยเล่าว่า ทีมของเขายังพบตัวอ่อนของเทอโรซอร์อีก 16 ตัวภายในไข่และเชื่อว่ายังมีไข่อีกมากที่ยังซ่อนตัวอยู่ในก้อนหิน รอให้พวกเขาไปค้นพบ รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยสารวาร Science

“มันเป็นปรากฏการณ์การค้นพบที่หายากมาก” David Hone นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลอนดอนกล่าว “วิทยาศาสตร์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และการค้นพบครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง”

ไข่ที่ค้นพบน่าจะเป็นของเทอโรซอร์สายพันธุ์ Hamipterus tianshanensis ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าในอดีตเมื่อร้อยล้านปีก่อน พวกมันมีชีวิตอยู่ในบริเวณที่เป็นภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ในปัจจุบันมันเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่บินได้ ด้วยระยะห่างระหว่างปีกทั้งสองข้างเมื่อโตเต็มที่ จะมีความยาวถึง 10 ฟุต เชื่อกันว่าพวกมันอาศัยอยู่ใกล้กับน้ำ จับปลาเป็นอาหาร และมีพฤติกรรมคล้ายกับนกกระสาในปัจจุบัน

“บริเวณที่ค้นพบอยู่ในทะเลทรายโกบี ที่นั่นมีลมแรง เต็มไปด้วยผืนทรายกว้าง มีสิ่งมีชีวิตและพืชอาศัยอยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น” Shunxing Jiang หนึ่งในทีมวิจัยกล่าว “อย่างไรก็ตาม ในตอนที่ Hamipterus อาศัยอยู่ สภาพแวดล้อมดีกว่านี้มาก เรียกได้ว่าเป็นสวนเอเดนของเทอโรซอร์เลยก็ว่าได้”

ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์
ฟอสซิลของเทอโรซอร์กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่รอบๆ ที่พบฟอสซิลไข่ ในภูมิภาคซินเจียง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

เทอโรซอร์ Hamipterus ไม่เพียงแต่หาอาหารในสรวงสวรรค์บริเวณนี้เท่านั้น แต่พวกมันยังผสมพันธุ์และวางไข่ตามพุ่มไม้หรือชายฝั่งทะเลอีกด้วย ซากดึกดำบรรพ์ของไข่เหล่านี้ถูกรบกวนโดยกระแสน้ำที่พัดมาอย่างรวดเร็ว เป็นข้อบ่งชี้ว่าในอดีตอาจเกิดพายุที่พัดพาเอาอุทกภัยมาท่วมรังของเทอโรซอร์ ส่งผลให้ไข่เหล่านี้จมอยู่ใต้น้ำ ชั้นโคลนและตะกอนเข้าปกคลุมพวกมัน และไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ผลการวิจัยพบว่ามีชั้นของตะกอนจำนวน 4 ชั้นนั่นหมายความว่าเกิดน้ำท่วมหลายครั้งกับรังของเทอโรซอร์

ทีมวิจัยของ Wang ตั้งข้อสังเกตุว่าเทอโรซอร์น่าจะวางไข่ในจุดเดิมซ้ำๆ เช่นเดียวกับนกและเต่า นอกจากนั้นจำนวนของไข่ที่พบบ่งชี้ว่าเทอโรซอร์วางไข่รวมกันเป็นนิคมขนาดใหญ่ เช่นเดียวกับนกหลายสายพันธุ์ในปัจจุบัน

เมื่อเปรียบเทียบโครงกระดูกของเทอโรซอร์ขณะเป็นตัวอ่อนกับเทอโรซอร์อื่นๆ ในหลายช่วงวัย ทีมนักวิจัยพบข้อมูลบางอย่างที่ช่วยฉายภาพให้เห็นว่าเทอโรซอร์เติบโตขึ้นมาอย่างไร สิ่งที่พวกเขาพบคือตัวอ่อนของเทอโรซอร์ยังไม่มีฟัน ขาหน้าของพวกมันมีพัฒนาการช้ากว่าขาหลัง นั่นแปลว่าปีกที่แข็งแรงถูกพัฒนาขึ้นเมื่อเติบโตและพวกมันยังไม่สามารถบินได้ทันที เมื่อออกจากไข่

ด้าน Mike Habib นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนีย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหวของเทอโรซอร์ คาดหวังว่าเทคโนโลยีใหม่ๆ และฟอสซิลเหล่านี้จะมีส่วนช่วยให้พวกเราทำความเข้าใจได้ว่า เจ้าสิ่งมีชีวิตในอดีตเหล่านี้มีความสามารถทางการบินดีแค่ไหน และยังมีปริศนาอีกมากที่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับมัน เทอโรซอร์วางไข่ได้ครั้งละกี่ตัว? และต้องอยู่ในช่วงวัยไหนจึงจะสามารถผสมพันธุ์ได้?

ฟอสซิลไข่เทอโรซอร์
ฟอสซิลของเทอโรซอร์โตเต็มวัยปะปนกับฟอสซิลของไข่ ยังไม่ได้คำตอบว่าเหตุใดฟอสซิลของเทอโรซอร์ต่างวัยทั้งสอง
จีงถูกพบในที่เดียวกัน

การค้นพบหลักฐานทางฟอสซิลที่สมบูรณ์เหล่านี้ มีความเป็นไปได้ว่าองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเทอโรซอร์อาจถูกเปลี่ยนแปลง และการค้นพบฟอสซิลใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นจะช่วยไขปริศนา “ที่ผมคาดหวังมากที่สุดเหรอ?” Alexander Kellner นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัย Federal ในนครริโอเดอจาเนโรกล่าว “หนึ่งเลยคือ ค้นพบฟอสซิลตัวอ่อนเพิ่มมากขึ้น สองค้นพบไข่จากแหล่งอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้เราได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับมันมากขึ้น”

เรื่อง มิคาเอล เกรสโค

อ่านเพิ่มเติม : ไขความลับเบื้องหลังปีกอันทรงพลังของเทอโรซอร์เทอโรซอร์ ยักษ์ใหญ่ครองเวหา

 

เรื่องแนะนำ

กบแก้ว ตัวใสแห่งอเมริกากลาง

กบแก้ว สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกโปร่งแสงตัวจิ๋วแห่งทวีปอเมริกากลางและใต้มีแต่เรื่องให้ประหลาดใจ คืนไร้แสงจันทร์ในฤดูร้อนคืนหนึ่งบริเวณเชิงเทือกเขาแอนดีสในเอกวาดอร์ กบแก้ว หนุ่มโสดเกาะบนใบไม้ที่ห้อย อยู่เหนือลำธารสายหนึ่ง มันเลือกทำเลดีที่สุดเพื่อพยายามทำให้กบสาวประทับใจ พลางร้องเสียงสูงป่าวประกาศตำแหน่งของมัน ปัญหาคือ ทำเลดีอย่างเดียวยังไม่พอ สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกสีเขียวออกเหลืองตัวนี้เคยจับตามองสิ่งที่กบเพศผู้ที่ผ่านการผสมพันธุ์มาก่อนแล้วทำ ดังนั้นเมื่อมันพบกลุ่มไข่ที่ถูกทอดทิ้ง มันจึงอยู่ใกล้ๆกลุ่มไข่นั้นนานหลายชั่วโมง ทำทีว่ากำลังปกป้องไข่ จากนั้นสิ่งน่าทึ่งก็เกิดขึ้น กบเพศเมียที่แอบมองอยู่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าถูกหลอกให้คิดว่า กบหนุ่มเป็นพ่อกบที่มีประสบการณ์ เริ่มสนใจมัน “นี่เป็นครั้งแรกที่เรารายงานพฤติกรรมนี้ในกบและคางคกค่ะ” อันเยเลต วาเลนเซีย-อากีลาร์ นักนิเวศวิทยา เชิงพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัยเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กล่าว เธอบันทึกพฤติกรรมที่ดูเหมือนเป็นการหลอกลวงของเพศผู้ในกบแก้วชนิดหนึ่งในบราซิล และเชื่อว่ากบแก้วอย่างน้อยสองชนิดในเอกวาดอร์ก็อาจมีพฤติกรรมเดียวกัน งานวิจัยของวาเลนเซีย-อากีลาร์เป็นหนึ่งในการค้นพบใหม่หลายประการเกี่ยวกับชีววิทยาของสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกสวยงามซึ่งได้รับการตั้งชื่อตามผิวหนังโปร่งแสง ทั่วเขตนีโอทรอปิกส์มีกบแก้วที่ทราบชนิดแล้ว 156 ชนิด ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของเทือกเขา แอนดีสและทวีปอเมริกากลาง ความก้าวหน้าเมื่อไม่นานมานี้ในด้านทัศนศาสตร์ พันธุศาสตร์ และชีววิทยาโมเลกุล ช่วยให้นักวิจัยศึกษาชีวิตสัตว์ตัวจิ๋วที่อาศัยบนต้นไม้เหล่านี้ ซึ่งบางชนิดมีขนาดเล็กกว่าลวดหนีบกระดาษเสียอีก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฆวน มานูเอล กัวยาซามิน นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยซานฟรันซิสโกเดกีโต ประเทศเอกวาดอร์ บรรยายลักษณะชนิดสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 56 ชนิด รวมถึงกบแก้ว 14 ชนิด “เป็นงานสำคัญที่ไม่รู้จบครับ” เขาบอกและเสริมว่า “สิ่งมหัศจรรย์ขนาดจิ๋วเหล่านี้ทำให้เราประหลาดใจอยู่เรื่อยๆ” ตัวอย่างเช่น […]

ปฏิบัติการช่วยเหลือหมีลิ้นยักษ์

ลิ้นของมันบวมเป่งและห้อยยาวลงมาเกือบถึงพื้น ทั้งยังหนักเสียจนบางครั้งมันต้องพักหัวเป็นระยะๆ นี่คืออาการที่เกิดขึ้นกับ Nyan htoo หมีควายในสวนสัตว์ของเมียนมา ซึ่งสาเหตุของอาการประหลาดนี้ยังคงเป็นปริศนา ในปี 2016 บรรดาสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญตัดสินใจเดินทางไปยังเมียนมา ร่วมมือกันผ่าตัดเพื่อช่วยหมีตัวนี้ โชคดีที่การผ่าตัดประสบความสำเร็จและ Nyan htoo กลับมามีชีวิตที่ปกติอีกครั้ง ทั้งนี้มันอาศัยอยู่ในกรงร่วมกัยหมีควายพี่น้องของมันอีกตัวที่ชื่อ Kan htoo ทั้งคู่ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ให้รอดพ้นจากเงื้อมือของกลุ่มลักลอบค้าสัตว์ เมื่อครั้งที่พวกมันยังเด็ก ในฐานะมนุษย์แล้วความเมตตาที่พวกเขามอบให้แก่หมีตัวนี้ ช่างน่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง   อ่านเพิ่มเติม : สุนัขเปลี่ยนสีหน้าเมื่อมนุษย์ให้ความสนใจ, หมึกประหลาดตัวโปร่งใส ถูกค้นพบจากใต้ทะเลลึก 

ฝันร้ายขั้นสุดของคนกลัวหนู

ในแต่ละปี ศูนย์ควบคุมหนู (Rodent Control Center) ในวอชิงตัน ดี.ซี. ได้รับการร้องขอในเรื่องนี้ปีละหลายรายว่าแต่เหตุการณ์ที่ดูเหมือนไม่น่าเป็นไปได้นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ประการแรก หนูสามารถเข้าถึงระบบน้ำทิ้งและท่อระบายน้ำได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นทางท่อปฏิกูลในครัวเรือนหรือฝาท่อและตะแกรงบนท้องถนน จากอุโมงค์ระบายน้ำรวม หนูสามารถสำรวจไปได้ทั่วด้วยความอยากรู้อยากเห็นด้วยกรงเล็บที่คมกริบหนูสามารถไต่ขึ้นไปได้แทบทุกพื้นผิวแนวดิ่ง พอเข้าสู่ท่อน้ำทิ้งภายในบ้าน สิ่งที่หนูทำก็แค่ปีน ปีน และปีนขึ้นไป ด่านสุดท้ายที่รออยู่คือเส้นทางวกวนราวเขาวงกตอันคับแคบของท่อน้ำทิ้งที่ต่อกับโถสุขภัณฑ์ พวกมันจะฝ่าด่านสุดหินนี้ไปได้อย่างไร ทางเดินใต้น้ำนี้ไม่น่าจะมีที่ว่างพอสำหรับอากาศทว่าเมื่อถึงช่วงหักมุม หนูพบกระเปาะอากาศเล็กๆ พอให้หายใจและมีแรงเฮือกสุดท้ายที่จะขึ้นไปปลายทาง คำถามคือ หนูเบียดตัวผ่านช่องทางแคบๆ หักมุมได้อย่างไร? คำตอบคือ ถ้าหนูสามารถเอาหัวลอดผ่านอะไรได้  ส่วนที่เหลือก็ต้องเรียกว่าง่าย เพราะกลไกที่ดูเหมือนกายกรรมภายในร่างกาย กล่าวคือ เมื่อแทรกตัวผ่านช่องแคบๆ แรงดันทำให้ซี่โครงที่ยึดอยู่กับกระดูกสันหลังยุบตัวและพับไปข้างหลังได้อย่างสบายๆ คำถามต่อไปคือ หนูจัดการกับน้ำมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร ถ้าเรากดชักโครกลงไปล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น เราคิดกันว่าหนูเป็นสัตว์บก แต่เอาเข้าจริง พวกมันเป็นนักว่ายน้ำตัวยง หนูใช้ขาหลังคล้ายใบพาย ส่วนขาหน้าทำหน้าที่พยุงตัวและบังคับทิศทาง แม้แต่หางก็ทำหน้าที่เหมือนหางเสือ มิหนำซ้ำ หนูยังเป็นจอมอึด พวกมันสามารถว่ายน้ำได้นานถึงสามวันติดต่อกัน แล้วยังกลั้นหายใจใต้น้ำได้นานถึงสามนาที ความสามารถนี้เองที่อธิบายว่า ทำไมหนูจึงเป็นนักเดินทางตัวยง ความสามารถในการว่ายน้ำได้เป็นระยะทางไกลๆ หนูจึงสามารถเล็ดรอดขึ้นเรือเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเป็นระยะทางไกลๆ สู่ดินแดนใหม่ๆ   อ่านเพิ่มเติม : เมื่อลูกวิลเดอบีสต์พบกับลูกไฮยีน่าโดยบังเอิญ, ลูกสลอธเรียนรู้การปีนจากเก้าอี้โยก