เผยตำนานเยติ แท้จริงคือสัตว์ป่า - National Geographic Thailand

เผยตำนานเยติ แท้จริงคือสัตว์ป่า

เผยตำนานเยติ แท้จริงคือสัตว์ป่า

ท่ามกลางปุยหิมะของเนปาลไปจรดทิเบต ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวลึกลับของสิ่งมีชีวิตครึ่งมนุษย์ครึ่งลิงที่อาศัยอยู่ในความหนาวเหน็บ พวกเขามีชื่อเรียกว่า “เยติ” และปัจจุบันมีผู้คนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่ามนุษย์หิมะเหล่านี้มีตัวตนอยู่จริง

แต่ผลการวิเคราะห์ดีเอ็นเอจากตัวอย่างที่อ้างว่าเป็นชิ้นส่วนของเยติเช่นเส้นผม, ฟัน, เส้นขน ตลอดจนอุจจาระได้แสดงให้เห็นว่าเจ้าของวัตถุตัวอย่างเหล่านี้คือสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามแนวเทือกเขาหิมาลัย ผลการทดสอบถูกเผยแพร่ลงใน Proceedings of the Royal Society B ชี้ให้เห็นว่าแท้จริงแล้ว ตำนานเยติมีที่มาจากหมีหิมาลายันสีดำและสีน้ำตาล

Charlotte Lindqvist ผู้นำการวิจัยจากมหาวิทยาลัยบัฟฟาโล ในนครนิวยอร์กพร้อมด้วยทีมงานของเธอตรวจสอบวัตถุตัวอย่างที่เชื่อกันว่าเป็นของเยติ วัตถุเหล่านี้ทีมนักวิจัยได้มาจากพิพิธภัณฑ์และจากเจ้าของใจดีที่สะสมไว้เป็นคอเลคชั่นส่วนตัว หนึ่งในนั้นคือฟันที่ได้มาจากพิพิธภัณฑ์ Reinhold Messner ในอิตาลี ส่วนอีกชิ้นหนึ่งเป็นผิวหนังจากส่วนมือของเยติ

ผลการทดสอบดีเอ็นเอได้สั่นสะเทือนตำนานเล่าขานของอสูรกายเยติที่ถูกส่งต่อกันมาหลายร้อยปี พวกเขาระบุว่า ฟันดังกล่าวเป็นฟันของสุนัขบ้านตัวหนึ่ง ในขณะที่ชิ้นส่วนอื่นๆ นั้นมาจากหมีหิมาลายันและหมีควาย

กระดูกขาที่เชื่อกันว่าเป็นของเยติ ถูกพบจากถ้ำในทิเบต

 

ตำนานหลายชั่วอายุคน

Lindqvist ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีหนานหยาง ในสิงคโปร์ สนใจตำนานของเยติ บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ก่อนหน้านี้ในปี 2004 เธอมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์กระดูกขากรรไกรอายุ 120,000 ปี ของหมีขาว ที่พบในนอร์เวย์ เวลาผ่านไปสิบปี ผลงานการวิจัยในครั้งนั้นถูกนำไปศึกษาต่อโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างขากรรไกรของหมีขาวและตำนานเยติ

ในปี 2014 ตัวอย่างของเส้นขนเยติสองชิ้นถูกค้นพบในภูฏานและทางตอนเหนือของอินเดีย ผลการตรวจสอบดีเอ็นเอพบว่ามันเป็นเส้นขนของหมีขาวโบราณ และทางทีมงานเชื่อกันว่าลูกผสมของหมีขาวโบราณกับหมีสีน้ำตาลนี้ น่าจะยังมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่งบนเทือกเขา

“มันค่อนข้างน่าประหลาดใจนะคะ ไม่น่าเชื่อว่าที่หิมาลายันจะมีหมีขั้วโลกด้วย” Lindqvist กล่าว อย่างไรก็ตามเธอค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับวิธีการศึกษาเนื่องจากตัวอย่างของดีเอ็นเอที่ได้นั้นมีจำกัด

ตัวอย่างของเส้นขนที่เชื่อกันว่าเป็นของเฮติ ตัวอย่างนี้ได้มาจากนักบวชคณะเยสุอิตในเนปาล เมื่อปี 1950

ทีมงานของเธอได้รวบรวมตัวอย่างทั้งหมด 24 ชิ้นของหมีควาย ที่อ้างว่าเป็นชิ้นส่วนของเยติ และจากผลการตรวจซ้ำทำให้พวกเขาค่อนข้างมั่นใจว่าตำนานของเยตินั้น มาจากสิ่งมีชีวิตจริงๆ ที่อาศัยอยู่ตามเทือกเขา “ผลการศึกษาเป็นที่ยืนยันว่าตัวอย่างทั้งหมดนั้นมาจากหมีที่อาศัยอยู่ในแถบเทือกเขาหิมาลายันและในทิเบต” Bill Laurence นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยเจมส์ คุก ในควีนส์แลนด์ ออสเตรเลียกล่าว

สำหรับ Lindqvist แล้ว การศึกษาครั้งนี้นอกจากจะพิสูจน์ตำนานเยติแล้ว ยังช่วยให้เห็นถึงวิวัฒนาการของหมี ในภูมิภาคนี้อีกด้วย ทีมงานของเธอสรุปผังเครือญาติของหมีออกมาได้ความว่า หมีสีน้ำตาลทิเบตนั้นเป็นญาติใกล้ชิดกับหมีสีน้ำตาลจากยุโรปและอเมริกาเหนือ ในขณะที่หมีสีน้ำตาลสายพันธุ์หิมาลายันที่กำลังใกล้สูญพันธุ์นั้น เป็นหมีที่แยกออกมาจากสายพันธุ์หมีอื่นๆ เมื่อราว 650,000 ปีก่อน ในยุคน้ำแข็ง

งานวิจัยครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีข้อมูลทางพันธุกรรมของหมีดังกล่าวน้อยมาก ซึ่งทางทีมงานคาดหวังว่างานวิจัยของพวกเขาจะช่วยกระตุ้นให้ผู้คนอนุรักษ์หมีสายพันธุ์ดังกล่าวมากขึ้น

แล้วตำนานของเยติล่ะ? แน่นอนว่าตำนานจะยังคงถูกเล่าขานกันต่อไป แม้ว่าดีเอ็นเอจะถูกพิสูจน์แล้วก็ตาม

เรื่อง จอห์น พิคเรล

 

อ่านเพิ่มเติม

อิกทิโอซอรัสอาจเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดบนโลก

เรื่องแนะนำ

ย้อนตำนาน 80 ปีเขาดิน

ย้อนตำนาน 80 ปีเขาดิน: แม้วันนี้ "เขาดินวนา" หรือสวนสัตว์ดุสิต จะปิดตัวลงตลอดกาลและคงเหลือเพียงความทรงจำ แต่ภารกิจในการก้าวสู่สวนสัตว์ยุคใหม่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

บรรพบรุษโบราณของแมงมุมมีหาง

ย้อนกลับไปเมื่อร้อยล้านปีก่อน บรรพบรุษของแมงมุมมีรูปร่างหน้าตาไม่ต่างจากแมงมุมปัจจุบัน ยกเว้นแต่หางยาวที่เต็มไปด้วยขนเส้นเล็กๆ

งานวิจัยเผย สายพันธุ์สัตว์ถึง 48 ชนิดบนโลกได้รับการอนุรักษ์ไม่ให้สูญพันธุ์

ม้ามองโกเลีย พรีวอสกี้ ภาพถ่ายโดย TERRY ALLEN, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT เมื่อปี 1993 อัตราการสูญพันธุ์ของนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสูงขึ้น 3 ถึง 4 เท่า แต่เนื่องจากความพยายามของนักอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง มีชนิดพันธุ์มากมายที่ได้รับ การอนุรักษ์ ไว้ได้อย่างประสบความสำเร็จ งานศึกษาที่ได้รับการเผยแพร่ในนิตยสาร the journal Conservation Letters กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 1993 มีอัตราการสูญพันธุ์ของนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสูงขึ้น 3 ถึง 4 เท่า หากไม่มีมาตรการ การอนุรักษ์ ใดๆ และเป็นปีที่อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity) ขององค์การสหประชาชาติเริ่มมีผล ในตอนนั้น สายพันธุ์นกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 15 ชนิดได้สูญพันธุ์หรือคาดว่าใกล้สูญพันธ์อย่างยิ่ง แต่นักวิจัยพบว่าในตอนนี้มีนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมราว 28 ถึง 48 สายพันธุ์ได้รับการปกป้องเอาไว้ สายพันธุ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่ได้รับ การอนุรักษ์ มีทั้งนกแก้วเปอร์โตริโก (Puerto […]