"หมีขั้วโลกผอมโซ"... ประจักษ์พยานของ ภาวะโลกร้อน

“หมีขั้วโลกผอมโซ” ประจักษ์พยานของภาวะโลกร้อน

“หมีขั้วโลกผอมโซ” ประจักษ์พยานของ ภาวะโลกร้อน

เรื่อง Cristina G Mittermeier

สำหรับใครก็ตามที่รักธรรมชาติและสัตว์ป่าแล้ว ไม่มีอะไรจะเลวร้ายไปกว่าการต้องทนเห็นพวกมันทุกข์ทรมาน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการถ่ายภาพหมีขั้วโลกตัวนี้จึงเป็นเรื่องเจ็บปวดสำหรับช่างภาพ ยิ่งไปกว่านั้น ภาพถ่ายภาพนี้ยังเป็นประจักษ์พยานที่ไม่อาจโต้แย้งของผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

เห็นได้ชัดว่าหมีขั้วโลกตัวนี้มีกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงและฟีบเล็กลงจากภาวะขาดสารอาหารอย่างรุนแรง มันแทบจะเดินต่อไปไม่ไหว แม้ว่าฉัน (Cristina G Mittermeier) จะให้เมล็ดถั่วเต็มกำมือแก่มันแล้วก็ตาม เมื่อปราศจากแผ่นน้ำแข็งอันเป็นสถานที่หาอาหาร โอกาสที่หมีขั้วโลกจะมีชีวิตรอดก็ลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ นี่คือภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อน

เจ้าหมีขั้วโลกเดินโซซัดโซเซมองหาเศษปลาที่ผู้คนอาจทิ้งไว้ตามแคมป์ ฉันคาดหวังว่าภายในตัวจะมีอะไรป้อนเป็นอาหารให้มันได้มากกว่าถั่ว หมีขั้วโลกคุ้ยถังขยะและเคี้ยวเอาแผ่นโฟมที่ไหม้ไฟแล้วจากที่นั่งบนกระเช้าหิมะเป็นอาหาร ฉันรู้สึกเสียใจปนโกรธที่ต้องเห็นสัตว์สง่างามเช่นนี้คุ้ยถังขยะ

ภาวะโลกร้อน
กลุ่ม Sea Legacy หน่วยงานอนุรักษ์ระบุว่าหมีตัวนี้ขาดสารอาหารอย่างรุนแรง

บางคนวิพากษ์วิจารณ์ว่ากล่าวที่ฉันไม่ทำอะไรเพิ่มเพื่อช่วยเหลือมัน แต่ในตอนนั้นเราอยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านเกินกว่าที่จะขอความช่วยเหลือได้ และปราศจากอาวุธเพื่อป้องกันตัวในกรณีที่นักล่าผู้หิวโหยเกิดคลั่งขึ้นมา

ฉะนั้นแล้ว ในท้ายที่สุด ฉันจึงทำสิ่งเดียวที่ฉันทำได้ ฉันใช้กล้องถ่ายภาพบันทึกหมีขั้วโลกตัวนี้เอาไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าคนทั้งโลกจะได้เห็นมัน

ในแคนาดาการให้อาหารหมีขั้วโลกเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

แน่นอนฉันไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือโลกร้อนเป็นสาเหตุที่ทำให้หมีตัวนี้ต้องหิวโหย แต่ฉันรู้ดีว่าหมีล่าเหยื่อของมันตามแผ่นน้ำแข็ง ภาวะโลกร้อนส่งผลให้แผ่นน้ำแข็งละลายหายไป นั่นหมายความว่าหมีเหล่านี้ต้องติดอยู่บนแผ่นดิน และไม่อาจล่าแมวน้ำ, วอลรัสหรือวาฬได้ พวกมันจึงหิวโหย ผอมโซ และตายลงในที่สุด

ฉันรู้ว่าภาพถ่ายภาพนี้จะสร้างความไม่สบายใจ และไม่ง่ายเลยที่จะพินิจพิจารณามัน แต่ถึงเวลาแล้วที่เราต้องกระตุ้นให้ผู้คนรับรู้ถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน เราต้องส่งเสียงออกไปให้ดังขึ้นว่าการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์นั้นเป็นเรื่องสำคัญมากแค่ไหน

สำหรับตัวฉันเอง ฉันพยายามที่จะไม่รู้สึกแย่ไปกับคอมเม้นท์ลบๆ บนโลกออนไลน์ ตรงกันข้ามฉันให้ความสำคัญกับความคิดเห็นในแง่บวกจากผู้คนมากมาย เหล่านี้คือคำตอบที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เพราะการต่อสู้กับภาวะโลกร้อนนั้นเป็นอะไรที่ทุกคนทำได้ในทุกวัน ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่

ทางทีมงานผู้ถ่ายภาพและวิดีโอของหมีขั้วโลกตัวนี้เชื่อว่าเจ้าหมีจะตายลงในวันสองวัน

 

อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก, ภาพแสดงความเป็นอยู่แปลกๆ ของหมีขั้วโลกในกรงเลี้ยง

เรื่องแนะนำ

ไขปริศนา “The Pool” จระเข้ปีนขึ้นท่อได้จริงไหม?

จระเข้ปีนขึ้นท่อได้ด้วยหรือ? ขอบอกให้รู้ว่าหางของจระเข้แข็งแรงกว่าที่คิด! และอันที่จริงในต่างประเทศพวกมันยังปีนต้นไม้ ปีนรั้ว กันเป็นว่าเล่น

พบปลากระเบนสีชมพูสุดแปลกในออสเตรเลีย

ปลากระเบน ตัวนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากสีผิวที่ผิดปกติแต่อย่างใด โดยมีการบันทึกภาพปลากระเบนตัวนี้เป็นครั้งคราวนับตั้งแต่ปี 2015 ภาพถ่ายโดย KRISTIAN LAINE สีชมพูที่ปรากฏบนปลากระเบนตัวหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้งในแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) ไม่ได้เกิดจากทั้งการติดเชื้อหรือผลจากการกินอาหาร นักวิทยาศาสตร์กล่าว เมื่อช่างภาพ คริสเตียน เลน พบปลากระเบนสีชมพูตัวหนึ่งในตอนที่เขากำลังดำน้ำแบบฟรีไดร์ฟในแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ ของออสเตรเลีย เขาคิดว่ากล้องถ่ายรูปคงทำงานผิดปกติแน่นอน “ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีปลากระเบนสีชมพูอยู่บนโลก ตอนนั้นก็คิดไปว่าไฟแฟลชในกล้องคงจะเสียหรือทำงานผิดพลาดครับ” เลน กล่าว หลังจากนั้นเขาได้โพสต์ภาพปลากระเบนสีชมพูตัวนี้ในอินสตาแกรมและกลายเป็นกระแสไวรอลในอินเตอร์เน็ต โปรเจกต์แมนตา (Project Mantra – โครงการปลากระเบน) กลุ่มนักวิจัยจากออสเตรเลียที่ศึกษาปลากระเบนสีชมพูตัวนี้ ได้ยืนยันว่าเป็นสีผิวจริงของมัน ในตอนแรก พวกเขาคิดว่าสีชมพูนี้เป็นผลมาจากการติดเชื้อของผิวหนังหรือผลค้างเคียงจากอาหารที่กิน เช่นเดียวกับนกฟลามิงโกสีชมพูที่ได้สีผิวมาจากการกินสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง หรือครัสเตเชียน (crustaceans) อันหมายถึงสัตว์น้ำจำพวก กุ้ง กั้ง หรือ ปู เป็นต้น แต่จากการศึกษาในปี 2016 โดยนักวิจัย เอมิเลีย อาร์มสตรอง ที่ได้นำตัวอย่างผิวหนังของมันมาศึกษา ก็ค้นพบว่าไม่ได้เกิดจากสาเหตุทั้งสองที่เคยคาดการณ์ไว้ ในตอนนี้ เชื่อว่าปลากระเบนตัวนี้มีภาวะการกลายพันธุ์ของยีน (Genetic Mutation) ในเมลานินหรือหรือเม็ดสีผิว อาเซีย […]

ช้างที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก

จากการสำรวจในญี่ปุ่นพบว่ามีช้างจำนวน 14 ตัวที่มีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาเป็นเวลานาน ซึ่งในกรณีนี้บางตัวอาศัยอยู่ตัวเดียวมานานเป็นสิบปีเลยทีเดียว รายงานจากการศึกษาใหม่ที่พบว่าช้างในหลายสวนสัตว์กำลังตกอยู่ในภาวะเหงาเศร้าสร้อย และสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียว ในธรรมชาติช้างมีสังคมที่อยู่รวมกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะช้างตัวเมียในโขลง ดังนั้นแล้วการแบ่งแยกพวกมันให้อาศัยอยู่ในที่แคบๆ และไม่มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับช้างตัวอื่นเลย จึงเป็นการทารุณต่อช้างในรูปแบบหนึ่ง ปัจจุบันมีนักเคลื่อนไหวและหลายหน่วยงานพยายามมุ่งเน้นให้เห็นถึงความสำคัญนี้ ตลอดจนช่วยเหลือพวกมัน   อ่านเพิ่มเติม : นักวิทยาศาสตร์บันทึกภาพพฤติกรรมวาฬที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน, หา…..เจ้าหมากลายเป็นสีฟ้าไปได้ไง?