เส้นทางการบิน - National Geographic Thailand

เส้นทางการบิน

เส้นทางการบิน

หากนกทิ้งรอยบินไว้บนท้องฟ้าได้  ภาพที่เห็นจะเป็นเช่นไร เป็นเวลาหลายปีที่ จาวี โบ ช่างภาพ ผู้พำนักอยู่ในบาร์เซโลนา หลงใหลกับคำถามนี้  เขานึกเห็นภาพว่า งูทิ้งรอยทางคดเคี้ยวขณะเลื้อยไปบนผืนทรายได้อย่างไร นกที่บินผ่านท้องฟ้าก็น่าจะทำเช่นเดียวกัน  แต่แน่นอนว่า เส้นทางการบิน ของนกไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้  อย่างน้อยก็เท่าที่ตาเปล่ามองเห็น โบซึ่งขณะนี้อายุ 38 ปี ใช้เวลาห้าปีพยายามบันทึกภาพลายเส้นที่นก “วาด” ขณะโบยบิน หรือสิ่งที่เขาเรียกว่า “ทำสิ่งที่มองไม่เห็นให้ปรากฏ”

ขั้นแรก เขาต้องทิ้งบทบาทของการเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ธรรมชาติ โบเริ่มจากศึกษาเทคนิคการถ่ายภาพที่จะช่วยให้เขาถ่ายทอดความรักที่มีต่อธรรมชาติ และเผยความงามของเหล่าวิหคในวิถีทางที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน

ในที่สุด เขาเลือกทำงานด้วยกล้องวิดีทัศน์ ที่เขาดึงภาพถ่ายความละเอียดสูงออกมา หลังจากบันทึกภาพการบินของนก โบจะเลือกฟุตเทจช่วงหนึ่งแล้ววางภาพแต่ละเฟรมซ้อนกันเป็นชั้นๆ เพื่อประกอบเป็นภาพเดียว เขาพบว่าวิธีนี้ไม่ต่างจากการล้างฟิล์ม  เพราะไม่สามารถบอกได้ล่วงหน้าว่า ภาพที่ได้จะออกมาเป็นอย่างไร  เขาเล่าว่า ช่วงเวลาแห่งความอัศจรรย์คือตอนที่ภาพชวนฝันเหนือจริงค่อยๆ ปรากฏขึ้น

ก่อนที่โบจะเริ่มโครงการที่เขาเรียกว่า “ออร์นิโทกราฟเฟียส” นี้  เขาจบการศึกษาสาขาธรณีวิทยาและการถ่ายภาพ จากบาร์เซโลนา หลังจากนั้นเริ่มงานเป็นช่างจัดไฟในอุตสาหกรรมแฟชั่น  และร่วมก่อตั้งสตูดิโอผลิตสื่อโครงการถ่ายภาพชุดนี้จึงเป็นการรวมความหลงใหลและความชำนาญของเขาเข้าด้วยกัน “มีทั้งเรื่องเทคนิคความท้าทาย ศิลปะ และธรรมชาติ เป็นความเชื่อมโยงระหว่างการถ่ายภาพและธรรมชาติซึ่งเป็นสิ่งที่ผมกำลังมองหาครับ” เขากล่าว

เรื่อง  แคเทอรีน ซักเคอร์แมน

ภาพถ่าย  จาวี โบ (Xavi Bou)

 

*ตั้งแต่นกนางนวลแกลบอาร์ติกนถึงนกแอ่น เหล่าปักษาที่โบยบินกลายมาเป็นรอยประทับเหนือจริงในมือของช่างภาพ จาวี โบ ผู้ใช้กล้องวิดีทัศน์ความละเอียดสูงในการสร้างภาพถ่ายชุดนี้  โบหลงใหลในโลกธรรมชาติตั้งแต่เด็กและมักออกไปเดินเล่นกับปู่ ซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณปากแม่น้ำโยเบรกัต ใกล้เมืองบาร์เซโลนา พอโตเป็นผู้ใหญ่ เขาเริ่มสงสัยว่า  ถ้านกฝากรอยทางบินไว้บนท้องฟ้าได้ ภาพที่เห็นจะออกมาเป็นอย่างไร

การบิน การบิน การบิน การบิน

 

อ่านเพิ่มเติม

วิดีโอสโลโมชั่นแสดงการบินของฮัมมิงเบิร์ด

เรื่องแนะนำ

พบกับแมลงที่ตั้งท้องแต่กำเนิด

โดย ลิซ แลงเลย์ ในฐานะที่เราเป็นไพรเมตความสมบูรณ์ทางเพศของเราเติบโตเป็นไปอย่างช้าๆ แม้กระทั่งว่าบางคนถึงจะอายุ 50 ปีแล้ว ก็ยังคงหัวเราะคิกคักเมื่อได้ยินคำที่พูดถึงอวัยวะเพศ… ความสมบูรณ์พร้อมทางเพศคือช่วงอายุที่สิ่งมีชีวิตนั้นๆ เติบโตพอที่จะผสมพันธุ์ได้ และแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ในโลกของสรรพสัตว์แล้ว มีเรื่องราวของสัตว์มากมายที่คุณต้องเซอร์ไพร์   เพลี้ยอ่อน (Aphid) เพลี้ยอ่อน แมลงปากดูดขนาดเล็กที่พบได้ทั่วโลก เกิดมาพร้อมกับการตั้งท้อง ข้อมูลจาก Ed Spevak ผู้ดูแลสาขาสัตว์ไม่มีกระดูก ประจำสวนสัตว์ St. Louis “พวกมันสร้างแบบจำลองจิ๋วภายในตัว” Spevak กล่าว “เหมือนกับเจ้าตัว Tribbles ในซีรี่ย์ Star Trek ชุดเก่า” ดังนั้นแล้วนั่นแปลว่าเพลี้ยอ่อนเพศเมีย เมื่อเกิดมาก็จะมีไข่เติบโตอยู่ภายในตัวแล้ว นอกจากนั้นเพลี้ยอ่อนจะเลือกใช้การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เมื่อสภาพอากาศไม่สามารถคาดเดาได้ ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าลูกหลานของมันที่เกิดมามีความหลากหลาย และความแข็งแรงที่ยึดหยุ่นมากขึ้น   อะโซโลตล์ (Axolotl) อะโซโลตล์ ซาลาแมนเดอร์หน้าตาน่ารักจากเม็กซิโก มีภาวะปีเตอร์ แพน ซินโดรม (ภาวะไม่อยากเป็นผู้ใหญ่) อะโซโลต์จะมีชีวิตอยู่ในระยะตัวอ่อนเกือบทั้งชีวิตของมัน การสืบพันธุ์ทั้งๆ ที่ยังเป็นตัวอ่อนอยู่หรือยังไม่เติบโตเต็มวัยนี้เรียกการสืบพันธุ์ประเภทนี้ว่า พีโดเจเนซีส (Paedogenesis) โดย […]

ชมภาพถ่ายสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการช่วยชีวิต หลังพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์พัดถล่มเทกซัส

น่าเศร้าที่เมื่อพายุมากหลายบ้านเลือกทิ้งสัตว์เลี้ยง ภาพถ่ายชุดนี้ย้ำเตือนให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ต้องการความดูแลมากแค่ไหนยามเกิดภัยพิบัติ

หนูยักษ์ที่ตกลงมาเป็นหนูชนิดใหม่

เรื่อง เจสัน บิตเทล เป็นเวลากว่า 20 ปีมาแล้ว ที่ชาวเกาะโซโลมอนบอกเล่าถึงเรื่องราวของหนูขนาดใหญ่ที่อาศัยอยู่บนยอดไม้ แต่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่า สิ่งมีชีวิตชนิดนี้ยังคงอยู่หรือไม่ จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2015 คนงานตัดไม้บนเกาะวังกูนู ร่วงตกลงมาจากต้นไม้พร้อมกับมีหนูตัวหนึ่งหล่นลงมาด้วย โชคไม่ดีนักที่เจ้าหนูยักษ์ตัวนั้นเสียชีวิตหลังจากตกลงมา แต่ก็ยังพอมีเรื่องโชคดีอยู่บ้าง ฮิกูนา จัดจ์ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ทำงานอยู่ในเขตอนุรักษ์ใกล้ๆ ได้เป็นประจักษ์พยานในการพบเห็นหนูชนิดนี้ก่อนมันจะตาย การที่เขาทราบว่า เขาพบกับสิ่งมีชีวิตที่แสนพิเศษ เขาจึงจัดการตระเตรียมหนูยักษ์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และส่งมันไปยังพิพิธภัณฑ์ควีนส์แลนด์ ในประเทศออสเตรเลีย “ผมรู้ทันทีว่ามันต้องเป็นชนิดพันธุ์ใหม่” ไทโรน ลาเวอรี ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กล่าวหลังจากได้รับตัวอย่างหนู เมื่อโตเต็มวัย หนูยักษ์วังกูนู (Uramis vika) มีน้ำหนักราวหนึ่งกิโลกรัม ความยาวจากปลายจมูกถึงหางประมาณ 45 เซนติเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นสี่เท่าของหนูที่เราพบทั่วไปตามบ้านเรือน และมันเป็นสัตว์ฟันแทะชนิดใหม่ที่มีการค้นพบบนหมู่เกาะโซโลมอนในรอบ 80 ปี   ชีวิตบนต้นไม้ แม้ว่าจะมีตัวอย่างให้ศึกษาเพียงตัวเดียว แต่นักวิทยาศาสตร์ก็สามารถคาดเดาพฤติกรรมของหนูยักษ์ชนิดนี้ได้ ตัวอย่างเช่น หางที่ไร้ขนและเรียวยาวช่วยในการทรงตัวขณะที่มันไต่ไปบนยอดไม้ ด้านหลังของฝ่าเท้าขนาดใหญ่พบปุ่มนูน และมีกรงเล็บโค้งงอ ซึ่งอาจจะเป็นการปรับตัวสำหรับการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่บนต้นไม้ ลาเวอรีอธิบาย เขาและจัดจ์ตีพิมพ์การค้นพบครั้งนี้ลงใน Journal of […]

ตัวนิ่มจะสูญพันธุ์ถ้าเรายังไม่ทำอะไร

ตัวนิ่ม จะสูญพันธุ์ถ้าเรายังไม่ทำอะไร ลิ่น หรือ ตัวนิ่ม ไม่ใช่สัตว์ป่าอันดับต้นๆ ที่ผู้คนทั่วไปจะพูดถึงในประเด็นการอนุรักษ์ แต่ทุกวันนี้ชะตากรรมของพวกมันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายไม่ต่างจากแรดและช้าง พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีเกล็ดปกคลุมรอบตัว ตัวนิ่มมีขนาดตั้งแต่แมวบ้าน ไปจนถึงสุนัขสายพันธุ์ขนาดกลาง ในตัวนิ่มหนึ่งตัวมีเกล็ดมากถึง 1,000 เกล็ด อวัยวะเหล่านี้ทำหน้าที่ปกป้องมันจากผู้ล่าอย่างสัตว์จำพวกแมวใหญ่ ซึ่งเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ตัวนิ่มจะขดตัวเป็นลูกบอลก้อนกลม แต่น่าเศร้าที่เกล็ดซึ่งวิวัฒนาการขึ้นมาตามธรรมชาติไม่อาจปกป้องมันจากผู้ล่ารายใหม่ได้ นั่นคือ “มนุษย์” ข้อมูลจากองค์กรสัตว์ป่าชี้ว่าตั้งแต่ปี 2006 – 2015 มีตัวนิ่มถูกลักลอบล่าและค้าขายอย่างผิดกฎหมายไปแล้วมากถึง 1,122,756 ตัว โดยในจำนวนนี้ตัวนิ่มทั้งแบบที่ยังมีชีวิต หรือถูกแล่เฉพาะชิ้นส่วน และเกล็ดส่งต่อไปในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีตลาดใหญ่ที่สุดคือจีน และเวียดนาม ส่งผลให้ขณะนี้ทุกสายพันธุ์ทั้ง 8 สายพันธุ์ของตัวนิ่มในแอฟริกาและเอเชียกำลังมีสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เหตุผลที่ตัวนิ่มกลายมาเป็นสินค้าสัตว์ป่ายอดนิยมมีหลากหลายตั้งแต่ การนำมันไปทำยาไปจนถึงเป็นสินค้าเครื่องประดับ แม้ว่าจะมีงานวิจัยบ่งชี้แล้วว่าตัวนิ่มไม่มีสรรพคุณทางยาในการรักษาโรคต่างๆ ก็ตาม แต่ด้วยความเชื่อที่ฝังลึกแน่นทำให้พวกมันยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนั้นผืนป่าที่ลดลงยังสร้างความกังวลต่อถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของตัวนิ่มอีกด้วย ปกติแล้วพวกมันเป็นสัตว์ที่มีอัตราการให้กำเนิดลูกช้า และมีลูกเพียงแค่หนึ่งตัวต่อปีเท่านั้น เจ้าลูกอ่อนตัวนิ่มนี้จะยังไม่มีเกล็ดแข็งปกคลุมร่างกาย และพวกมันต้องพึ่งพาแม่ไปชั่วระยะหนึ่งกว่าจะสามารถอยู่รอดได้ด้วยตนเอง มีงานวิจัยเสริมว่าการลดจำนวนลงของตัวนิ่มส่งผลกระทบต่อไร่นาและผลิตผลทางการเกษตร เนื่องจากไม่มีใครช่วยกำจัดปลวกที่เข้าทำลายพืชผล และเหล่าคือเรื่องราวบางส่วนของตัวนิ่ม ที่น้อยคนจะได้ทราบถึงชะตากรรมของพวกมัน   อ่านเพิ่มเติม กาแฟขี้ชะมด: ความลับเบื้องหลังกาแฟแพงที่สุดในโลก