เช็คๆ อิโมจิสัตว์เหล่านี้ผิดไปจากความเป็นจริง

เช็คๆ อิโมจิสัตว์เหล่านี้ผิดไปจากความเป็นจริง

เราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วย อิโมจิ และผู้คนก็นำอิโมจิเหล่านี้มาใช้กันอย่างแพร่หลาย นอกเหนือจากการส่งแชทแล้ว อิโมจิถูกนำไปใช้ในการเล่าเรื่องราว, ถูกนำไปทำเป็นภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งมีสารานุกรมอิโมจิด้วยซ้ำ ว่าแต่ว่าอิโมจิที่เป็นภาพแทนของสัตว์บนโลกนี้ออกแบบมาถูกต้องแค่ไหนตามหลักความเป็นจริง? เพราะเหล่านี้คือเรื่องสำคัญมากสำหรับนักชีววิทยา

Anne Hilborn นักวิจัยเสือชีตาห์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเวอร์จิเนีย รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นักที่อิโมจิรูปม้าลายถูกออกแบบให้มีหูและรูจมูกสีชมพู

“เอาจริงเหรอ? แม้กระทั่งตอนที่ม้าลายป่วยตาย จนมีเลือดไหลออกมาจากรูจมูก พวกมันก็ยังไม่มีจมูกสีชมพูเลยนะ” Hilborn กล่าว

อิโมจิ
ม้าลายไม่ได้มีหูและรูจมูกสีชมพู

ในทำนองเดียวกันอิโมจิรูปสิงโตถูกออกแบบมาอย่างเลวร้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอิโมจิรูปสิงโตโดยซัมซุงซึ่ง Hilborn ระบุว่าเป็นเวอร์ชั่นที่เลวร้ายอย่างมหันต์ เนื่องจากมันมี “ก้อนครีมโกนหนวดอยู่ใต้จมูก”

และแม้ว่าจะไม่มีอิโมจิเสือชีตาห์โดยเฉพาะ แต่มีอิโมจิของเสือดาวและกว่าครึ่งของอิโมจิเสือดาวจากหลายบริษัทแทนภาพเสือดาวผิดเนื่องจากในความเป็นจริงท้องของพวกมันก็เต็มไปด้วยลายจุดเช่นกัน แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่หางต่างหาก “เสือดาวมีหางที่สวยงาม หางโค้งยาวของพวกมันช่วยในการทรงตัว แต่พวกเขากลับใส่หางแมวมาให้แทน”

สิงโตเองก็ไม่ได้มีแก้มสีขาว

อิโมจิแต่ละรูปส่วนใหญ่มีความแตกต่างในการออกแบบกันมากถึง 13 แบบ ซึ่งขึ้นอยู่กับแพลทฟอร์มที่ใช้นั่นหมายความว่าอิโมจิค้างคาวจากโทรศัพท์เครื่องหนึ่งหรือจากแอพพลิเคชั่นหนึ่งจะดูแตกต่างจากอิโมจิค้างคาวอีกแหล่งอย่างสิ้นเชิง ซึ่ง Alyson Brokaw นักวิจัยค้างคาวจากมหาวิทยาลัย Texas A&M ระบุว่าอิโมจิค้างคาวจากกูเกิลนั้นออกแบบให้จงใจเหมือนค้างคาวแวมไพร์ แต่ปัญหาก็คือเขี้ยวต่างหากที่อยู่ผิดที่ เพราะมันควรจะอยู่ที่ด้านหน้าของปากไม่ใช่ด้านข้าง

การออกแบบสัตว์เหล่านี้ครอบคลุมไปถึงสายพันธุ์สัตว์ปีก สำหรับเวอร์ชั่นของเฟซบุ๊กนั้นชัดเจนว่าเป็นเพนกวินอาเดลี รายงานจาก Michelle LaRue นักนิเวศวิทยาจากมหาวิทยาลัยมิเนสโซตา ในขณะที่อิโมจิเพนกวินจากกูเกิลดูเหมือนว่าจะเป็นเพนกวินจักรพรรดิ

ในขณะที่นกอื่นๆ นั้น ถูกออกแบบมาอย่างดี Jason Ward ผู้เชี่ยวชาญจาก National Audubon Society ชี้ว่าอิโมจินกถูกออกแบบหลากหลายสายพันธุ์และถูกต้องตามหลักความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นนกอินทรี หรือเป็ด อย่างไรก็ตามอิโมจิจากซัมซุงกลับออกแบบเป็ดให้มีสีเหลือง ในขณะที่นกฮูกมีสีม่วง “บนโลกเราไม่มีนกฮูกสีม่วง แม้แต่ใน Pinterest ก็ตาม”

มาดูที่แมลงกันบ้าง อิโมจิมีมากมายตั้งแต่หนอนไปจนถึงตะขาบ Morgan Jackson นักกีฏวิทยาจากมหาวิทยาลัย  Guelph Insect Collection ชี้ว่าหนอนผีเสื้อไม่ได้มีเสาอากาศแบบนั้นเว้นแต่ว่ามันจะเป็นหนอนที่กำลังจะเปลี่ยนไปเป็นดักแด้ ซึ่งจะมีส่วนที่เรียกว่า “Osmeterium” ซึ่งจะยื่นออกมาจากหัวและปล่อยกลิ่นออกมา

ทั้งนี้ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมาจากความพยายามออกแบบให้สัตว์เหล่านี้ออกมาดูน่ารัก โดยใช้ลักษณะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแต่งเติมเข้าไปไม่ว่ามันจะเป็นนกหรือแมลงก็ตาม เช่น ดวงตาโตใสของมด เป็นต้น

เรื่อง เจสัน บิทเทล

ค้นหาอิโมจิผ่านสารานุกรมอิโมจิได้ ที่นี่

 

อ่านเพิ่มเติม

พบกับชายผู้ใช้ชีวิตกับไฮยีน่า

เรื่องแนะนำ

ไอเดียอาคารเย็นจากรังปลวก

ไอเดียอาคารเย็นจากรังปลวก ทำอย่างไรให้อาคารเย็นด้วยตัวมันเองโดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ? Mick Pearce สถาปนิกสามารถไขคำตอบนี้ได้ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากรังของปลวก ในธรรมชาติ จอมปลวกจะมียอดแหลมสูงที่ทำหน้าที่เป็นช่องระบายอากาศให้แก่รังที่อยู่ใต้ดิน และด้วยความที่รังของมันนั้นสร้างมาจากดิน ในเวลากลางวันดินจะช่วยดูดซับความร้อนจากดวงอาทิตย์ส่งผลให้ภายในรังปลวกมีอุณหภูมิค่อนข้างคงที่ Pearce ออกแบบอาคารอีสต์เกตในซิมบับเว ให้มีผนังด้านนอกที่มีลักษณะเหมือนหนาม ซึ่งได้ไอเดียมาจากพืชในทะเลทราย เนื่องจากพื้นผิวขรุขระจะช่วยลดการดูดกลืนความร้อนได้ดีกว่าผิวเรียบ นอกจากนั้นเขายังใช้หน้าต่างบานเล็ก เพื่อลดความร้อนที่ตัวอาคารจะดูดซับระหว่างวัน ภายในอาคารพิเศษตรงที่มีปล่องลมขนาดใหญ่ที่ช่วยถ่ายเทมวลอากาศร้อนและอากาศเย็นไปทั่วตัวอาคาร นอกจากนั้นเพดานที่สูงและพื้นคอนกรีตสองชั้นยังช่วยกักเก็บอากาศเย็นเอาไว้อีกด้วย ซึ่งจากทั้งหมดทั้งมวลนี้ส่งผลให้อาคารอีสต์เกตสามารถประหยัดพลังงานในการควบคุมภูมิอากาศภายในตัวอาคารถึง 90% และยังใช้พลังงานน้อยกว่าถึงร้อยละ 35 เมื่อเทียบกับอาคารขนาดใกล้เคียงกันในกรุงฮาราเร ของซิมบับเว   อ่านเพิ่มเติม สถาปัตยกรรมเซอเรียลยุคหลังโซเวียต

เอเลี่ยนสปีชีส์เดินทางข้ามมหาสมุทรด้วยขยะพลาสติก

บรรดาสัตว์ต่างถิ่นพากันเดินทางจากญี่ปุ่นมายังสหรัฐอเมริกา ด้วยการโดยสารมากับขยะพลาสติก ที่น่าทึ่งก็คือพวกมันมีชีวิตรอดได้อย่างไรเป็นปี?

ความน่ารักของลูกหมี หลังได้รับการช่วยเหลือโดยเจ้าหน้าที่

ลูกหมีสีน้ำตาลอายุเพียง 3 เดือนตัวนี้ ได้รับความช่วยเหลือหลังเจ้าหน้าที่พบมันในป่าทางตะวันตกของรัสเซียเพียงตัวเดียว เจ้าหมีน้อยจะถูกย้ายตัวไปยังอุทยานแห่งชาติ Meshchyora เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกาย เจ้าหน้าที่ที่อุทยานจะดูแลลูกหมีตัวนี้จนกว่ามันจะพร้อมกลับเข้าสู่ป่าอีกครั้ง ซึ่งพวกเขาคาดหวังว่ามันจะสามารถเอาตัวรอดได้เอง ลูกหมีอีกตัวหนึ่งอายุ 5 เดือน ถูกพบอย่างโดดเดี่ยวในป่าเช่นกัน การดูแลหมีน้อยเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าหน้าที่ต้องฝึกฝนพวกมันให้สามารถเอาตัวรอดได้เองในอนาคต เนื่องจากหากหมีมีปฏิสัมพันธ์และพึ่งพามนุษย์มากขึ้นเท่าไหร่ โอกาสที่มันจะมีชีวิตรอดในป่าก็ยิ่งน้อยลง ปัจจุบันหมีสีน้ำตาลถือเป็นสัตว์หายากและมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ ในพื้นที่ทาตะวันตกของรัสเซีย จำนวนประชากรหมีที่ลดลงเป็นผลมาจากการคุกคามของมนุษย์   อ่านเพิ่มเติม : ชุดภาพถ่ายละลายหัวใจจากช่วงเวลาอบอุ่นของแม่ลูก, คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้

ลิงหายากจากป่าแอมะซอน ถูกพบอีกครั้งในรอบ 80 ปี

นักวิทยาศาสตร์ไม่ได้พบหน้าลิง Vanzolini saki มานานกว่า 80 ปีแล้ว จนกระทั่งล่าสุดหลังการวิจัยและสำรวจป่าแอมะซอนที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยสามารถจับภาพของลิงตัวดังกล่าว ในขณะที่กำลังมีชีวิตและปีนป่ายไปมาระหว่างกิ่งไม้เอาไว้ได้ ลิง Vanzolini saki เป็นลิงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากลิงซากิ (saki) สายพันธุ์อื่นๆ เพราะมันมีขนสีทองตลอดท่อนขาของมัน และหางของมันไม่สามารถใช้จับเกี่ยวกิ่งไม้ได้เหมือนลิงพันธุ์อื่นๆ ดังนั้นมันจึงวิ่งไปมาบนกิ่งไม้ใหญ่ด้วยขาทั้ง 4 ข้าง หนึ่งในทีมนักวิจัยกล่าวว่าลิงชนิดนี้เคลื่อนไหวไปมาคล้ายกับแมวบ้านมากกว่าลิงด้วยกัน ทั้งนี้ข่าวการค้นพบดังกล่าวนับเป็นข่าวดี ที่แสดงให้เห็นว่าป่าแอมะซอนเต็มไปด้วยความหลากหลายและยังมีสายพันธุ์อีกมากมายรอให้เราไปค้นพบ   อ่านเพิ่มเติม : แจกความสดใสด้วยความร่าเริงของควอกก้าน้อย, สปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชถูกค้นพบทุกวันในป่าแอมะซอน