ลิงกังญี่ปุ่นเมคเลิฟกับกวาง - National Geographic Thailand

ลิงกังญี่ปุ่นเมคเลิฟกับกวาง

ลิงกังญี่ปุ่นเมคเลิฟกับกวาง

เกิดเหตุการณ์ไม่ปกติขึ้นกับ ลิงกังญี่ปุ่น บนเกาะแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น…

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2017 ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเลทบริดจ์ ในแคนาดา เผยแพร่เอกสารว่าด้วยการผสมพันธุ์ระหว่างลิงกังญี่ปุ่นตัวเมียกับกวางซีกา เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในเมืองมิโน ทางตอนกลางของญี่ปุ่น

ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานการปฏิสัมพันธ์ทางเพศระหว่างลิงกังและกวางมาแล้ว บนเกาะยะคุชิมะ เมื่อเดือนมกราคม ปีที่ผ่านมา ด้านชาวบ้านในเมืองมิโนรายงานเคยพบเห็นพฤติกรรมทำนองนี้มาแล้วโดยเกิดล่าสุดในปี 2014 ข้อมูลจาก Noëlle Gunst หนึ่งในผู้ร่วมงานวิจัย ในขณะที่งานวิจัยก่อนหน้าตั้งอยู่บนหลักฐานที่ค่อนข้างเบาบาง การวิจัยครั้งนี้เลือกที่จะมุ่งเน้นไปที่จำนวน

รายงานจากทีมวิจัย เอกสารนี้เป็นการศึกษาเชิงปริมาณครั้งแรกของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างไพรเมตที่ไม่ใช่มนุษย์กับสปีชีส์ที่ไม่ใช่ไพรเมต “ผลการศึกษาพบว่าที่มาของพฤติกรรมดังกล่าวน่าจะเกิดจากความต้องการฝึกซ้อมของบรรดาลิงกังเพศเมียที่เป็นวัยรุ่น” Gunst เขียนรายงานผ่านอีเมล์

 

จับคู่กับกวาง

ปกติแล้วลิงกังญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักดีว่ามีนิสัยชอบขี่กวางเล่น บางครั้งเจ้าลิงพวกนี้ขี่กวางเป็นพาหนะในขณะที่กวางเองก็จะกินผลไม้ที่ลิงหย่อนลงมาให้ หรือในบางครั้งพวกมันก็กินอุจจาระของลิงเสียด้วยซ้ำ

ผลการศึกษาล่าสุดทำการวิจัยในช่วงฤดูผสมพันธุ์ และเก็บข้อมูลระดับของฮอร์โมนจากตัวอย่างอุจจาระลิง ทีมนักวิจัยเปรียบเทียบกรณีลิงกังญี่ปุ่นเพศเมียมีปฏิสัมพันธ์กับกวางจำนวน 258 กรณี ทีมงานสรุปว่าการที่ลิงปีนขึ้นไปขี่บนกวาง, เอาตัวกระแทกกับกวาง และส่งเสียงร้องออกมานั้นเป็นการแสดงออกทางเพศอย่างชัดเจน ซึ่งในบางเคสลิงกังเองก็ขบกัดหรือดึงเขากวางด้วย

ทีมนักวิจัยตั้งข้อสังเกตถึงการจับคู่ของลิงและกวางจำนวน 14 แบบ ในจำนวนนี้มี 5 กรณี ที่ลิงกังญี่ปุ่นเพศเมียจับคู่กับกวางตัวเดิม 3 ครั้งหรือมากกว่าภายในเวลา 10 นาที และในบางกรณีลิงกังเพศเมียเองก็เข้าขัดจังหวะระหว่างที่ลิงกังตัวอื่นๆ กำลังมีปฏิสัมพันธ์กับกวาง ซึ่ง Gunst กล่าวว่า พฤติกรรมทำนองนี้เกิดขึ้นทุกวันและใช้เวลาตั้งแต่สองนาทีไปจนถึงสองชั่วโมง

และส่วนใหญ่แล้วดูเหมือนว่าเจ้ากวางจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก กวางบางตัวสะบัดลิงให้หลุดออกจากหลัง แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกมันแค่ยืนอยู่เฉยๆ เท่านั้น และปล่อยให้ลิงทำตามที่ต้องการ มีบางกรณีที่กวางก็ยังคงกินอาหารของมันต่อไปด้วยซ้ำ

 

แรงขับเคลื่อนของลิง

การมีปฏิสัมพันธ์ทางเพศระหว่างสัตว์ข้ามสายพันธุ์นั้นไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บนโลกนี้มีสัตว์อยู่ 10% ที่เป็นลูกผสมระหว่างสองสายพันธุ์ แต่ลักษณะดังกล่าวมักพบในสัตว์ที่มีความคล้ายคลึงกันทางกายวิภาค ซึ่งลิงและกวางมีลักษณะทางร่ายกายที่แตกต่างกันมาก จึงไม่น่าเป็นไปได้ที่ลิงกังจะสับสนว่ากวางคือคู่ผสมพันธุ์ของมัน

“การมีปฏิสัมพันธ์ทางเพศระหว่างสายพันธ์สัตว์ที่ไม่ได้ใกล้ชิดกันเลยเป็นเรื่องพบได้ยากมาก” Cédric Sueur ผู้เคยตีพิมพ์ผลการศึกษาเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างลิงและกวาง กล่าวกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ทีมนักวิจัยระบุว่ามีเหตุผลอยู่สองข้อที่น่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ลิงเลือกมีปฏิสัมพันธ์ทางเพศกับกวางหนึ่ง วิธีการนี้น่าจะเป็นการฝึกซ้อมก่อนการผสมพันธุ์จริงของลิงกังญี่ปุ่นที่ยังเป็นวัยรุ่น หรืออาจเป็นทางเลือกสำหรับลิงสาวเนื่องจากลิงกังวัยสาวที่มีขนาดตัวเล็กมักถูกปฏิเสธจากลิงกังเพศผู้ รวมไปถึงการผสมพันธุ์กับลิงกังตัวผู้ที่มีขนาดใหญ่กว่าตนมากนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นการใช้กวางแทนจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับลิงเหล่านี้

“บรรดาลิงกังวัยรุ่นเพศเมียสามารถสัมผัสกับประสบการณ์ทางเพศครั้งแรกได้ผ่านการกระตุ้นอวัยวะเพศของพวกมันกับกวาง” Gunst กล่าว อย่างไรก็ตามไม่เป็นที่ชัดเจนว่าพฤติกรรมทำนองนี้เกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้วในเมืองมิโน หรือการจับคู่ที่ไม่ปกติเหล่านี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

เรื่อง  Elaina Zachos

 

อ่านเพิ่มเติม

ชิมแปนซีเลือกกินสมองลูกลิงก่อนส่วนอื่น

เรื่องแนะนำ

มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล

มหัศจรรย์แห่ง”สิ่งมีชีวิตใต้ทะเล” “เราไปถึงสุดขอบโลกกันแล้ว และต่อไปเราจะดำดิ่งลงไปยังใต้ผืนน้ำ” คำพูดจาก David Doubliet ช่างภาพของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก การสำรวจโลกใต้เกลียวคลื่นเป็นอะไรที่เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกนั้นรู้จักดี เราพาคุณผู้อ่านเดินทางไปผจญภัยยังทุกสภาพแวดล้อมบนโลก จากทะเลน้ำแข็งในอาร์กติกไปจนถึงแนวปะการังสีสันสดใสในคิวบาซึ่งสะท้อนถึงความงามและความเปราะบางในเวลาเดียวกันของมหาสมุทรเรา จากโครงการประกวดภาพถ่ายธรรมชาติในปีนี้ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกได้รวบรวมเอาภาพถ่ายใต้น้ำโดยเฉพาะมาให้ชมกัน ขอให้คุณผู้อ่านเพลิดเพลินไปกับความหลากหลายที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ขึ้นมา ก่อนที่โครงการประกวดจะสิ้นสุดลงในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้ และก่อนที่จะถึงเวลานั้นร่วมดำดิ่งลงสู่โลกใต้ท้องทะเลไปกับเรา ดูภาพเพิ่มเติมที่หน้าสอง

นกในเมืองใหญ่ : นกทำอย่างไรเมื่อเมืองขยายตัว

นกในเมืองใหญ่ : นกทำอย่างไรเมื่อเมืองขยายตัว เมื่อนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กำจัดพืชพรรณตามธรรมชาติเพื่อแบ่งที่ดินเป็นแปลงย่อยๆ นกจับคอนบางชนิดยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายดี นกในเมืองใหญ่ที่เป็นยอด “นักปรับตัว” เหล่านี้พบสถานที่ทางเลือกอื่นๆเพื่อทำรังและกระทั่งขยายพันธุ์อยู่ใกล้ๆมนุษย์ จอห์น มาร์ซลัฟฟ์ อาจารย์ ด้านวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าว แต่นกจับคอนชนิดอื่นๆ หนีไปเสาะหาถิ่นอาศัยที่ไม่ถูกรบกวน แม้ว่าอาจหมายถึงการทิ้งคู่ผสมพันธุ์และสูญเสียโอกาสในการสืบพันธุ์  มาร์ซลัฟฟ์บอก  ท่ามกลางการขยายตัวของเมือง  เป็นที่รู้กันว่า นกในเมืองใหญ่ที่เป็นชนิดพันธุ์  “นักหลีกเลี่ยง” อย่างนกกระจิ๊ดเหลืองหน้าผากดำในภาพนี้  มีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด มาร์ซลัฟฟ์และเพื่อนร่วมงานใช้เวลา 12 ปีเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการศึกษาชิ้นหนึ่งในจำนวนที่ยังมีอยู่น้อยนั่นคือเรื่องการขยายตัวของเมืองส่งผลกระทบต่อการกระจายตัวของชนิดพันธุ์นกจับคอนอย่างไร นักวิจัยระบุสถานที่ สามลักษณะ ได้แก่ เขตสงวนในป่า ที่ดินแปลงย่อยๆที่มีอยู่แต่เดิม และ “สถานที่ที่มีการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งผืนป่ากำลังถูกเปลี่ยนเป็นที่ดินแปลงย่อยๆ ที่นั่นพวกเขา จับและติดห่วงที่ขาของนกนักหลีกเลี่ยงและนักปรับตัวรวมทั้งหมดเกือบ 3,000 ตัว จากนั้นติดตามว่าพวกนกไปที่ไหนและให้กำเนิดลูกที่โตพอจะบินหรือไม่ โดยทั่วไป ชนิดพันธุ์ที่ศึกษาจะอยู่กับคู่ผสมพันธุ์ตัวหนึ่งในบริเวณหนึ่ง แต่เมื่อการพัฒนากำจัดต้นไม้เตี้ยๆ ที่นกนักหลีกเลี่ยงชอบทำรังออกไป นักวิจัยพบเห็นนกย้ายที่อยู่ใหม่และ “แยกทางกัน” หรือไม่กลับมาอยู่กับคู่ตัวเดิมอีก เมื่อการตามหาคู่ใหม่และอาณาเขตใหม่ขัดจังหวะฤดูผสมพันธุ์ นกนักหลีกเลี่ยง “มักจะล้มเหลวในการให้กำเนิดลูกสำหรับนกที่มีชีวิตอยู่ห้าหรือหกปี นี่เป็นอันตรายใหญ่หลวงสำหรับนกในเมืองใหญ่ครับ” มาร์ซลัฟฟ์บอก เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส […]

จิงโจ้ : เมื่อสัตว์สัญลักษณ์อันเป็นที่รัก กลายมาเป็นสัตว์รบกวน

จิงโจ้คือสัตว์สัญลักษณ์อันเป็นที่รักของออสเตรเลีย ทว่ามีชาวออสเตรเลียจำนวนไม่น้อยมองว่า พวกมันก่อปัญหา เช่น กัดกินพืชผลทางการเกษตร และก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ออสเตรเลียกำลังเผชิญกับการตัดสินใจอันยากลำบากในการจัดการกับสัตว์สัญลักษณ์จอมกระโดดชนิดนี้

ฟอสซิลเห็บในอำพัน

ฟอสซิลเห็บ ในอำพัน เป็นที่รู้กันว่าเห็บชอบอาศัยอยู่ในขนสุนัข แต่อำพันที่มีเส้นขนของไดโนเสาร์อยู่ภายในนี้ได้เผยข้อมูลใหม่ว่าเห็บในโลกโบราณนั้นก็ชอบอาศัยอยู่ในขนของไดโนเสาร์เช่นกัน นักวิทยาศาสตร์เข้าตรวจสอบก้อนอำพันที่บรรจุเส้นขนของไดโนเสาร์จากยุคครีเตเชียสเอาไว้ พวกเขาพบร่างของเห็บจำนวนหนึ่งติดอยู่ในก้อนอำพันด้วย นับเป็นหลักฐานสำคัญชิ้นแรกที่ชี้ให้เห็นว่าเห็บคอยกวนใจบรรดาสิ่งมีชีวิตต่างๆ มาแล้วหลายล้านปี โดยหนึ่งในเห็บที่พวกเขาพบนั้นมีอยู่ตัวหนึ่งดูดเลือดเข้าไปจนท้องป่องเลยทีเดียว   อ่านเพิ่มเติม พบฟอสซิลลูกนกจากยุคไดโนเสาร์อยู่ในอำพัน

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.