แกะรอยงาช้างเถื่อน - National Geographic Thailand

แกะรอยงาช้างเถื่อน

แกะรอย งาช้างเถื่อน

ตอนที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาอเมริกันต้องการปรับปรุงห้องจัดแสดงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจากทวีปอเมริกาเหนือให้ทันสมัย จอร์จ ดันเต นักสตัฟฟ์สัตว์ ได้รับมอบหมายงานนั้น แต่นักสตัฟฟ์สัตว์ฝีมือระดับโลกอย่างดันเตไม่เคยทำสิ่งที่ผมขอให้เขาทำ และไม่มีใครเคยทำสิ่งนี้มาก่อน

ผมอยากให้ดันเตออกแบบงาช้างจำลองซึ่งมีหน้าตาและผิวสัมผัสเหมือนงาช้างของจริง แล้วฝังอุปกรณ์ติดตามผ่านดาวเทียมและระบบจีพีเอสที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษไว้ภายใน  ในโลกของอาชญากร งาช้างไม่ต่างอะไรจากเงินตรา ดังนั้นจึงเท่ากับว่าผมกำลังขอให้เขาพิมพ์ธนบัตรปลอมเพื่อให้ผมติดตามและแกะรอยได้นั่นเอง

ผมจะใช้งาช้างของเขาไล่ล่าพรานฆ่าช้าง และแกะรอยเส้นทางขบวนการค้างาช้างเถื่อนว่า สินค้าเหล่านี้ลงเรืออะไร ออกจากท่าเรือแห่งไหน ผ่านเมืองและประเทศใดบ้าง และมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ใด

พ่อค้างาช้างจะทดสอบสินค้าโดยใช้มีดขูดผิวงาหรือเอาไฟลน งาช้างก็คือฟันดีๆ นี่เอง เพราะฉะนั้นจึงไม่ละลาย งาของผมต้องมีคุณสมบัติเหมือนงาช้าง “และผมต้องหาวิธีทำให้มันแวววาวด้วยสินะ” ดันเตเอ่ย เขาหมายถึงความเงางามของงาช้างที่ได้รับการทำความสะอาดแล้ว

เมื่อเดือนมกราคม ปี 2014 ขณะเอกซเรย์ตู้สินค้าไปเวียดนามซึ่งระบุสิ่งที่อยู่ภายในว่าเป็นเม็ดมะม่วง หิมพานต์ เจ้าหน้าที่ท่าเรือของโตโกพบสิ่งผิดปกติ นั่นคืองาช้าง ในที่สุดพวกเขายึดงาช้างได้มากกว่าสี่ตัน
เจ้าหน้าที่อุทยานฝึกทักษะบนหลังม้าที่อุทยานแห่งชาติซาคูมาในสาธารณรัฐชาด อุทยานแห่งนี้มีทีมเจ้าหน้าที่บนหลังม้าสี่ทีม เพราะม้าคือวิธีเดียวที่ได้ผลในการลาดตระเวนช่วงฤดูฝนซึ่งช้างจะอพยพไปยังพื้นที่ที่แห้งกว่านอกเขตอุทยาน

จอร์จ ดันเต ก็เหมือนคนอีกมากมายในโลกที่รู้ว่า ช้างแอฟริกาถูกล่าอย่างหนัก ความนิยมในงาช้างที่ดูเหมือนไม่รู้จักพอของชนชั้นกลางชาวจีนที่เติบโตขึ้น กอปรกับปัญหาความยากจนในแอฟริกา การบังคับใช้กฎหมายที่ย่อหย่อนและฉ้อฉล ทั้งหมดเป็นปัจจัยที่เกื้อหนุนให้สถานการณ์สุกงอม ส่งผลให้ช้างแอฟริกาถูกฆ่า ปีละประมาณ 30,000 ตัว งาช้างผิดกฎหมายส่วนใหญ่มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่จีนที่ซึ่งตะเกียบงาคู่หนึ่งอาจมีราคาสูงกว่าหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ และงาช้างแกะสลักขายได้กิ่งละหลายแสนดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจุบัน ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกคือแดนวิกฤติของการฆ่าช้าง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลแทนซาเนียประกาศว่า ประเทศสูญเสียช้างถึงร้อยละ 60 ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา โดยลดลงจาก 110,000 ตัวเหลือไม่ถึง 44,000 ตัว ในช่วงเวลาเดียวกัน ประเทศเพื่อนบ้านอย่างโมซัมบิกก็รายงานการสูญเสียช้างราวร้อยละ 48 ผู้คนในท้องถิ่นล้วนฆ่าช้างเพื่อหารายได้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่พวกเขายอมแลก เพราะต่อให้ถูกจับ บทลงโทษก็มักเล็กน้อยจนไม่ทำให้หลาบจำ แต่ในแอฟริกากลาง การฆ่าช้างขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น นั่นคือ กองกำลังติดอาวุธและกลุ่มก่อการร้ายที่ได้เงินสนับสนุนบางส่วนจากการค้างาช้าง กลุ่มคนเหล่านี้ออกล่าช้างอย่างเป็นล่ำเป็นสันโดยมักลงมือนอกประเทศของตน และถึงขั้นเข้าไปซ่อนตัวในอุทยานแห่งชาติต่างๆ ปล้นสะดมชุมชนในท้องถิ่น จับผู้คนไปเป็นทาส และสังหารเจ้าหน้าที่อุทยานที่เข้าขัดขวาง

เซาท์ซูดาน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซูดาน และชาด ห้าประเทศที่อยู่ในทำเนียบชาติที่ขาดเสถียรภาพมากที่สุดในโลกตามการจัดอันดับขององค์การกองทุนเพื่อสันติภาพ (Fund for Peace) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คือบ้านของพรานเถื่อนที่ออกล่าช้างในเขตประเทศอื่นๆ ปีแล้วปีเล่าที่การฆ่าช้างครั้งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวที่สุดหลายครั้งสาวกลับไปถึงซูดาน ซึ่งไม่มีช้างเหลือให้ล่าแล้ว แต่เป็นที่กบดานของผู้ก่อการร้ายนักล่าช้างชาวต่างชาติ และเป็นแหล่งซ่องสุมของกองกำลังติดอาวุธจันจาวีด (Janjaweed) และกลุ่มโจรหัวรุนแรงชาวซูดานกลุ่มอื่นๆที่ก่อเหตุปล้นฆ่าข้ามพรมแดน

เจ้าหน้าที่อุทยานมักเป็นกำลังหลักเพียงหนึ่งเดียวที่ต้องรับมือกับเหล่านักล่า พวกเขาปักหลักสู้อยู่ในแนวหน้าของสงครามรุนแรงที่ส่งผลต่อเราทุกคน ทั้งๆที่มีจำนวนน้อยกว่าและมักขาดอาวุธยุทโธปกรณ์

อุทยานแห่งชาติกาแรมบาซึ่งตั้งอยู่ ณ หัวมุมทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และมีพรมแดนติดกับเซาท์ซูดาน เป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโก ที่นี่เป็นบ้านของโขลงช้างป่าและทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลที่โด่งดังระดับโลก แต่เมื่อผมถามเด็กๆและผู้สูงอายุในหมู่บ้านคไพกา ซึ่งอยู่ห่างจากพรมแดนด้านตะวันตกของอุทยานราว 50 กิโลเมตร ว่าใครเคยไปเที่ยวอุทยานบ้าง ไม่มีใครยกมือเลยสักคน แต่พอถามต่อว่า “มีกี่คนเคยถูกแอลอาร์เอลักพาตัว” ผมก็เข้าใจทันทีว่าเป็นเพราะเหตุใด

งาช้างเถื่อน
ความเข้มแข็งและอุทิศตนของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติซาคูมา ทำให้ที่นี่ไม่สูญเสียช้างให้นักล่าเลยนับตั้งแต่ปี 2012 ส่งผลให้ช้างเริ่มผสมพันธุ์อีกครั้งและมีลูกช้างเกิดใหม่กว่า 40 ตัว

คุณพ่อเออร์เนสต์ ซูกูเล บาทหลวงประจำหมู่บ้าน เล่าให้ผมฟังว่า เด็กหลายคนในสังฆมณฑลของท่านเห็นคนในครอบครัวถูก “กองกำลังต่อต้านของพระเจ้า” หรือแอลอาร์เอ (Lord’s Resistance Army: LRA) สังหาร กลุ่มกบฏยูกันดากลุ่มนี้นำโดยโจเซฟ โคนี ผู้ก่อการร้ายที่ถูกหมายหัวมากที่สุดคนหนึ่งของแอฟริกา คุณพ่อซูกูเลตั้งกลุ่มช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกกองกำลังของโคนีทำร้าย

โคนีประกาศพันธกิจโค่นรัฐบาลยูกันดาในนามของชาวอาโชลีที่อยู่ทางตอนเหนือของยูกันดา นับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 คนของโคนีเริ่มปฏิบัติการในยูกันดา เชื่อกันว่าพวกเขาสังหารผู้คนไปหลายหมื่นคน ข่มขืนกระทำชำเราผู้หญิงและเด็ก และลักพาตัวเด็กชายไปสร้างกองทัพทหารเด็กที่โตขึ้นมาเป็นนักฆ่า

ต่อมาในปี 1994 โคนีออกจากยูกันดาและพากองกำลังสังหารโหดออกเดินทาง เขาไปซูดานเป็นที่แรกซึ่งในขณะนั้นสงครามกลางเมืองระหว่างซูดานเหนือกับซูดานใต้กำลังดำเนินอยู่ โคนีเสนอตัวช่วยรัฐบาลซูดานในกรุงคาร์ทูมบ่อนทำลายทางใต้ เพื่อแลกกับอาหาร ยา และอาวุธ เมื่อปี 2008 กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯขนานนามโคนีว่า “ผู้ก่อการร้ายคนสำคัญระดับโลก” และสหภาพแอฟริกา (African Union) ประกาศให้แอลอาร์เอเป็นองค์กรก่อการร้าย

โคนีต้องเสียเจ้าภาพไปเมื่อซูดานเหนือและใต้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพเมื่อปี 2005 พอถึงเดือนมีนาคม ปี 2006 เขาหนีไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและตั้งค่ายพักที่อุทยานแห่งชาติกาแรมบา ซึ่งเวลานั้นมีประชากรช้างราว 4,000 ตัว จากกาแรมบา โคนีส่งสัญญาณว่าต้องการสงบศึกกับยูกันดา ขณะที่เขากับคนของเขาอยู่อย่างปลอดภัยภายในและรอบๆอุทยานด้วยอานิสงส์ของข้อตกลงหยุดยิง โคนีถึงกับเชิญผู้สื่อข่าวต่างชาติไปสัมภาษณ์ในค่าย ขณะเดียวกัน คนของเขาก็ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงด้วยการข้ามพรมแดนเข้าไปในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ที่นั่นพวกเขาลักพาตัวเด็กหลายร้อยคนและฉุดคร่าผู้หญิงกลับมาเป็นทาสบำเรอความใคร่

งาช้างเถื่อน
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การลักลอบค้างาช้างมีความเป็นมืออาชีพและเป็นระบบคล้ายทหารมากขึ้น เครือข่ายที่มีการจัดตั้งอย่างดีของพรานนักล่าออกฆ่าช้างในภูมิภาคที่ไร้เสถียรภาพและรุมเร้าด้วยเหตุรุนแรง งาช้างอาจมีราคาสูงขึ้นสิบเท่าเมื่อออกจากแอฟริกาไปถึงตลาดอันเฟื่องฟู เช่น จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คุณพ่อซูกูเลแนะนำให้ผมรู้จักเด็กสาวคนหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อลักพาตัวของพวกแอลอาร์เอเมื่อไม่นานมานี้ เกลี โอห์ วัย 16 ปี ทนทุกข์อยู่กับกองกำลังของโคนีถึงสองปีครึ่ง  เธอเล่าว่าเห็นช้างหลายตัวในอุทยานแห่งชาติกาแรมบาซึ่งเป็นจุดที่แอลอาร์เอจับตัวเธอไป “คนพวกนั้นบอกว่ายิ่งฆ่าช้างมากเท่าไร ก็ยิ่งได้งามากเท่านั้น”

กองกำลังของโคนีลดลงจากช่วงเฟื่องฟูที่มีนักรบ 2,700 คนเมื่อปี 1999 มาอยู่ราว 150-250 คนในทุกวันนี้ การสังหารพลเรือนก็ลดลงด้วย จาก 1,252 คนเมื่อปี 2009 เหลือ 13 คนเมื่อปี 2014 แต่การลักพาตัวกลับสูงขึ้นอีกครั้ง ในหมู่บ้านแห่งแล้วแห่งเล่า ผมพบเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากกองกำลังของโคนีหลายคนที่เล่าว่าเคยกินเนื้อช้าง และเล่าถึงวิธีการที่พวกทหารฆ่าช้างและขนงาไป

แต่ไปไหนเล่า?

ขณะเขียนเรื่องนี้ งาช้างปลอมของผมส่งข่าวล่าสุดมาจากเมืองเอดดาอัยน์ในซูดาน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงคาร์ทูมไปทางตะวันตกเฉียงใต้ 800 กิโลเมตร ผมรู้ว่ามันอยู่ในบ้านหลังไหนจากการใช้โปรแกรมกูเกิลเอิร์ท ผมเห็นหลังคาสีฟ้าอ่อนจากหน้าจอ จนถึงตอนนี้ มันเดินทางรวมแล้ว 950 กิโลเมตรจากป่าสู่ทะเลทรายภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน เมื่อสารคดีเรื่องนี้อยู่ในมือของผู้อ่าน งาช้างของผมอาจไปถึงกรุงคาร์ทูม หรืออาจไปถึงประเทศปลายทางซึ่งเป็นตลาดงาช้างเถื่อนใหญ่ที่สุดอย่างจีนแล้วก็เป็นได้

เรื่อง ไบรอัน คริสตี

ภาพถ่าย เบรนต์ สเตอร์ตัน

 

อ่านเพิ่มเติม

ภาพถ่ายสะท้อนโลกของสินค้าต้องห้ามจากสัตว์ป่า

เรื่องแนะนำ

ฉลามครีบดำว่ายน้ำระยะทางไกลเพื่อจับคู่

ฉลามครีบดำ ว่ายน้ำระยะทางไกลเพื่อจับคู่ ทุกๆ ปี ฝูงฉลามครีบดำจำนวนหลายหมื่นตัวจะอพยพครั้งใหญ่จากน่านน้ำในฟลอริดาไปยังน่านน้ำในนอร์ทแคโลไรนา เพื่อจับคู่ผสมพันธุ์ โดยมีประจักษ์พยานสำคัญคือ Stephen Kajiura นักชีววิทยาทางทะเล จากมหาวิทยาลัยฟลอริดา แอตแลนติก ผู้เฝ้าสังเกตเหตุการณ์นี้มานานกว่า 15 ปี ตัวเขาและทีมนักวิจัยติดตามการอพยพของพวกมันด้วยการเก็บข้อมูลจำนวนประชากร สถานที่ปลายทางของการอพยพ และข้อมูลอื่นๆ ด้วยถ่ายทางอากาศ Kajiura สามารถตามรอยการเดินทางของพวกมันได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งจากในวิดีโอที่คุณผู้อ่านจะได้ชมนี้ คือกลุ่มของฉลามครีบดำกลุ่มหนึ่งจำนวน 15,000 ตัว ตลอดระยะเวลาหลายปีของการวิจัย Kajiura พบว่าจำนวนของฉลามเหล่านี้ลดลงถึง 1 ใน 3 อันเนื่องมาจากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตในทะเลกว่า 99% โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับปลา พวกมันเป็นสัตว์ที่มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิของน้ำมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้สร้างความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปีจะยิ่งลดจำนวนของฉลามเหล่านี้ลง   อ่านเพิ่มเติม ฟอสซิลฟันเมกาโลดอนถูกขโมย

ค้นพบแตนเบียนพันธุ์ใหม่ในฟอสซิลดักแด้

ค้นพบแตนเบียนพันธุ์ใหม่ในฟอสซิลดักแด้ ในฟอสซิลดักแด้แมลงวันโบราณจำนวน 1,510 ชิ้น ที่ถูกค้นพบในฝรั่งเศส ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่ามีอยู่ 55 ชิ้นที่ถูกรุกรานจากปรสิตที่ไม่ได้รับเชิญ มันคือแตนเบียนโบราณ แม่แตนเบียนจะฉีดไข่เข้าไปยังดักแด้ เมื่อลูกของมันเติบโตก็จะกินเจ้าบ้านเป็นอาหาร จากฟอสซิลเหล่านี้ นักวิทยาศาสตร์พบแตนเบียนถึง 4 สายพันธุ์ที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน ทั้งนี้แตนเบียนอาจดูเป็นวายร้าย แต่นี่คือส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตมันที่ต้องอาศัยอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่น เพื่อเติบโต ทว่าแตกต่างจากปรสิตอื่นๆ ที่ทำให้เจ้าบ้านป่วยหรืออ่อนแอลง แตนเบียนฆ่าเจ้าบ้านเหล่านั้นทั้งหมด เพื่อความอยู่รอดของตน   อ่านเพิ่มเติม ครั้งแรกที่พบฟอสซิลลูกงูในก้อนอำพัน

พฤติกรรมหาดูได้ยาก เหล่า ชิมแปนซี รุมฆ่าหัวหน้าเก่า

พฤติกรรมที่หาดูได้ยาก เหล่า ชิมแปนซี รุมฆ่าหัวหน้าเก่า ทีมนักวิจัยได้พบกับเหตุการณ์อันน่าสยดสยองในปี 2013 ณ สาธารณรัฐเซเนกัล การศึกษาชิมแปนซีในแต่ละฝูงใช้เวลาศึกษานานกว่าทศวรรษ พวกเขาพบว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นชนวนไปสู่ความตาย แต่การเข่นฆ่ากันเองในฝูงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก… ทีมนักวิจัยได้เผยแพร่ผลการศึกษาลงในวารสาร International Journal of Primatology และพวกเขายังสามารถบันทึกวีดีโอพฤติกรรมความรุนแรงของฝูงชิมแปนซีที่กระทำต่อหัวหน้าเก่าของพวกมัน “มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากเลยค่ะ” จิลล์ พรีทซ์ นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยไอโอวาเสตท กล่าว และเธอยังได้รับทุนสนับสนุนจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในการศึกษาครั้งนี้ด้วย “ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่หลายวันทีเดียว ลองคิดดู ถ้าคุณต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือของเพื่อนตัวเอง” ย้อนกลับไปในปี 2007 ฟูดูโกเป็นจ่าฝูงของชิมแปนซี (Pan troglodytes verus) มีสมาชิกใต้อาณัติกว่าสามร้อยตัวพวกมันอาศัยอยู่ในเขตฟองโกลี เขตทุ่งสะวันนาทางตะวันตกเฉียงใต้ของเซเนกัล แต่ทว่า การก่อกบฏเพื่อขับไล่จ่าฝูงออกจากพื้นที่ได้เริ่มขึ้น เหตุการณ์นี้กินเวลาห้าปี จนในที่สุด จ่าฝูงถูกสังหารด้วยน้ำมือของสมาชิกอันดับต่ำกว่า แรงจูงใจในการฆาตกรรมครั้งนี้คาดว่าเกิดจากการแย่งคู่ผสมพันธุ์ “การทำร้ายศัตรูนั้น เป็นเรื่องที่เขาใจได้ แต่การฆ่าเพื่อนร่วมฝูงช่างเป็นปริศนา…มีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่มากระหว่างความร่วมมือและความขัดแย้ง” ไมเคิล วิลสัน นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา กล่าว เขากำลังศึกษาเรื่องพฤติกรรมความก้าวร้าวในชิมแปนซี “มันทำให้ผมนึกถึงภาพยนต์เรื่อง โซปราโน” (ภาพยนต์แนวฆาตกรรม) การเมืองในหมู่ไพรเมท […]

ค้นพบเพนกวินเผือกและแมวน้ำสีซีดบนพื้นที่เกาะอันห่างไกล

พบเจอ เพนกวิน ราชา และแมวน้ำขนกลายพันธุ์ที่เกาะเซาธ์จอร์เจีย ซึ่งเป็นการกลายพันธุ์ที่ส่งผลต่อร่างกายและเม็ดสีที่มีความหลากหลาย ณ พื้นที่เกาะเซาธ์จอเจียอันห่างไกล ที่ตั้งอยู่ห่างจากปลายยอดแหลมด้านทิศใต้ในชายฝั่งของทวีปอเมริกาใต้ไปราว 2,000 กิโลเมตร เป็นพื้นที่อยู่อาศัยตามฤดูกาลของเหล่าแมวน้ำ เพนกวิน และสัตว์ชนิดอื่นๆ ในการสำรวจของทีมงาน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เมื่อไม่นานมานี้ Jeff Mauritzen ช่างภาพของเราพบเจอเพนกวินกษัตริย์ (King penguin) และแมวน้ำขน (Fur seal) ที่พบเจอได้ยาก เพราะสัตว์ที่ Jeff พบเจอมีการกลายพันธุ์ของยีน ซึ่งทำให้พวกมันทั้งหมดปรากฏลักษณะของสีซีดตลอดลำตัว สัตว์แปลกประหลาด โดยปกติแล้ว การกลายพันธุ์ของสัตว์ไม่ได้เป็นเรื่องรุนแรงอะไรมากนัก อย่างในกรณี เพนกวิน ตัวนี้ที่มีขนสีน้ำตาลซึ่งผิดปกติ เป็นผลมาจากการกลายพันธุ์ของยีนด้อยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเม็ดสีในเซลล์เม็ดสีเข้ม (eumelanin) อันเป็นเม็ดสีผิวที่ผลิตขนสีดำ สีเทา และสีน้ำตาล กล่าวโดย Hein van Grouw นักปักษีวิทยาประจำพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในเมือง Tring ประเทศอังกฤษ การกลายพันธุ์ก่อให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ไม่สมบูรณ์ (Incomplete Oxidation) ของเม็ดสี และทำให้มันมีความไวต่อแสงอาทิตย์ ซึ่งจะค่อยๆ เปลี่ยนสีของขนจนกลายเป็นสีขาวด่างเกือบทั้งหมด […]