นกอินทรี เหล่านี้คุณอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน - National Geographic Thailand

นกอินทรีเหล่านี้คุณอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน

” นกอินทรี “เหล่านี้คุณอาจไม่เคยรู้จักมาก่อน

สัญลักษณ์ของประเทศสหรัฐอเมริกาอันโด่งดัง “นกอินทรีหัวขาว” ถูกเลือกจากลักษณะทางกายภาพอันแข็งแรงของมัน รูปลักษณ์อันงดงาม และอีกคุณสมบัติสำคัญนั่นก็คือความเป็นอิสระ

แต่รู้หรือไม่ว่าในการออกแบบเดิมนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่นกอินทรีหัวขาวที่เป็นตัวเลือก แต่ยังรวมถึงสายพันธุ์อื่นๆ ของนกอินทรีอย่าง นกอินทรีหัวไหล่ขาว ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยุโรปด้วย

เป็นเรื่องสำคัญที่จะย้ำเตือนว่า บนโลกของเรานี้ทั่วทุกทวีปยกเว้นในแอนตาร์กติกา มีนกอินทรีอาศัยอยู่รวมมากถึง 60 สายพันธุ์ ในความเป็นจริงแล้วมีนกอินทรีเพียงแค่สองชนิดเท่านั้นที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ ได้แก่ นกอินทรีหัวขาว และนกอินทรีทอง ซึ่งเป็นนกประจำชาติของประเทศเม็กซิโก

และแน่นอนไม่ใช่ว่านกอินทรีทุกสายพันธุ์จะได้รับการยกย่องเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติ ในจำนวนนี้มีหลายสายพันธุ์ด้วยซ้ำที่กำลังเผชิญกับความเสี่ยงสูญพันธุ์

นกอินทรี Spanish imperial จากคาบสมุทรไอบีเรีย และนกอินทรีทะเลชเตลเลอร์จากรัสเซียและบางส่วนของเอเชีย ทั้งสองอยู่ในลิสต์รายชื่อสัตว์ที่กำลังมีความเสี่ยงโดย IUCN ทุกวันนี้มีนกอินทรีทะเลชเตลเลอร์เหลือน้อยกว่า 5,000 ตัว เนื่องมาจากยาปราบศัตรูพืช, การทำประมงมากเกินไป ตลอดจนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของมนุษย์

เราทุกคนรู้ดีว่าการล่าของนกอินทรีนั้นสง่างามน่าประทับใจ นกอินทรีมงกุฏแอฟริกาสามารถล่าสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามันได้ถึงสี่เท่า ในขณะที่นกอินทรีฮาร์ปีมีกรงเล็บที่ยาวถึง 5 นิ้ว ยาวกว่าหมีกริซลี่เสียอีก

และเหล่านี้คือภาพถ่ายของสายพันธุ์นกอินทรีอันแสนมหัศจรรย์ที่คุณอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน

เรื่อง  อัสตา สมวิเชียร เคลาเซน

นกอินทรีเขตร้อน black hawk-eagle
black hawk-eagle หรือ tyrant hawk-eagle (Spizaetus tyrannus) จาก Parque Jaime Duque สวนสนุกในโคลอมเบีย สายพันธุ์อินทรีชนิดนี้เป็นนกอินทรีที่อาศัยอยู่ในเขตร้อน มักพบในภูมิภาคละตินอเมริกา ตั้งแต่ตอนกลางของเม็กซิโกไปจนถึงทางตะวันออกเฉียงเหนือจองอาร์เจนตินา
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
นกอินทรี Spanish imperial
นกอินทรี Spanish imperial (Aquila adalberti) จากสวนสัตว์กรุงมาดริด อินทรีที่มีขนสีน้ำตาลเกือบทั่วตัวนี้พบได้ที่คาบสมุทรไลบีเรีย และขณะนี้กำลังเผชิญกับความเสี่ยงสูญพันธุ์
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
นกอินทรี Bateleur
นกอินทรี Bateleur (Terathopius ecaudatus) ตัวนี้จากสวนสัตว์ St. Louis จ้องเขม็งเข้ามายังกล้องและวิญญาณของพวกเรา พบเห็นนกอินทรีสายพันธุ์นี้ได้ที่ซิมบับเว ชื่อของมันเป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่านักกายกรรมไต่เชือก มีที่มาจากการไต่ก้อนหินไปมาระหว่างการร่อน
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
นกอินทรีทะเลชเตลเลอร์
นกอินทรีทะเลชเตลเลอร์ (Haliaeetus pelagicus pelagicus) จากสวนสัตว์ในนครลอสแอนเจลิส
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
เหยี่ยวแดง นกอินทรีที่มีปีกขนาดใหญ่
เหยี่ยวแดง (Haliastur indus indus) จากสวนสัตว์ในสิงคโปร์ นกอินทรีที่มีปีกขนาดใหญ่พันธุ์นี้มีถิ่นอาศัยอยู่ตามชายฝั่งของอินเดีย, ปากีสถาน และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงออสเตรเลีย
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
นกอินทรีหางขาว
นกอินทรีหางขาว ( Haliaeetus albicilla) จากสวนสัตว์ Plzen อินทรีสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป มีลักษณะเด่นคือหัวและปากที่ดูคล้ายกับนกแร้ง
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
นกอินทรีทุ่งหญ้าสเต็ป
นกอินทรีทุ่งหญ้าสเต็ป ( Aquila nipalensis nipalensis) จากสวนสัตว์ในรัฐอัสสัม มีถิ่นอาศัยในยุโรป, เอเชีย และแอฟริกา สามารถมีอายุยืนยาวได้ถึง 40 ปี แม้อยู่ในกรงขัง
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore
นกอินทรีหัวขาว
นกอินทรีหัวขาวตัวนี้มีชื่อว่า Bensar จากศูนย์วิจัย George M. Sutton Avian นกที่มีร่างกายอันสง่างามนี้มีถิ่นอาศัยอยู่ตามลุ่มน้ำที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาหลากหลายชนิดของอลาสกาและแคนาดา
ภาพถ่ายโดย Joel Sartore

อ่านต่อ

เรื่องแนะนำ

ตัวนิ่มจะสูญพันธุ์ถ้าเรายังไม่ทำอะไร

ตัวนิ่ม จะสูญพันธุ์ถ้าเรายังไม่ทำอะไร ลิ่น หรือ ตัวนิ่ม ไม่ใช่สัตว์ป่าอันดับต้นๆ ที่ผู้คนทั่วไปจะพูดถึงในประเด็นการอนุรักษ์ แต่ทุกวันนี้ชะตากรรมของพวกมันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายไม่ต่างจากแรดและช้าง พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีเกล็ดปกคลุมรอบตัว ตัวนิ่มมีขนาดตั้งแต่แมวบ้าน ไปจนถึงสุนัขสายพันธุ์ขนาดกลาง ในตัวนิ่มหนึ่งตัวมีเกล็ดมากถึง 1,000 เกล็ด อวัยวะเหล่านี้ทำหน้าที่ปกป้องมันจากผู้ล่าอย่างสัตว์จำพวกแมวใหญ่ ซึ่งเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ตัวนิ่มจะขดตัวเป็นลูกบอลก้อนกลม แต่น่าเศร้าที่เกล็ดซึ่งวิวัฒนาการขึ้นมาตามธรรมชาติไม่อาจปกป้องมันจากผู้ล่ารายใหม่ได้ นั่นคือ “มนุษย์” ข้อมูลจากองค์กรสัตว์ป่าชี้ว่าตั้งแต่ปี 2006 – 2015 มีตัวนิ่มถูกลักลอบล่าและค้าขายอย่างผิดกฎหมายไปแล้วมากถึง 1,122,756 ตัว โดยในจำนวนนี้ตัวนิ่มทั้งแบบที่ยังมีชีวิต หรือถูกแล่เฉพาะชิ้นส่วน และเกล็ดส่งต่อไปในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีตลาดใหญ่ที่สุดคือจีน และเวียดนาม ส่งผลให้ขณะนี้ทุกสายพันธุ์ทั้ง 8 สายพันธุ์ของตัวนิ่มในแอฟริกาและเอเชียกำลังมีสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เหตุผลที่ตัวนิ่มกลายมาเป็นสินค้าสัตว์ป่ายอดนิยมมีหลากหลายตั้งแต่ การนำมันไปทำยาไปจนถึงเป็นสินค้าเครื่องประดับ แม้ว่าจะมีงานวิจัยบ่งชี้แล้วว่าตัวนิ่มไม่มีสรรพคุณทางยาในการรักษาโรคต่างๆ ก็ตาม แต่ด้วยความเชื่อที่ฝังลึกแน่นทำให้พวกมันยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนั้นผืนป่าที่ลดลงยังสร้างความกังวลต่อถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของตัวนิ่มอีกด้วย ปกติแล้วพวกมันเป็นสัตว์ที่มีอัตราการให้กำเนิดลูกช้า และมีลูกเพียงแค่หนึ่งตัวต่อปีเท่านั้น เจ้าลูกอ่อนตัวนิ่มนี้จะยังไม่มีเกล็ดแข็งปกคลุมร่างกาย และพวกมันต้องพึ่งพาแม่ไปชั่วระยะหนึ่งกว่าจะสามารถอยู่รอดได้ด้วยตนเอง มีงานวิจัยเสริมว่าการลดจำนวนลงของตัวนิ่มส่งผลกระทบต่อไร่นาและผลิตผลทางการเกษตร เนื่องจากไม่มีใครช่วยกำจัดปลวกที่เข้าทำลายพืชผล และเหล่าคือเรื่องราวบางส่วนของตัวนิ่ม ที่น้อยคนจะได้ทราบถึงชะตากรรมของพวกมัน   อ่านเพิ่มเติม กาแฟขี้ชะมด: ความลับเบื้องหลังกาแฟแพงที่สุดในโลก

สลอธถึงจะช้าแต่ไม่ได้โง่

ความเชื่องช้าไม่ได้หมายถึงสติปัญญาน้อยเสมอไป Becky Cliffe ผู้เขียนหนังสือเล่มใหม่เกี่ยวกับสลอธ จะมาเล่าให้ฟังว่าแท้จริงแล้วสัตว์ชนิดนี้เอาตัวรอดเก่งแค่ไหน

ในเปรู ชาวบ้านที่เคยล่า กบหนังห้อย จนเสี่ยงสูญพันธุ์ ได้กลับมาเป็นผู้อนุรักษ์

กบหนังห้อย จากทะเลสาบตีตีกากาที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง มักถูกลักลอบล่าเพื่อนำไปปรุงสมูทตี้กบเปรู ซึ่งเป็นเครื่องดื่มกระตุ้นพลังทางเพศประเทศดังกล่าว ภาพถ่ายโดย JOEL SARTORE, NATIONAL GEOGRAPHIC PHOTO ARK ผู้หญิงชาวเปรูขายงานหัตถกรรมที่มีแรงบันดาลใจจาก กบ หนังห้อย ซึ่งกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์ มีเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมชนิดหนึ่งในเปรู ซึ่งบางคนเรียกว่าสมูทตี้ กบ โดยเครื่องดื่มที่คนมักใช้เป็นยากระตุ้นทางเพศนี้ (แม้จะมีการกล่าวอ้างว่ามันรักษาโรคได้สารพัดอย่าง) ปรุงด้วยกบที่ถูกถลกหนัง กับส่วนผสมอื่นๆ เช่นน้ำผึ้งและรากของต้นมาคา (Maca) แน่นอนว่ากบซึ่งถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มชนิดนี้คือกบหนังห้อย หรือกบน้ำทะเลสาบตีตีกากา (Lake Titicaca Water Frog) แต่สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่เคยพบได้บ่อยประเภทนี้กลับมีจำนวนน้อยลงอย่างมาก Rosa Elena Zegarra Adrianzén นักชีววิทยาประจำสำนักงานอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่าแห่งชาติเปรู (Peru’s Forest and Wildlife National Service) กล่าวว่า พวกมันอาจมีจำนวนเพียง 50,000 ตัว (แม้เธอจะกล่าวเสริมว่า การคาดเดาจำนวนที่แน่นอนเป็นสิ่งที่ยาก เนื่องจากพวกมันอาศัยอยู่ในก้นลึกของทะเลสาบ) และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (International Union for Conservation of […]