สำรวจโลก : แด่ปักษาผู้สูญสิ้น - National Geographic Thailand

สำรวจโลก : แด่ปักษาผู้สูญสิ้น

แด่ปักษาผู้สูญสิ้น

นกคาราคาราเกาะกวาดาลูเปกลายเป็นของลํ้าค่า ทันทีเมื่อมันใกล้สูญพันธุ์ ย้อนหลังไปเมื่อ ปี 1876 นกนักล่าในวงศ์เหยี่ยวชนิดนี้เคยมีอยู่มากมายบนเกาะกวาดาลูเปของเม็กซิโก แต่ถูกกำจัดอย่างเป็นระบบทั้งด้วยการยิงและวาง ยาเบื่อ พอถึงปลายศตวรรษที่สิบเก้า นกถิ่น เดียวชนิดนี้ก็หายากมาก และกลายเป็นที่หมายตาของนักสะสม ผู้คนเริ่มดักจับเพื่อนำไปขายให้ผู้เสนอราคาสูง ๆ แต่แล้วพวกมันก็ สูญพันธุ์ไปในที่สุด

เมื่อหลายปีก่อน ลอเรล รอท โฮป ศิลปินที่เรียนรู้ด้วยตนเอง และเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า เริ่มเฝ้าสังเกตนกพิราบในเมือง “ฉันเริ่มคิดถึงวิธีการที่คนเราให้ค่ากับสิ่งต่าง ๆ ที่หายาก และไม่แยแสอะไรที่มีอยู่ดาษดื่น และนั่นก็ส่งผลต่อทัศนคติของเรา ที่มีต่อสัตว์ป่า” เธอกล่าวและเสริมว่า “ฉันจึง อยากนำทั้งสองสิ่งนี้มาอยู่ด้วยกัน”

โฮปเริ่มถักโครเชต์เพื่อสร้างงานศิลปะที่เธอเรียกว่า “Biodiversity Reclamation Suits for Urban Pigeons” อธิบายง่าย ๆ คือการสร้างเรือนขนหรือ “เสื้อคลุม” ของนกหายากหรือที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เพื่อนำไปประดับหรือตกแต่งบนประติมากรรมนกพิราบซึ่งเป็นนกที่พบเห็นได้ทั่วไป งานชิ้นแรกของเธอประกอบด้วย “นกพิราบในฐานะตัวแทนชนิดพันธุ์ที่ประสบความสำเร็จด้านการปรับตัว กับนกโดโด ในฐานะตัวแทนของชนิดพันธุ์ที่สูญสิ้นไปแล้ว”

งานของโฮปเริ่มจากการขึ้นรูปและหล่อตัวนกพิราบจากเรซิน จากนั้นจึงเลือกลายปักและสีสันเพื่อสร้าง “แบบสเก็ตช์โครเชต์สามมิติ” ของเรือนขนนกที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เธอจะลองสวม “เสื้อคลุม” ลงบนตัวแบบ ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่ช่างตัดเสื้อทำ

โฮปอธิบายนัยหรือความหมายของงานชิ้นนี้ว่า “เสื้อคลุมทำหน้าที่ปกปิดสิ่งที่เราไม่อยากเห็น นั่นคือความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและการสูญพันธุ์ ด้วยบางสิ่งที่งดงามน่ามองกว่า”

เรื่อง อีฟ โคแนนต์

ภาพถ่าย แอนดี ดีแอซ โฮป รูปประกอบโดย ปีเตอร์ เชาเทน จากหนังสือ A GAP IN NATURE: DISCOVERING THE WORLD’S EXTINCT ANIMALS โดยทิม แฟลนเนอรี

 

อ่านเพิ่มเติม : นกอินทรีเหล่านี้คุณอาจไม่เคยรู้จักมาก่อนเหตุใดนกเหล่านี้จึงตกแต่งรังของมันด้วยขยะ

เรื่องแนะนำ

พาไปชมตลาดค้าอวัยวะของเสือจากัวร์

แม้ว่าการล่าเสือจากัวร์ เพื่อนำอวัยวะของมันมาขายจะเป็นเรื่องผิดกฎหมายในโบลิเวียมานานหลายปีแล้วก็ตาม แต่หากคุณผู้อ่านเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศนี้ คุณสามารถหาสินค้าเหล่านี้ได้ไม่ยากนัก เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายของที่นี่ไม่ได้เข้มงวดมากนัก และผู้คนเองก็ไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ พวกเขามองว่าการขายของป่าคือทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เลี้ยงชีพ Steve Winter ช่างภาพจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกอาสาพาคุณผู้อ่านไปเดินชมตลาดขายสินค้าท่องเที่ยวกัน ซึ่งภายในตลาดมีตั้งแต่หัวกระโหลกของเสือจากัวร์ ไปจนถึงอุ้งเท้า ผืนหนัง และฟันของมัน สินค้าผิดกฎหมายนี้ทำรายได้ดีแค่ไหน? แค่ฟันซี่หนึ่งสามารถขายให้แก่นักท่องเที่ยวในราคาต่ำสุดคือ 100 ดอลล่าร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ใช่ลูกค้าสำคัญสำหรับพวกเขา เพราะกลุ่มตลาดใหญ่จริงๆ คือประเทศจีนที่สินค้าพวกนี้จะถูกส่งไป ในฐานะของคนๆ หนึ่งเราสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อปกป้องเสือจากัวร์เหล่านี้? สำคัญก็คือก่อนที่จะซื้อหาสินค้าใดๆ ก็ตาม คุณต้องถามก่อนเสมอว่ามันทำมาจากอะไร มาจากที่ไหน แต่อย่าลืมว่าทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการไม่ซื้อ ไม่สนับสนุนพ่อค้าเหล่านี้ เมื่อปริมาณความต้องการลดลง ในที่สุดปริมาณการผลิตสินค้าจะลดลงตามเอง   อ่านเพิ่มเติม : อาณาจักรที่หดหาย ของเสือจากัวร์, แกะรอยทางพราน ลักลอบล่าเสือจากัวร์

จูจุ๊บสุนัขและแมวของคุณอาจนำไปสู่ความตายได้

เรื่อง อีริคก้า เอนเกลฮวพท์ เมื่อจูเลีย แมคเคนนา เดินทางมาถึงโรงพยาบาลของเมืองมิลดูร่า ประเทศออสเตรเลีย ในปี 2007 เธอแทบจะพูดไม่ได้แล้ว แขนขาของเธอเย็นเชียบและเต็มไปด้วยจุดดำ ในขณะที่หน้าของเธอคล้ำม่วง แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นว่าจูเลียกำลังอยู่ในอาการช็อค อันเป็นผลจากการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด แม้ว่าจะได้รับยาแล้วแต่สีม่วงบนใบหน้าของเธอยังคงเกิดขึ้น ที่เลวร้ายไปกว่านั้นอวัยวะภายในของเธอเริ่มส่อแว่วจะล้มเหลว ส่วนแขนขาของเธอเริ่มกลายเป็นสีดำ เธอพักรักษาตัวอยู่นานกว่า 2 อาทิตย์ ก่อนที่แพทย์จะสามารถระบุได้ว่าเธอติดเชื้อจากแบคทีเรียใด มันคือ  Capnocytophaga canimorsus แบคทีเรียที่พบได้ในน้ำลายของสุนัขและแมวที่มีสุขภาพดีทั่วไป สิ่งที่จูเลียจำได้คือ เธอถูกน้ำร้อนลวกที่เท้าซ้ายไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มล้มป่วย มันเป็นแผลไหม้ที่รุนแรง แต่เธอไม่ได้คิดอะไรมาก แม้แต่กระทั่งตอนที่ลูกสุนัขพันธุ์ฟอกซ์เทอร์เรียของเธอเลียที่แผลนั้น เช่นเดียวกับจูเลีย ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ามีอะไรว่ายอยู่ในน้ำลายของสัตว์เลี้ยงเรา และไม่ทราบว่าเจ้าสิ่งนั้นอันตรายแค่ไหน ปกติแล้วผิวหนังและระบบภูมิคุ้มกันของเราสามารถต่อสู้กับแบคทีเรียจากสัตว์เลี้ยงได้ แต่อย่าลืมว่าระบบเหล่านี้ก็ถูกทำลายได้เช่นกัน ประมาณ 10 – 15% ของการกัดโดยสุนัขอาจนำไปสู่การติดเชื้อได้ ในขณะที่แมวอัตราดังกล่าวสูงถึงครึ่งหนึ่ง และบางครั้งผลของการติดเชื้ออาจนำไปสู่ความตาย ในผลการศึกษาหนึ่งพบว่า 26% ของผู้ที่ติดเชื้อจากแบคทีเรีย Capnocytophaga canimorsus จะเสียชีวิต ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาแบคทีเรียทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในปากสุนัขและแมว เพื่อเปรียบเทียบกับแบคทีเรียในปากเราและผลการศึกษานี้เผยให้เห็นว่าการเลียหรือจูจุ๊บน้องหมาแมวของคุณอาจนำไปสู่อันตรายได้ ในปากของลูกสุนัข เจ้าแบคทีเรีย C. canimorsus นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.