แมวมีอุ้งเท้าที่ถนัดไม่ต่างจากเรา - National Geographic Thailand

แมวมีอุ้งเท้าที่ถนัดไม่ต่างจากเรา

เช่นเดียวกับมนุษย์ แมวเหมียวมีอุ้งเท้าข้างที่ถนัดซึ่งขึ้นอยู่กับเพศของมัน
ภาพถ่ายจากมหาวิทยาลัย Queen’s Belfast

แมวมีอุ้งเท้าที่ถนัดไม่ต่างจากเรา

อุ้งเท้าของเจ้าเหมียวที่ใช้ตะปบเราด้วยความรักบ้างก็ความรำคาญนั้นช่างน่ารักน่าชัง แต่ทราบหรือไม่ว่าเจ้าแมวของคุณนั้นชอบใช้อุ้งเท้าข้างไหนมากกว่าระหว่างการไล่จับนกในวิดีโอจากยูทูป หรือเขี่ยกระป๋องอาหาร แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าแมวบ้านหลายตัวมีอุ้งเท้าข้างที่มันถนัด บางตัวเลือกที่จะใช้อุ้งเท้าซ้าย เมื่อต้องก้าวลงบันได ในขณะที่อีกตัวเลือกที่จะใช้อุ้งเท้าขวาก่อน และไม่ใช่แค่ในการก้าวเดินแต่ยังรวมถึงการตะปบและคว้าอาหารด้วย ซึ่งเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังความถนัดอันแตกต่างนี้ก็คือ เพศ แมวเพศผู้มักถนัดซ้าย ในขณะที่แมวตัวเมียมักถนัดขวา

ดูเหมือนว่าผลการศึกษานี้จะคล้ายคลึงกันกับในมนุษย์ บนโลกใบนี้ผู้ชายเองก็มักมีจำนวนคนที่ถนัดซ้ายมากกว่าผู้หญิง (แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะถนัดขวาก็ตาม) “เราคิดว่าความแตกต่างนี้ขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเพศ” Deborah Wells นักจิตวิทยาผู้นำการวิจัยจากมหาวิทยาลัย Queen’s Belfast กล่าว โดยที่เธอระบุว่าขณะนี้ทีมนักวิจัยเองก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

นอกจากนั้นผลการวิจัยยังฉายภาพให้เห็นอีกด้วยว่าบรรดาแมวบ้านทั้งหลายจัดการกับความเครียดอย่างไร โดยก่อนหน้านี้เองมีงานวิจัยในมนุษย์พบความเชื่อมโยงระหว่างการถนัดซ้ายกับแนวโน้มที่จะพัฒนาจากความเครียดไปสู่โรคจิตเภท

 

เลือกข้าง

เป็นเวลาหลายร้อยปีแล้วที่นักวิทยาศาสตร์พบว่ามนุษย์ถนัดขวามากกว่าถนัดซ้าย ด้วยสัดส่วน 9 ใน 10 ของผู้คนทั่วโลกล้วนใช้มือขวาสำหรับกิจกรรมในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นการเขียน หรือแปรงฟันเป็นต้น

สำหรับการค้นคว้าในสัตว์มีจุดเริ่มต้นในปี 1970 ทีมนักวิจัยเริ่มต้นบันทึกเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับอุ้งเท้าข้างที่ถนัดในสัตว์หลายชนิดไม่ว่าจะเป็น วาฬ, จิงโจ้. ไพรเมต หรือแม้แต่ในหนอน Caenorhabditis elegans บรรดานักวิทยาศาสตร์ศึกษาความถนัดเหล่านี้เพื่อทำความเข้าใจว่าอุ้งเท้าข้างที่ถนัดนั้นวิวัฒน์ขึ้นมาได้อย่างไร ตลอดจนสมองของพวกมันขับเคลื่อนคำสั่งอย่างไร

ในการวิจัยหาอุ้งเท้าข้างที่ถนัดของแมวเหมียว Wells สังเกตแมวบ้านจำนวน 44 ตัว ที่อยู่ในภูมิภาคบ้านเกิดของเธอ คือ ไอร์แลนด์เหนือ โดยในจำนวนนี้ 20 ตัวเป็นแมวตัวเมีย

ตลอดระยะเวลา 3 เดือนของการเฝ้าสังเกต Wells และทีมงานของเธอจำแนกพฤติกรรมออกเป็น 3 ประเภท หนึ่งอุ้งเท้าข้างที่แมวใช้ก้าวลงในกระบะทราย สองอุ้งเท้าข้างที่แมวใช้ก้าวขึ้นลงบันได และสามด้านที่มันเอนตัวลงนอน นอกจากนั้นพวกเขายังบันทึกว่าแมวแต่ละตัวใช้อุ้งเท้าข้างไหนในการแหย่เข้าไปคว้าอาหารจากอุปกรณ์พลาสติกที่พวกเขาทำขึ้น โดยสิ่งสำคัญก็คือทั้งหมดนี้ต้องเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติของแมว

ผลการทดสอบพวกเขาพบว่า สามในสี่ของแมวมีอุ้งเท้าข้างที่ถนัด และแมวตัวเมียมักใช้อุ้งเท้าข้างขวา และมีแมวสายพันธุ์เมนคูนตัวหนึ่งที่มักจะใช้อุ้งเท้าข้างซ้ายตลอด “มันเป็นแมวถนัดซ้ายที่แท้จริงค่ะ” Wells กล่าวปนหัวเราะ

(จุมพิตสัตว์เลี้ยงของคุณด้วยความรักใคร่อาจนำไปสู่ความตายได้เลย)

 

แล้วแมวคุณล่ะ?

การหาว่าแมวของคุณถนัดซ้ายหรือขวานั้นไม่ใช่เรื่องยาก ก็แค่สังเกตเท่านั้น ลองมองดูว่าตอนที่แมวของคุณก้าวลงบันได หรือก้าวเข้าไปในกระบะทรายพวกมันใช้อุ้งเท้าข้างไหน จดบันทึกลงสมุดไว้ เมื่อเวลาผ่านไปหลายวันหรือร่วมเดือนคุณก็จะได้คำตอบแล้ว

ตัวฉัน (ผู้เขียน) ลองจดบันทึกพฤติกรรมของเจ้าเหมียวที่บ้านดู (แมวเพศเมียวัย 15 ปี สายพันธุ์ผสม tortoiseshell-tabby) และพบว่ามันเป็นแมวถนัดขวา แต่มันดูจะมีความสุขมากกว่าถ้าได้ใช้อุ้งเท้าข้างซ้ายเขี่ยจับของเล่น ด้าน Wells ระบุว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าของเข้าใจพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงของตนและดูแลพวกมันให้ดียิ่งขึ้น

เรื่อง Carrie Arnold

 

อ่านเพิ่มเติม

สุนัขหรือแมว ใครกันแน่ที่ฉลาดกว่า?

 

เรื่องแนะนำ

ชีวิตต้องสู้! ลูกสัตว์เหล่านี้เติบโตโดยปราศจากความช่วยเหลือจากพ่อแม่

โดย ลิซ แลงเลย์ “มีแม่นกไล่ลูกตนเองออกจากรังหรือไม่?” คำถามแปลกๆ เกี่ยวกับสัตว์ประจำสัปดาห์นี้ โดย ฮันน่า ผู้อ่านจากทางบ้าน เดเนียล โรบี้ ผู้ศึกษานกวิทยาจากมหาวิทยาลัยรัฐโอเรกอนตอบคำถามนี้โดยระบุว่าตัวเขาไม่เคยเห็นพฤติกรรม หรือบันทึกใดๆ ว่านกทำแบบนั้น “บรรดานักพ่อแม่จะเรียกลูกๆ ของมันมาเกลี้ยกล่อมให้พวกมันออกไปจากรังเสีย เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม” คำถามดังกล่าวสร้างความสงสัยคาใจ “อะไรผลักดันให้ลูกสัตว์ออกไปเผชิญโลกภายนอก ก่อนที่พวกมันจะพร้อมเสียอีก?”   นกเมกาพอด (Megapodes) นกส่วนใหญ่ได้รับการดูแลจากพ่อแม่เมื่อมันยังมีอายุน้อย แต่สำหรับนกในกลุ่มเมกาพอด สัตว์ประเภทไก่ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ทางตะวันออกของออสเตรเลีย, นิวกินี, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์เหล่านี้ เป็นข้อยกเว้น “นกพวกนี้ไม่แม้แต่ฟักไข่ของพวกมัน” โรบี้กล่าว ตรงกันข้ามพวกมันสร้างเนินดินจากเศษไม้ และนำไข่เข้าไปวางไว้ในนั้น ซึ่งข้อมูลจากคู่มือชีววิทยานกนั้นกล่าวไว้ว่า เนินของพวกมันมีขนาดใหญ่เท่าๆ กับรถยนต์เลยทีเดียว พ่อแม่นกจะควบคุมอุณหภูมิด้วยการเปลี่ยนพืชที่ปกคลุมเนิน และเมื่อไข่ฟักเป็นตัวพวกมันจะขุดออกมาจากเนินและวิ่งตรงเข้าไปในพงหญ้า โดยไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อแม่ของพวกมัน จากนั้นใน 24 ชั่วโมง ลูกนกก็จะบินได้   กิ้งก่าเวสเทิร์นเฟนซ์ ในทางตรงกันข้ามกิ้งก่าส่วนใหญ่ “วางไข่ กลบซ่อนไข่ของมันและจากไป” Nassima Bouzid นักศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าว เนื่องจากว่าพวกมันมี Cloaca ช่องเปิดที่เป็นท่อรวมกันของระบบสืบพันธุ์และระบบขับถ่ายของเสีย […]

จากหมาป่าสู่หมาบ้าน: กว่าจะมาเป็นเพื่อนรักแสนรู้ของมนุษย์

ในระดับดีเอ็นเอสุนัขป่ากับสุนัขบ้านไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ว่าแต่มนุษย์เริ่มนำสุนัขป่ามาเลี้ยงตั้งแต่เมื่อใดกัน?

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้

หลักฐานใหม่ชี้ ยุงจดจำกลิ่นได้ ครั้งหน้าที่คุณสังเกตเห็นยุงบินมาเกาะที่แขน แม้คุณจะตบพลาด แต่บนความโชคร้ายก็ยังคงมีความโชคดี เพราะเจ้ายุงตัวนั้นคงไม่กลับมาดูดเลือดคุณอีกแล้ว ก็เรื่องอะไรจะยอมเสี่ยงที่จะโดนตบอีกล่ะว่าไหม เพราะแมลงเหล่านี้สามารถเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงกลิ่นกายของคุณเข้ากับสถานการณ์อันตราย เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับคุณอีกในอนาคต ผลการศึกษาใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Current Biology นับเป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าสัตว์ตัวจิ๋วอย่างยุงนั้นสามารถเรียนรู้และจดจำได้ “พวกมันเป็นเหมือนยุงของปัฟลอฟ” Jeff Riffel ผู้ศึกษาเกี่ยวกับระบบประสาทและพฤติกรรมจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันกล่าว สำหรับ อีวาน ปัฟลอฟ คือนักจิตวิทยาชาวรัสเซียผู้โด่งดังจากการทดลองการขับน้ำลาย พฤติกรรมของสุนัข ภายใต้สถานการณ์รูปแบบเดียวกัน Riffel ทำการทดลองดูว่าแมลงจะสามารถเรียนรู้กลิ่นได้หรือไม่ (แมลงหลายชนิดฉลาดกว่าที่เราคิด พวกมันรู้จักนำร่างของเพื่อนที่ตายแล้วออกไปนอกรังเพื่อป้องกันโรคระบาด) ในการทดลองเขาให้ยุงไข้เหลือง (Aedes aegypti) รับกลิ่นต่างๆ รวมถึงกลิ่นกายของมนุษย์ พร้อมแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยเป็นเวลา 20 นาที ซึ่งค้ลายกับการขยับของแขนเพื่อที่จะตบ Riffel พบว่า ต่อมายุงที่เข้ารับการทดลองหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้กลิ่นเหล่านั้นเป็นเวลาถึง 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นวิธีไล่ยุงที่ได้ผลพอๆ กับการใช้สเปรย์ที่มีสาร DEET ซึ่งพบในสเปรย์กันยุงหลายชนิด ที่เป็นเช่นนี้มาจากสารโดพามีนในสมอง ทีมของ Riffel ทำการทดลองอีกครั้งแต่คราวนี้ยุงที่นำมาใช้มีข้อบกพร่องที่ทำให้สมองไม่สามารถหลั่งโดพามีนได้ ผลเป็นไปตามคาด ยุงกลุ่มดังกล่าวไม่เกิดการเรียนรู้ว่ากลิ่นเหล่านี้เป็นอันตราย และพวกมันบินกลับมาอีกครั้งในเวลาต่อมา “ความสามารถในการเรียนรู้นี้ช่วยให้มันใช้ชีวิตยืดหยุ่นได้อย่างเหลือเชื่อ” Riffell กล่าว […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.