ตัวนิ่ม สัตว์ที่โดนล่ามากที่สุดในโลก - National Geographic Thailand

ตัวนิ่ม สัตว์ที่โดนล่ามากที่สุดในโลก

ตัวนิ่ม สัตว์ที่โดนล่ามากที่สุดในโลก

ตัวนิ่มหรือตัวลิ่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเท่าแมวที่มีถิ่นอาศัยในทวีปแอฟริกาแลัเอเชียนี้ ถือได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กำลังเผชิญกับการถูกล่าอย่างผิดกฏหมายมากที่สุดในโลก ด้วยความที่พวกมันไม่สามารถปกป้องตัวเองได้แม้เนื้อตัวจะเต็มไปด้วยเกล็ดก็ตาม เนื้อตัวนิ่มและเกล็ดของพวกมันเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดจีน ด้วยความเชื่อว่าอาหารหรือยาที่ผลิตจากตัวนิ่มนั้นมีสรรพคุณที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีตัวนิ่มจำนวนหลายล้านตัวถูกล่าอย่างผิดกฎหมาย เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ที่ฮ่องกงมีรายงานการจับกุมเข้ายึดซากของตัวนิ่มมากถึง 4.4 ตัน ถูกบรรจุไว้ในห่อพลาสติก ธุรกิจการลักลอบค้าตัวนิ่มแบบผิดกฎหมายนี้ทำรายได้มากถึงหลายล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ทุกวันนี้ตัวนิ่มกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของการล่า และพวกมันต้องการการปกป้องคุ้มครองไม่ต่างจากช้างและแรด

ชมภาพยนตร์สั้นจาก Coral and Oak สตู่ดิโอ ที่ติตดามการเดินทางของตัวนิ่มตั้งแต่เมื่อมันถูกจับไปจนถึงบนโต๊ะอาหารในย่านไชน่าทาวน์

 

อ่านเพิ่มเติม

ภาพถ่ายสะท้อนโลกของสินค้าต้องห้ามจากสัตว์ป่า

เรื่องแนะนำ

กิ้งก่าโบราณเองก็สลัดหางเพื่อหนีจากผู้ล่า

ฟอสซิลของกิ้งก่าโบราณแสดงให้เห็นว่าพวกมันสามารถสลัดหางเพื่ออเอาชีวิตรอดจากการตกเป็นเหยื่อได้ ทักษะนี้ยังคงสืบทอดมาถึงกิ้งก่าในปัจจุบัน

พบกับแมลงที่ตั้งท้องแต่กำเนิด

โดย ลิซ แลงเลย์ ในฐานะที่เราเป็นไพรเมตความสมบูรณ์ทางเพศของเราเติบโตเป็นไปอย่างช้าๆ แม้กระทั่งว่าบางคนถึงจะอายุ 50 ปีแล้ว ก็ยังคงหัวเราะคิกคักเมื่อได้ยินคำที่พูดถึงอวัยวะเพศ… ความสมบูรณ์พร้อมทางเพศคือช่วงอายุที่สิ่งมีชีวิตนั้นๆ เติบโตพอที่จะผสมพันธุ์ได้ และแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ในโลกของสรรพสัตว์แล้ว มีเรื่องราวของสัตว์มากมายที่คุณต้องเซอร์ไพร์   เพลี้ยอ่อน (Aphid) เพลี้ยอ่อน แมลงปากดูดขนาดเล็กที่พบได้ทั่วโลก เกิดมาพร้อมกับการตั้งท้อง ข้อมูลจาก Ed Spevak ผู้ดูแลสาขาสัตว์ไม่มีกระดูก ประจำสวนสัตว์ St. Louis “พวกมันสร้างแบบจำลองจิ๋วภายในตัว” Spevak กล่าว “เหมือนกับเจ้าตัว Tribbles ในซีรี่ย์ Star Trek ชุดเก่า” ดังนั้นแล้วนั่นแปลว่าเพลี้ยอ่อนเพศเมีย เมื่อเกิดมาก็จะมีไข่เติบโตอยู่ภายในตัวแล้ว นอกจากนั้นเพลี้ยอ่อนจะเลือกใช้การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เมื่อสภาพอากาศไม่สามารถคาดเดาได้ ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าลูกหลานของมันที่เกิดมามีความหลากหลาย และความแข็งแรงที่ยึดหยุ่นมากขึ้น   อะโซโลตล์ (Axolotl) อะโซโลตล์ ซาลาแมนเดอร์หน้าตาน่ารักจากเม็กซิโก มีภาวะปีเตอร์ แพน ซินโดรม (ภาวะไม่อยากเป็นผู้ใหญ่) อะโซโลต์จะมีชีวิตอยู่ในระยะตัวอ่อนเกือบทั้งชีวิตของมัน การสืบพันธุ์ทั้งๆ ที่ยังเป็นตัวอ่อนอยู่หรือยังไม่เติบโตเต็มวัยนี้เรียกการสืบพันธุ์ประเภทนี้ว่า พีโดเจเนซีส (Paedogenesis) โดย […]

ประวัติย่อการล่าสัตว์ของมนุษย์

ย้อนรอยเส้นทางการล่าสัตว์ของมนุษย์: จากการล่าเพื่อยังชีพในธรรมชาติ เพื่อถ่ายรูป เลี้ยงไว้ล่าเล่น และการค้าขายสัตว์ป่า “เราเป็นผู้บริโภคธรรมชาติมากกว่าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ” – ไมเคิล แพเทอร์นิที กระดูกสันหลังของช้างแมมมอทขนยาวซึ่งพบตรงบริเวณที่แม่นํ้าออบและแม่นํ้าอีร์ติชไหลมาบรรจบกันดูเหมือนว่าถูกแทงด้วยอาวุธที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยมีร่องรอยของสะเก็ดหินอยู่ภายในกระดูกชิ้นหนึ่ง เป็นหลักฐานการล่าสัตว์แรกสุดที่แสดงว่าช้างถูกฆ่าด้วยนํ้ามือมนุษย์ ซึ่งสืบย้อนกลับไปถึงไซบีเรียเมื่อเกือบ 14,000 ปีก่อน ทว่าการล่าสัตว์เป็นมากกว่าเครื่องตอบแทนเพื่อการยังชีพ เพราะเมื่อถึงยุคหนึ่งการล่าสัตว์กลายเป็นเครื่องแสดงสถานะในสังคมความเป็นชายและพลังอำนาจ  ภาพสลักของชาวอัสซีเรียเมื่อ 650 ปีก่อนคริสตกาล แสดงภาพสิงโตกำลังถูกปล่อยจากกรงเพื่อให้กษัตริย์ที่ทรงรถม้าฆ่า  ขณะที่ชาวมาไซฆ่าสิงโตในพิธีเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้ใหญ่มาช้านานแล้ว เป็นต้น เมื่อมีอาวุธดีขึ้น การล่าสัตว์ยังวิวัฒน์เป็นกีฬาที่มีการแบ่งชนชั้นและบางครั้งเป็นตัวอย่างอันร้ายกาจของ ความสูญเปล่า ในบันทึกจากปี 1760 ของชไนเดอร์เคาน์ตี รัฐเพนซิลเวเนีย พรานสองคนยิงสัตว์ป่ามากกว่าหนึ่งพันตัว เมื่อล่วงเข้าสู่ปลายศตวรรษที่สิบแปด พรานนิรนามชาวอังกฤษเขียนหนังสือชื่อ คู่มือนักกีฬา หรือ ความเรียงเรื่องการยิงสัตว์ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการล่าสัตว์อย่างยุติธรรมและบรรยายถึง “กฎเกณฑ์สำหรับสุภาพบุรุษ” รวมถึงการจำกัดจำนวนสัตว์ที่ถูกฆ่า ในปี 1887 เทโอดอร์ (เท็ดดี) โรสเวลต์ ก่อตั้งชมรมบูนและคร็อกเกตต์ อันเป็นการรวมตัวของกลุ่มพรานผู้ทรงอิทธิพลชาวอเมริกัน และต่อมามีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งระบบอุทยานแห่งชาติของสหรัฐฯ ต่อมาในปี 1934 ที่โรงแรมนอร์ฟอล์กในกรุงไนโรบี ประเทศเคนยา พรานชาวผิวขาวก่อตั้งสมาคมพรานอาชีพ แอฟริกาตะวันออกขึ้น สมาคมนี้ประกาศหลักเกณฑ์ เกียรติยศ และผลักดันให้ออกเป็นกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ […]

ตัวนิ่มจะสูญพันธุ์ถ้าเรายังไม่ทำอะไร

ตัวนิ่ม จะสูญพันธุ์ถ้าเรายังไม่ทำอะไร ลิ่น หรือ ตัวนิ่ม ไม่ใช่สัตว์ป่าอันดับต้นๆ ที่ผู้คนทั่วไปจะพูดถึงในประเด็นการอนุรักษ์ แต่ทุกวันนี้ชะตากรรมของพวกมันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายไม่ต่างจากแรดและช้าง พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีเกล็ดปกคลุมรอบตัว ตัวนิ่มมีขนาดตั้งแต่แมวบ้าน ไปจนถึงสุนัขสายพันธุ์ขนาดกลาง ในตัวนิ่มหนึ่งตัวมีเกล็ดมากถึง 1,000 เกล็ด อวัยวะเหล่านี้ทำหน้าที่ปกป้องมันจากผู้ล่าอย่างสัตว์จำพวกแมวใหญ่ ซึ่งเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ตัวนิ่มจะขดตัวเป็นลูกบอลก้อนกลม แต่น่าเศร้าที่เกล็ดซึ่งวิวัฒนาการขึ้นมาตามธรรมชาติไม่อาจปกป้องมันจากผู้ล่ารายใหม่ได้ นั่นคือ “มนุษย์” ข้อมูลจากองค์กรสัตว์ป่าชี้ว่าตั้งแต่ปี 2006 – 2015 มีตัวนิ่มถูกลักลอบล่าและค้าขายอย่างผิดกฎหมายไปแล้วมากถึง 1,122,756 ตัว โดยในจำนวนนี้ตัวนิ่มทั้งแบบที่ยังมีชีวิต หรือถูกแล่เฉพาะชิ้นส่วน และเกล็ดส่งต่อไปในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีตลาดใหญ่ที่สุดคือจีน และเวียดนาม ส่งผลให้ขณะนี้ทุกสายพันธุ์ทั้ง 8 สายพันธุ์ของตัวนิ่มในแอฟริกาและเอเชียกำลังมีสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เหตุผลที่ตัวนิ่มกลายมาเป็นสินค้าสัตว์ป่ายอดนิยมมีหลากหลายตั้งแต่ การนำมันไปทำยาไปจนถึงเป็นสินค้าเครื่องประดับ แม้ว่าจะมีงานวิจัยบ่งชี้แล้วว่าตัวนิ่มไม่มีสรรพคุณทางยาในการรักษาโรคต่างๆ ก็ตาม แต่ด้วยความเชื่อที่ฝังลึกแน่นทำให้พวกมันยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนั้นผืนป่าที่ลดลงยังสร้างความกังวลต่อถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของตัวนิ่มอีกด้วย ปกติแล้วพวกมันเป็นสัตว์ที่มีอัตราการให้กำเนิดลูกช้า และมีลูกเพียงแค่หนึ่งตัวต่อปีเท่านั้น เจ้าลูกอ่อนตัวนิ่มนี้จะยังไม่มีเกล็ดแข็งปกคลุมร่างกาย และพวกมันต้องพึ่งพาแม่ไปชั่วระยะหนึ่งกว่าจะสามารถอยู่รอดได้ด้วยตนเอง มีงานวิจัยเสริมว่าการลดจำนวนลงของตัวนิ่มส่งผลกระทบต่อไร่นาและผลิตผลทางการเกษตร เนื่องจากไม่มีใครช่วยกำจัดปลวกที่เข้าทำลายพืชผล และเหล่าคือเรื่องราวบางส่วนของตัวนิ่ม ที่น้อยคนจะได้ทราบถึงชะตากรรมของพวกมัน   อ่านเพิ่มเติม กาแฟขี้ชะมด: ความลับเบื้องหลังกาแฟแพงที่สุดในโลก