บรรพบรุษโบราณของแมงมุมมีหาง - Page 2 of 2 - National Geographic Thailand

บรรพบรุษโบราณของแมงมุมมีหาง

Paul Selden นักวิจัยจาก KU ระบุสัตว์จำพวกขาปล้องโบราณตัวนี้ใช้หางเช่นเดียวกับหนวดในการรับสัมผัสจากสิ่งแวดล้อม
ภาพกราฟฟิกโดย มหาวิทยาลัยแคนซัส

การค้นพบหาง

นักวิจัยรู้มานานมากกว่าสิบปีแล้วว่าแมงมุมสมัยใหม่วิวัฒนาการมาจากสัตว์จำพวกขาปล้อง จากตัวอย่างอื่นๆ ที่ค้นพบได้ซึ่งมีอายุราว 290 – 380 ล้านปีก่อน ฟอสซิลใหม่ที่ถูกค้นพบนี้ค่อนข้างสมัยใหม่ เมื่อเทียบกับสัตว์จำพวกขาปล้องอื่นๆ ที่เคยพบมา นอกจากนั้นยังถือเป็นฟอสซิลของแมงมุมมีหางแรกที่เคยค้นพบ

หางที่เต็มไปด้วยขนเส้นเล็กๆ ของมันน่าจะมีไว้สำหรับการสัมผัสสิ่งแวดล้อมรอบตัว Bo Wang ผู้ร่วมวิจัยกล่าวว่าวิวัฒนาการหางในที่สุดแล้วอาจไร้ประโยชน์ในภายหลังเมื่อสัตว์นักล่าตัวนี้เปลี่ยนพฤติกรรมจากการเดินหาอาหารเป็นการนั่งรอเหยื่อให้เข้ามาติดกับ ซึ่งในที่สุดหางจะไร้ความจำเป็นและหายไปในที่สุด เช่นเดียวกับแมงมุมในปัจจุบันที่ไม่มีหางอีกแล้ว และใช้การรับสัมผัสผ่านแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นผ่านเส้นใยแทน

Selden เองเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ว่าในปัจจุบันแมงมุมมีหางอาจยังคงมีชีวิตอยู่ภายในป่าดิบชื้นของเมียนมา ซึ่งยังไม่ได้รับการสำรวจมากนัก และเนื่องจากว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้มีขนาดเล็กมากๆ จึงเป็นการง่ายที่มันจะไม่ถูกพบเจอ และขณะนี้ตัวเขาเองยังไม่แน่ใจว่าพวกมันเป็นสัตว์มีพิษหรือไม่ แต่ Gonzalo Giribet นักสัตววิทยากล่าวว่า พวกมันไม่น่าที่จะเป็นอันตรายต่อผู้คนได้

 

สุสานอำพัน

ฟอสซิลตัวอย่างที่ถูกค้นพบเป็นเพศผู้ทั้งหมด ดังนั้น Selden จึงตั้งสมมุติฐานว่า มีความเป็นไปได้ที่พวกมันอาจถูกแช่อยู่ในยางไม้ ในช่วงเวลาที่มันออกจากเปลือกไม้เพื่อมองหาตัวเมีย

อำพันสามารถทำหน้าที่เป็นไทม์แคปซูลสำหรับบรรดาสรรพสัตว์โบราณ ช่วยแช่พวกมันไว้อยู่ในกาลเวลา แค่เพียงเดือนนี้ในเดือนเดียวนอกเหนือจากฟอสซิลของแมงมุมโบราณแล้ว ยังมีรายงานการค้นพบฟอสซิลของนกอายุ 99 ล้านปี ภายในอำพันจากเมียนมาเช่นกัน ส่วนที่ผ่านๆ มาก็มีฟอสซิลหางไดโนเสาร์ และบางส่วนของอวัยวะนก รวมถึงแมงมุมโบราณอีกด้วย ที่เคยถูกพบมาแล้วในก้อนอำพันจากการสำรวจที่ผ่านๆ มา

เรื่อง Elania Zachos

 

อ่านเพิ่มเติม

รีดพิษแมงมุมอันตรายเพื่อช่วยชีวิต

เรื่องแนะนำ

ใครจะถึงเส้นชัยก่อนระหว่างยูเซน โบลต์ กับเสือชีตาห์

ในป่า เสือชีตาห์คือนักล่าที่รวดเร็วที่สุด แต่จะเป็นอย่างไรหากจับผู้รวดเร็วที่สุดในสัตว์กับในมนุษย์มาแข่งขันด้านความเร็วกัน เชิญพบกับการแข่งวิ่งระหว่างยูเซน โบลต์และเสือชีตาห์ ในปี 2009 ยูเซน โบลต์สร้างสถิติใหม่ด้วยการวิ่งระยะทาง 100 เมตรในเวลาเพียงแค่ 9.58 วินาทีเท่านั้น นั่นทำกับความเร็ว 28 ไมล์ต่อชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ยังห่างไกลหลายขุมกับเสือชีตาห์ที่สามารถทำความเร็วได้ถึง 70 ไมล์ต่อชั่วโมง หากจับทั้งคู่มาแข่งกันในระยะทาง 100 เมตร เสือชีตาห์จะใช้เวลาเพียงแค่ 5.9 วินาทีเท่านั้น เข้าถึงเส้นชัยก่อนโบลต์ตั้ง 3.5 วินาที ความเร็วยอดลมกรดของชีตาห์นี้หาสัตว์ใดเปรียบได้ ซึ่งหากจะให้ทั้งคู่เข้าเส้นชัยพร้อมกันล่ะก็ โบลต์ต้องวิ่งนำไปก่อนถึง 60 เมตร แล้วจึงค่อยปล่อยตัวชีตาห์ เราจึงจะเห็นทั้งเจ้าแห่งความเร็วในโลกของมนุษย์และโลกของสัตว์วิ่งเข้าสู่เส้นชัยพร้อมกันอย่างสง่างาม   อ่านเพิ่มเติม : บรรดาสัตว์เชื่องช้าเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเร็วไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต, มดปากตะขอโจมตีเหยื่อเร็วกว่ากระพริบตา

เหตุใดจิ้งจอกทะเลทรายมีหูใหญ่นัก?

เหตุใด”จิ้งจอกทะเลทราย”มีหูใหญ่นัก? จิ้งจอกทะเลทราย หรือจิ้งจอกเฟนเนก สัตว์ในวงศ์หมาจิ้งจอกที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีถิ่นอาศัยอยู่ที่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา แม้ว่าพวกมันจะมีขนาดเล็ก แต่จิ้งจอกทะเลทรายมีใบหูขนาดใหญ่มากเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่น ซึ่งใบหูของมันมีความยาวถึงครึ่งหนึ่งของลำตัวเลยทีเดียว สำหรับสาเหตุที่จิ้งจอกทะเลทรายต้องมีใบหูขนาดใหญ่ก็เพราะ หนึ่งหูขนาดใหญ่ช่วยให้มันได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของเหยื่อใต้ผืนทรายได้ดียิ่งขึ้น และสองหูของมันไม่ได้มีไว้เพื่อการได้ยินอย่างเดียวแต่ยังช่วยในการระบายความร้อนอีกด้วย อาหารหลักของจิ้งจอกทะเลทรายคือแมลง สัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ และผลไม้ พวกมันเป็นสัตว์หากินกลางคืน และด้วยรูปร่างเล็กและหน้าตาน่ารักทำให้พวกมันถูกจับมาเป็นสัตว์เลี้ยงของบรรดาผู้ที่ชื่นชอบสัตว์แปลกๆ โดยหลงลืมไปว่าแท้จริงแล้วสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์ป่า (เชิญชมคลิปอธิบาย เหตุใด”จิ้งจอกทะเลทราย”มีหูใหญ่นัก?)   อ่านเพิ่มเติม นกทำความสะอาดรักแร้ให้ยีราฟ

บรรดาสัตว์เชื่องช้าเหล่านี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเร็วไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต

ในโลกของสัตว์ความเร็วไม่ใช่ทุกอย่างเสมอไป บรรดาสัตว์ที่เชื่องช้างุ่มง่ามเหล่านี้ได้วิวัฒนาการให้พวกมันเอาตัวรอดจากนักล่าได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะปราศจากฝีเท้าที่ว่องไวก็ตาม

แพะเหล่านี้ปีนเขื่อนเพื่ออะไร?

แพะเหล่านี้ปีนเขื่อนเพื่ออะไร? ฝูงแพะภูเขาเหล่านี้กำลังท้าทายความตายด้วยการปีนขึ้นไปยังเขื่อนที่มีความสูงมากถึง 160 ฟุต ณ เขื่อน Cingino ในอิตาลี เป็นภาพชินตาที่จะเห็นแพะภูเขาบากบั่นพาตัวเองต้านแรงโน้มถ่วงขึ้นมา พวกมันไม่ย่อท้อต่อหนทางอันยากลำบากในความลาดชันที่เกือบจะเป็นแนวดิ่งด้วยเหตุผลเพียงข้อเดียวนั่นคือ เกลือแร่ เขื่อนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากหินเกลือที่ประกอบด้วยสารอาหารที่แพะภูเขาต้องการ หรือเทียบเท่าความสำคัญได้กับหญ้าที่พวกมันแทะเล็ม ด้วยกีบเท้าที่มีลักษณะเป็นแง่งและฝ่าเท้าขรุขระช่วยในการยึดติด แม้กระทั่งภูเขาลาดชันในลักษณะที่แทบจะเป็นแนวดิ่งอยู่แล้ว แต่พวกมันก็สามารถไต่ขึ้นไปได้โดยไม่เป็นปัญหา   อ่านเพิ่มเติม ยีราฟเหวี่ยงร่างของวิลเดอบีสต์ที่ตายแล้วไปมา