นักวิทยาศาสตร์พบแล้วว่าดวงตาของปลาดาวมีไว้ทำอะไร - National Geographic Thailand

นักวิทยาศาสตร์พบแล้วว่าดวงตาของปลาดาวมีไว้ทำอะไร

นักวิทยาศาสตร์พบแล้วว่าดวงตาของปลาดาวมีไว้ทำอะไร

ปลาดาวหรือดาวทะเลมีดวงตาอยู่ที่ปลายสุดของแขนข้างละหนึ่งดวง แต่มีไว้ใช้สำหรับทำอะไรนั้น ยังคงเป็นปริศนา

พวกมันถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่มีโครงสร้างเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และด้วยดาวทะเลนั้นไม่มีสมอง จึงยากที่จะคาดเดาได้ว่าพวกมันเห็นภาพอะไรผ่านดวงตา

ในปี 2014 นักวิจัยชี้ว่าดวงตาของดาวทะเลในภูมิภาคเขตร้อน สามารถมองเห็นภาพแบบหยาบๆ ได้ ซึ่งช่วยให้มันไม่เดินเตร็ดเตร่ไกลออกจากบ้านมากเกินไป

“ผลการศึกษานี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าบรรดาดาวทะเลมองเห็นโลกอย่างไร” Christopher Mah นักวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา Smithsonian ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวผ่านอีเมล์

และตอนนี้ผลการศึกษาใหม่ยังแสดงให้เห็นว่า แม้แต่ดาวทะเลจากทะเลลึกในอาร์กติกเองก็ใช้ภาพที่มันมองเห็นเพื่อนำทางเช่นกัน จากการศึกษาดาวทะเลทั้งหมด 13 สายพันธุ์ ในจำนวนนี้มีสองสายพันธุ์ที่เรืองแสงได้ด้วย นั่นหมายความว่าพวกมันใช้แสงสว่างในการสื่อสารกับดาวทะเลด้วยกัน

ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาดาวทะเลสายพันธุ์หนึ่งโดยเฉพาะ ที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก พวกมันมีชื่อว่าดาวทะเลสีน้ำเงิน (Linckia laevigata) ผลการศึกษาวิจัยถูกเผยแพร่ผ่านทางออนไลน์ลงในวารสาร  Proceedings of the Royal Society B เมื่อวันที่ 7 มกราคมปี 2014 ก่อนที่ผลการศึกษาใหม่กว่าจะถูกเผยแพร่ลงในวารสารเดิมเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีความซับซ้อน

จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านๆ มา ดาวทะเลถูกพิจารณาว่าเป็นสัตว์เรียบง่าย ปราศจากโครงสร้างหรือพฤติกรรมอันซับซ้อน นักวิทยาศาสตร์รู้จักดาวทะเลมานานกว่า 200 ปีแล้ว แต่จากการศึกษาร่างกายของมันเท่านั้น ไม่ใช่การวิจัยด้านพฤติกรรม รายงานจาก Andres Garm นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน ในเดนมาร์ก จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น

ก่อนหน้านี้เคยมีนักวิจัยเชื่อว่า ดาวทะเลสามารถรับรู้แสงสว่างได้ เพื่อช่วยให้มันรับรู้ได้ว่าพื้นที่ใต้น้ำ ณ จุดที่มันอยู่นั้นมืดหรือสว่าง

 

บ้านนี้มีรัก

แม้ว่าจะได้รับการยืนยันว่าดาวทะเลมีการมองเห็น แต่ใช่ว่าภาพที่มันเห็นจะมีคุณภาพดีนัก “ภาพที่มองผ่านสายตาของดาวทะเลนั้นค่อนข้างหยาบมาก” Garm กล่าว “มันมีความละเอียดเพียง 200 พิกเซลได้”

แต่นั้นก็ละเอียดมากพอที่จะช่วยให้มันสามารถจดจำโครงสร้างบางอย่างได้ ปกติแล้วดาวทะเลเหล่านี้จะเกาะติดอยู่กับแนวปะการัง หากพวกมันเดินเตร็ดเตร่ออกมายังผืนทรายรอบๆ ปะการัง เพื่อหาอาหารเพิ่ม การมองเห็นวัตถุขนาดใหญ่เบื้องหน้านั้นจึงมีความสำคัญมากสำหรับสัตว์เหล่านี้ ในการเดินทางกลับบ้าน

 

นักเดินเล่น

ดวงตาของดาวทะเลนั้นมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับสัตว์ในไฟลัมอาร์โทรพอด เช่น แมลงและล็อบสเตอร์ แต่ความคล้ายคลึงสิ้นสุดลงตรงที่ Garm กล่าวว่า ดาวทะเลสีน้ำเงินนั้นไม่มีเลนส์ตา เหมือนพวกอาร์โทรพอด

ดังนั้น Garm และทีมนักวิจัยจึงทำการทดลองบางอย่างเพื่อหาข้อสรุปนี้ หนึ่งในข้อสงสัยก็คือ ระยะภาพที่ดาวทะเลมองเห็นนั้นกว้างแค่ไหน หรือกว้างพอที่จะคว้าปะการังที่อยู่ตรงหน้าได้หรือไม่ และสองคือความละเอียดของภาพ ปกติแล้วเลนส์ตาช่วยให้เรามองภาพได้มีมิติและรับแสงได้มากขึ้น แต่เนื่องจากว่าดาวทะเลสีน้ำเงินนั้นไม่มีเลนส์ตา จึงเชื่อกันว่าภาพที่มันมองเห็นจึงเป็นเพียงภาพหยาบๆ

ทีมนักวิจัยเฝ้าสังเกตพฤติกรรมโดยทดลองนำดาวทะเลออกจากแนวปะการังของอ่าวโอกินาวา ในญี่ปุ่น เพื่อดูว่าเจ้าสัตว์ตัวนี้จะสามารถหาทางกลับบ้านได้หรือไม่

ในระยะสามฟุต ดาวทะเลสามารถเดินกลับบ้านได้เป็นเส้นตรง แต่ในระยะหกฟุต (2 เมตร) และสิบสองฟุต (4 เมตร) พวกเขาพบว่ามันไม่สามารถกลับบ้านได้และลงเอยด้วยการเดินเตร็ดเตร่ไปมารอบๆ บริเวณนั้น

ในขณะที่หากปล่อยดาวทะเลให้กลับบ้านในช่วงกลางคืน แม้ในระยะเพียงสามฟุตพวกมันก็เตร็ดเตร่ไปมารอบๆ เช่นกัน เนื่องจากมองไม่เห็นแนวปะการัง

 

วิสัยทัศน์ในอนาคต

ขณะนี้การวิจัยเกี่ยวกับทัศนะการมองเห็นของดาวทะเลนั้นยังคงอยู่ในขั้นแรกเริ่ม Mah กล่าว และขณะนี้ตัวเขากำลังสนุกกับการหาว่าดวงตาของดาวทะเลมีบทบาทใดสำหรับดาวทะเลแต่ละสายพันธุ์

“ดาวทะเล Sunflower (Pycnopodia helianthoides) ที่มีถิ่นอาศัยในอ่าวแปซิฟิก พวกมันเป็นนักล่าที่รวดเร็วและมักจะกลืนเหยื่อเข้าไปทั้งตัว” เขากล่าว ซึ่ง Mah สนใจมากว่าดวงตามีบทบาทอย่างไรในการช่วยให้ดาวทะเลเหล่านี้สามารถหาอาหารได้

ใช่ว่าดาวทะเลจะไม่สร้างปัญหาใดๆ ดาวทะเลมงกุฏหนามเป็นสัตว์ที่คุกคามแนวปะการัง เนื่องจากพวกมันกินปะการังเป็นอาหาร “มันคงจะเป็นเรื่องดี ถ้าเรารู้ว่าดาวทะเลชนิดนี้ใช้ดวงตาของมันอย่างไร” Garm กล่าว ซึ่งตัวเขาคาดหวังว่างานวิจัยชิ้นนี้นอกเหนือจากการไขปริศนาดวงตาของดาวทะเลแล้ว ยังจะมีส่วนช่วยป้องกันแนวปะการังอีกด้วย

เรื่อง Jane J. Lee

 

อ่านเพิ่มเติม

ไก่เองก็สนใจมนุษย์

เรื่องแนะนำ

ท่องโลกไปกับภาพถ่ายแสนงดงาม

สำรวจภูมิทัศน์ตระการตา วัฒนธรรมอันรุ่มรวย และส่ำสัตว์ที่สวยงาม จากโครงการประกวดช่างภาพท่องเที่ยวของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ประจำปี 2017 ภาพถ่ายเหล่านี้คือภาพที่ได้รับการคัดเลือก ซึ่งดึงดูดสายตาเรา และนำพาเราไปยังสถานที่บางแห่งที่น่าสนใจที่สุดในโลก 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15   อ่านเพิ่มเติม : ความงามใต้โลกน้ำแข็ง, ความงามอันพรั่นพรึงแห่งอสุนีบาต, เยือนมัสยิดอันงดงามที่สุดในโลก

วัดนี้ไม่ได้มีแค่พระ แต่มีกวางด้วย

วัดนี้ไม่ได้มีแค่พระ แต่มีกวางด้วย ขอเชิญชวนคุณผู้อ่านร่วมเดินทางไปยังวัดโทไดจิ (Todai-ji) แห่งเมืองนารา สถานที่ท่องเที่ยวแห่งสำคัญที่ต้องไปเยือนหากมีโอกาสได้ไปเที่ยวยังจังหวัดนะระ ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนกลางของญี่ปุ่น นอกเหนือจากความสำคัญในฐานะของวัดไม้เก่าแก่ที่มีอุโบสถทำจากไม้สักขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มายังที่นี่คือ กวางซีกา เพราะไม่ว่านักท่องเที่ยวจะเดินไปไหนก็จะพบแต่กวาง กวาง และกวาง เจ้ากวางเหล่านี้เป็นมิตรกับทุกคน และได้รับการปกป้องจากรัฐบาลญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 1957 ดังนั้นพวกมันจึงใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี ออกลูกออกหลานจนมีประชากรกวางเต็มไปหมด หากนักท่องเที่ยวคนใดสนใจให้อาหาร ทางวัดเองก็มีบริการแครกเกอร์พิเศษสำหรับกวางซีกาด้วย อย่างไรก็ตามแม้กวางจะเป็นสัตว์กินพืช แต่นักท่องเที่ยวเองควรระมัดระวังขณะให้อาหาร เนื่องจากอาจถูกมันกัดเข้าได้   อ่านเพิ่มเติม ลิงกังญี่ปุ่นเมคเลิฟกับกวาง

งานวิจัยเผย สายพันธุ์สัตว์ถึง 48 ชนิดบนโลกได้รับการอนุรักษ์ไม่ให้สูญพันธุ์

ม้ามองโกเลีย พรีวอสกี้ ภาพถ่ายโดย TERRY ALLEN, NATIONAL GEOGRAPHIC YOUR SHOT เมื่อปี 1993 อัตราการสูญพันธุ์ของนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสูงขึ้น 3 ถึง 4 เท่า แต่เนื่องจากความพยายามของนักอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง มีชนิดพันธุ์มากมายที่ได้รับ การอนุรักษ์ ไว้ได้อย่างประสบความสำเร็จ งานศึกษาที่ได้รับการเผยแพร่ในนิตยสาร the journal Conservation Letters กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 1993 มีอัตราการสูญพันธุ์ของนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสูงขึ้น 3 ถึง 4 เท่า หากไม่มีมาตรการ การอนุรักษ์ ใดๆ และเป็นปีที่อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity) ขององค์การสหประชาชาติเริ่มมีผล ในตอนนั้น สายพันธุ์นกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 15 ชนิดได้สูญพันธุ์หรือคาดว่าใกล้สูญพันธ์อย่างยิ่ง แต่นักวิจัยพบว่าในตอนนี้มีนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมราว 28 ถึง 48 สายพันธุ์ได้รับการปกป้องเอาไว้ สายพันธุ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่ได้รับ การอนุรักษ์ มีทั้งนกแก้วเปอร์โตริโก (Puerto […]

การอพยพขนาดใหญ่สุดของสัตว์เกิดขึ้นทุกวัน แค่เรามองไม่เห็น

การอพยพขนาดใหญ่สุดของแพลงก์ตอนจิ๋วเกิดขึ้นทุกๆ วัน แพลงก์ตอนกว่าล้านล้านตัวลอยขึ้นสู่ผิวมหาสมุทรทุกคืนเพื่อกินอาหาร บางส่วนที่เห็นเคลื่อนไหวไปมาเป็นไฟดวงจิ๋วล้วนเป็นตัวอ่อนปู หมึก และสัตว์ชนิดอื่นๆ พวกมันล้วนเป็นอาหารหลักในห่วงโซ่อาหารของโลกทั้งใบ   อ่านเพิ่มเติม : นักวิทยาศาสตร์บันทึกภาพพฤติกรรมวาฬที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน, เมื่อลูกวิลเดอบีสต์พบกับลูกไฮยีน่าโดยบังเอิญ