ฟอสซิลรอยเท้าเก่าแก่ที่สุดของการวิ่งสองขาในกิ้งก่า - National Geographic Thailand

ฟอสซิลรอยเท้าเก่าแก่ที่สุดของการวิ่งสองขาในกิ้งก่า

ฟอสซิลรอยเท้าเก่าแก่ที่สุดของการวิ่งสองขาในกิ้งก่า

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกสายตาจับจ้องไปที่เมืองพย็องซัง ในเกาหลีใต้ สถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งกำลังจัดการแข่งขันอยู่และจะเสร็จสิ้นลงในวันที่ 25 นี้ แต่ย้อนกลับไปเมื่อ 110 ล้านปีก่อน ในทะเลสาบโคลนห่างออกไปทางตอนใต้จากสถานที่จัดการแข่งขันราว 170 ไมล์ รอยเท้าเล็กๆ ของกิ้งก่าที่กำลังวิ่งด้วยขาหลัง กลายเป็นรอยเท้าสำคัญในประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการในสัตว์เลื้อยคลาน

รายงานการค้นพบนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Scientific Reports และนับเป็นหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดสำหรับวิวัฒนาการของการเดินด้วยสองเท้า ในกิ้งก่า ปัจจุบันมากกว่า 50 ชนิดของกิ้งก่าล้วนวิ่งด้วยสองขาหลัง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากวิวัฒนาการของบรรพบุรุษพวกมัน

“ฟอสซิลของรอยเท้าเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมสัตว์ ซึ่งฟอสซิลโครงกระดูกไม่สามารถให้ข้อมูลเหล่านี้ได้” Yuong-Nam Lee นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ผู้เข้าร่วมการวิจัยครั้งนี้ด้วยกล่าว

แผ่นหินที่พวกเขาค้นพบนั้นบรรจุรอยเท้าของกิ้งก่าไว้ทั้งหมด 29 รอย ทั้งนี้ชนิดพันธุ์ของกิ้งก่าที่เหยียบลงบนโคลนเหล่านี้เมื่อครั้งอดีตยังคงไม่อาจทราบได้แน่ชัด ทีมนักวิจัยตั้งชื่อให้แก่ฟอสซิลนี้ว่า Sauripes hadongensis หรือ “รอยเท้ากิ้งก่าแห่งฮาดง” เพื่อเป็นเกียรติแก่สถานที่ค้นพบฟอสซิล ซึ่งคือเมืองฮาดง ในเกาหลีใต้

รอยเท้าสำคัญที่สุดคือรอยเท้าจำนวน 25 รอยที่มาจากขาหลังของมัน ระยะห่างของแต่ละรอยนั้นห่างกันหลายนิ้ว บ่งชี้ว่าเจ้าสัตว์โบราณตัวนี้เริ่มต้นด้วยการเดินสี่ขาก่อนจะเปลี่ยนเป็นการวิ่งด้วยขาหลัง เช่นเดียวกับที่กิ้งก่าในปัจจุบันทำ

“นี่เป็นหลักฐานแรกที่แสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนที่ของกิ้งก่าในมหายุคมีโซโซอิก (ราว 251 – 65 ล้านปีก่อน)” ยุคสมัยดังกล่าวเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นยุคที่ไดโนเสาร์ครองโลก รายงานจาก Tiago Simoes นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตากล่าว “มันชี้ให้เห็นว่าหนึ่งในพฤติกรรมที่น่าสนใจที่สุดของกิ้งก่า สามารถย้อนกลับไปได้ถึงในยุคครีเตเชียส”

ฟอสซิลรอยเท้า
รอยเท้าของมันบ่งชี้ว่ากิ้งก่าโบราณนี้มีนิ้วเท้าแบบอสมมาตร ทีมนักวิจัยชี้ว่าเท้าของมันมีลักษณะคล้ายกับอีกัวน่าในปัจจุบัน
ภาพถ่ายโดย Yuong-Nam Lee

 

ย่างก้าวที่สำคัญ

ทุกวันนี้เราสามารถแบ่งลักษณะการเคลื่อนที่ของกิ้งก่าได้ออกเป็นสี่แบบ: การเดินสี่ขาแบบเชื่องช้า, การเดินสี่ขาแบบรวดเร็ว, การวิ่งทะแยงมุม และการวิ่งสองขาด้วยขาหลัง เช่นกิ้งก่าบาซิลิสก์หรือกิ้งก่าพระเยซูที่สามารถใช้สองขาหลังของมันวิ่งข้ามน้ำเป็นระยะสั้นๆ ได้

แต่การจะหาว่าวิวัฒนาการของมันนั้นเป็นมาอย่างไร เป็นเรื่องยุ่งยากพอควร นักวิจัยบางคนแนะนำว่าให้ศึกษาความเชื่อมโยงของความยาวขาหน้าและขาหลังในฟอสซิลกิ้งก่าโบราณกับกิ้งก่าปัจจุบัน เนื่องจากความยาวของขาหลังจะช่วยให้พวกมันวิ่งได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในเดือนสิงหาคม ปี 2004 Lee และ Hang-Jae ผู้ร่วมวิจัยพบฟอสซิลรอยเท้าในเมืองฮาดง แต่ที่น่าสนใจก็คือมีร่องรอยของสัตว์โบราณอย่างเทอโรซอร์อยู่บนนั้นด้วย

เหตุใดเจ้ากิ้งก่าต้องวิ่งหนี? ทีมนักวิจัยชี้ว่าเจ้ากิ้งก่า Sauripes hadongensis น่าจะกำลังเอาชีวิตรอดจากผู้ล่า ซึ่งจากร่องรอยที่พบในชั้นหินอกชั้นหนึ่งบ่งชี้ว่า นักล่าที่หมายจะเอาชีวิตกิ้งก่าโบราณตัวนี้คือ Pteraichnus koreanensis เทอโรซอร์ชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก ดวงตาโต ฟันแหลมคม

“พวกมันมักโจมตีเหยื่อตัวเล็กๆ อย่างกิ้งก่า โดยจะโฉบลงมาจากอากาศเช่นเดียวกับนก” Lee กล่าว

เรื่อง มิคาเอล เกรสโค

 

อ่านเพิ่มเติม

ฟอสซิลหนอนอายุ 500 ล้านปี ช่วยไขปริศนาวิวัฒนาการ

เรื่องแนะนำ

จีนห้ามการซื้อขายงาช้าง บังคับใช้ภายในสิ้นปี 2017

เรื่องโดย จานี แอคแมน คำแถลงการณ์มีขึ้นหลังจากปีกว่า เมื่อประธานาธิปดีสี จิ้งผิงของจีน และ ประธานาธิปดีบารัก โอบามาของสหรัฐอเมริกา ให้คำปฏิญาณว่าจะออกกฏหมายห้ามนำเข้าและส่งออกงาช้าง ซึ่งข้อตกลงนี้ ราเชล เบล นักข่าวของไวลด์ไลฟ์ วอช กล่าวว่า มันเป็นก้าวสำคัญในความพยายามที่จะยกเลิกธุรกิจซึ่งนำไปสู่การล่าช้างอย่างผิดกฎหมาย การซื้อขายงาช้างถูกแบนทั่วโลกตั้งแต่ปี 1989 แต่ในปีที่ผ่านมา การล่าจำนวนมากกลับมาอีกครั้ง ทำให้จำนวนประชากรช้างลดลงเหลือเพียง 415,000 ตัว ซึ่งลดลงมากกว่า 110,000 ตัว จากปี 2007 กลุ่มผู้อนุรักษ์เชื่อว่า ตลาดงาช้างถูกกฏหมายภายในประเทศ ทำให้การซื้อขายอย่างผิดกฏหมายยังคงอยู่ เพราะยากที่จะแยกงาช้างชุดเก่าก่อนมีการห้าม กับงาช้างที่ลักลอบนำเข้ามาได้ สหรัฐอเมริกาเองก็เป็นตลาดงาช้างที่สำคัญ การให้ความร่วมมือในข้อตกลงกับจีนในช่วงมิถุนายนปีที่ผ่านมา ทำให้มีออกกฏหมายห้ามการซื้อขายงาช้างแอฟริกัน โดยให้ขายได้แค่เพียงงาช้างที่มีอยู่ก่อนเก่าและยืนยันได้ว่านำเข้าอย่างถูกกฎหมาย โดยกฎหมายใหม่ที่ออกมานี้ เพิ่มการจำกัดการนำเข้าและขายข้ามรัฐ และกำหนดให้มีการนำเข้าสินค้าจากงาช้างของพรานที่ผ่านการอนุมัติแล้วไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี ขณะเดียวกันจีนได้มีความพยายามในปีที่ผ่านมาที่จะบรรลุเป้าหมายในการห้ามการค้างาช้าง โดยจีนได้รวบรวบรวมคณะนักวิจัยจากหลายสาขา เพื่อประเมินทางเลือกและยื่นข้อเสนอแก่รัฐบาล จีนในปัจจุบันมี บริษัทแปรรูปงาช้าง 34 แห่ง และร้านค้างาช้างที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง 130 แห่ง เว่ยจี นักวิจัยอิสระของไวลด์ไลฟ์ […]

หมาฉี่ใส่ชามข้าวทำไม ?

ทำไมหมาฉี่ใส่ชามข้าว? ทำไมนกแก้วส่องกระจกแล้วก้าวร้าว? ทำไมแมวดูวิดีโอแล้วไล่งับจอคอมพิวเตอร์? แล้วทำไมหมาฉี่ใส่ชามข้าวตัวเอง?  ทั้งหมดนี้มีผู้สนใจศึกษาหาคำตอบมาเฉลยให้เรา   กระจก กระจก Gaia Restrepo เรียกเจ้า Priprie นกแก้วสีเขียวมรกตตัวจิ๋วสายพันธุ์เพอร์ลี่คอนัวร์จากบราซิลว่า “the Queen of Mirrors” “เธอชอบส่องกระจกเอามากๆ ค่ะ” Restrepo กล่าว ในขณะเดียวกันก็ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมนกแก้วถึงมักทำพฤติกรรมก้าวร้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเวลาที่ส่องกระจกภายในกรงของตัวเอง ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Priprie ไม่รู้ว่าเงาสะท้อนในกระจกนั้นคือตัวมันเอง การจดจำเงาสะท้อนของตนเองได้นั้นเป็นทักษะหายากในสัตว์ รายงานจาก Bob Mulvihill ผู้ศึกษานกวิทยาจาก National Aviary ในพิตต์สเบิร์ก ซึ่งในหมู่นกด้วยกันเองนั้นมีแค่นกพิราบและนกสาลิกาเท่านั้นที่เข้าใจได้ว่าเงาสะท้อนในกระจกคือตัวมันเอง ดังนั้นแม้ว่านกแก้วจะเป็นนกที่เฉลียวฉลาดก็ตาม แต่มันยังคงไม่สามารถทราบได้ว่าเงาสะท้อนนั้นคือตัวมันฉะนั้น Mulvihill คิดว่าพฤติกรรมที่ Priprie แสดงออกมาอย่างก้าวร้าวจึงเกิดจากการที่มันเข้าใจว่านกแก้วในกระจกคือนกคู่แข่ง หรือหากไม่ก้าวร้าวมันก็เข้าใจว่านกในนั้นคือเพื่อนของมันอีกตัว หากนกแก้วเล็มเบาๆ ที่กระจก นั่นเป็นตัวอย่างของพฤติกรรมการแสดงออกที่เป็นมิตร Mulvihill กล่าวทั้งนี้ความหลงใหลในกระจกของนกนั้นไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ติดกระจกภายในบ้านของมันเสียด้วยซ้ำ เพื่อที่มันจะได้เพลิดเพลินกับเพื่อนๆ ของมันมากขึ้น   สัมผัสหน้าจอ เมื่อวาซาบิแมวของฉันได้ชมวิดีโอที่ถูกผลิตขึ้นสำหรับแมวโดยเฉพาะ มันเป็นวิดีโอนกกระโดดไปมา ดูเหมือนว่าเจ้าวาซาบิจะตื่นเต้นมากและไล่งับไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ […]

ก็แค่อยากเล่นด้วย!

ชีวิตที่ปราศจากการเล่นไม่ใช่ชีวิตที่สนุกสนานเท่าไหร่นัก แม้แต่ฮิปโปโปเตมัสก็เช่นกัน มาร์กริต ฮาร์ริส ได้ถ่ายวิดีโอช่วงเวลาที่เจ้าฮิปโปน้อยพยายามหยอกล้อเล่นกับจระเข้เอาไว้ ภายในอุทยานแห่งชาติ Hwange ในซิมบับเว “มันไม่ใช่ภาพที่หาชมได้ง่ายนะคะ ที่ลูกฮิปโปพยายามเล่นกับจระเข้ ส่วนเจ้าจระเข้ก็ไม่ทำอะไรมัน” ฮาร์ริสกล่าว ตัวเธอเป็นผู้ก่อตั้งองค์กรพิทักษ์สัตว์ป่า Nikela ที่ให้ความช่วยเหลือ และอนุรักษ์สัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์เอาไว้ ในขณะที่ฮาร์ริสและสามีของเธอมองว่าลูกฮิปโปพยายามที่จะเล่นสนุก ด้านบรรดาผู้ชมคลิปวิดีโอในยูทูบกลับมองว่าเจ้าฮิปโปพยายามที่จะไล่จระเข้ออกไปจากอาณาเขตมากกว่า “เพราะฮิปโปไม่ได้รู้สึกถึงสัญญาณของการคุกคาม นั่นจึงเป็นไปได้ว่ามันแค่อยากจะเล่นเท่านั้น” เจน กายตัน นักสำรวจจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผู้ศึกษาเกี่ยวกับนิเวศวิทยาของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในโมซัมบิกกล่าว “พฤติกรรมการเล่นสนุก เช่นในสุนัข เป็นอะไรที่พบได้ และสอดคล้องกันในสัตว์เลี้ยวลูกด้วยนม” เธอกล่าว หากฮิปโปพยายามที่จะไล่จระเข้ออกไปจากพื้นที่จริง มันจะส่งเสียงคำราม และแยกเขี้ยวให้เห็น พฤติกรรมการเล่นสนุกระหว่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และสัตว์เลื้อยคลานนั้น เป็นเรื่องแปลก เพราะปกติแล้วสัตว์แต่ละชนิดจะเลือกเล่นกับสัตว์สปีชีส์เดียวกันมากกว่า “เป็นไปได้ว่าบริเวณนั้นไม่มีลูกฮิปโปตัวอื่นให้มันเล่นด้วย แต่ตัวฉันคิดว่าพฤติกรรมที่เราเห็นนี้เกิดจากความสงสัยใคร่รู้ตามประสาลูกๆของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมค่ะ” กายตันกล่าว ปกติแล้วจระเข้จะล่าลูกฮิปโปเป็นอาหาร แต่โชคดีที่ลูกฮิปโปตัวนี้มีขนาดใหญ่จนรอดพ้นจากคมเขี้ยวไปได้ “มองอีกมุมมันก็เป็นข้อดีนะคะ เพราะถ้าฮิปโปตัวนี้เป็นตัวเมีย ในอนาคตถ้ามันมีลูกมันก็จะสอนลูกของมันได้” กานตันกล่าว “การเล่นกับจระเข้ในตอนที่คุณยังเป็นเด็ก จะช่วยให้คุณเรียนรู้ว่าจระเข้มีพฤติกรรม และการตอบสนองอย่างไร” เรื่อง ฮันน่า หลาง   อ่านเพิ่มเติม […]

เหตุใดนกเหล่านี้จึงตกแต่งรังของมันด้วยขยะ

เหตุใดนกเหล่านี้จึงตกแต่งรังของมันด้วยขยะ ถุงพลาสติกสีขาวที่กำลังพัดกระพืออยู่บนต้นไม้ของเทือกเขาแอลป์ในอิตาลีดึงดูดความสนใจของ Fabrizio Sergio นักนิเวศวิทยา ตัวเขารู้ได้ชัดเจนว่าถุงใบนั้นมาจากรังของนกชนิดหนึ่ง มันคือเหยี่ยวดำ แต่เหตุใดพวกมันจึงต้องเก็บขยะไปไว้บนรังด้วย? นกหลากหลายสายพันธุ์ตกแต่งรังของพวกมันให้โดดเด่นเพื่อดึงดูดคู่ผสมพันธุ์ อย่างไรก็ตามเหยี่ยวดำจะสร้างรังก็ต่อเมื่อมันสามารถจับคู่ผสมพันธุ์ได้แล้ว แต่รังของมันยังคงปรากฏขยะหลายชิ้นให้เห็น “ดูเหมือนว่ามันต้องการจะอวดบ้านของมัน” Sergio กล่าว ตัวเขาทำงานให้กับสภาวิจัยแห่งชาติสเปน Sergio และนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากศึกษารังนกเพื่อมองหาสัญลักษณ์ที่บ่งชี้ถึงอิทธิพลจากมนุษย์ นกบางชนิดใช้ฉนวนกันความร้อน, ฟรอยด์, และก้นบุหรี่ในการสร้างรังแทนที่จะใช้วัสดุที่หาได้ตามธรรมชาติ รายงานจาก Luis Sandoval ศาสตราจารย์ด้านปักษีวิทยาจากมหาวิทยาลัยคอสตาริกากล่าว การปรับตัวของนกในลักษณะนี้เพิ่มสูงขึ้นและสะท้อนให้เห็นว่าวัสดุตามธรรมชาติที่เคยเป็นส่วนประกอบหลักของรังนกกำลังหายไปเรื่อยๆ “กิจกรรมของมนุษย์เราสร้างผลกระทบโดยตรงต่อรังนก ซึ่งขณะนี้เราเองก็กำลังพยายามเข้าใจความเชื่อมโยงนี้อยู่” Sandoval กล่าว ตลอดหกปีของการศึกษา Sergio และผู้ร่วมวิจัยจัดแบ่งสีของพลาสติกจากรังนกในป่า พวกเขาพบว่าเหยี่ยวดำมักจะเลือกวัตถุที่มีโทนสีขาวและละเลยวัตถุโปร่งใสหรือทึบแสง ซึ่งเป็นการเลือกสรรที่ไม่ต่างจากสีสันในธรรมชาติ ข้อสรุปจาก Sergio รูปแบบการสร้างรังนกของเหยี่ยวดำมีขึ้นเพื่อแสดงออกถึงสถานะในสังคม รังนกที่ประกอบไปด้วยพลาสติกจำนวนมากบ่งบอกว่ารังมีความแข็งแรง และจะช่วยป้องกันลูกนกจากผู้บุกรุกได้ ต่างจากรังนกที่สร้างขึ้นจากวัสดุธรรมชาติที่จะอ่อนแอกว่า เรื่อง Nina Strochlic   อ่านเพิ่มเติม : ทำไมชอบดูนก, ความรู้ประจำวัน : นกที่วางไข่ในรังนกตัวอื่น

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.