แมลงกินได้ : อนาคตอาหารโลก - National Geographic Thailand

แมลงกินได้ : อนาคตอาหารโลก

แมลงกินได้: อนาคตอาหารโลก

อย่าเพิ่งเบือนหน้าหนี เพราะองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติหรือเอฟเอโอ (United Nations Food and Agriculture Organization: FAO) กำลังวางแผนส่งเสริมแมลงให้เป็นอาหารทั่วโลก จริงๆแล้ว แมลงปีกแข็ง จิ้งหรีด และแมลงอีกหลายชนิดล้วนอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ตั๊กแตนขนาดเล็กหนึ่งหน่วยบริโภคมีปริมาณโปรตีนพอๆกับเนื้อบด อีกทั้งการทำฟาร์มเลี้ยงแมลงก็มีต้นทุนถูกกว่าและใช้พื้นที่น้อยกว่า มีแมลงอย่างน้อย 1,000 ชนิดที่มนุษย์รู้จักนำมาประกอบอาหาร เช่น แมลงดาทอดของไทย มดรสเปรี้ยวเหมือนมะนาวของชาวอะบอริจิน เป็นต้น

(แมลงบางชนิดก็พรางตัวเป็นกล้วยไม้ได้อย่างแนบเนียน)

ขณะที่ประชากรโลกพุ่งเข้าใกล้ 7,000 ล้านคน เอฟเอโอจึงมองว่าการทำฟาร์มแมลงเป็นทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มความมั่นคงทางด้านอาหาร จีน เดโฟลิอาร์ต นักกีฏวิทยาผู้โปรดปรานปลวก บอกว่า การทำให้ชาวตะวันตกยอมรับอาหารหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวเหล่านี้ดูจะเป็นเรื่องท้าทายใหญ่หลวงทีเดียว —เจนนิเฟอร์ เอส. ฮอลแลนด์

ลองมาดูกันสิว่า แมลงหลายชนิดทีเราคุ้นเคยกับหน้าตา มีคุณค่าทางอาหารมากน้อยแค่ไหน

แมลงกินได้

ข้อมูลโภชนาการ: แมลงดา (คนไทยนิยมเรียก แมงดา)
หนึ่งหน่วยบริโภค: 100 กรัม
คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค: แคลอรี 62  ไขมันทั้งหมด 8.3 กรัม ฟอสฟอรัส 226 มิลลิกรัม เหล็ก 14 มิลลิกรัม แคลเซียม 44 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 2.1 กรัม โปรตีน 19.8 กรัม

แมลงกินได้ แมลงกินได้

ตั๊กแตนตัวเล็ก 
หนึ่งหน่วยบริโภค: 100 กรัม
คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค:  แคลอรี 153 ไขมันทั้งหมด 6.1 กรัม ฟอสฟอรัส 238 มิลลิกรัม
เหล็ก 5 มิลลิกรัม แคลเซียม 35 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 3.9 โปรตีน 20.6 กรัม

จิ้งหรีด
หนึ่งหน่วยบริโภค: 100 กรัม
คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค:  แคลอรี 122 ไขมันทั้งหมด 5.5 กรัม ฟอสฟอรัส 185 มิลลิกรัม
เหล็ก 10 มิลลิกรัม แคลเซียม 76 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 5.1 กรัม โปรตีน 12.9 กรัม4j

ภาพถ่าย: โจเอล ซาร์โทรี
ที่มา: จูเลียตา รามอส-เอลอร์ดัว, CREEPY CRAWLY CUISINE


พืชผักที่ดูไม่น่าพิสมัยยังมีคุณค่าสำหรับคนมากมาย!

 

เรื่องแนะนำ

เสือดาวเล่นกับเหยื่อ?

เสือดาวเล่นกับเหยื่อ? เสือดาวตัวผู้ตัวนี้เพลิดเพลินกับหมูป่าที่มันล่ามาได้ และกำลังเอร็ดอร่อยไปกับเนื้อของเหยื่อบริเวณส่วนหัวและคอ ฟุตเทจการกินอาหารตามธรรมชาติของนักล่าผู้น่าหวาดหวั่นถูกบันทึกได้โดย Guy Brunskill เจ้าหน้าที่สัตว์ป่า จากศูนย์อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ Londolozi ในแอฟริกาใต้ ในตอนแรกดูเหมือนว่ามันกำลังกินอาหารไปตามปกติ แต่มีช่วงหนึ่งที่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าเสือดาวคาบเอากระดูกขากรรไกรของหมูป่า และใช้แท่งกระดูกนั้นเลาะ ตัดเอาเนื้อภายใน ทว่า Luke Hunter ผู้อำนวยการองค์กร Panthera ซึ่งดำเนินงานอนุรักษ์แมวใหญ่ให้ความเห็นว่าพฤติกรรมที่ดูไม่ธรรมดาขณะกำลังกินอาหารของเสือดาวนั้น เป็นแค่การ “เล่น” กับเหยื่อเท่านั้น หาใช่การใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์รอบตัวดังที่เข้าใจ ทั้งนี้การเล่นกับอาหารที่ล่ามาได้เป็นพฤติกรรมทั่วไปที่พบได้ในวงศ์แมวใหญ่อย่างเสือดาว, เสือชีตาห์ และสิงโต รวมทั้งหากมันต้องการแทะกินเนื้อส่วนภายในแล้วล่ะก็ Hunter เสริมว่าลำพังแค่ความแข็งแรงของขากรรไกรมันก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ใดๆ   อ่านเพิ่มเติม วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือในตระกูลแมวใหญ่

“The Dogist” หนึ่งวันชีวิตอัศจรรย์ของช่างภาพหมาเดินถนน

“ขอผมถ่ายรูปหมาคุณได้ไหม” เอไลอัส ไวสส์ ฟรีดมัน พูดซ้ำๆ กับเจ้าของหมาบนถนนในนิวยอร์ก  เขาหมอบลง บีบลูกบอลในมือ ทำเสียงเห่าปลอมๆ เจ้าหมาหันมามองอย่างฉงน โพสต์ท่าเหมือนหมามืออาชีพ และเขากดชัตเตอร์รัวๆ  ฟรีดมันต่างจากช่างภาพคนอื่นที่เดินเร่ไปตามถนนเพื่อถ่ายคน  เขาไม่เหมือน สก็อต ชูมันน์ ช่างภาพสตรีตแฟชั่นชื่อดังเจ้าของเว็บ The Sartorialist ที่คอยจับภาพคนแต่งตัวเก๋ๆ บนถนน และไม่สนใจชีวิตของผู้คนสามัญในนิวยอร์กอย่าง แบรนดอน สแตนตัน แห่ง Humans of New York เขาสนใจหมามากกว่าเจ้าของที่จูงมัน (ยกเว้นถ้าเห็นความพิเศษบางอย่าง)  ฟรีดมันอัปรูปบรรดาหมาๆ ที่เขาถ่ายมาลงเพจ The Dogist ที่มียอดผู้ติดตาม 1.7 ล้านไลก์  แต่ละโพสต์ เขาได้ 500 ไลก์ต่อนาที  และไม่เคยจ่ายเงินบูสต์โพสต์เลย  เขาบอกว่าไม่ต้องรอให้มีเงินเหลือเฟือก่อนค่อยออกเดินทางถ่ายภาพกับหมาๆ เพราะตอนนี้เขาทำมันอยู่  เมื่อสองปีก่อนตอนตกงาน เขาเริ่มออกถ่ายภาพหมาตามถนน ตอนที่ยังไม่มีใครรู้จักเขา แล้ววันหนึ่งเขาก็กลายมาเป็น The Dogist ที่ใครๆ ทักทาย นอกจากกล้องตัวใหญ่ ฟรีดมันสวมสนับเข่าทั้งสองข้างและพกลูกบอลกับขนมหมาก่อนออกจากบ้าน  […]