ในโลกของลิงงวงช้าง จมูกยิ่งใหญ่เท่าไหร่ยิ่งดี - National Geographic Thailand

ในโลกของลิงงวงช้าง จมูกยิ่งใหญ่เท่าไหร่ยิ่งดี

ในโลกของลิงงวงช้าง จมูกยิ่งใหญ่เท่าไหร่ยิ่งดี

ค่านิยมจมูกใหญ่นี้ใช้ไม่ได้กับในมนุษย์ แต่สำหรับลิงสายพันธุ์หนึ่งบนเกาะบอร์เนียวที่กำลังใกล้สูญพันธุ์ มันคือวิถีแห่งชีวิต  ขนาดของจมูกเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับพวกมัน และในหมู่ลิงเพศผู้ด้วยกัน ตัวที่มีจมูกใหญ่ที่สุดคือคาสโนว่าประจำฝูง

ไม่ใช่แค่ขนาดของจมูกเท่านั้น ลิงงวงช้าง หรือ ลิงจมูกงวง (Nasalis larvatus) ที่มีจมูกขนาดใหญ่กว่าก็มีแนวโน้มที่จะมีขนาดตัวใหญ่กว่าตัวผู้ที่มีจมูกเล็กกว่าเช่นกัน และพวกมันยังมีขนาดของลูกอัณฑะที่ใหญ่กว่าอีกด้วย เฉลี่ยความกว้างเพิ่มขึ้น 1.2 นิ้ว สิ่งเหล่านี้เพิ่มโอกาสให้ตัวเมียผลิตลูกที่มีคุณภาพด้วยปริมาณของอสุจิที่มากกว่า และเพิ่มโอกาสในการผสมพันธุ์ให้แก่มันหากตัวเมียต้องเลือกลิงตัวใดตัวหนึ่งเพื่อผสมพันธุ์ด้วย

นอกจากนั้นจมูกขนาดใหญ่ยังดึงดูดความสนใจได้ดี ยิ่งจมูกใหญ่เท่าไหร่ยิ่งบ่งชี้ว่าลิงตัวนั้นมีตัวเมียอยู่ในฮาเร็มของตนมากเท่านั้น ผลการวิจัยครั้งนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Science Advances เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561

Ikki Matsuda นักวิจัยจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผู้ศึกษาไพรเมตวิทยาจากมหาวิทยาลัยชุบุ ได้ศึกษาและเก็บข้อมูลขนาดของร่างกาย, เสียงร้อง และพฤติกรรมทางสังคมของบรรดาลิงจมูกงวงเหล่านี้ ผลการวิจัยของเขาพบว่าประชากรลิงจมูกงวงลดจำนวนลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง ตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมา โดนมีสาเหตุหลักมาจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย

“มันเป็นสายพันธุ์สัตว์ที่น่าสนใจมากครับ ผมหวังว่าจะมีใครสนใจสถานะใกล้สูญพันธุ์ของพวกมันบ้าง” Hiroki Koda นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยเกียวโตผู้ร่วมการวิจัยกล่าว

ปกติแล้วในสัตว์หลายชนิดตัวผู้และตัวเมียจะมีลักษณะที่แตกต่างกันชัดเจน ในไพรเมตเองก็เช่นกัน ลิงแมนดริลตัวผู้จะมีสีแดงสดใสและสีฟ้าบนใบหน้า ส่วนลิงบาบูนขนฟูตัวผู้เองก็จะมีแถบสีแดงสดใสที่หน้าอกเช่นกัน คุณลักษณะเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงออกถึงความเป็นเพศชาย

นักวิจัยเคยคิดกันมานานแล้วว่าจมูกยาวๆ ของลิงจมูกงวงเพศผู้เองก็ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีข้อมูลรองรับ

(เรื่องแปลกๆ ในโลกของลิงยังมีอีกมาก เช่นแม่ลิงที่กินลูกของตนเอง)

ในปี 2000 – 2005 Matsuda และทีมงานสำรวจลิงจมูกงวงที่อาศัยอยู่ตามแนวแม่น้ำ Kinabatangan บนเกาะบอร์เนียว เมื่อใดก็ตามที่เจ้าหน้าที่สัตว์ป่าของมาเลเซียสามารถจับลิงจมูกงวงเพศผู้ได้ พวกเขาจะสวมปลอกคอ GPS ให้แก่มัน ชั่งน้ำหนักและวัดขนาดของอัณฑะก่อนจะปล่อยตัวไป

ปี 2014 Koda และ Matsuda เริ่มต้นบันทึกเสียงของลิงจมูกงวงที่ถูกจับได้ พวกเขาพบว่าจมูกที่มีขนาดใหญ่ช่วยให้เสียงร้องของมันดังมากขึ้น และใช้ในการสื่อสารไปยังลิงตัวเมียอื่นๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ เพิ่มโอกาสในการผสมพันธุ์แม้ว่าลิงตัวเมียจะยังไม่เคยเห็นเจ้าตัวมาก่อนก็ตาม

อย่างไรก็ตามแม้จะได้ข้อมูลใหม่ แต่ปริศนายังคงมีอยู่ หนึ่งเลยก็คือ จมูกยาวๆ ที่ผิดปกติเหล่านี้วิวัฒนาการขึ้นมาจากไหน?

Alan Dixson นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยวิคตอเรีย ผู้ศึกษางานวิจัยชิ้นนี้ชี้ว่าข้อมูลไม่ได้ระบุว่าจมูกขนาดใหญ่มีวิวัฒนาการขึ้นมาได้อย่างไร เพียงแต่ระบุว่าจมูกเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องหมายการโฆษณาคุณสมบัติทางเพศของตนให้แก่บรรดาลิงตัวเมีย ด้าน Koda เองเห็นด้วย โดยระบุว่าพวกเขามีแผนที่จะทดสอบเกี่ยวกับขนาดของจมูกเหล่านี้ โดยอาจเป็นในรูปแบบของการเปิดวิดีโอของลิงจมูกงวงเพศผู้ที่มีขนาดของจมูกแตกต่างกันไปให้ลิงเพศเมียดู เพื่อบันทึกปฏิกิริยา

Dixson เสริมว่าเป็นไปได้ที่ในลิงหนุ่มการเติบโตของจมูกและเสียงร้องของพวกมันอาจชะลอตัวหากมันได้รับความสนใจจากฝ่ายตัวเมีย เช่นในกรณีของลิงแมนดริล ลิงหนุ่มที่ได้ผสมพันธุ์กับลิงตัวเมียเร็วจะไม่ปรากฏสีสันบนใบหน้า อันเป็นผลมาจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ลดลง อย่างไรก็ตามตัวเขายกย่องความพยายามของทีมนักวิจัยในการศึกษาจมูกครั้งนี้

เรื่อง มิคาเอล เกรสโค

 

อ่านเพิ่มเติม

ลิงกังญี่ปุ่นเมคเลิฟกับกวาง

เรื่องแนะนำ

ท่าฉี่สุดแปลกของหมาใน

ท่าฉี่สุดแปลกของหมาใน หมาในหรืออีกชื่อเรียกว่าหมาแดง (Dholes) เหล่านี้กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ พวกมันเป็นสัตว์ป่าที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในอินเดีย ภายใต้หน้าตาซื่อๆ คล้ายสุนัขบ้าน แต่หมาในเหล่านี้มาพร้อมกับความสามารถเฉพาะตัวที่ซุกซ่อนไว้ หนึ่งคือพวกมันมีป่าฉี่ที่แปลกประหลาดและเป็นเอกกลักษณ์ นั่นคือการยืนด้วยขาหน้าทั้งสอง สองพวกมันมีวิธีการล่าเหยื่อแบบการทำงานเป็นทีม หมาในมีขนาดเล็กกว่าเหยื่อก็จริง แต่พวกมันจึงใช้ประโยชน์จากการทำงานร่วมกันเพื่อชดเชยข้อจำกัดนี้แทน เมื่อล่าเหยื่อหมาในหนึ่งตัวจะติดตามเหยื่อ ในขณะที่อีกตัวเลี่ยงไปอีกทางเพื่อประกบให้เหยื่อหนียากขึ้น ปัจจุบันพวกมันกำลังเผชิญกับการคุกคามถิ่นที่อยู่และบางครั้งก็ติดโรคมาจากสุนัขบ้านที่มนุษย์นำเข้ามาเลี้ยงเช่น โรคหัดหรือโรคพิษสุนัขบ้าที่คร่าชีวิตประชากรหมาในไปจำนวนมาก   อ่านเพิ่มเติม : สุนัขขนเกรียนเม็กซิกันนี้มีประวัติอันยาวนาน, ค้นพบฟอสซิลเพนกวินที่มีขนาดเท่ากับมนุษย์

ปากของไฮดราเป็นอย่างไร?

ปากของไฮดราเป็นอย่างไร? ไฮดราคือสัตว์น้ำขนาดจิ๋วผู้เป็นญาติกับแมงกะพรุน เพียงแต่ว่ามันตัวเล็กมากกว่าหลายเท่า และด้วยลำตัวที่ใสจึงยากแก่การมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นักวิทยาศาสตร์สงสัยว่าไฮดรากินอาหารอย่างไร และปากของมันหายไปไหนเมื่อกินอาหารเสร็จ คำตอบอยู่ในฟุตเทจนี้ เมื่อจับเหยื่อได้ด้วยหนวดของมัน ไฮดราจะเปิดปากของมันออกและกินเหยื่อเข้าไป ภายในตัวของไฮดราจะประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากที่เรียงตัวกันเป็นเนื้อเยื่อสองชั้น คือชั้นนอกที่ทำหน้าที่รับสัมผัส และชั้นในซึ่งทำหน้าที่ย่อยอาหาร ส่วนสาเหตุที่ปากของมันไม่เคยปรากฏให้เห็นก็เพราะปากของไฮดราเกิดจากเซลล์ที่เปลี่ยนรูปร่างและยืดออกเมื่อต้องการกินอาหาร และหายไปเมื่ออาหารเข้าไปในช่องว่างภายในตัวแล้ว เซลล์ของมันทำงานคล้ายกับเซลล์ม่านตาของมนุษย์ที่ขยายเข้าและออกตามปริมาณแสง แต่ทำไมไฮดราจึงวิวัฒนาการมาให้มีวิธีกินอาหารเช่นนี้…เรื่องนั้นยังคงเป็นปริศนา   อ่านเพิ่มเติม สัตว์เหล่านี้ดื่มน้ำด้วยวิธีแปลกๆ

ติดอยู่ในกาลเวลา

  น้อยนักที่ฟอสซิลของไดโนเสาร์จะคงสภาพเหมือนเมื่อตอนยังมีชีวิตอยู่ และมีรูปทรงสามมิติ แต่กระบวนการในภาพประกอบนี้แสดงให้เห็นว่า โนโดซอร์ที่พบในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ตัวนี้เป็นข้อยกเว้นที่หายากยิ่ง มันถูกฝังอยู่ในตะกอนใต้สมุทร และนอนอยู่ในหลุมที่ฝังร่างของมันมากว่า 110 ล้านปี จนกระทั่งคนงานเหมืองช่างสังเกตคนหนึ่งค้นพบเข้าโดยบังเอิญ นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า แม่น้ำที่หลากท่วมพัดพาโนโดซอร์ตัวนี้ลอยออกสู่ทะเล โดยไม่ถูกกินและไร้ร่องรอยความเสียหาย เมื่อ 110 ล้านปีก่อน ทวีปอเมริกาเหนือต่างจากปัจจุบันมาก โนโดซอร์ตัวนี้ถูกฝังอยู่ในทางน้ำขนาดใหญ่ซึ่งครั้งหนึ่งแทรกตัวเข้ามาภายในภาคพื้นทวีป มันอาจอาศัยอยู่ใกล้แนวชายฝั่งอันอบอุ่นและอุดมไปด้วยพืชพรรณ จากการถูกฝังสู่การค้นพบ ในที่สุดซากที่ขึ้นอืดก็ปริแตก จมลงสู่ก้นทะเล และถูกตะกอนกลบฝังอย่างรวดเร็ว 1 ตะกอนห่อหุ้มร่างของโนโดซอร์ เมื่อเวลาผ่านไป แร่ธาตุก็แทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อ และรักษารูปทรงให้อยู่ในรูปสามมิติภายใน “โลงหิน” ของมัน 2 ชั้นตะกอนทับถมหนาขึ้นและแข็งตัวกลายเป็นหิน ระหว่างสมัยน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งที่ถอยร่นทิ้งตะกอนเพิ่มขึ้นอีก ต่อมามีพืชพรรณเกิดขึ้น ทำให้ดินคงที่ไม่เลื่อนไหล 3 คนงานเหมืองทรายน้ำมันขุดผ่านส่วนครึ่งตัวหลังของโนโดซอร์ก่อนจะสังเกตเห็น ครั้นแล้วคนงานตาไวคนหนึ่งก็เห็นลวดลายแปลกๆในก้อนหิน นั่นคือเกราะของโนโดซอร์ อ่านเพิ่มเติมเรื่อง “เผยโฉมฟอสซิลไดโนเสาร์สภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ” เผยโฉมฟอสซิลไดโนเสาร์สภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ