ม้าป่าเปรวาสกี้ แท้จริงสืบเชื้อสายจากม้าบ้าน - National Geographic Thailand

ม้าป่าเปรวาสกี้แท้จริงสืบเชื้อสายจากม้าบ้าน

ม้าป่าเปรวาสกี้แท้จริงสืบเชื้อสายจากม้าบ้าน

ในทางเทคนิคแล้วปัจจุบันไม่มีสายพันธุ์ม้าป่าหลงเหลืออยู่บนโลก รายงานจากผลการศึกษาใหม่

นักวิจัยวิเคราะห์ผังการสืบสายเลือดของสายพันธุ์ม้าป่าเปรวาสกี้ หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่าม้าป่ามองโกล ที่เชื่อกันว่าพวกมันเป็นสายพันธุ์ของม้าป่าเพียงพันธุ์เดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน

พวกเขาตรวจสอบดีเอ็นเอของมันและเปรียบเทียบกระดูกเข้ากับสายพันธุ์ม้าโบราณ ผลการวิจัยพบว่าม้าป่าเปรวาสกี้ไม่ใช่ม้าป่าแบบที่ใครหลายคนเข้าใจ ผลดีเอ็นเอแสดงให้เห็นว่าบรรพบรุษของม้าป่าเปรวาสกี้คือม้าบ้านที่กลับไปอาศัยอยู่ในป่าภายหลัง

ก่อนหน้านี้สายพันธุ์ม้าป่าเปรวาสกี้ได้รับการอนุรักษ์อย่างเต็มที่ ด้วยความเชื่อที่ว่าพวกมันคือสายพันธุ์ม้าป่าบริสุทธิ์ที่ยังหลงเหลืออยู่บนโลก ดังเช่นการทำงานของศูนย์อนุรักษ์นิเวศวิทยาและชีววิทยา Smithsonian ที่ช่วยให้ม้าสายพันธุ์หายากนี้มีชีวิตอย่างผาสุกภายในเขตอนุรักษ์ทางธรรมชาติของประเทศจีน

นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าบรรพบรุษของม้าป่าเปรวาสกี้มีถิ่นอาศัยอยู่ในทุ่งหญ้าสเตปป์ของยูเรเซีย ในปี 1969 พวกมันได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการว่าม้าสายพันธุ์นี้ที่มีอยู่ในธรรมชาติได้สูญพันธุ์ไปแล้ว ปัจจุบันประชากรของพวกมันอยู่ที่ราว 2,000 ตัว

ม้าป่าเปรวาสกี้สืบเชื้อสายมาจากหนึ่งในสายพันธุ์ม้าบ้านที่เก่าแก่ที่สุด พวกมันมีชื่อว่าม้า Botai พบได้ทางตอนเหนือของคาซัคสถานเมื่อราว 5,500 ปีก่อน การค้นพบครั้งนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่บรรดาทีมวิจัยอย่างมาก นอกจากนี้นักโบราณคดียังคาดหวังที่จะสืบค้นต่อไป เพื่อหาว่าม้า Botai ยังเป็นบรรพบรุษของม้าสายพันธุ์ใดอีกในปัจจุบัน

กว่าจะมาถึงจุดนี้ ทีมนักวิจัยได้ตรวจสอบจีโนมของม้า Botai จำนวน 20 ตัวและจีโนมของม้าต่างสายพันธุ์ที่พบในยูเรเซียอีก 22 ตัว จากนั้นนำจีโนมที่ได้มาเปรียบเทียบกับจีโนมของม้าในปัจจุบัน ซึ่งผลการค้นพบครั้งนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Science

 

จากสายพันธุ์บ้านสู่ป่า

ถ้าเช่นนั้นแล้วบรรพบรุษของม้าบ้านในปัจจุบันคือม้าสายพันธุ์ไหนกัน? เป็นปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์ยังคงต้องหาคำตอบกันต่อไป

ก่อนการมาถึงของหมู่บ้าน Botai เดิมภูมิภาคนี้เป็นถิ่นที่อยู่ของชนเผ่าเร่ร่อน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า เมื่อ 5,500 ปีก่อนผู้คนในยุคโบราณเริ่มเรียนรู้ที่จะเลี้ยงม้าไว้สำหรับการออกล่าหาอาหารหรือใช้ในการขนส่ง

ผลการขุดค้นทางโบราณคดีในคาซัคสถานเผยให้เห็นเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับการขี่ม้า และบางส่วนของคอกม้าที่ยังคงหลงเหลืออยู่ การวิจัยครั้งนี้ชี้ว่าบางทีบรรพบรุษของม้าป่าเปรวาสกี้อาจหลบหนีออกจากคอกเลี้ยงกลับเข้าสู่ป่า

ในประวัติศาสตร์มนุษย์พึ่งพาประโยชน์จากม้ามาอย่างยาวนาน ผู้คนใช้ม้าเพื่อช่วยในการเก็บเกี่ยวผลผลิต, ใช้ม้าในการเดินทางเพื่อความสะดวกรวดเร็ว ผลการศึกษาก่อนหน้านี้พบว่าการริเริ่มนำม้ามาเลี้ยงเกิดขึ้นในบริเวณภูมิภาคที่ปัจจุบันคือประเทศยูเครน, รัสเซียและคาซัคสถาน

เรื่องซาร่าห์ กิบเบ็นส์

 

อ่านเพิ่มเติม

บรรพบรุษโบราณของแมงมุมมีหาง

เรื่องแนะนำ

สปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชถูกค้นพบทุกวันในป่าแอมะซอน

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ ภายในป่าแอมะซอนเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมากมาย ผลจากการค้นพบที่ผ่านมา นักวิจัยรายงานว่าพวกเขาค้นพบสปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชทุกวัน โดยเฉลี่ย นั่นคือข้อสรุปจากการทำงานตลอด 2 ปีทีผ่านมาของ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF องค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ตั้งอยู่ในบราซิล WWF ติดตามรายงานการค้นพบสัตว์มีกระดูกสันหลังและพืชสายพันธุ์ใหม่ๆ จากป่าแอมะซอน ในปี 2014 และปี 2015 จากรายงานทีมนักวิจัยค้นพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่รวมทั้งสิ้น 381 ชนิด โดยเป็น พืช 216 ชนิด ปลา 93 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 32 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 20 ชนิด สัตว์เลื้อยคลานอีก 19 ชนิด และนกอีก 1 ชนิด อย่างไรก็ตามการค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ๆ จากป่าแอมะซอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ป่าแห่งนี้มีพื้นที่กว้างถึง 4 ล้านตารางไมล์ แอมะซอนคือบ้านของพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ที่คิดเป็นสัดส่วน 10% จากทั้งหมดของโลก แต่ความประหลาดใจคือการที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่บางชนิดนั้น สามารถหลบซ่อนตัวอยู่ได้จนมาถึงปัจจุบันต่างหาก คำบอกกล่าวจากพาโบล […]

เมื่อวิชาทางโบราณคดีค้นพบพฤติกรรมนากทะเล

บางครั้ง บรรดา นากทะเล จะนำเท้ามาเชื่อมเข้าหากันเพื่อให้พวกมันลอยตัวกันเป็นแพ ภาพถ่าย ROY TOFT, NAT GEO IMAGE COLLECTION เมื่อวิชาทางโบราณคดีค้นพบพฤติกรรมนากทะเล เทคนิคต่างๆ ที่เคยนำมาใช้ศึกษาเกี่ยวกับเครื่องมือในมนุษย์และโฮมินิดกำลังนำมาปรับใช้กับนากทะเลในยุคปัจจุบัน นักโบราณคดีสามารถบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านขยะจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้ ไม่ว่าจะเป็นกองหินบิ่นเบี้ยวและเศษเปลือกหอยจากบรรดามนุษย์ผู้หิวโหยเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเผยข้อมูลที่ว่า เผ่าพันธุ์ของเราเคยอาศัยอยู่ที่ไหน อยู่อย่างไร และอยู่มานานเท่าใด ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์กำลังใช้วิธีการทางโบราณคดีแบบเดียวกันนี้เพื่อเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ เกี่ยวกับสัตว์ขนฟู ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใกล้สูญพันธุ์ นากทะเลป่า มักทุบหอยแมลงภู่ด้วยการกระแทกกับหินจนติดเป็นนิสัย ทำให้พวกมันเป็นหนึ่งในสัตว์เพียงไม่กี่ตัวที่ใช้เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือตนเอง จากการสังเกตพฤติกรรมของนากทะเลทางตอนใต้ของชายฝั่งแคลิฟอร์เนียและวิเคราะห์การสึกหรอของหินและเปลือกหอยบริเวณใกล้เคียงนั้น นักวิจัยจึงสามารถค้นพบข้อสรุปอันน่าประหลาดใจได้ ยกตัวอย่างเช่น รอยแตกอันเด่นชัดบริเวณด้านข้างของหอยแมลงภู่แสดงให้เห็นว่านากส่วนใหญ่ในพื้นที่นี้ใช้มือขวาของพวกมันในการทุบ เป็นเวลาหลายทศวรรษที่นักวิจัยส่วนใหญ่เชื่อว่า มีเพียงแค่โฮมินิดและมนุษย์เท่านั้นที่ใช้มือสร้างประโยชน์ แต่ต่อมาทั้งจิงโจ้ ปลาวาฬสีน้ำเงิน และนากทะเล ต่างมีความถนัดในการใช้มือข้างใดข้างหนึ่งได้ด้วยเช่นกัน ขนาดของเปลือกหอยและการสึกกร่อนของหินยังเป็นพื้นฐานสำหรับการประเมินว่าช่วงระยะเวลาที่นากได้กินอาหารในบริเวณแห่งนี้เกิดขึ้นมานานแค่ไหน ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ลงวารสาร Scientific Reports “ข้อมูลเหล่านี้สามารถบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับช่วงระยะเวลาที่บรรดานากทะเลเริ่มใช้เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ต่างๆ นั้นเริ่มแพร่กระจายในหมู่ของพวกมันได้อย่างไร” — Jessica Fujii, นักวิจัยอาวุโสแห่งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอเรย์เบย์ กล่าว ซึ่งข้อมูลดังกล่าวยังสามารถตอบคำถามที่ว่า เพราะเหตุใดนากทะเลทางตอนใต้ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยที่อาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนียมีแนวโน้มที่จะใช้เครื่องมือมากกว่านากทะเลทางเหนือที่มีถิ่นกำเนิดในบริเวณชายฝั่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกและอะแลสกา […]

จากหมาป่าสู่หมาบ้าน: กว่าจะมาเป็นเพื่อนรักแสนรู้ของมนุษย์

ในระดับดีเอ็นเอสุนัขป่ากับสุนัขบ้านไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ว่าแต่มนุษย์เริ่มนำสุนัขป่ามาเลี้ยงตั้งแต่เมื่อใดกัน?

ลิงโคลนนิ่ง คู่แรกในจีน

นักวิทยาศาสตร์จีนประสบความสำเร็จโคลนนิ่งลิงเป็นครั้งแรกของโลก โดยใช้กระบวนการเดียวกันกับการโคลนนิ่งแกะดอลลี