พฤติกรรมที่หาดูได้ยาก เหล่า ชิมแปนซี รุมฆ่าหัวหน้าเก่า

พฤติกรรมที่หาดูได้ยาก เหล่าชิมแปนซีรุมฆ่าหัวหน้าเก่า

พฤติกรรมที่หาดูได้ยาก เหล่า ชิมแปนซี รุมฆ่าหัวหน้าเก่า

ทีมนักวิจัยได้พบกับเหตุการณ์อันน่าสยดสยองในปี 2013 ณ สาธารณรัฐเซเนกัล การศึกษาชิมแปนซีในแต่ละฝูงใช้เวลาศึกษานานกว่าทศวรรษ พวกเขาพบว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นชนวนไปสู่ความตาย

แต่การเข่นฆ่ากันเองในฝูงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก…

ทีมนักวิจัยได้เผยแพร่ผลการศึกษาลงในวารสาร International Journal of Primatology และพวกเขายังสามารถบันทึกวีดีโอพฤติกรรมความรุนแรงของฝูงชิมแปนซีที่กระทำต่อหัวหน้าเก่าของพวกมัน

“มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากเลยค่ะ” จิลล์ พรีทซ์ นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยไอโอวาเสตท กล่าว และเธอยังได้รับทุนสนับสนุนจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในการศึกษาครั้งนี้ด้วย “ฉันรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่หลายวันทีเดียว ลองคิดดู ถ้าคุณต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือของเพื่อนตัวเอง”

ย้อนกลับไปในปี 2007 ฟูดูโกเป็นจ่าฝูงของชิมแปนซี (Pan troglodytes verus) มีสมาชิกใต้อาณัติกว่าสามร้อยตัวพวกมันอาศัยอยู่ในเขตฟองโกลี เขตทุ่งสะวันนาทางตะวันตกเฉียงใต้ของเซเนกัล

แต่ทว่า การก่อกบฏเพื่อขับไล่จ่าฝูงออกจากพื้นที่ได้เริ่มขึ้น เหตุการณ์นี้กินเวลาห้าปี จนในที่สุด จ่าฝูงถูกสังหารด้วยน้ำมือของสมาชิกอันดับต่ำกว่า แรงจูงใจในการฆาตกรรมครั้งนี้คาดว่าเกิดจากการแย่งคู่ผสมพันธุ์

“การทำร้ายศัตรูนั้น เป็นเรื่องที่เขาใจได้ แต่การฆ่าเพื่อนร่วมฝูงช่างเป็นปริศนา…มีเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่มากระหว่างความร่วมมือและความขัดแย้ง” ไมเคิล วิลสัน นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา กล่าว เขากำลังศึกษาเรื่องพฤติกรรมความก้าวร้าวในชิมแปนซี

“มันทำให้ผมนึกถึงภาพยนต์เรื่อง โซปราโน” (ภาพยนต์แนวฆาตกรรม)

 

การเมืองในหมู่ไพรเมท

นับตั้งแต่ปี 2005 พรีทซ์และคณะได้ทำการทุ่มเทศึกษาฝูงชิมแปนซีในฟองโกลีอย่างใกล้ชิด หนึ่งในฝูงที่เขาสำรวจอาศัยอยู่ทางตะวันตกของแอฟริกา ซึ่งเป็นที่ที่เอปเติบโตมาอย่างคุ้นชินกับการวิจัยของมนุษย์

การสำรวจของพรีทซ์เห็นถึงชีวิตประจำวันของชิมแปนซีเต็มไปด้วยการเมือง ภายในฝูงจะมีตำแหน่งผู้นำเป็นตัวผู้เรียกว่า “แอลฟา” โดยมีตัวผู้ตัวอื่นเป็นพันธมิตรคอยให้การสนับสนุน และมีตัวเมียพร้อมซิมแปนซีวัยเยาว์คอยขนาบข้าง เมื่อตัวเมียโตเต็มวัยพร้อมสืบพันธุ์ มันจะออกไปหาฝูงใหม่ ในขณะที่ตัวผู้จะเติบโตต่อไปในฝูงที่ตัวเองเกิดมา และแข่งขันกับตัวผู้ตัวอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นใหญ่ “มันค่อนข้างจะเหมือนละครน้ำเน่าเลยค่ะ” พรีทซ์บอก

ในช่วงต้นปี 2005 พรีทซ์และนักวิจัยคนอื่น ๆ มีความเห็นตรงกันว่า ฟูดูโกเป็นแอลฟาของฝูงนี้ โดยสังเกตจากพฤติกรรมที่ชอบขู่คำรามใส่สมาชิกตัวอื่น ๆ ลักษณะของคิ้วและความยโสโอหังอย่างผู้นำ ทำให้ผู้ช่วยนักวิจัยคนหนึ่งเรียกมันว่า ซัดดัม ตามชื่อของเผด็จการชาวอิรัก ซัดดัม ฮุซเซน

แต่ในเดือนกันยายน 2007 ฟูดูโกสูญเสียอำนาจในการเป็นจ่าฝูงให้ตัวผู้อันดับถัดมาชื่อ มามาดู มันถูกทำร้ายอย่างสาหัสจนต้องเดินกะโผลกกะเผลก ในที่สุด เมื่อเดือนมีนาคม 2008 มันถูกขับไล่ออกจากฝูงที่นำโดยมามาดูและบริวาร หลังจากที่มันหายไปจากเขตฟองโกลี พรีทซ์คิดว่าฟูดูโกคงตายแล้ว

ฟูดูโกสร้างความประหลาดให้เธอด้วยการปรากฏตัวอีกครั้งหลังจากเวลาล่วงไปเก้าเดือน แต่การกลับมาครั้งนี้ มันมาพร้อมกับความขลาดกลัว ไม่ใช่อย่างผู้นำเช่นเมื่อก่อน มันคอยหลบอยู่หลังต้นไม้บ้าง ตามพุ่มหญ้านอกเขตฟองโกลีบ้าง เป็นเวลากว่าห้าปีที่ฟูดูโกต้องอยู่อย่างคนถูกเนรเทศ ภายใต้การนำของแอลฟาตัวใหม่ มามาดูพี่ชายของดาวิด

มามาดูและดาวิดต้อนรับฟูดูโกกลับเข้าฝูงอีกครั้ง แต่ตัวผู้วัยรุ่นตัวอื่น ๆ ในฝูงปฏิบัติกับมันอย่างไร้ความปราณี พวกวัยรุ่นมักจะไล่ฟูดูโกออกจากฝูงและส่งเสียงร้องอย่างเกรี้ยวกราด เป็นเสียงร้องที่คณะวิจัยไม่เคยได้ยินในพฤติกรรมปกติของชิมแปนซี

 

ฉากแห่งโศกนาฏกรรม

ก่อนตะวันรุ่งของเช้าวันที่ 15 มิถุนายน 2013 พรีทซ์และผู้ช่วยของเธอ ไมเคิล ซาเดียโค ได้ยินเสียงโหวกเหวกห่างออกไปราวครึ่งไมล์จากพี่พักของพวกเขา ฝูงชิมแปนซีกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปลงไปทางใต้จากรังของพวกมัน พร้อมร้องคำรามกึกก้อง พรีทซ์กำลังป่วยจากพิษไข้มาลาเรีย เธอจึงให้ซาเดียโคไปดูเหตุการณ์

สิ่งที่ซาเดียโคเห็นช่างน่าสลด ฟูดูโก ชิมแปนซีอายุ 17 ปี กลายเป็นศพ ที่มือของมันมีรอยกัดและขีดข่วนเป็นจำนวนมาก สมาชิกสองตัวในฝูงกำลังรุมทึ้งและลากร่างไร้ลมหายใจไปมา ในขณะเดียวกัน สมาชิกตัวอื่น ๆ ก็ทุบลงไปที่หัวและลำตัว ที่เท้ามีรูโหว่ขนาดใหญ่ที่เกิดจากการกัด และแผลนี้น่าจะเป็นสาเหตุการเสียเลือดจนตาย

เมื่อแสงอรุณสาดทอพ้นขอบฟ้า พรีทซ์และคณะยังคงเฝ้าดูสมาชิกในฝูงทั้งตัวผู้และตัวเมียใช้ความรุนแรงกับร่างของฟูดูโก โดยเฉพาะการฉีกกินเนื้อในส่วนลำตัว ลำคอ และกัดเข้าไปที่อวัยวะเพศ

แต่ไม่ใช่ชิมแปนซีทุกตัวในฝูงจะแสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อศพของฟูดูโก อย่างกรณีมามาดู เหมือนมันพยายามลากพันธมิตรตัวหนึ่งของมันไปรอบ ๆ และขู่คำรามใส่หน้า ดาวิดแทบจะไม่แตะต้องศพเลย แต่สิ่งที่ทำให้พรีทซ์ประหลาดใจคือ แม่ของมามาดูและดาวิด ที่ฉีกทึ้งศพกินอย่างเกรี้ยวกราด “มันแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ไยดีต่อฟูดูโก” เธอบอก “ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงค่ะ”

พรีทซ์สันนิษฐานการฆาตรกรรมฟูดูโกครั้งนี้ว่า อาจจะเกิดจากแรงขับทางเพศ

ซาเดียโกตั้งข้อสันนิษฐานไปในทางเดียวกันว่า ฟูดูโกอาจจะพยายามเข้าใกล้ตัวเมียที่กำลังติดสัด การต่อสู้เพื่อแย่งตัวเมียงอย่างดุเดือดจึงเกิดขึ้น

จากการทบทวนวรรณกรรมในปี 2014 พรีทซ์, วิลสัน, และผู้เชี่ยวชาญด้านไพรเมทกว่า 28 คน ลงความเห็นว่า ความรุนแรงจนนำไปสู่ความตายในหมู่ชิมแปนซีส่วนใหญ่เกิดจากการแย่งคู่ผสมพันธุ์และแย่งชิงทรัพยากร

“การฆ่ากันเองในฝูงดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ เป็นการต่อสู้ระหว่างตัวผู้” วิลสันบอก “สัญญาณการต่อสู้เพื่อการสืบพันธุ์ค่อนข้างชัดเจน และการจบชีวิตของอีกฝ่ายนับว่าเป็นความรุนแรงขั้นสูงสุด”

 

เกือบจะเหมือนมนุษย์?

พฤติกรรมการฉีกกินเนื้อของชิมแปนซีมีการบันทึกไว้ตั้งแต่ยุค 1970 เป็นภาพชวนน่าขยะแขยงพอสมควร เช่น ตัวเมียวัยเจริญพันธุ์กัดกินอวัยวะเพศของตัวผู้

การตายของชิมแปนซีสะท้อนความรุนแรงในมนุษย์ซึ่งเป็นญาติสายพันธุ์ใกล้ชิด ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องถกเถียงกันต่อไป

สำหรับวิลสัน เขาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมความรุนแรงในชิมแปนซีและในมนุษย์อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ แต่ไม่ใช่กับพรีทซ์ “ฉันรู้สึกไม่ค่อยอยากจะพูดถึงการฆาตรกรรมในมนุษย์เท่าไหร่ มันเป็นเรื่องซับซ้อนมาก”

เมื่อชิมแปนซีในฝูงแยกย้ายออกจากศพฟูดูโก พรีทซ์และลูกทีมของเธอได้นำศพไปฝังในจุดที่เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นพฤติกรรมของชิมแปนซีได้

ชิมแปนซีที่เหลือในฝูงดูผ่อนคลายลง แต่ยังคงดูกระวนกระวายกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตลอดทั้งคืนนั้น มีเสียงร้องดังมาจากบริเวณใกล้ ๆ หลุมศพของฟูดูโกตลอดทั้งคืน

“พวกมันยังคงหวาดกลัวต่อศพอยู่ค่ะ” เธอบอก “พวกมันไม่มีความคิดเรื่องความตาย…และไม่สามารถยุติความรุนแรงได้”

หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปร่วมปี พรีทซ์และคณะยังคงศึกษาพฤติกกรมชิมแปนซีที่เหลือในฝูงต่อไป มามาดูถูกขับออกจากลุ่มเช่นเดียวกับที่มันทำกับฟูดูโก และดาวิดขึ้นครองตำแหน่งแอลฟา พรีทซ์รู้สึกว่า มามาดูยังคงอยู่ที่ไหนซักแห่งนอกฟองโกลี และมันก็ฉลาดพอที่จะไม่กลับมาร่วมกลุ่ม

เรื่อง ไมเคิล เกรชโค

 

อ่านเพิ่มเติม

ชิมแปนซีเลือกกินสมองลูกลิงก่อนส่วนอื่น

เรื่องแนะนำ

ชมความงามของ นก จากทั่วโลก ผ่านภาพถ่ายอันน่าเหลือเชื่อ

ไม่ใช่ทุกวันที่คุณผู้อ่านจะมีโอกาสเห็น นก แกนเน็ต 2 ตัวต่อสู้กันอย่างดุเดือด ในสกอตแลนด์ หรือเห็นเพนกวินจักรพรรดิว่ายน้ำในมหาสมุทรแอนตาร์กติกาด้วยท่วงท่าอันงดงาม ด้วยภาพถ่ายจากทั่วทุกมุมโลกนี้ ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกได้รวบรวมเอาภาพของนกหลากหลายสายพันธุ์ จากแคมเปญ Your Shot มาให้ได้ชมกันตั้งแต่ใต้ทะเล ยันเหนือหมู่มวลเมฆ   อ่านเพิ่มเติม : พบฟอสซิลลูกนกจากยุคไดโนเสาร์อยู่ในอำพัน, มาเป็นแม่ให้พวกเราหน่อย!, ไมเคิล ‘นิก’ นิโคลส์ ช่างภาพผู้เปลี่ยน มุมมองที่เรามีต่อสัตว์ป่าไปตลอดกาล

พฤติกรรมแมว ที่ทาสหลายคนเกิดความสงสัย

พฤติกรรมแมว ทั้งการชอบกินน้ำจากก๊อก การดีดเท้าใส่ประตู หรือแม้แต่ไม่ชอบให้มนุษย์เกาพุง พฤติกรรมเหล่านี้มีที่มาที่ไป เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก สอบถามไปยังผู้อ่านหลายท่านว่า มีคำถามอะไรเกี่ยวกับ พฤติกรรมแมว สุดที่รักของพวกเขาบ้าง หนึ่งในคำถามที่เราได้รับมากที่สุดคือ ทำไมเจ้านายของเราไม่ชอบให้ทาสเกาพุง และเหล่านี้คือคำถามที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงช่วยเราหาคำตอบ   ทำไมแมวชอบดื่มน้ำจากก๊อกน้ำ แมวบางตัวหลงใหลได้ปลื่มกับน้ำประปาที่ไหลออกจากก๊อก เดบรา โซแรน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอวัยวะภายใน ประจำโรงพยาบาลสัตว์เทกซัสเอแอนด์เอ็ม กล่าว น้ำนิ่งในภาชนะมักไม่เป็นที่โปรดปราน โดยเฉพาะถ้วยน้ำที่ไม่สะอาด และไม่ได้เปลี่ยนน้ำ แมวเป็นสัตว์ที่มีหนวดยาวและไวต่อความรู้สึก และ “ไม่ชอบให้หนวดไปสัมผัสกับขอบถ้วย หรีออะไรก็ตาม” โซแรนอธิบาย ซึ่งเหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นเมื่อน้ำเหลือเพียงก้นถ้วย หรือแมวบางตัวอาจชอบพื้นที่สูง เช่น อ่างล้างจานบนเคาน์เตอร์ห้องครัว เพราะมัน “รู้สึกปลอดภัย” เลนา โพรวูสต์ นักพฤติกรรมสัตว์ โรงเรียนสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเพนน์ซิลวาเนีย กล่าวกับเรา ถ้วยน้ำที่วางอยู่บนพื้นอาจสร้างความรำคาญกับแมว เนื่องจากมีแรงสั่นสะเทือนจากการเดิน แมวสมัครใจเข้ามาเป็นสัตว์เลี้ยง (หรือเจ้านาย ?) ของเราเอง   ทำไมแมวกินหญ้า หรือพืชบางชนิด “การกินหญ้าและพืชบางชนิด เป็นพฤติกรรมธรรมชาติของแมว” และอาจช่วยลดพยาธิในทางเดินอาหาร โพรวูสต์กล่าว […]

ชมความน่ารักของลูกแพนด้าแบบ 360 องศา

ร่วมเดินทางเข้าไปในศูนย์วิจัยแพนด้ายักษ์ของนครเฉิงตู ของประเทศจีน พร้อมกับ Ami Vitale ช่างภาพจาก เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เพื่อชมภาพความน่ารักของสถานอนุบาลลูกแพนด้า ในวิดีโอแบบ 360 องศา สถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่บรรดานักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์เพาะพันธุ์และดูแลลูกแพนด้า เพื่อรับมือกับปัญหาการลดลงของประชากรของแพนด้ายักษ์ที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งนอกจากความใส่ใจที่เจ้าหน้าที่มอบให้แล้ว ที่นี่พวกมันยังจะได้เรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดเองในป่า เมื่อถึงเวลาที่พวกมันต้องกลับคืนสู่ป่าอีกด้วย…ลองชมกันดูว่าลูกแพนด้านั้นซนกันแค่ไหน แต่จะซนอย่างไร ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจ เพราะแพนด้าน้อยเหล่านี้น่ารักน่าชังเสียจริง   อ่านเพิ่มเติม : คืนแพนด้าสู่ธรรมชาติ, คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้

จีนวางแผนสร้างอุทยานแห่งชาติแพนด้า ขนาด 2.7 หมื่นตารางกิโลเมตร

แพนด้ายักษ์ตัวหนึ่งกับลูก แพนด้า ของเธอกำลังสำรวจบริเวณรอบๆ ตัว ภาพถ่ายโดย AMI VITALE, NAT GEO IMAGE COLLECTION อุทยานแห่งนี้จะเป็นที่อยู่อาศัยของ แพนด้า หมี และสัตว์สายพันธุ์อื่นๆ แต่ก็ยังมีอุปสรรคอื่นๆ ที่ต้องแก้ไข แผ่นดินไหวขนาด 8.0 แมกนิจูด ที่ถล่มมณฑลเสฉวน ประเทศจีนเมื่อ 11 ปีแล้ว ถือเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ รวมไปถึงถิ่นที่อยู่อาศัยของแพนด้ายักษ์ ซึ่งส่วนหนึ่งคือศูนย์แพนด้า Woolong ซึ่งเป็นศูนย์แพนด้าที่มีบทบาทในเรื่องการขยายพันธุ์ของแพนด้า และมีแพนด้าจำนวนมากที่ต้องตายไปในเหตุการณ์ครั้งนั้น และในตอนนี้ ทุกสายตากำลังจับต้องไปที่โครงการสร้างอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ ของรัฐบาลจีน แผนการสร้างอุทยานแห่งชาติแพนด้ายักษ์ ซึ่งมีกำหนดสรุปแผนก่อสร้างในฤดูใบไม้ร่วง ปี 2019 มีพื้นที่ประมาณ 27,132 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นจำนวนเกือบสามเท่าของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานจะอยู่ที่มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของแพนด้าร้อยละ 80 ของประเทศ ภายในศูนย์ฯ นี้จะรวบรวมแพนด้าจากพื้นที่สงวนจากที่อื่นๆ รวมไปถึงพืชและสัตว์ที่อยู่ในภาวะถูกคุกคามที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ด้วยเช่นกัน จากการสำรวจประชากรแพนด้าในปี 2015 มีแพนด้าอยู่ในพื้นที่ป่าอยู่ 1,864 ตัว (ไม่รวมลูกแพนด้า) ซึ่งเพิ่มจาก 1,200 […]