นกทำความสะอาดรักแร้ให้ยีราฟ - National Geographic Thailand

นกทำความสะอาดรักแร้ให้ยีราฟ

นกทำความสะอาดรักแร้ให้ยีราฟ

วิธีที่ดีที่สุดที่จะมั่นใจได้ว่าคุณจะมีอาหารเช้ารับประทานสำหรับนกตัวเล็กๆ ในทวีปแอฟริกาก็คือการเข้านอนบนจานอาหารเย็นมันเสียเลย! แม้ว่าห้องนอนของคุณจะคือรักแร้ยีราฟก็ตาม

นักวิทยาศาสตร์ทราบมานานแล้วว่าเจ้านกออกซ์เพกเกอร์ปากเหลือง (yellow-billed oxpeckers) มักจะเกาะสอยห้อยตามเนื้อตัวของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเป็นยีราฟหรือควายป่าราวกับสัตว์สี่ขาขนาดใหญ่เหล่านี้คือบ้านของพวกมัน นกน้อยทำประโยชน์ให้แก่เจ้าของบ้านด้วยการทำความสะอาด มันจะชอนไชเข้าไปในเส้นขนเพื่อจิกกินปรสิตอย่างเห็บเป็นการตอบแทน

แต่ภาพถ่ายล่าสุดจากอุทยานแห่งชาติ Serengeti ในแทนซาเนีย แสดงให้เห็นว่านกออกซ์เพกเกอร์ปากเหลืองเกาะติดอยู่กับเจ้าบ้านของมันทั้งคืน “มันเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและอบอุ่นอย่างมากสำหรับเจ้านก” Meredith Palmer นักศึกษาปริญญาเอกด้านพฤติกรรมนิเวศวิทยาจากมหาวิทยาลัยมินเนสโซต้ากล่าว ตัวเธอศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้สัตว์ที่ตัวใหญ่กว่าเป็นดั่งโรงแรมค้างคืนของนก โดยเชื่อว่าเป็นกลยุทธ์ในการปกป้องแหล่งอาหารของมันจากนกตัวอื่น รายงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ล่งในวารสาร African Journal of Ecology

ในนกออกซ์เพกเกอร์ปากแดง ญาติของมันซึ่งมีขนาดตัวเล็กกว่า และมีจะงอยปากที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานอเนกประสงค์มากกว่า เอื้อประโยชน์ให้พวกมันสามารถหาเหยื่อได้หลากหลายมากขึ้นจากม้าลาย, อิมพาลา หรือวิลเดอบีสต์ ส่วนนกออกซ์เพกเกอร์ปากเหลืองนั้นมีเมนูอาหารที่จำกัดมากกว่า ดังนั้นแล้วมันจึงสมเหตุสมผลที่มันจะอยู่เฝ้าแหล่งอาหารของมัน แม้กระทั่งช่วงเวลานอนหลับก็ตาม

ปกติแล้วนกออกซ์เพกเกอร์ปากเหลืองจะทำรังบนต้นไม้ เมื่อถึงช่วงฤดูวางไข่ ส่วนช่วงอื่นๆ ในชีวิตของมันนั้น พวกมันมีความสุขดีที่จะห้อยติดอยู่กับยีราฟ บางครั้งคุณอาจพบเห็นนกเจ็ดตัวเกาะรวมกันอยู่ในรักแร้เดียวด้วยซ้ำ

“ฉันจินตนาการว่ามันคงจะน่ารำคาญไม่น้อย ถ้ามีนกเจ็ดตัวเกาะอยู่ที่รักแร้” Palmer กล่าว

(พฤติกรรมแปลกๆ ในนกยังมีอีกมาก เช่นนกกระตั้วที่ชอบเต้นรำตัวนี้)

นกทำความสะอาด
นกออกซ์เพกเกอร์ปากเหลืองเกาะติดอยู่กับรักแร้ของยีราฟตลอดคืน
ภาพถ่ายโดย Meredith Palmer

Tiffany Plantan ผู้ศึกษาเกี่ยวกับนกออกซ์เพกเกอร์ ในฐานะของนักนิเวศวิทยา จากมหาวิทยาลัยไมอามี แต่ไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยของ Palmer กล่าวว่า “เท่าที่ฉันรู้นี่เป็นการศึกษาครั้งแรกในช่วงเวลากลางคืนของนกเหล่านี้” ตัวเธอเคยเห็นนกออซ์เพกเกอร์ปากแดงงีบหลับบนตัวควายป่าและสัตว์อื่นๆ ตลอดทั้งวันมาแล้ว แต่พฤติกรรมทำนองนี้ในช่วงเวลากลางคืนถือเป็นเรื่องใหม่ และภาพถ่ายที่ปรากฏก็ไม่มีนกออกซ์เพกเกอร์ปากแดงที่ยังคงเกาะติดกับเจ้าบ้านแต่อย่างใด

เมนูของพวกมันไม่ได้ประกอบแค่ปรสิตดูดเลือดเท่านั้น นกออกซ์เพกเกอร์ยังช่วยกำจัดมูลและสารคัดหลั่งที่ออกมจากร่างกายของเจ้าบ้านด้วยไม่ว่าจะเป็นน้ำมูก, เสมหะ หรือเลือด ฉะนั้นแล้ว ณ จุดนี้ความสัมพันธ์ของพวกมันจึงไม่ได้สวยงามเท่าไหร่นัก ในบางครั้งนกออกซ์เพกเกอร์ปากแดงก็เจาะเข้าไปในแผลเปิดของเจ้าบ้านเพื่อกินเลือด ที่น่าประหลาดใจก็คือเจ้าบ้านเองมักไม่ใส่ใจนัก “ส่วนใหญ่แล้วพวกมันจะไม่สนใจนก เว้นแต่ในกรณีที่นกไปจิกแผลของพวกมัน” Plantan กล่าว

บางทีเรื่องนี้อาจมีเหตุผลซ่อนอยู่ นักวิจัยบางรายตั้งสมมุติฐานว่าพฤติกรรมของนกเหล่านี้ช่วยให้บาดแผลของเจ้าบ้านสะอาด และปราศจากการรบกวนจากแมลงวันก็เป็นได้

เรื่อง Joshua Rapp Learn

 

อ่านเพิ่มเติม

นกแสนรู้ : ไขปริศนาความฉลาดของนก

เรื่องแนะนำ

ฤดูกาลแห่งการ ล่าวาฬ: วิถีและประเพณีอันเก่าแก่ของชนพื้นเมืองในอลาสกา

สำหรับชนพื้นเมืองในอลาสกา วาฬคือศูนย์กลางวิถีชีวิตและประเพณีอันเก่าแก่ การล่าวาฬที่ทำกันเพียงปีละครั้ง ไม่เพียงเป็นแหล่งอาหารของคนทั้งชุมชน แต่ยังเป็นการสืบสานวิถีอันเก่าแก่ไม่ให้สาบสูญไป

คุณจะกินอาหารยังไงนะ ถ้าคุณตัวหนักเบาะๆ แค่เกือบสองร้อยตัน

นักวิทยาศาสตร์ใช้โดรนบันทึกภาพวาฬสีน้ำเงิน (Balaenoptera musculus) ขณะสวาปามฝูงคริลล์ในน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิกนอกชายฝั่งนิวซีแลนด์ ในฐานะสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วาฬสีน้ำเงินอาจเติบใหญ่จนยาวเทียบเท่ารถบัสสามคันต่อกันหรือร่วม 30 เมตร และหนักได้ถึง 200 ตัน ขณะทะยานเข้าหาฝูงคริลล์ มันอาจเร่งความเร็วได้ถึง 6.7 ไมล์ต่อชั่วโมง (10.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) แต่การอ้าปากอันมหึมาจะชะลอความเร็วของมันลงเหลือเพียง 1.1 ไมล์ต่อชั่วโมง (1.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ความน่าทึ่งอย่างหนึ่งคือ วาฬสีน้ำเงินเป็นสัตว์ช่างเลือก เพราะมันอาจว่ายผ่านฝูงคริลล์ขนาดเล็กไป ดังที่เห็นในคลิปอีกช่วงหนึ่ง เหตุผลหนึ่งคือมันอาจเห็นว่าไม่คุ้มค่ากับพลังงานที่ต้องใช้ในการเร่งความเร็ว อ้าปากกรองกินอาหาร และกลับสู่การว่ายด้วยความเร็วปกติ ลองคิดง่ายๆว่าถ้าคุณหนัก 200 ตัน ลำพังแค่การเคลื่อนไหวร่างกายแม้เพียงเล็กน้อยก็ต้องใช้พลังงานมหาศาลแล้ว วาฬสีน้ำเงินจัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์โดยสหภาพสากลว่าด้วยการการอนุรักษ์ธรรมชาติหรือไอยูซีเอ็น (International Union for Conservation of Nature: IUCN) และได้รับการคุ้มครองจากคณะกรรมาธิการเพื่อการล่าวาฬนานาชาติ (International Whaling Commission) ซึ่งให้การปกป้องพวกมันนับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา หลังถูกไล่ล่าจนเกือบสูญพันธุ์ การใช้โดรนช่วยให้นักวิจัยสังเกตและศึกษาพฤติกรรมของวาฬได้โดยไม่รบกวนพวกมัน ผิดจากในอดีตที่ต้องใช้เครื่องบิน หรือเฮลิคอปเตอร์ที่ส่งเสียงดังรบกวน กระนั้น เราก็ยังจำเป็นต้องรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างโดรนกับวาฬด้วย   […]

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ