ภาพถ่ายหาชมยาก อนาคอนดา ตัวเมียรัดคู่ผสมพันธุ์จนตาย

ภาพถ่ายหาชมยาก อนาคอนดาตัวเมียรัดคู่ผสมพันธุ์จนตาย

ภาพถ่ายหาชมยาก อนาคอนดา ตัวเมียรัดคู่ผสมพันธุ์จนตาย

ขณะกำลังติดตามศึกษางูใหญ่ในหนองน้ำของบราซิล Luciano Candisani พบเจอสิ่งที่เกินความคาดหมาย มันคือภาพของงู อนาคอนดา เขียวตัวเมียที่กำลังกอดรัดตัวผู้อย่างเอาเป็นเอาตาย

ด้วยขนาดลำตัวที่หนาพอๆ กับยางรถบรรทุก งูอนาคอนดาเขียวตัวนี้เป็นที่รู้จักดีของไกด์ท้องถิ่นนาม Juca Ygarapé และ Daniel de Granville ผู้นำทาง Candisani ไปยังถิ่นหากินของมันบริเวณแม่น้ำ Formoso

พวกเขาพบครึ่งหนึ่งของความยาวทั้งหมดโผล่ขึ้นมาจากน้ำ และเมื่อส่องลงไปใต้น้ำก็พบว่าอนาคอนดาตัวเมียกำลังเกี่ยวรัดงูตัวผู้อยูที่ก้นของลำน้ำ ในตอนแรก Candisani คิดว่ามันทั้งสองกอดเกี่ยวกันและกัน ตัวเขาเฝ้าดูอยู่ราว 2 – 3 ชั่วโมง และบันทึกภาพจากใต้น้ำที่ความลึก 3 ฟุตไว้เป็นที่ระลึก

“ในตอนแรกผมไม่เข้าใจว่ามันกำลังทำอะไร” Candisani กล่าว “จนกระทั่งมันลากร่างของงูตัวผู้เข้าพงหญ้าไป”

ภาพถ่ายภาพนี้ถูกบันทึกไว้ในปี 2012 ต่อมาช่างภาพตัดสินใจเผยแพร่ภาพของเขาลงในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เนื่องจากว่าปัจจุบันหนองน้ำแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของงูอนาคอนดากำลังเผชิญกับไฟคุกคามจากไฟป่าและการตัดไม้ บรรดานักสิ่งแวดล้อมเองก็ต้องการเห็นการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยของงูอนาคอนดาในบราซิล อย่างเป็นรูปธรรม โดยเมื่อต้นกุมภาพันธ์ 2018 เพิ่งจะเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ซึ่งต้องใช้เวลา 5 วันกว่าจะดับได้

(คุณผู้อ่านคิดว่าความกลัวงูและแมงมุมติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด หรือมาจากการเรียนรู้ในภายหลัง)

 

กลืนกินเพราะรัก

ข้อมูลจาก Jesús Rivas นักชีววิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านอนาคอนดาจากมหาวิทยาลัย New Mexico Highlands ผู้มีประสบการณ์ในการศึกษาสัตว์เลื้อยคลานในเวเนซุเอลามานานกว่า 30 ปี ตัวเขามีเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่งูตัวเมียกินงูตัวผู้หลังผสมพันธุ์ แต่สำหรับกรณีของ Candisani นั้น ยังไม่ชัดเจนว่างูตัวผู้ถูกกินหรือไม่ เนื่องจากมันถูกลากหายเข้าไปในพงหญ้า

เหตุผลนั้นง่ายมาก: งูตัวผู้เป็นโปรตีนชั้นดีสำหรับแม่งูที่ต้องตั้งท้องไปอีก 7 เดือน “30% ของน้ำหนักตัวงูตัวเมียจะถูกนำมาใช้ในการสร้างลูกงู ดังนั้นแล้วการกินเนื้อสัก 7 – 8 กิโลก่อนที่จะไม่ได้กินอะไรอีกยาวกเป็นไอเดียที่ดีนัก” Rivas กล่าว

ทั้งนี้ภาพถ่ายของ Candisani นับเป็นกรณีที่ 4 แล้วที่มีการพบว่างูอนาคอนดาตัวเมียกินคู่ผสมพันธุ์ของมัน และนับเป็นครั้งแรกที่บันทึกภาพไว้ได้

 

ยิ่งใหญ่และสวยงาม

ไม่แปลกที่งูตัวเมียจะกลืนกินงูตัวผู้เข้าไปได้ เพราะอนาคอนดาเป็นสัตว์ที่มีขนาดแตกต่างระหว่างสองเพศอย่างชัดเจน

งูอนาคอนดาตัวผู้มีความยาวเฉลี่ย 9 ฟุตเท่านั้น ส่วนงูอนาคอนดาตัวเมียมีความยาวเฉลี่ยอยู่ที่ 12 – 17 ฟุต อย่างไรก็ตาม Candisani เล่าว่าตัวเขาเคยเห็นงูที่มีความยาว 23 ฟุตมาแล้ว

ทั้งนี้ Rivas เสริมว่าบริเวณที่ Candisani ถ่ายภาพได้นั้นไม่ไกลจากเมือง Bonito ของรัฐ Mato Grosso do Sul ซึ่งมีสภาพอากาศเปียกชื้นตลอดปี

“ถ้าเป็นพื้นที่ที่แห้งแล้ง งูอนาคอนดาสามารถจำศีลใต้โคลนได้นานหลายเดือนใต้โคลน เพราะการหาอาหารเป็นเรื่องยาก” เขากล่าว “แต่ในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศชุ่มชื้น มีอาหารเพียงพอพวกมันจะยิ่งตัวใหญ่ขึ้นอีก”

หลังจากวันนั้นจวบจนวันนี้ยังไม่เคยมีรายงานการพบงูอนาคอนดาแบบ Candisani อีก ด้านตัวเขาคาดหวังว่ามันจะยังคงอยู่ที่ไหนสักแห่งภายในป่า และอาจกำลังมองหาคู่ผสมพันธุ์ตัวใหม่ก็เป็นได้

เรื่อง Michelle Z. Donahue

 

อ่านเพิ่มเติม

ภาพถ่ายอันน่าทึ่ง! เมื่องูพยายามหนีออกจากปากกบ

 

เรื่องแนะนำ

หนูสองตัวกลายมาเป็น 15,000 ตัวในหนึ่งปี

หนูสองตัวกลายมาเป็น 15,000 ตัวในหนึ่งปี หนูไปไหนมาไหนก็มีแต่คนรังเกียจ แต่หากคุณเกิดเป็นหนูที่อินเดีย ชีวิตคุณจะมีความสุขกว่าหนูในประเทศอื่นๆ เพราะผู้คนที่นั่นมีความเชื่อว่าหนูเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ อันเนื่องมาจากประชากรชาวอินเดียราว 80% นั้นนับถือศาสนาฮินดู ตามความเชื่อของพวกเขาหนูคือบริวารของพระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งศิลปวิทยา ว่าแต่ว่าหากหนูสามารถขยายเผ่าพันธุ์ของพวกมันได้ตามใจชอบโดยปราศจากผู้ล่าเช่นในวัดบางแห่งของอินเดีย พวกมันจะสามารถผลิตลูกหลานได้มากแค่ไหน? เฉลี่ยแล้วแม่หนูจะให้กำเนิดลูกหนู 12 ตัวต่อเดือน นั่นหมายความว่าในหนึ่งปีแม่หนูจะมีลูกประมาณ 144 ตัวต่อปี ลูกๆ ของพวกมันจะสามารถเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์และมีหลานให้แม่ได้ทันที เมื่ออายุได้ 2 เดือน เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าจากหนูเพียงคู่เดียว ภายในหนึ่งปีพวกมันสามารถให้กำเนิดหนูได้มากถึง 15,000 ตัวเลยทีเดียว ทีนี้คุณผู้อ่านพอเห็นภาพแล้วใช่ไหมว่าเหตุใดหนูจึงมีอยู่ทุกที่ทั่วโลก!   อ่านเพิ่มเติม : ฮิปโปเลียจระเข้เล่น, ท่าฉี่สุดแปลกของหมาใน

นี่หนอนหรืองูกันเนี่ย?

นี่หนอนหรืองูกันเนี่ย? เห็นเพียงแวบแรกคุณอาจตกใจว่าปะทะกับงูเข้าให้แล้ว แต่ลองมองดูให้ดีๆ อีกที คุณจะเห็นว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตตรงหน้านั้นเป็นแค่หนอน และคุณถูกหลอกเข้าเสียแล้ว เจ้าหนอนแก้ว หัวงู นี้เป็นหนอนสายพันธุ์หนึ่งของผีเสื้อกลางคืนที่มีทักษะการเอาตัวรอดอันน่าทึ่ง นั่นคือเมื่อพวกมันเผชิญกับผู้ล่าอย่างนก พวกมันจะชูตัวขึ้นแล้วพองหัวออก ลวดลายที่ปรากฏบนตัวประกอบอับท่าทางส่ายไปมาเลียนแบบงู จะทำให้นกที่หมายปองว่าจะกินพวกมันนั้นตกใจ เพราะคิดว่าเจอเข้ากับงูเข้าเสียแล้ว ทั้งนี้เมื่อพวกมันเติบโตขึ้นก็จะกลายเป็นดักแด้และผีเสื้อตามปกติ   อ่านเพิ่มเติม : แม่แมลงสาบตัดสินใจวางไข่ ก่อนถูกฝูงมดรุมกัดตาย, ทำไมราชินีมดและแมลงอื่นๆ จึงฝังศพพวกที่ตายแล้ว

วาฬเพชฌฆาตปะทะวาฬสีน้ำเงิน

ฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันโจมตีสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พวกมันคงไม่ได้กำลังล่าเหยื่อ เรื่อง ซาราห์ กิบเบ็นส์ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ที่เมืองมอนเตเรย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน (drone) บันทึกภาพฝูงวาฬออร์การ่วมมือกันเข้าโจมตีวาฬสีน้ำเงิน วาฬออร์กาเป็นที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งคือ วาฬเพชฌฆาต อาหารของพวกมันคือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล เช่น โลมา และแมวน้ำ แต่ในกรณีนี้ ผู้ล่าที่น่าเกรงขามคงไม่ได้ตั้งใจที่จะต่อกรกับวาฬสีน้ำเงินตัวเต็มวัย ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนโลก จากข้อมูลที่เคยบันทึกไว้ วาฬสีน้ำเงินมีความยาวลำตัวได้ถึงหนึ่งร้อยฟุต และหนักกว่า 200 ตัน จากภาพที่บันทึกได้ วาฬสีน้ำเงินสบัดตัวไปทางด้านข้างอย่างแรง คล้ายกับเป็นการสร้างกำแพงน้ำ และว่ายออกไปอย่างรวดเร็วให้พ้นวิถีของวาฬออร์กา แนนซี แบล็ก นักชีววิทยาทางทะเล กล่าว เธอบันทึกภาพเหตุการณ์นี้ได้จากดาดฟ้าเรือชมวาฬ เหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการโจมตี “พวกมันอาจจะกำลังหยอกเล่นเฉยๆ ค่ะ” แบล็กกล่าว “วาฬออร์กาแหย่วาฬสีน้ำเงิน เหมือนอย่างที่แมวเล่นกับเหยื่อของมัน วาฬชนิดนี้มีนิสัยขี้เล่นและชอบเข้าสังคม” แบล็กดำเนินธุรกิจนำชมวาฬในชื่อ Monterey Bay Whale Watch ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา เธอเฝ้าสังเกตวาฬออร์กาและสัตว์ชนิดอื่นๆ ในกลุ่มคีตาเชียน (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในทะเล) แม้ว่าจะมีขนาดใหญ่กว่าวาฬออร์กา […]

พบกับสัตว์ 5 สายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดในโลก

ผลการศึกษาจากทั่วโลกสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์กำลังมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธุ์ในอัตรา 1,000 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านๆ มา เชิญพบกับสัตว์ 5 สายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์มากที่สุดในขณะนี้ ตั้งแต่เสือไปจนถึงเต่า และภาพถ่ายของพวกมันได้ถูกบันทึกเอาไว้โดย โจเอล ซาตอร์ ช่างภาพจากเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกับโปรเจคภาพถ่ายสัตว์ของเขาที่ต้องการบันทึกสิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์บนโลกให้ได้มากที่สุด เสือโคร่งมลายู : จำนวนประชากรจาก 3,000 ตัวในปี 1950 เหลือน้อยกว่า 340 ตัวในปี 2013 โดยนอกเหนือไปจากการถูกล่าแล้ว การรุกล้ำพื้นที่ป่าในมาเลเซียซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของมันเป็นสาเหตุหนึ่งที่กำลังทำให้มันใกล้สูญพันธุ์ งูหางกระดิ่งซานตากาตารีน่า : ไม่ทราบจำนวนประชากร สายพันธุ์งูหายากนี้เป็นสายพันธฺุเฉพาะบนเกาะในเม็กซิโก และปัจจุบันกำลังตกเป็นเหยื่อของแมวดุร้ายที่กลับคืนสู่ป่า (Feral Cats) เหยี่ยวริดเวย์ : ประชากรน้อยกว่า 400 ตัวในปัจจุบัน ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในสาธารณรัฐโดมินิกัน เหยี่ยวสายพันธุ์นี้กำลังใกล้สูญพันธุ์อันเนื่องมาจากพื้นที่ป่าที่ถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง เต่ากระ หรือ เต่าปากเหยี่ยว : จำนวนประชากรเพศเมียน้อยกว่า 29,000 ในปัจจุบัน การค้าสัตว์ป่ากำลังคุกคามเต่าสายพันธู์นี้ความนิยมในกระดองราคาสูงของมันมีมาตั้งแต่โลกยุคโบราณ แรดดำ : จำนวนประชากรจาก 65,000 ตัวในปี 1960 เหลือ […]