กิ้งก่าโบราณเองก็สลัดหางเพื่อหนีจากผู้ล่า - National Geographic Thailand

กิ้งก่าโบราณเองก็สลัดหางเพื่อหนีจากผู้ล่า

กิ้งก่าโบราณเองก็สลัดหางเพื่อหนีจากผู้ล่า

กิ้งก่าโบราณขนาดเล็กที่มีชีวิตอยู่เมื่อร้อยล้านปีก่อนมีกลยุทธ์พิเศษในการหลอกล่อผู้ล่า เพื่อไม่ให้พวกมันต้องตกเป็นอาหาร นั่นคือการสลัดหางทิ้งเสีย

รายงานจากวารสาร Nature ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโทรอนโทศึกษาฟอสซิลของกระดูกหางกิ้งก่าโบราณซึ่งประกอบด้วยชิ้นกระดูกจำนวน 70 ชิ้น พวกเขาพบว่าส่วนหางตรงกลางของมันมีร่องรอยการเชื่อมต่อของกระดูกคล้ายกับรอยประของกระดาษชำระ กระดูกดังกล่าวแตกหักง่าย เมื่อผู้ล่าคว้าหางของมันไว้หมายที่จะกินตัวมัน หางจะถูกสะบัดออกตามรอยดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้หางขาดออกและเปิดโอกาสให้ตัวมันวิ่งหนีไป

เจ้ากิ้งก่าตัวนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Captorhinus น้ำหนักตัวประมาณ 4 ปอนด์ครึ่ง กิ้งก่าสายพันธุ์นี้มีชีวิตอยู่เมื่อ 289 ล้านปีก่อน ทักษะการเอาตัวรอดด้วยวิธีนี้ยังคงพบเห็นได้ในกิ้งก่าปัจจุบัน เช่น จิ้งจก แต่มักจะพบในจิ้งจกที่ยังไม่โตเต็มวัยเนื่องจากส่วนหางยังคงเป็นกระดูกอ่อน ในจิ้งจกที่โตเต็มที่แล้วหางของมันจะเชื่อมต่อกับส่วนลำตัวจึงไม่สามารถทำได้

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะบรรดากิ้งก่าที่ยังไม่โตเต็มที่นี้มักถูกล่าโดยกิ้งก่าที่โตกว่าเช่นกัน ฉะนั้นแล้วจึงสมเหตุสมผลที่กิ้งก่าตัวน้อยเหล่านี้จำเป็นต้องมีกลยุทธ์พิเศษในการเอาตัวรอด

ภายในระยะเวลา 30 ล้านปี เจ้ากิ้งก่าโบราณ Captorhinus ได้เดินทางท่องไปทั่วทวีปแพนเจีย เทคนิคการเอาตัวรอดด้วยการสลัดหางนี้ช่วยให้กิ้งก่าเด็กสามารถมีชีวิตรอดจากผู้ล่าและเติบโตต่อไปได้ ทั้งนี้ฟอสซิลที่ถูกค้นพบนี้มีอายุราว 70 ล้านปี และนับเป็นฟอสซิลของกิ้งก่าที่เก่าแก่ที่สุดที่สามารถสลัดหางเอาตัวรอดได้ เท่าที่เคยมีการค้นพบมา

เรื่อง Heather Brady

 

อ่านเพิ่มเติม

ฟอสซิลรอยเท้าเก่าแก่ที่สุดของการวิ่งสองขาในกิ้งก่า

เรื่องแนะนำ

นกในเมืองใหญ่ : นกทำอย่างไรเมื่อเมืองขยายตัว

นกในเมืองใหญ่ : นกทำอย่างไรเมื่อเมืองขยายตัว เมื่อนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กำจัดพืชพรรณตามธรรมชาติเพื่อแบ่งที่ดินเป็นแปลงย่อยๆ นกจับคอนบางชนิดยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายดี นกในเมืองใหญ่ที่เป็นยอด “นักปรับตัว” เหล่านี้พบสถานที่ทางเลือกอื่นๆเพื่อทำรังและกระทั่งขยายพันธุ์อยู่ใกล้ๆมนุษย์ จอห์น มาร์ซลัฟฟ์ อาจารย์ ด้านวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน กล่าว แต่นกจับคอนชนิดอื่นๆ หนีไปเสาะหาถิ่นอาศัยที่ไม่ถูกรบกวน แม้ว่าอาจหมายถึงการทิ้งคู่ผสมพันธุ์และสูญเสียโอกาสในการสืบพันธุ์  มาร์ซลัฟฟ์บอก  ท่ามกลางการขยายตัวของเมือง  เป็นที่รู้กันว่า นกในเมืองใหญ่ที่เป็นชนิดพันธุ์  “นักหลีกเลี่ยง” อย่างนกกระจิ๊ดเหลืองหน้าผากดำในภาพนี้  มีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด มาร์ซลัฟฟ์และเพื่อนร่วมงานใช้เวลา 12 ปีเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการศึกษาชิ้นหนึ่งในจำนวนที่ยังมีอยู่น้อยนั่นคือเรื่องการขยายตัวของเมืองส่งผลกระทบต่อการกระจายตัวของชนิดพันธุ์นกจับคอนอย่างไร นักวิจัยระบุสถานที่ สามลักษณะ ได้แก่ เขตสงวนในป่า ที่ดินแปลงย่อยๆที่มีอยู่แต่เดิม และ “สถานที่ที่มีการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งผืนป่ากำลังถูกเปลี่ยนเป็นที่ดินแปลงย่อยๆ ที่นั่นพวกเขา จับและติดห่วงที่ขาของนกนักหลีกเลี่ยงและนักปรับตัวรวมทั้งหมดเกือบ 3,000 ตัว จากนั้นติดตามว่าพวกนกไปที่ไหนและให้กำเนิดลูกที่โตพอจะบินหรือไม่ โดยทั่วไป ชนิดพันธุ์ที่ศึกษาจะอยู่กับคู่ผสมพันธุ์ตัวหนึ่งในบริเวณหนึ่ง แต่เมื่อการพัฒนากำจัดต้นไม้เตี้ยๆ ที่นกนักหลีกเลี่ยงชอบทำรังออกไป นักวิจัยพบเห็นนกย้ายที่อยู่ใหม่และ “แยกทางกัน” หรือไม่กลับมาอยู่กับคู่ตัวเดิมอีก เมื่อการตามหาคู่ใหม่และอาณาเขตใหม่ขัดจังหวะฤดูผสมพันธุ์ นกนักหลีกเลี่ยง “มักจะล้มเหลวในการให้กำเนิดลูกสำหรับนกที่มีชีวิตอยู่ห้าหรือหกปี นี่เป็นอันตรายใหญ่หลวงสำหรับนกในเมืองใหญ่ครับ” มาร์ซลัฟฟ์บอก เรื่อง แพทริเซีย เอดมันด์ส […]

ชมความน่ารักของลูกแพนด้าแบบ 360 องศา

ร่วมเดินทางเข้าไปในศูนย์วิจัยแพนด้ายักษ์ของนครเฉิงตู ของประเทศจีน พร้อมกับ Ami Vitale ช่างภาพจาก เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เพื่อชมภาพความน่ารักของสถานอนุบาลลูกแพนด้า ในวิดีโอแบบ 360 องศา สถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่บรรดานักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์เพาะพันธุ์และดูแลลูกแพนด้า เพื่อรับมือกับปัญหาการลดลงของประชากรของแพนด้ายักษ์ที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งนอกจากความใส่ใจที่เจ้าหน้าที่มอบให้แล้ว ที่นี่พวกมันยังจะได้เรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดเองในป่า เมื่อถึงเวลาที่พวกมันต้องกลับคืนสู่ป่าอีกด้วย…ลองชมกันดูว่าลูกแพนด้านั้นซนกันแค่ไหน แต่จะซนอย่างไร ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจ เพราะแพนด้าน้อยเหล่านี้น่ารักน่าชังเสียจริง   อ่านเพิ่มเติม : คืนแพนด้าสู่ธรรมชาติ, คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้

บรรพบรุษโบราณของแมงมุมมีหาง

ย้อนกลับไปเมื่อร้อยล้านปีก่อน บรรพบรุษของแมงมุมมีรูปร่างหน้าตาไม่ต่างจากแมงมุมปัจจุบัน ยกเว้นแต่หางยาวที่เต็มไปด้วยขนเส้นเล็กๆ

เฮอร์ริเคนมีผลต่อการคัดเลือกทางธรรมชาติในกิ้งก่า

เฮอร์ริเคนมีผลต่อการคัดเลือกทางธรรมชาติในกิ้งก่า เหตุใดเจ้ากิ้งก่าเหล่านี้จึงถูกนำมาเกาะอยู่บนเสา แล้วถูกเป่าด้วยลมแรงจากเครื่องเป่าใบไม้? นี่อาจดูเหมือนการรังแกสัตว์ แต่แท้จริงแล้วทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองอะไรบางอย่าง… ก่อนที่เฮอร์ริเคนเออร์มา กับเฮอร์ริเคนมารีอาจะเข้าพัดถล่มหมู่เกาะแคริบเบียนในปี 2017 นักวิทยาศาสตร์เดินทางไปที่หมู่เกาะ Turks และหมู่เกาะ Caicos เพื่อศึกษาเกี่ยวกับกิ้งก่าโดยเฉพาะ พวกเขารวบรวมกิ้งก่าอาโนล์จำนวนหนึ่ง และจับพวกมันเข้าร่วมการทดลอง โดยใช้เครื่องเป่าใบไม้จำลองสถานการณ์ว่ากำลังเกิดเฮอร์ริเคนขึ้น เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของกิ้งก่า จากการทดลองทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่า กิ้งก่าที่มีอุ้งตีน และขาหน้าที่ยาวกว่า มีโอกาสที่จะรอดชีวิตจากเฮอร์ริเคนได้มากกว่า เนื่องจากพวกมันมีความสามารถในการเกาะเกี่ยวเสาได้ดีกว่ากิ้งก่าทั่วไป สิ่งที่เกิดขึ้นนี้บ่งชี้ว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้เกิด “การคัดเลือกทางธรรมชาติ” ของกิ้งก่าเหล่านี้เข้า (กิ้งก่าที่มีอุ้งตีนเล็ก ขาหน้าสั้นไม่สามารถรอดชีวิตจากพายุได้จึงล้มตายไปในที่สุด) ทั้งนี้ในการศึกษาครั้งต่อๆ ไป ทีมนักวิทยาศาสตร์ตั้งใจหาคำตอบเพิ่มเติมว่าภัยพิบัติอื่นๆ เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม จะมีผลต่อวิวัฒนาการของสัตว์อย่างไรบ้าง   อ่านเพิ่มเติม ฟอสซิลรอยเท้าเก่าแก่ที่สุดของการวิ่งสองขาในกิ้งก่า