กิ้งก่าโบราณเองก็สลัดหางเพื่อหนีจากผู้ล่า - National Geographic Thailand

กิ้งก่าโบราณเองก็สลัดหางเพื่อหนีจากผู้ล่า

กิ้งก่าโบราณเองก็สลัดหางเพื่อหนีจากผู้ล่า

กิ้งก่าโบราณขนาดเล็กที่มีชีวิตอยู่เมื่อร้อยล้านปีก่อนมีกลยุทธ์พิเศษในการหลอกล่อผู้ล่า เพื่อไม่ให้พวกมันต้องตกเป็นอาหาร นั่นคือการสลัดหางทิ้งเสีย

รายงานจากวารสาร Nature ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโทรอนโทศึกษาฟอสซิลของกระดูกหางกิ้งก่าโบราณซึ่งประกอบด้วยชิ้นกระดูกจำนวน 70 ชิ้น พวกเขาพบว่าส่วนหางตรงกลางของมันมีร่องรอยการเชื่อมต่อของกระดูกคล้ายกับรอยประของกระดาษชำระ กระดูกดังกล่าวแตกหักง่าย เมื่อผู้ล่าคว้าหางของมันไว้หมายที่จะกินตัวมัน หางจะถูกสะบัดออกตามรอยดังกล่าว ซึ่งส่งผลให้หางขาดออกและเปิดโอกาสให้ตัวมันวิ่งหนีไป

เจ้ากิ้งก่าตัวนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Captorhinus น้ำหนักตัวประมาณ 4 ปอนด์ครึ่ง กิ้งก่าสายพันธุ์นี้มีชีวิตอยู่เมื่อ 289 ล้านปีก่อน ทักษะการเอาตัวรอดด้วยวิธีนี้ยังคงพบเห็นได้ในกิ้งก่าปัจจุบัน เช่น จิ้งจก แต่มักจะพบในจิ้งจกที่ยังไม่โตเต็มวัยเนื่องจากส่วนหางยังคงเป็นกระดูกอ่อน ในจิ้งจกที่โตเต็มที่แล้วหางของมันจะเชื่อมต่อกับส่วนลำตัวจึงไม่สามารถทำได้

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะบรรดากิ้งก่าที่ยังไม่โตเต็มที่นี้มักถูกล่าโดยกิ้งก่าที่โตกว่าเช่นกัน ฉะนั้นแล้วจึงสมเหตุสมผลที่กิ้งก่าตัวน้อยเหล่านี้จำเป็นต้องมีกลยุทธ์พิเศษในการเอาตัวรอด

ภายในระยะเวลา 30 ล้านปี เจ้ากิ้งก่าโบราณ Captorhinus ได้เดินทางท่องไปทั่วทวีปแพนเจีย เทคนิคการเอาตัวรอดด้วยการสลัดหางนี้ช่วยให้กิ้งก่าเด็กสามารถมีชีวิตรอดจากผู้ล่าและเติบโตต่อไปได้ ทั้งนี้ฟอสซิลที่ถูกค้นพบนี้มีอายุราว 70 ล้านปี และนับเป็นฟอสซิลของกิ้งก่าที่เก่าแก่ที่สุดที่สามารถสลัดหางเอาตัวรอดได้ เท่าที่เคยมีการค้นพบมา

เรื่อง Heather Brady

 

อ่านเพิ่มเติม

ฟอสซิลรอยเท้าเก่าแก่ที่สุดของการวิ่งสองขาในกิ้งก่า

เรื่องแนะนำ

ความจริงของตลาดค้าสัตว์ป่าจีนในยุคไวรัสโคโรนา

ที่ ตลาดค้าสัตว์ป่า ในเซินเจิ้น ผู้ค้านำสัตว์เลี้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมออกมาโชว์เพื่อค้าขาย ในประเทศจีน มีสัตว์ 54 สายพันธุ์ที่สามารถซื้อขายได้อย่างถูกกฎหมายเพื่อการบริโภค การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้การค้าสัตว์ป่าเหล่านี้เป็นที่จับตามองจากคนทั้งโลก ภาพถ่ายโดย AFP, GETTY ภาพข่าวจากสื่อหลายสำนักมักทำให้เชื่อว่า ตลาดค้าสัตว์ป่า เป็นที่นิยมในจีน แต่ความจริงแล้ว ชาวจีนส่วนมากไม่คุ้นเคยกับมัน การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่เชื่อว่ามีแหล่งกำเนิดมาจากตลาดค้าสัตว์ป่าในอู่ฮั่นทำให้มีการจับจ้องการค้าสัตว์ป่าของจีน โดยเมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา จีนได้ประกาศห้ามการค้าสัตว์ป่าจนกว่าวิกฤติในครั้งนี้จะจบสิ้น ภาพของสัตว์ที่ป่วยและดูทนทุกข์ทรมานในตลาด หรือวิดีโอที่แสดงการต้มค้างคาวเป็นๆในถ้วยซุป ได้เผยแพร่ไปในสังคมออนไลน์ ก่อให้เกิดความขุ่นเคืองไปทั่วโลก และทำให้เกิดภาพลักษณ์ว่าการซื้อสัตว์ป่าเป็นๆเพื่อนำไปบริโภคเป็นปรากฏการณ์ที่แพร่หลายในสังคมจีน แต่ในความเป็นจริง สำหรับชาวจีนส่วนใหญ่ การกินสัตว์ป่านั้นเป็นเรื่องแปลกประหลาด China Daily ซึ่งเป็นสื่อที่ควบคุมโดยรัฐบาลจีน ได้เผยแพร่บทบรรณาธิการอันน่าเสียดแทงเพื่อประณามวัฒนธรรมนี้ และเรียกร้องมาตรการห้ามค้าสัตว์ป่าอย่างถาวร ซึ่งกระแสสังคมออนไลน์ในจีน เช่น Weibo ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ด้านผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ขนาดหรือระดับของการค้าสัตว์ป่าในจีนนั้นยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากสัตว์หลายชนิดถูกล่า นำเข้า และส่งออกอย่างผิดกฎหมายเพื่อเป็นอาหาร ยา เกมกีฬา หรือเป็นสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการแพทย์แผนจีนโบราณที่ยังคงมีความเชื่อเรื่องการใช้พลังจากอวัยวะส่วนต่างๆของสัตว์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ รัฐบาลจีนอนุญาตให้เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า 54 ชนิดในฟาร์มเพื่อจำหน่ายและบริโภค เช่น มิ้งค์ […]

นกชนหิน : เหยื่อของเงินตรา อำนาจ และความหรูหรา

นกชนหินกำลังตกเป็นเป้าของการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้นกแปลกประหลาดชนิดนี้ตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยง ขณะที่ผืนป่าอันเป็นถิ่นอาศัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หดเล็กลง

เหตุใดผีเสื้อจักรพรรดิจึงอพยพไกลกว่า 4,800 กิโลเมตร

เหตุใด ผีเสื้อจักรพรรดิ จึงอพยพไกลกว่า 4,800 กิโลเมตร ทุกฤดูใบไม้ร่วง บรรดา ผีเสื้อจักรพรรดิ หลายล้านตัวจะเดินทางออกจากพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาสถานที่ที่มันเติบโตมาในช่วงฤดูร้อน เพื่อมุ่งหน้าลงสู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเม็กซิโก รวมเป็นระยะทาง 3,000 ไมล์ หรือกว่า 4,800 กิโลเมตร แตกต่างจากนกและวิลเดอร์บีสต์ แม้ว่าจะเป็นการอพยพครั้งใหญ่เหมือนกัน เพราะผีเสื้อเหล่านี้จะไม่หวนกลับมายังถิ่นที่อยู่อาศัยเดิม เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? และพวกมันรู้ได้อย่างไรว่าต้องไปที่ไหน?   กระบวนการย้ายถิ่นของผีเสื้อจักรพรรดิเป็นอย่างไร? เมื่อแต่ละวันสั้นลงและอุณหภูมิเริ่มลด ผีเสื้อจักรพรรดิจะเริ่มมองหาสถานที่ใหม่ที่พวกมันจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างปลอดภัยตลอดฤดูหนาว สำหรับผีเสื้อจักรพรรดิแล้ว พื้นที่ดังกล่าวคือเทือกเขาทางตอนกลางของเม็กซิโก สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยต้นสน Oyamel จำนวนมากที่ซึ่งผีเสื้อจักรพรรดินับล้านๆ ตัวจะเบียดเสียดกันเกาะตามกิ่งก้านสาขาของมัน ต้นสนพวกนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Sacred Firs พวกมันปกป้องแมลงเอาไว้ รายงานจาก Pablo Jaramillo-Lopez นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเม็กซิโก “ต้นไม้เหล่านี้เปรียบเสมือนผ้าห่มสำหรับบรรดาผีเสื้อ ช่วยควบคุมไม่ให้อุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป” เขากล่าว หลังจากรอให้ฤดูหนาวผ่านพ้นไป แมลงเหล่านี้จะมุ่งหน้าไปยังทางทิศเหนือ ไปในที่ที่อบอุ่นกว่าเช่นในรัฐเทกซัส พวกมันจะจับคู่ผสมพันธุ์และวางไข่บนต้นไม้ที่มียางเหนียว ไม่กี่วันต่อมาไข่เหล่านี้จะฟักออกมาเป็นหนอนที่ประกอบด้วยลวดลายสีดำขาวและทอง พวกมันจะกัดกินใบไม้ก่อนที่จะเติบโตเป็นผีเสื้อในอนาคต เมื่อถึงจุดนี้ วงจรชีวิตของผีเสื้อก็จะวนกลับมาเป็นแบบเดิมอีกครั้ง ผีเสื้อตัวเต็มวัยบินขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าไปยังทิศเหนือต่ออีกหลายไมล์ ก่อนที่จะจับคู่ผสมพันธุ์และวางไข่อีกครั้ง ดังนั้นแล้วอาจต้องใช้ผีเสื้อ 4 […]