ค้นพบ ฟอสซิล สมองอายุ 500 ล้านปี จากนักล่าบรรพกาล

ค้นพบฟอสซิลสมองอายุ 500 ล้านปี จากนักล่าบรรพกาล

ค้นพบ ฟอสซิล สมองอายุ 500 ล้านปี จากนักล่าบรรพกาล

ฟอสซิล จำนวน 15 ชิ้นที่เพิ่งถูกค้นพบในกรีนแลนด์เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเข้าถึงยังสมองของสัตว์ที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อ 520 ล้านปีมาแล้วได้

เจ้าสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วตัวนี้มีนามว่า Kerygmachela kierkegaardi มันแหวกว่ายอยู่ในน่านน้ำเปิดยุคแคมเบรียน ยุคสมัยที่สิ่งมีชีวิตต่างๆ อุบัติขึ้นมาพร้อมกันบนโลกหรือที่เรียกว่า Cambrian explosion ร่างกายของมันประกอบด้วยปีกเล็กๆ จำนวน 11 ปีกตลอดความยาวลำตัวของแต่ละด้าน นักล่าจากยุคบรรพกาลนี้มีหางยาว หัวกลม พร้อมกลับหนวดรูปร่างประหลาดซึ่งหันไปด้านหน้า รายงานจาก Jakob Vinther นักบรรพชีวินวิทยาชาวสหราชอาณาจักร

ฟอสซิลก่อนหน้านี้ของเจ้าสิ่งมีชีวิตดังกล่าวที่เคยถูกค้นพบขนาด 1 – 10 นิ้ว ได้รับความเสียหายจากสภาพอากาศอันเลวร้าย แต่สำหรับฟอสซิลชิ้นล่าสุดที่เพิ่งถูกค้นพบนี้ ถือได้ว่ามีความสมบูรณ์มาก ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ได้ข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับวิวัฒนาการของสมองและระบบประสาทในสัตว์จำพวก panarthropods วงศ์สัตว์ชนิดหนึ่งที่รวมเอาหมีน้ำ สิ่งมีชีวิตเล็กจิ๋วในปัจจุบันอยู่ด้วย นอกจากนั้นยังรวมไปถึง หนอนกำมะหยี่ และอาร์โธพอดจำพวกครัสเตเชียน (กุ้ง กั้ง ปู) และแมลง เช่นกัน

ฟอสซิลของ Kerygmachela ที่พบในกรีนแลนด์
ภาพถ่ายโดย Tae Yoon Park

การศึกษาครั้งนี้นำทีมโดย Vinther และ Tae-Yoon Park จากสถาบันวิจัย Korea Polar รายงานการค้นพบดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Nature Communications เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2018

ผลการศึกษาออกมาขัดแย้งกับการศึกษาก่อนหน้านี้ ทีมนักวิจัยพบว่าด้วยหลักฐานใหม่แสดงให้เห็นว่าบรรพบรุษของ panarthropods ทั้งหลาย ไม่ได้มีสมองที่ซับซ้อนซึ่งแบ่งออกเป็นสามส่วนแต่อย่างใด และไม่ได้ใกล้เคียงกับสัตว์มีกระดูกสันหลัง หรือไม่มีกระดูกสันหลังอื่น (โดยทั่วไปแล้วจะแบ่งสมองออกเป็นสมองส่วนหน้า (forebrain หรือ prosencephalon)  สมองส่วนกลาง (midbrain หรือ mesencephalon) และสมองส่วนท้าย (hind brain หรือ rhombencephalon)

ร่องรอยของระบบประสาทที่ยังคงตรวจสอบได้ ผลการค้นพบล่าสุดชี้ว่าบรรพบรุษของ panarthropods ไม่ได้มีสมองที่ซับซ้อน
ภาพถ่ายโดย Tae Yoon Park

ในอาร์โธพอดปัจจุบัน เช่นแมงมุม เริ่มต้นพัฒนาระบบประสาท (ปมประสาท) ของพวกมันจากเซลล์ประสาทเพียงเซลล์เดียวที่อยู่เหนือลำไส้ พวกมันมีสมองหรือปมประสาทสองส่วน คืออยู่ข้างและอยู่ใต้ลำไส้ ต่อมาเซลล์ประสาทเหล่านี้จะถูกดันขึ้นและหลอมรวมกับระบบประสาทส่วนแรกในระหว่างการพัฒนาตัวอ่อนภายในไข่ และกลายมาเป็นปมประสาทที่ซับซ้อนในที่สุด

นักวิทยาศาสตร์สามารถตามรอยโครงสร้างลักษณะนี้ไปได้ถึงในฟอสซิลดึกดำบรรพ์ สำหรับเจ้า Kerygmachela นั้นมีสมองเพียงส่วนเดียว โดยหลงเหลือปรากฏเพียงแผ่นฟิล์มคาร์บอนบางๆ เท่านั้น ซึ่งเชื่อกันว่าในหมีน้ำหรือทาร์ดิเกรด สัตว์เล็กจิ๋วที่ทนทานต่อทุกสภาพแวดล้อมเองก็มีสมองเพียงส่วนเดียวที่คล้ายคลึงกันกับ Karygmachela และเช่นเดียวกันกับ หนอนกำมะหยี่ สัตว์ลำตัวอ่อนนุ่ม นักล่าผู้ซุ่มโจมตีเหยื่อในเวลากลางคืนนี้ก็ปราศจากสมองสามส่วนเช่นอาร์โธพอดอื่นๆ รุ่นใหม่ ฉะนั้นแล้วจึงสมเหตุสมผลที่จะตั้งสมมุติฐานว่าบรรพบรุษของพวกมันก็มีสมองที่ไม่ซับซ้อนเช่นกัน ซึ่งแตกต่างจากสัตว์มีกระดูกสันหลังและ panarthropods ที่มีสมองสามส่วนอันซับซ้อน

แต่ไม่ใช่ว่านักวิทยาศาสตร์ทุกคนจะเชื่อในสมมุติฐานนี้ Nicholas Strausfeld นักประสาทวิทยาจากมหาวิทยาลัยอริโซนา เชื่อว่าหมีน้ำอาจไม่ได้พัฒนาสมองให้มีหลายส่วนขึ้นมา “ต้องระวังมากถ้าจะบอกว่าสมองของ Kerygmachela นั้นคล้ายกับสมองของทาร์ดิเกรด” Strausfeld เตือน “เพราะมันอาจไม่เป็นเช่นนั้น” ทาร์ดิเกรดอาจปราศจากสมองที่ซับซ้อนก็จริง แต่พวกมันมีระบบประสาทเป็นเครือข่ายรอบปากของมัน

ด้าน Vinther เองกล่าวว่ามุมมองของ Strausfeld นั้นน่าสนใจ แต่ไม่ว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรก็ตามทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าระบบประสาทของบรรพบรุษสิ่งมีชีวิตนั้นเป็นอะไรที่เรียบง่าย และด้วยวิวัฒนาการจึงพัฒนาต่อมาเป็นระบบสมอง และนำไปสู่ฟังก์ชั่นอื่นๆ ตามมาดังที่เราเองก็พบเห็นกันไม่ว่าจะเป็น ดวงตา สมองอันซับซ้อน และอื่นๆ อีกมากมาย

เรื่อง Andrew Urevig

ภาพกราฟฟิกของ Kerygmachela kierkegaardi นักล่าแห่งมหาสมุทรเมื่อ 520 ล้านปีก่อน
ผลงานโดย Rebecca Gelernter, Nearbirdstudios

 

อ่านเพิ่มเติม

หลักฐานฟอสซิลเผยปริศนาการทวีชนิดพันธุ์สัตว์ยุคแคมเบรียน

เรื่องแนะนำ

แกะรอยทางพราน ลักลอบล่าเสือจากัวร์

แกะรอยทางพรานลักลอบล่า เสือจากัวร์ พายุฝนที่โหมกระหน่ำตลอดทั้งคืน เปลี่ยนสายน้ำสีเขียวของแม่น้ำรีโอเกนเดเกให้กลายเป็นสีแดงจากดินโคลนและเกรี้ยวกราด เมฆทะมึนเบื้องบนดูพร้อมที่จะถั่งโถมลงมาอีกครั้งได้ทุกเมื่อ โชคดีที่เรือของเราแข็งแรงมีหลังคาคลุม  ผมร่วมภารกิจลาดตระเวนกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจากอุทยานแห่งชาติมาดิดี ในโบลิเวีย  พวกเขากำลังสืบหาเบาะแสของปัญหาที่รุนแรงขึ้นในป่าฝนผืนนี้ อุทยานแห่งชาติมาดิดีเป็นขุมทรัพย์ทางธรรมชาติอันน่าตื่นตา  รุ่มรวยไปด้วยชนิดพันธุ์นกมากกว่าร้อยละ 11 ของชนิดพันธุ์ที่พบทั่วโลก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีก 200 ชนิด ที่นี่ยังเป็นบ้านของเสือจากัวร์ แมวใหญ่ลายจุดผู้ลี้ลับซึ่งครั้งหนึ่งเคยท่องไปทั่วผืนป่าจากแถบตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ลงไปจนถึงอาร์เจนตินา เสือจากัวร์สูญเสียถิ่นอาศัยให้ไร่ปศุสัตว์ พื้นที่เกษตรกรรม และการทำไม้อย่างผิดกฎหมาย และมนุษย์ยังคร่าชีวิตมันเพราะความกลัว (ทั้งๆที่เสือจากัวร์แทบไม่เคยโจมตีมนุษย์) หรือไม่ก็กังวลว่า พวกมันจะเข้ามากินปศุสัตว์ที่เลี้ยงไว้ (ซึ่งจากัวร์ทำในบางครั้ง) และในตอนนี้ เสือจากัวร์กำลังเผชิญภัยคุกคามรูปแบบใหม่ นั่นคือการลักลอบล่าเพื่อป้อนธุรกิจค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย บางทีอาจไม่มีที่ไหนที่ภัยคุกคามนี้จะเด่นชัดเท่ากับในโบลิเวีย ที่ซึ่งพนักงานไปรษณีย์ตรวจยึดเขี้ยวเสือจากัวร์หลายร้อยชิ้นระหว่างลักลอบส่งไปยังประเทศจีน ในโบลิเวีย การล่า รวมไปถึงการซื้อขาย และแม้แต่การครอบครองชิ้นส่วนของเสือจากัวร์ ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และเป็นเช่นนี้มานานปีแล้ว เช่นเดียวกับการซื้อขายชิ้นส่วนเสือจากัวร์ในตลาดระหว่างประเทศ แต่ในโบลิเวีย การหลบเลี่ยงความผิดมักเป็นเรื่องง่าย เพราะการบังคับใช้กฎหมายไม่จริงจัง และราคาของเขี้ยวเสือจากัวร์ก็จัดว่าสูงมาก บางครั้งอาจมีสนนราคาระหว่าง 100 ถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อชิ้น “ผู้คนมองว่าเป็นช่องทางทำเงินครับ” นูโน เนกรอยส์ ซัวเรส นักชีววิทยาที่ร่วมงานกับองค์กรอนุรักษ์โบลิเวีย บอกและเสริมว่า “พวกเขารู้ว่าคงไม่โดนเล่นงาน” […]

นกพัฟฟินขี้สงสัย ผูกมิตรกับนักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวจากหมู่เกาะเชตแลนด์ ในสกอตแลนด์ บังเอิญได้เพื่อนใหม่สุดพิเศษระหว่างการเดินทางนั่นคือ “นกพัฟฟิน” ปกติแล้วนกพัฟฟินแอตแลนติกเหล่านี้ ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในทะเล และจะขึ้นบกมาเพื่อผสมพันธุ์เท่านั้น ประชากร 60% ของนกพัฟฟิน จากทั้งหมดล้วนอาศัยอยู่ในไอซ์แลนด์ จากประวัติศาสตร์นกชนิดนี้ถูกล่ามนานหลายชั่วอายุคน เพื่อล่าเอาขนและเนื้อของพวกมัน แต่น่าแปลกตรงที่ เจ้านกพัฟฟินตัวนี้กลับไม่แสดงอาการหวาดกลัวคนเลย ทั้งยังเดินเข้าไปใกล้กับขาของนักท่องเที่ยวคนนี้ด้วยซ้ำ และหลังจากสำรวจอยู่ไม่กี่นาที นกพัฟฟินก็เดินจากไป ทิ้งเอาไว้แต่ความประทับใจไม่รู้ลืม   อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายจากสารคดีเรื่องนกฮัมมิงเบิร์ดที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก, ชมความงามของ นก จากทั่วโลก ผ่านภาพถ่ายอันน่าเหลือเชื่อ

ฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่ผู้ใกล้สูญพันธุ์

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับฉลามวาฬล่าสุด ในจังหวัดภูเก็ต กำลังสะท้อนถึงชะตากรรมของสัตว์น้ำใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้ที่กำลังถูกคุกคามจากการประมงที่ไม่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

แค่แตะมูลค้างคาวอาจถึงตาย

ระหว่างการทำงานที่ได้รับมอบหมายในถ้ำที่เต็มไปด้วยค้างคาวและงู ช่างภาพคิดว่าเขารู้จักอันตรายทั้งหมด แต่ภัยคุกคามต่อชีวิตที่แท้จริงมาถึงเมื่อเขาก้าวออกจากถ้ำ

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.