การผสมพันธุ์สุดแปลกของปลาแองเกลอร์ - National Geographic Thailand

การผสมพันธุ์สุดแปลกของปลาแองเกลอร์

การผสมพันธุ์สุดแปลกของปลาแองเกลอร์

ในระหว่างการสำรวจมหาสมุทรบริเวณเกาะอะโซร์ส Kristen และ Joachim Jakobsen บังเอิญถ่ายภาพวิดีโอของปลาแองเกลอร์ขณะผสมพันธุ์เอาไว้ได้ ที่ระดับความลึก 800 เมตร

นับเป็นครั้งแรกที่การผสมพันธุ์ในธรรมชาติของปลาแองเกลอร์ถูกบันทึกเอาไว้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมหาชมได้ยากเนื่องจากปลาชนิดนี้มีถิ่นอาศัยอยู่ในน้ำลึก ปลาแองเกลอร์ขนาดใหญ่ที่เห็นคือตัวเมีย ส่วนตัวผู้คือปลาตัวเล็กกว่า ทั้งสองเพศมีขนาดและรูปลักษณ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงและเมื่อพบกันแล้วตัวผู้จะไม่ยอมปล่อยตัวเมียให้จากไปไหน มันจะว่ายตรงเข้าไปหา ใช้ปากงับตัวเมียเอาไว้ เมื่อตัวเมียว่ายน้ำไปไหนมันจะติดสอยห้อยตามไปด้วยตลอดกาล ตัวผู้จะปล่อยเซลล์สืบพันธุ์เข้าสู่ร่างกายตัวเมีย และเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายของมันจะหลอมรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งกับตัวเมียด้วย โดยในตัวเมียหนึ่งตัวสามารถมีปลาตัวผู้เกาะติดอยู่ได้มากถึง 7 ตัวด้วยกัน แต่หากว่าตัวเมียบังเอิญตายก่อนที่ตัวผู้จะตายนั่นเท่ากับว่าพวกมันก็จะตายไปด้วยกัน…

 

อ่านเพิ่มเติม

ปะการังผสมพันธุ์เพียงหนึ่งครั้งต่อปี

เรื่องแนะนำ

เจ้าเหมียวนักสกี

เจ้าเหมียวนักสกี แมวเหมียวพลังเยอะจากนอร์เวย์ตัวนี้มีชื่อว่า Jesperpus นอกจากมันจะมีสัญชาตญาณนักล่าจากบรรพบุรุษแล้ว มันยังมีสัญชาตญาณของนักผจญภัยอีกด้วย จากท่าทีกระตือรือร้นอย่างมีความสุขทุกครั้งเมื่อได้เล่นสกีหิมะกับ Aina Stormo เจ้าของ ปกติแล้วสัตว์ที่เรามักจะเห็นคนนำมาเล่นสกีด้วยมักเป็นสุนัขหรือไม่ก็ม้า ไม่เคยมีใครนำแมวมาเล่นด้วยเนื่องจากมันทำความเร็วได้ไม่มากนัก แต่ด้วยความตั้งใจของเจ้าแมวตัวนี้เป็นใครก็ต้องอนุโลม ภาพของทั้งคู่ที่เล่นสกีด้วยกันนั้นชวนให้นึกถึงเทพีเฟรยา เทพแห่งความรักและความงามตามตำนานของนอร์เวย์ ซึ่งจะเดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถลากที่เทียมแมวสองตัว หากอยากติดตามความน่ารักเพิ่มเติมก็เข้าไปดูกันได้ที่อินสตาแกรม @jesperpusen   อ่านเพิ่มเติม วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือในตระกูลแมวใหญ่

ชมการลอกคราบของตะขาบยักษ์

ชมการลอกคราบของตะขาบยักษ์ หากตะขาบที่คุณผู้อ่านพบเจอในสวนหรือในห้องน้ำที่บ้านนั่นคือความสยองแล้ว ขอเชิญพบกับความสยองขวัญที่ยิ่งกว่าจาก “ตะขาบยักษ์แอมะซอน” ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ด้วยความยาวเกือบฟุต เจ้าสิ่งมีชีวิตที่น่าประหวั่นพรั่นพรึงนี้มากไปด้วยเรื่องราวน่าประหลาดใจ ขนาดร่างกายของมันจะเติบโตใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มีจำนวนขามากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการลอกคราบหลายต่อหลายครั้ง ในขณะที่ลอกคราบเจ้าตะขาบจะหมุน บิด เคลื่อนตัวไปมาเพื่อให้มันหลุดออกมาจากผิวหนังชั้นเก่า จากนั้นก็กินผิวหนังเดิมของมันเสีย และออกหาอาหารอีกครั้ง ถึงพวกมันจะเป็นสัตว์มีพิษที่น่ากลัว แต่แม่ตะขาบมีสัญชาตญาณความเป็นแม่สูงมาก และเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ดีอีกด้วย เมื่อวางไข่ แม่ตะขาบจะใช้ขาของมันที่มีอยู่มากมายอุ้มไข่ของมันทั้งหมดไว้บนตัวเพื่อปกป้องลูกจนกว่าไข่จะฟัก และเหล่านี้คือเรื่องราวบางส่วนจากวงจรชีวิตของตะขาบยักษ์ อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าตะขาบเป็นสัตว์ดุร้ายและไม่ใช่สัตว์ที่คุณควรจะเข้าใกล้เท่าไหร่นักและ…อย่าประมาทความเร็วของมันต่ำเกินไป   อ่านเพิ่มเติม : ท่าฉี่สุดแปลกของหมาใน, รัน เบบี้เต่า รัน!

นักวิทยาศาสตร์บันทึกภาพพฤติกรรมวาฬที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน

เรื่อง :  แครี อาร์โนล นักวิทยาศาสตร์จับภาพวาฬหลังค่อมใช้ครีบข้าง (flipper) พัดโบกน้ำคล้ายปีกของนกเพื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ไม่ใช่เพื่อบังคับทิศทางอย่างที่เข้าใจกันมา เปาโล เซเกร นักชีววิทยาและนักวิจัยหลังปริญญาเอกด้านกลศาสตร์ชีวภาพของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ต ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการติดตั้งกล้องวิดีโอขนาดเท่าแฮมเบอร์เกอร์ที่หลังวาฬหลังค่อมขนาด 60 ตันเพื่อศึกษาชีวิตลับใต้ผิวน้ำของวาฬหลังค่อม  เขาต้องทรงตัวบนเรือบดขนาดเล็กกลางทะเลปั่นป่วนของแอฟริกาใต้ โดยต้องหลบหลีกหางของวาฬที่อาจจมเรือได้เมื่อมันสะบัดหางเพียงหนเดียว วาฬสองตัวถูกบันทึกภาพเมื่อมันใช้ครีบข้างพัดโบกเพื่อพุ่งตัวทะยานไปข้างหน้าเพื่อกินอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อนเกี่ยวกับวาฬชนิดพันธุ์ที่รู้จักกันดีที่สุดในโลก  นักวิทยาศาสตร์เคยคิดว่ามันใช้ครีบข้างเพื่อบังคับทิศทางขณะเคลื่อนไหว  “มันเหมือนนกใช้ปีกบิน” เซเกรกล่าว  งานของเขาเพิ่งถูกตีพิมพ์เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมในวารสาร Current Biology ในฐานะงานวิจัยที่บันทึกพฤติกรรมนี้ไว้ครั้งแรก วาฬหลังค่อมยาว 14 เมตรใช้พลังงานมหาศาลในการพุ่งทะยานไปข้างหน้าเป็นร้อยๆ ครั้งในหนึ่งวัน  มันกินสัตว์จิ๋วอย่างเคยและแพลงก์ตอนพืชสัตว์ด้วยการอ้าปากขนาดยักษ์งาบน้ำทะเลเข้าไปในปากและพ่นน้ำให้ไหลผ่านซี่บาลีนหรือแผ่นกรองออกมา  ก่อนหน้าการค้นพบหนนี้ นักชีววิทยาเคยคิดว่าครีบข้างของวาฬทำหน้าที่เหมือนปีกเครื่องบิน ส่วนหางมีไว้โบกเพื่อเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเหมือนเครื่องบินเจ็ต  แต่ในความเป็นจริง มันใช้ครีบข้างกระพือเข้ามาที่ออกก่อนจะแผ่กางออกอีกครั้งหนึ่ง เช่นเดียวกับนก สิงโตทะเล และเต่าทะเล จากการวิเคราะห์ทางอุทกพลศาตร์ในห้องวิจัย การเคลื่อนที่ของวาฬหลังค่อยยืนยันว่าการขยับขึ้นขยับลงของครีบข้างทำให้เกิดแรงขับเคลื่อนไปข้างหน้า  น่าเสียดายที่กล้องไม่ได้บันทึกภาพการเคลื่อนไหวของปลายครีบหางเอาไว้ด้วย   อ่านเพิ่มเติม : โอ้ยก็มันคันอ่า!, เผชิญหน้ากับฉลามหัวค้อนแบบ 360 องศา

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.