วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือและสิงโตข้ามสายพันธุ์ - National Geographic Thailand

วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือและสิงโตข้ามสายพันธุ์

วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือและสิงโตข้ามสายพันธุ์

ในขณะที่ประชากรเสือและสิงโตในธรรมชาติลดลง จำนวนของพวกมันในกรงเลี้ยงกลับเพิ่มขึ้น

สวนสัตว์หลายแห่งพยายามอย่างมากที่จะสร้างบรรยากาศในกรงเลี้ยงให้เสือและสิงโตรู้สึกเป็นธรรมชาติมากที่สุด บางครั้งผู้เลี้ยงเสือและสิงโตก็ทดลองผสมข้ามชนิดพันธุ์ในแบบที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติผลที่ได้ก็คือ ลูกผสมที่ไม่มีในธรรมชาติจริงๆ

เสือลูกผสมที่รู้จักกันดีคือ ลูกที่เกิดจากเสือโคร่งและสิงโต ในธรรมชาติ เสือโคร่งและสิงโตจะไม่จับคู่ผสมพันธุ์กัน ยีนที่เข้ากันไม่ได้ของลูกผสมมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา เช่น หูหนวก ตาบอด และปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมนักวิทยาศาสตร์จึงคิดว่า การจับคู่ข้ามสายพันธุ์ไม่ใช่ความคิดที่ดี

 

ไลเกอร์ (สิงโตตัวผู้ กับ เสือโคร่งตัวเมีย)

ทายาทขนาดใหญ่ยักษ์ตัวนี้ได้ลายมาจากแม่ ได้แผงขนหนาๆ มาจากพ่อ และมีแนวโน้มจะเติบโตจนมีขนาดใหญ่เกิน ไลเกอร์ตัวเดียวอาจมีน้ำหนักได้มากพอๆ กับสิงโตและเสือโคร่งรวมกัน สถิติโลกของไลเกร์ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นของไลเกอร์ที่มีชื่อว่า เฮอคิวลีส มันมีความยาวถึง 3.6 เมตร และหนักถึง 408 กิโลกรัม แมวขนาดมหึมานี้ดูน่าอัศจรรย์ แต่ขนาดใหญ่โตของมันก็มาพร้อมกับปัญหาสุขภาพ และมักจะอายุสั้น

ไทกอน (สือโคร่งเพศผู้ กับ สิงโตเพศเมีย)

การข้ามสายพันธุ์แบบนี้ให้ลูกที่มีขนาดตามเกณฑ์เฉลี่ย มีลาย และเพศผู้มีแผงขนสั้นๆ โดยปกติไทกอนมีขนาดพ่อๆ กับพ่อแม่ของมัน การผสมลักษณนี้พบไม่บ่อยเท่าไลเกอร์ (อาจเป็นเพราะมันไม่สามารถเจริญได้จนเต็มวัย) และโชคร้ายที่ไทกอนมีปัญหาสุขภาพเช่นเดียวกับที่พบในไลเกอร์

ข้ามสายพันธุ์

ส่งสัญญาณ

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เสือโคร่งและสิงโตในธรรมไม่ผสมพันธุ์กัน เพราะมันมีสัญญาณการจับคู่ที่ต่างกัน เสือโคร่งชอบปลีกวิเวก ใช้เวลาเกือบทั้งหมดหลีกเลี่ยงที่จะพบกับตัวอื่นๆ และอยู่แต่ในถิ่นของตัวเอง มันจะส่งสัญญาณบอกว่าพร้อมผสมพันธุ์ด้วยการพ่นปัสสาวะไปทั่วอาณาเขตของมัน ส่วนสิงโตนั้นต่างออกไป พวกมันเป็นพวกชอบสังคมในโลกของแมว สิงโตเพศเมียอาจจะใช้อุ้งตีนเขี่ขากรรไกรของเพศผู้ที่หมายตา หรือถูหัวของมันกับหัวของอีกฝ่าย

ดูหน้าตาของไลเกอร์และไทกอนแบบชัดๆ ได้ ที่นี่

 

อ่านเพิ่มเติม

วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือในตระกูลแมวใหญ่

เรื่องแนะนำ

พี่เลี้ยงที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ของเจ้าเหมียว

เรื่อง ซาราห์ กิบเบนส์ คาเฟ่แห่งหนึ่งในย่านบรุกลินนำสัตว์ที่เป็นปรปักษ์กันมากที่สุดสองชนิดมาอยู่ร่วมกัน นั่นคือ แมวกับหนู คาเฟ่แมวบรุกลิน (Brooklyn Cat Café) ในนครนิวยอร์ก ซึ่งร่วมมือกับ Brooklyn Bridge Animal Welfare Coalition เป็นบ้านของแมวที่รอให้คนรับไปเลี้ยงประมาณ 20 ตัว ผู้มาเยือนสามารถเล่นกับแมว และแมวบางตัวอาจลงเอยด้วยการได้บ้านหลังใหม่ กระนั้น ในกรณีหนึ่ง ลูกแมวที่อยู่ที่คาเฟ่ตัวหนึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมวและต้องแยกออกจากแมวตัวอื่นๆเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมวเป็นโรคติดเชื้อที่พบได้ทั่วไปมากที่สุดโรคหนึ่ง แมวในสหรัฐฯราวร้อยละ 2-3 มีเชื้อไวรัสชนิดนี้ ซึ่งอยู่ในของเหลวภายในร่างกายและแพร่กระจายผ่านทางการสัมผัส เช่น การผสมพันธุ์หรือแผลถูกกัด หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค แมวจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงราวสองปีครึ่ง สถานการณ์นี้กระตุ้นให้เจ้าของคาเฟ่เสาะหาสัตว์ชนิดอื่นมาเป็นเพื่อนเล่นของลูกแมวสีดำชื่อ เอโบนี ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงรับเลี้ยงหนูสีขาวตัวหนึ่งจากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ที่อยู่ใกล้เคียง และตั้งชื่อว่า ไอวอรี หนูจะไม่ติดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว ทำให้ไอวอรีเป็นเพื่อนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเจ้าลูกแมวน้อย เอโบนีตายหลังจากนั้นห้าเดือน แต่เจ้าของคาเฟ่เชื่อว่าชีวิตของมัน “มีค่าเหลือล้น” จากการมีเพื่อน สองปีต่อมาไอวอรีก็ตาย (หนูมีอายุขัยเฉลี่ยราวสองปี) และทางคาเฟ่ตัดสินใจรับหนูจากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ที่อยู่ใกล้เคียงมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนแมวต่อไป โดยเริ่มจากหนูคู่หนึ่งชื่อ เรมีและเอมิล จากเว็บไซต์ของคาเฟ่ พวกหนูไม่กลัวลูกแมวเพราะพวกมันมีขนาดพอๆกัน ลูกแมวมักจะวิ่งไล่และตะปบหางหนู ซึ่งทางคาเฟ่บอกว่าไม่เป็นไร […]

ยอดคุณพ่อกบนินจา

ยอดคุณพ่อกบนินจา เจ้ากบแก้วสายพันธุ์นี้ มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า “กบนินจา” จากลูกเตะที่ใช้ในการกำจัดศัตรูที่เข้ามายุ่งกับไข่ของมัน ปกติแล้วในขณะที่กบตัวเมียออกไปหาอาหาร กบตัวผู้จะมีหน้าที่เฝ้าไข่เอาไว้ทั้งวัน และใช้ลูกเตะของมันเป็นพลังปกป้องจนกว่าลูกๆ จะฟักออกจากไข่ มาดูกันว่าพลังรักลูกจากคุณพ่อกบจะเป็นอย่างไร เมื่อมีแมลงย่างกรายเข้ามาใกล้ไข่…   อ่านเพิ่มเติม ภาพถ่ายอันน่าทึ่ง! เมื่องูพยายามหนีออกจากปากกบ

กระรอกน้อยติดล้อ

กระรอกน้อยติดล้อ นับเป็นการเดินทางอันแสนยาวนานกว่าเจ้ากระรอกน้อยผู้มีสองขาและอีกสองล้อจะได้ชีวิตใหม่คืนมา ที่จังหวัดบาตมัน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี Rüzgar Alkan วัย 19 ปีบังเอิญไปพบมันเข้า โดยที่ขาหน้าทั้งสองข้างของกระรอกตัวนี้ติดอยู่ในกับดักสัตว์ Alkan พาตัวมันส่งสัตวแพทย์ในเมือง แต่บาดแผลที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงเกินไป ดังนั้น Alkan จึงส่งต่อกระรอกต่อให้กับ Tayfun Demir ซึ่งเปิดศูนย์ดูแลกระรอกในนครอิสตันบูล ห่างออกไป 700 ไมล์ ณ ที่นั่น ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกจากมหาวิทยาลัย Istanbul Aydın ร่วมกับนักกายภาพบำบัดช่วยกันเยียวยาเจ้ากระรอกน้อย หลังการผ่าตัดสองครั้ง ครั้งละหกชั่วโมงเพื่อรักษาบาดแผล ในที่สุดทีมงานได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่จะช่วยให้กระรอกสามารถใช้ชีวิตได้เกือบเหมือนเดิม มันเป็นล้อเลื่อนที่ใช้แทนขาหน้าซึ่งช่วยให้มันสามารถวิ่งได้อีกครั้ง   อ่านเพิ่มเติม วีลแชร์เพื่อคอร์กี้พิการ

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ

ธรรมเนียมการแข่งขันอูฐ ใครจะคิดว่าอูฐสามารถทำความเร็วได้มากถึง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกเหนือจากการเป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศรุนแรงสุดขั้วอย่างทะเลทรายแล้ว อูฐยังเป็นสัตว์สำคัญของมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง พวกเขาใช้อูฐในการขนส่ง, ใช้เป็นอาหาร ไปจนถึงเป็นความบันเทิง เช่น การแข่งอูฐ ในโอมาน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของผู้คนในภูมิภาคอาหรับ จากวิดีโอภาพมุมสูง การแข่งขันครั้งนี้ถูกบันทึกผ่านโดรนให้เรามีโอกาสได้ชมธรรมเนียมของชาวอาหรับกัน ปกติแล้วในการแข่งขันนิยมใช้อูฐหนอกเดียวมากกว่าอูฐสองหนอก ทว่าการแข่งจะต่างจากการแข่งขันสัตว์อื่นๆ เนื่องจากจ็อกกี้จะไม่ขึ้นขี่หลังอูฐ แต่จะใช้รีโมทคอนโทรลควบคุมแส้ให้ตวัดไปมาในอากาศเป็นการสั่งอูฐ โดยจ็อกกี้แต่ละคนนั้นจะนั่งอยู่ในรถยนต์ที่วิ่งขนานไปกับอูฐนั่นเอง หากสงสัยว่าเหตุใดอูฐจึงเอาชีวิตรอดท่ามกลางทะเลทรายได้ และเหล่านี้คือวิวัฒนาการที่มันปรับตัวขึ้นมาโดยเฉพาะ ภายในหนอกของอูฐประกอบด้วยไขมันที่มันจะนำมาใช้เมื่อไม่มีอาหารกิน นอกจากนั้นอูฐยังมีขนตายาวมากเพื่อป้องกันทรายพัดเข้าตา นอกจากนั้นอูฐยังสามารถอุดจมูกได้ทันทีที่ต้องการ พายุทรายจึงไม่มีผลใดๆ กับมัน และพวกมันยังมีมีพื้นเท้าที่กว้างกว่าสัตว์อื่นๆ ช่วยไม่ให้จมลงในทรายอ่อนๆ ได้อีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม สัตว์เหล่านี้ดื่มน้ำด้วยวิธีแปลกๆ

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.