วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือและสิงโตข้ามสายพันธุ์ - National Geographic Thailand

วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือและสิงโตข้ามสายพันธุ์

วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือและสิงโตข้ามสายพันธุ์

ในขณะที่ประชากรเสือและสิงโตในธรรมชาติลดลง จำนวนของพวกมันในกรงเลี้ยงกลับเพิ่มขึ้น

สวนสัตว์หลายแห่งพยายามอย่างมากที่จะสร้างบรรยากาศในกรงเลี้ยงให้เสือและสิงโตรู้สึกเป็นธรรมชาติมากที่สุด บางครั้งผู้เลี้ยงเสือและสิงโตก็ทดลองผสมข้ามชนิดพันธุ์ในแบบที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติผลที่ได้ก็คือ ลูกผสมที่ไม่มีในธรรมชาติจริงๆ

เสือลูกผสมที่รู้จักกันดีคือ ลูกที่เกิดจากเสือโคร่งและสิงโต ในธรรมชาติ เสือโคร่งและสิงโตจะไม่จับคู่ผสมพันธุ์กัน ยีนที่เข้ากันไม่ได้ของลูกผสมมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา เช่น หูหนวก ตาบอด และปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมนักวิทยาศาสตร์จึงคิดว่า การจับคู่ข้ามสายพันธุ์ไม่ใช่ความคิดที่ดี

 

ไลเกอร์ (สิงโตตัวผู้ กับ เสือโคร่งตัวเมีย)

ทายาทขนาดใหญ่ยักษ์ตัวนี้ได้ลายมาจากแม่ ได้แผงขนหนาๆ มาจากพ่อ และมีแนวโน้มจะเติบโตจนมีขนาดใหญ่เกิน ไลเกอร์ตัวเดียวอาจมีน้ำหนักได้มากพอๆ กับสิงโตและเสือโคร่งรวมกัน สถิติโลกของไลเกร์ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นของไลเกอร์ที่มีชื่อว่า เฮอคิวลีส มันมีความยาวถึง 3.6 เมตร และหนักถึง 408 กิโลกรัม แมวขนาดมหึมานี้ดูน่าอัศจรรย์ แต่ขนาดใหญ่โตของมันก็มาพร้อมกับปัญหาสุขภาพ และมักจะอายุสั้น

ไทกอน (สือโคร่งเพศผู้ กับ สิงโตเพศเมีย)

การข้ามสายพันธุ์แบบนี้ให้ลูกที่มีขนาดตามเกณฑ์เฉลี่ย มีลาย และเพศผู้มีแผงขนสั้นๆ โดยปกติไทกอนมีขนาดพ่อๆ กับพ่อแม่ของมัน การผสมลักษณนี้พบไม่บ่อยเท่าไลเกอร์ (อาจเป็นเพราะมันไม่สามารถเจริญได้จนเต็มวัย) และโชคร้ายที่ไทกอนมีปัญหาสุขภาพเช่นเดียวกับที่พบในไลเกอร์

ข้ามสายพันธุ์

ส่งสัญญาณ

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เสือโคร่งและสิงโตในธรรมไม่ผสมพันธุ์กัน เพราะมันมีสัญญาณการจับคู่ที่ต่างกัน เสือโคร่งชอบปลีกวิเวก ใช้เวลาเกือบทั้งหมดหลีกเลี่ยงที่จะพบกับตัวอื่นๆ และอยู่แต่ในถิ่นของตัวเอง มันจะส่งสัญญาณบอกว่าพร้อมผสมพันธุ์ด้วยการพ่นปัสสาวะไปทั่วอาณาเขตของมัน ส่วนสิงโตนั้นต่างออกไป พวกมันเป็นพวกชอบสังคมในโลกของแมว สิงโตเพศเมียอาจจะใช้อุ้งตีนเขี่ขากรรไกรของเพศผู้ที่หมายตา หรือถูหัวของมันกับหัวของอีกฝ่าย

ดูหน้าตาของไลเกอร์และไทกอนแบบชัดๆ ได้ ที่นี่

 

อ่านเพิ่มเติม

วิทยาศาสตร์น่ารู้: เสือในตระกูลแมวใหญ่

เรื่องแนะนำ

แอนตาร์กติกา โลกที่อาจไม่มีวันหวนคืน

เมื่อภูมิภาคแอนตาร์กติกร้อนขึ้น กฎเกณฑ์ของชีวิตก็ถูกทำลายลง นักวิทยาศาสตร์ไม่แน่ใจว่าความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้จะส่งผลอย่างไรต่ออนาคต

อะไรคือกุญแจสำคัญที่ทำให้ฉลามมาโกครีบสั้นเป็นฉลามที่รวดเร็วที่สุด?

แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่เท่าฉลามขาวหรือฉลามเสือ แต่ฉลามมาโกครีบสั้นก็เป็นสัตว์นักล่าในทะเลที่เก่งรอบด้านที่สุดชนิดหนึ่ง ด้วยความที่สามารถว่ายน้ำได้เร็วถึง 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขณะไล่ล่าเหยื่อ ส่งผลให้ฉลามมาโกครีบสั้นคือฉลามที่ว่ายน้ำเร็วที่สุดในมหาสมุทร หากแข่งขันกันระหว่างบรรดาสัตว์ที่ขึ้นชื่อด้านความเร็ว ฉลามมาโกครีบสั้น, ฉลามขาว, ปลาทูน่าครีบน้ำเงินแอตแลนติก และไมเคิล เฟลป์ส นักว่ายน้ำที่เร็วที่สุดในโลก ผลการแข่งขันฉลามมาโกจะเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับ 1 ทิ้งห่างไมเคิล เฟลป์สไปไกลโข เนื่องจากความเร็วสูงสุดของเฟลป์สอยู่ที่ 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น อะไรคือกุญแจสำคัญของความรวดเร็วนี้? หนึ่งในข้อได้เปรียบคือการรักษาอุณหภูมิของร่างกาย เลือดที่อุ่นช่วยลำเลียงออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อแดง และเพิ่มประสิทธิภาพในการว่ายน้ำ โคนหางที่แข็งแรงช่วยให้จังหวะการสะบัดหางขณะว่ายน้ำเป็นไปอย่างราบรื่นกว่า นอกจากนั้นรูปร่างของมันยังมีส่วนช่วยให้เกิดแรงต้านทานน้อยกว่าฉลามประเภทอื่นอีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม : ราชาลมกรดโลกสีคราม, เหตุใดวาฬสเปิร์มจึงยืนในน้ำ

กว่าจะมาเป็นเจน กูดดอลล์

เรื่อง โทนี เกอร์เบอร์ ภาพถ่าย ฮูโก ฟาน ลาวิค “ฉันต้องขอโทษด้วย ถ้าใครเคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้ว” เจน กูดดอลล์ บอกผู้ฟังในห้องบรรยายเมื่อปี 2015 แต่บางครั้ง “เรื่องบางเรื่องได้ยินซ้ำก็เข้าท่านะคะ” เธอเสริม ผู้คนจำเรื่องเล่าทั่วๆไปเกี่ยวกับชีวิตของเจน กูดดอลล์ ได้แทบจะในทันที เพราะความถี่ที่มีคนเขียนถึง แพร่ภาพออกอากาศ หรือเปิดเผยต่อโลกด้วยวิธีการอื่นๆ เรื่องมีประมาณว่า หญิงสาวชาวอังกฤษคนหนึ่งทำวิจัยชิมแปนซีในแอฟริกาและกลายเป็นผู้ปฏิวัติวงการไพรเมตวิทยา แต่เธอทำได้อย่างไร ผู้หญิงที่มีความหลงใหลในสิงสาราสัตว์ แต่ไม่มีพื้นฐานการทำงานวิจัยอย่างเป็นทางการใดๆ สามารถโลดแล่นในโลกวิทยาศาสตร์และโลกของสื่อที่ผู้ชายเป็นใหญ่ เพื่อสร้างการค้นพบมากมายในสายงานของเธอ และกลายเป็นคนดังระดับโลกในขบวนการเคลื่อนไหวด้านการอนุรักษ์ได้อย่างไร ต่อไปนี้คือคำตอบ เจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเพราะภาพยนตร์สารคดีเรื่อง มิสกูดดอลล์กับชิมแปนซีป่า (Miss Goodall and the Wild Chimpanzees) ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ซึ่งออกอากาศเมื่อปี 1965 เธอไม่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้นานมากแล้ว แต่ผมกำลังเปิดให้เธอดูบนแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ นักไพรเมตวิทยาวัย 83 ปีในปีนี้ กำลังพินิจพิจารณาตัวเธอเองตอนอายุ 28 ปี สาวน้อยเจนในจอภาพกำลังเดินป่าในเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่ากอมเบสตรีม (Gombe Stream Game […]