ลิงกังญี่ปุ่นแช่น้ำร้อนเพื่อคลายเครียด

ลิงกังญี่ปุ่น แช่น้ำร้อนเพื่อคลายเครียด

ต้องมีเหตุผลเบื้องหลังบางอย่างที่ทำให้ลิงกังญี่ปุ่นเหล่านี้ดูสงบนิ่งนักเมื่อได้แช่น้ำร้อน นักวิทยาศาสตร์สงสัยมาตลอดว่าเหตุใด ลิงกังญี่ปุ่น จึงใช้บ่อน้ำร้อนอบอุ่นร่างกายในช่วงฤดูหนาว และพวกเขาได้คำตอบแล้ว

ผลการศึกษาใหม่ถูกแผยแพร่ลงในวารสาร Primates ยืนยันว่าลิงกังญี่ปุ่นเหล่านี้รู้จักวิธีการผ่อนคลายตนเองและรับมือกับความเครียด

 

อากาศที่หนาวเหน็บ

ในไพรเมตทั้งหมดบนโลกนี้ ลิงกังญี่ปุ่นมีถิ่นอาศัยอยู่ทางตอนเหนือที่สุด เป็นเวลาหลายสิบปีมาแล้วที่ภาพของลิงกังเหล่านี้ลงแช่บ่อน้ำร้อนในสวนลิงจิโกคุดานิเป็นภาพชินตา และพฤติกรรมของมันดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายพันคนให้มาชมความน่ารักนี้

ในเขตภูเขาของญี่ปุ่น ฤดูหนาวที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรง ในช่วงเวลาพักผ่อนอย่างเงียบสงบของลิงกัง แต่เรายังคงเห็นหิมะที่ตกลงมาโปรยปรางเกาะยังขนของมัน ท่ามกลางอุณหภูมิเยือกแข็ง

สำหรับการหาคำตอบว่าเหตุใดลิงกังญี่ปุ่นต้องอาบน้ำร้อนด้วย ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกียวโตติดตามลิงกังเพศเมียจำนวน 12 ตัว พฤติกรรมการแช่น้ำร้อนของมันถูกบันทึกในช่วงฤดูการออกลูกตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนมิถุนายน และในฤดูหนาวตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนธันวาคม ทีมนักวิจัยต้องการทราบว่าในสองช่วงเวลานี้ลิงลงแช่น้ำร้อนบ่อยแค่ไหนและนานแค่ไหน

จากนั้นพวกเขาวัดฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ (Glucocorticoid)จากอุจจาระของลิง กลูโคคอร์ติคอยด์ เป็นฮอร์โมนในกลุ่มสเตียรอยด์ที่ร่างกายจะผลิตขึ้นเมื่อได้รับความเครียด และมักเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีอุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป

 

อาบน้ำสบายใจ

ผลการวิจัยทีมนักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าลิงกังญี่ปุ่นเหล่านี้ลงแช่น้ำร้อนบ่อยขึ้นในช่วงฤดูหนาว ส่วนลิงกังตัวเมียที่มีสถานะทางสังคมสูงในฝูงยิ่งใช้เวลาในการแช่น้ำนานขึ้นกว่าตัวอื่น เมื่อทีมนักวิจัยวัดปริมาณของกลูโคคอร์ติคอยด์ของลิงที่ใช้เวลาในการอาบน้ำนานๆ พวกเขาพบปริมาณฮอร์โมนที่เกิดจากความเครียดน้อยกว่าลิงที่ไม่ได้ลงแช่น้ำ นั่นหมายความว่าลิงกังญี่ปุ่นเพศเมียรู้จักที่จะผ่อนคลายตัวเองด้วยการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย

ในอนาคตทีมนักวิจัยวางแผนที่จะศึกษาต่อไปว่าการแช่น้ำร้อนยังมีผลต่อฮอร์โมนอื่นๆ อีกหรือไม่ รวมไปถึงการลดความเครียดที่เกิดขึ้นนี้มีประโยชน์อะไรต่อการขยายพันธุ์และการอยู่รอดของลิงกังญี่ปุ่น

เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

 

อ่านเพิ่มเติม

ลิงกังญี่ปุ่นเมคเลิฟกับกวาง

เรื่องแนะนำ

นกกระจอกเทศ : ใครว่าเรากระจอก

ลืมภาพลักษณ์เหมารวมที่มองว่า นกกระจอกเทศ เซ่อซ่าไปได้แล้ว พวกมันเป็นผู้อยู่รอดที่เฉลียวฉลาดในโลกของสัตว์ผู้ล่าต่างหาก พวกเราส่วนใหญ่เออออไปกับความคิดขำๆ แบบเดียวเกี่ยวกับ นกกระจอกเทศ ว่า พวกมันเป็นนกขนาดใหญ่ที่เอาหัวปักทรายเวลาเผชิญเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเพราะคิดว่า ถ้ามันไม่เห็นอันตรายเสียแล้ว อันตรายที่ว่า ก็คงไม่เห็นมันด้วย อันที่จริง นกกระจอกเทศก้มหัวลงมากินพืชหรือดูแลรังบนพื้นดินบ่อยๆ แต่ไม่ได้มุดลงไปใต้ผิวดิน คอของนกกระจอกเทศมีน้ำหนักเบาและยืดหยุ่นด้วยกระดูกคอ 17 ชิ้นเมื่อเทียบกับมนุษย์ซึ่งมีแค่เจ็ดชิ้น จึงสามารถเคลื่อนที่ขึ้นๆ ลงๆ โยกไปด้านข้างหรือหน้าหลังได้อย่างคล่องแคล่ว ดวงตาขนาดใหญ่โตช่วยให้พวกมันระแวดระวังโลกรอบตัวได้สบาย นกกระจอกเทศมีเหตุผลให้ต้องระวังตัวอยู่เสมอ ถ้าใครที่ยังไม่เคยรู้มาก่อนโดยพื้นฐานแล้วนกกระจอกเทศก็คือไก่ขนาดใหญ่กว่าปกติในถิ่นอาศัยที่มีสิงโต เสือดาว ไฮยีนา หมาป่าแอฟริกา และเสือชีตาห์ ที่หิวโหย และแม้ว่านกกระจอกเทศตัวเต็มวัยจะมีพละกำลังมากเกินกว่าจะตกเป็นเหยื่อได้ง่ายๆ เพราะลูกเตะ ของพวกมันอาจทำให้นอาอกระดูกหักและกรงเล็บขนาดใหญ่สองข้างก็สามารถฉีกท้องศัตรูได้ กระนั้น พวกมันก็หนีเก่งกว่าต่อสู้ด้วยฝีเท้าที่ทำความเร็วได้สูงสุดเกือบ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สิ่งที่ทำให้พวกมันต้องคอยระแวดระวังอีกประการคือ อันตรายที่จะมาถึงลูกนก นกกระจอกเทศสร้างรังในพื้นที่เปิดโล่งบนพื้นดินซึ่งไข่อาจถูกช้างซุ่มซ่ามเหยียบจนแหลกละเอียด ยังไม่ต้องพูดถึงสัตว์นักล่าที่หิวโหยเลย ความสำเร็จต้องอาศัยโชคช่วยซึ่งก็หาได้ยาก นกขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและยังเตะตาที่สุดชนิดหนึ่งอีกด้วย ต้องซ่อนรังไม่ให้ถูกพบหรือพร้อมป้องกันรังอยู่เสมอนานกว่าสองเดือน ตั้งแต่วางไข่ฟองแรกจนถึงไข่ฟักเป็นตัว ความล้มเหลวเป็นเรื่องปกติ และเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังพฤติกรรมการทำรังวางไข่ร่วมกันอันชาญฉลาด อุทยานแห่งชาติทารางีรีทางตอนเหนือของแทนซาเนียเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการชมนกกระจอกเทศ แห่งหนึ่ง พื้นที่ 2,850 ตารางกิโลเมตรประกอบด้วยเนินเขาแห้งแล้งและที่ราบทุ่งหญ้าเลาะเลียบไปตามแม่น้ำทารางีรี ที่นี่เหล่าช้างป่ากระจายตัวเป็นฝูงใหญ่ๆอยู่ด้วยกันกับม้าลายและวิลเดอบีสต์จำนวนนับพันๆตัว นกกระจอกเทศก็พบได้ทั่วไปเช่นกัน แต่เมื่อผมร่วมทีมไปค้นหารังนกกระจอกเทศกับ ฟลอรา […]

ความจริงของตลาดค้าสัตว์ป่าจีนในยุคไวรัสโคโรนา

ที่ ตลาดค้าสัตว์ป่า ในเซินเจิ้น ผู้ค้านำสัตว์เลี้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมออกมาโชว์เพื่อค้าขาย ในประเทศจีน มีสัตว์ 54 สายพันธุ์ที่สามารถซื้อขายได้อย่างถูกกฎหมายเพื่อการบริโภค การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้การค้าสัตว์ป่าเหล่านี้เป็นที่จับตามองจากคนทั้งโลก ภาพถ่ายโดย AFP, GETTY ภาพข่าวจากสื่อหลายสำนักมักทำให้เชื่อว่า ตลาดค้าสัตว์ป่า เป็นที่นิยมในจีน แต่ความจริงแล้ว ชาวจีนส่วนมากไม่คุ้นเคยกับมัน การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่เชื่อว่ามีแหล่งกำเนิดมาจากตลาดค้าสัตว์ป่าในอู่ฮั่นทำให้มีการจับจ้องการค้าสัตว์ป่าของจีน โดยเมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา จีนได้ประกาศห้ามการค้าสัตว์ป่าจนกว่าวิกฤติในครั้งนี้จะจบสิ้น ภาพของสัตว์ที่ป่วยและดูทนทุกข์ทรมานในตลาด หรือวิดีโอที่แสดงการต้มค้างคาวเป็นๆในถ้วยซุป ได้เผยแพร่ไปในสังคมออนไลน์ ก่อให้เกิดความขุ่นเคืองไปทั่วโลก และทำให้เกิดภาพลักษณ์ว่าการซื้อสัตว์ป่าเป็นๆเพื่อนำไปบริโภคเป็นปรากฏการณ์ที่แพร่หลายในสังคมจีน แต่ในความเป็นจริง สำหรับชาวจีนส่วนใหญ่ การกินสัตว์ป่านั้นเป็นเรื่องแปลกประหลาด China Daily ซึ่งเป็นสื่อที่ควบคุมโดยรัฐบาลจีน ได้เผยแพร่บทบรรณาธิการอันน่าเสียดแทงเพื่อประณามวัฒนธรรมนี้ และเรียกร้องมาตรการห้ามค้าสัตว์ป่าอย่างถาวร ซึ่งกระแสสังคมออนไลน์ในจีน เช่น Weibo ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ด้านผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ขนาดหรือระดับของการค้าสัตว์ป่าในจีนนั้นยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากสัตว์หลายชนิดถูกล่า นำเข้า และส่งออกอย่างผิดกฎหมายเพื่อเป็นอาหาร ยา เกมกีฬา หรือเป็นสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการแพทย์แผนจีนโบราณที่ยังคงมีความเชื่อเรื่องการใช้พลังจากอวัยวะส่วนต่างๆของสัตว์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ รัฐบาลจีนอนุญาตให้เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า 54 ชนิดในฟาร์มเพื่อจำหน่ายและบริโภค เช่น มิ้งค์ […]

ปลากระเบนราหูมีพฤติกรรมทางสังคมเรื่องการกินเช่นเดียวกับมนุษย์

ฝูงปลากระเบนราหู (Manta ray) รวมกลุ่มและว่ายน้ำเป็นวงกลมเหนือแนวปะการังแห่งหนึ่งใกล้ๆ เกาะโฮวาอู ในรัฐฮาวาย จากภาพที่บันทึกได้ ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังแสดงพฤติกรรมทางสังคมเรื่องการรับประทานอาหาร โดยธรรมชาติแล้ว ปลากระเบนราหูเป็นสัตว์ที่ใช้การกรองกิน และมีการหากินร่วมกันเป็นฝูง ซึ่งช่วยให้แต่ละตัวในฝูงได้กินแพลงก์ตอนเยอะขึ้น รูปแบบการว่ายน้ำเป็นวงกลมนี้ ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางสังคมให้แน่นแฟ้นขึ้น และทำให้การหาอาหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   อ่านเพิ่มเติม : ฮัดเช้ย! ขอน้ำมูกหน่อยนะ : นักวิทยาศาสตร์ใช้โดรนเก็บน้ำมูกวาฬ, ง่วงจัง ขอหลับหน่อย! มาดูกันสิว่า สัตว์อะไรหลับได้โดนใจที่สุด, วิลเดอบีสต์ตัวน้อยวิ่งตามรถ เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นแม่ของมัน