ชิมแปนซี เลือกกินสมองลูกลิงก่อนส่วนอื่น - National Geographic Thailand

ชิมแปนซีเลือกกินสมองลูกลิงก่อนส่วนอื่น

ชิมแปนซี เลือกกินสมองลูกลิงก่อนส่วนอื่น

ชิมแปนซี กลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Gombe ของแทนซาเนีย สถานที่เดียวกับที่เจน กูดดอลด์ เริ่มต้นศึกษาพวกมันในปี 1960 กำลังไล่ล่าลิงโคโรบัสแดงที่มีขนาดเล็กกว่า ความวุ่นวายเกิดขึ้นและตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของชิมแปนซี เมื่อเหยื่อของพวกมันตกลงต้นไม้ตาย ภาพทั้งหมดถูกบันทึกไว้ด้วยกล้องวิดีโอ

Ian Gilby นักมานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัยรัฐอริโซนา ผู้นำในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ตัวเขาคุ้นเคยกับลิงชิมแปนซีในอุทยาน Gombe ดีและขณะนี้กำลังเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีที่พวกมันแบ่งปันเนื้อสัตว์ที่ล่ามาได้ให้กันและกัน

หลังดูวิดีโอย้อนหลัง ตัวเขาสังเกตเห็นว่าชิมแปนซีจะเลือกกินส่วนหัวของลูกลิงหรือลิงวัยรุ่นก่อนเหยื่อที่โตเต็มวัย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก่อให้เกิดคำถามตามมาซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการของมนุษย์: ทำไมเอปส์ถึงชอบที่จะเลือกกินส่วนใดส่วนหนึ่งก่อน?

 

อาหารเพื่อสุขภาพ

Gilby คิดว่าคำตอบเกี่ยวข้องกับโภชนาการ “เรามักจะพูดว่าเนื้อก็คือเนื้อ แต่จริงๆ แล้วในแต่ละส่วนก็ให้สารอาหารที่แตกต่างกันไป” ผลการค้นพบล่าสุดนี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร International Journal of Primatology “ซากของเหยื่อทั้งหมดมีคุณค่าทางสารอาหาร แต่สมองคือส่วนที่มีคุณค่ามากที่สุด” สมองประกอบด้วยไขมันและกรดไขมันปริมาณมากซึ่งช่วยพัฒนาระบบประสาท

และด้วยกะโหลกของลิงวัยเยาว์ที่แตกได้ง่ายกว่ากะโหลกของลิงตัวเต็มวัย ทำให้พวกมันเลือกที่จะไม่เสียเวลากับเหยื่อที่โตแล้ว ตรงกันข้ามหากเป็นเหยื่อโตเต็มวัย ชิมแปนซีจะมองหาอวัยวะส่วนอื่นๆ ที่มีสารอาหารมากเช่นกันอย่าง ตับ

“นี่อาจเป็นการศึกษาเชิงปริมาณครั้งแรกของวิธีที่ชิมแปนซีกินเหยื่อ” Jill Pruetz นักมานุษยวิทยาสาขาชีววิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านวานาโยเฉพาะ จากมหาวิทยาลัยเทกซัสกล่าว

(ลิงกังญี่ปุ่นรู้วิธีคลายเครียดด้วยการแช่น้ำร้อน)

 

โภชนาการ VS วัฒนธรรม

Pruetz เคยเห็นพฤติกรรมคล้ายคลึงกันนี้ในการศึกษาชิมแปนซีที่เซเนกัล ในตอนนั้นเธอกำลังศึกษาการล่าเหยื่อของลิมแปนซีในโครงการ Fongoli Savanna และพบว่าชิมแปนซีเลือกที่จะกินส่วนหัวของเหยื่อเป็นสิ่งแรก

นอกจากนั้นยังมีการถกเถียงในประเด็นที่ว่า เหตุใดเอปเหล่านี้จึงออกล่า ทั้งๆ ที่เนื้อสัตว์ไม่ใช่อาหารหลักของพวกมัน ด้าน Pruetz เสริมว่าชิมแปนซีเหล่านี้น่าจะกำลังมองหาสารอาหารเพิ่มเติม แต่สำหรับลิงในพื้นที่อื่นๆ เธอไม่สามารถยืนยันได้

ยกตัวอย่างเช่น ชิมแปนซีบางชนิดกินไข่ ในขณะที่ชิมแปนซีอื่นๆ ไม่กิน ส่วนที่โครงการ Fongoli เมื่อชิมแปนซีล่าลิงบาบูนได้แล้ว พวกมันจะเอาส่วนหัวกลับไปในขณะที่ส่วนลำไส้กลับถูกทิ้งเอาไว้ ซึ่งเธอสงสัยว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นมากกว่ากลยุทธ์ในการกิน แต่เป็นวัฒนธรรมที่เรียนรู้ต่อๆ กันมา

ชิมแปนซี
ชิมแปนซีกำลังล่าลิงโคโรบัสแดง
ภาพถ่ายโดย Ian C. Gilby

 

เนื้อขับเคลื่อนวิวัฒนาการ?

ไม่ว่าเหตุผลเบื้องหลังของพฤติกรรมนี้จะเป็นอะไรก็ตาม การศึกษาพฤติกรรมการเลือกกินของเอปนี้อาจฉายข้อมูลบางอย่างที่สะท้อนถึงการเอาตัวรอดของบรรพบุรุษมนุษย์ซึ่งวิวัฒนาการอย่างก้าวกระโดดเมื่อกินเนื้อสัตว์มากขึ้น โดย Gilby เชื่อว่าความต้องการไขมันในร่างกายน่าจะเป็นแรงจูงใจ

“หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการทำความเข้าใจบรรพบุรุษของเราก็คือการเอาชิมแปนซีเหล่านี้เป็นโมเดลศึกษา” Pruetz กล่าว “การได้เห็นวิธีการล่าของชิมแปนซีเหล่านี้ ช่วยให้เราคาดเดาได้ว่าพฤติกรรมการล่าของมนุษย์ในช่วงเริ่มต้นจะเป็นอย่างไร”

เรื่อง Shauna Steigerwald

 

อ่านเพิ่มเติม

12 ทฤษฎี เราวิวัฒนาการมาเป็นมนุษย์ได้อย่างไร?

เรื่องแนะนำ

วันโชคดีของงูในท้อง

เมื่องูที่ถูกเขมือบซึ่งเกือบจะหายเข้าไปในท้องของงูอีกตัว เอาชีวิตรอดออกมาได้อย่างคาดไม่ถึง เรื่อง  คริสตินา นูเนซ 29 พฤษภาคม  2017: ฉากที่เกิดขึ้นข้างถนนในรัฐเทกซัสกลายเป็นเหตุการณ์ “บิ๊กเซอร์ไพรส์” สำหรับคริสโตเฟอร์ เรโนลด์สและภรรยา งูขนาดเขื่องตัวหนึ่ง (ยังไม่ทราบชนิดแน่ชัด) ซุกตัวอยู่ใต้ร่มไม้โดยมีอะไรบางอย่างโผล่ออกมาจากปาก ไม่นานหลังจากเรโนลด์สเริ่มใช้กล้องบันทึกภาพ เจ้างูตัวนั้นก็เริ่มขย้อนงูอีกตัวหนึ่งออกมา และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ เจ้างูที่ถูกกินยังมีชีวิตอยู่เสียด้วย เรย์โนลด์สสันนิษฐานว่า การปรากฏตัวและจับจ้องของมนุษย์อาจทำให้เจ้างูสีดำเกิดความเครียดจนยอมสละอาหารมื้อนี้และล่าถอยไป เขาพูดทีเล่นทีจริงว่า นี่คงเป็น “วันโชคดีแบบสุดๆ” ของเจ้างูที่เป็นเหยื่อ แม้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า งูทั้งสองชนิดในภาพคืองูอะไร แต่พฤติกรรมลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เหตุการณ์ทำนองนี้เคยเกิดขึ้นและมีผู้บันทึกภาพไว้หลายครั้ง  เช่น งูเหลือมในอินเดียขย้อนแอนทิโลปทั้งตัวออกมา (ชมวิดีโอเพิ่มเติมได้ที่ Watch a Python Devour, Then Regurgitate, an Antelope) เรย์โนลด์สอาจพูดถูกที่ว่า การปรากฏตัวของเขาทำให้งูนักล่าตัวนี้ยอมสละอาหารมื้อใหญ่ เคนนีย์ คริสโก ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานและผู้จัดการด้านสัตว์จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฟลอริดา ซึ่งเคยให้ความเห็นกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เกี่ยวกับคลิปงูเหลือมขย้อนแอนทิโลปเมื่อปีที่แล้ว  บอกว่า พฤติกรรมลักษณะนี้ของงูถือเป็นกลไกป้องกันตนเอง (defense mechanism) งูเป็นสัตว์ที่ไม่เคี้ยวอาหาร พวกมันจึงต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในการย่อยอาหารที่กลืนกินเข้าไป ทว่าในหลายกรณี […]

มดปากตะขอโจมตีเหยื่อเร็วกว่ากระพริบตา

มดปากตะขอในสองสายพันธุ์เป็นมดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยกรามขนาดใหญ่ที่พร้อมจะจู่โจมศัตรูทุกเมื่อ อย่างไรก็ตามวิดีโอบันทึกการทำงานของกรามมดชนิดนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นี่จึงนับเป็นวิดีโอแรก ทางทีมงานได้ใช้กล้องถ่ายภาพพิเศษที่จับภาพด้วยความเร็ว 50,000 เฟรมต่อวินาที เอาไว้ จากนั้นทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้เทคโนโลยี CT Scan เพื่อสร้างภาพ 3 มิติของการทำงานภายในขากรรไกรมดขึ้นมา จากการศึกษาพวกเขาพบว่าขากรรไกรของมดปากตะขอมีตัวล็อคอัตโนมัติที่ช่วยอ้าขากรรไกรออกกว้างอยู่ตลอดเวลา ซึ่งแตกต่างจากขากรรไกรของมดสายพันธุ์อื่น เมื่อต้องการโจมตีตัวล็อคจะคลายออก ส่งผลให้ขากรรไกรที่อ้านั้นหุบเข้าหากันอย่างรวดเร็วซึ่งจากการวัดความเร็วพบว่า มดปากตะของับเหยื่อได้เร็วกว่าความเร็วของการกระพริบตาในมนุษย์ถึง 700 เท่าเลยทีเดียว…มิน่าล่ะ ทำไมเวลามดกัดถึงได้เจ็บนัก   อ่านเพิ่มเติม : แมวของคุณไปไหนมาบ้าง?, สปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชถูกค้นพบทุกวันในป่าแอมะซอน