โครงการสะพานเชื่อมสัตว์ป่าในบราซิล - National Geographic Thailand

โครงการสะพานเชื่อมสัตว์ป่าในบราซิล

โครงการสะพานเชื่อมสัตว์ป่าในบราซิล

บางครั้งสรรพสัตว์ก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขากำลังถูกคุกคามหรือใกล้สูญพันธุ์ และการมอบพื้นที่คืนให้แก่บรรดาสัตว์ป่าเหล่านี้ เป็นนโยบายใหม่ที่องค์กรอนุรักษ์สัตว์ป่าคาดหวังว่าจะมีส่วนช่วยเหลือธรรมชาติในป่าแอตแลนติกให้ฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง ด้วยสะพานเชื่อมสัตว์ป่า

“เป็นวิธีการเยียวยาผืนป่าที่เต็มไปด้วยสายพันธุ์ที่กำลังถูกคุกคามครับ” Stuart Pimm นักอนุรักษ์จากมหาวิทยาลัย Duke กล่าว และตัวเขายังเป็นประธานขององค์กร SavingSoecies รวมถึงนักผจญภัยของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกอีกด้วย

นโยบายใหม่ที่ว่าคือสะพานเชื่อมสำหรับสัตว์ป่าที่จะเอื้อให้สัตว์หลายสายพันธุ์สามารถเดินทางออกจากเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Biológica União ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือห่างไปจากนครรีโอเดจาเนโร 93 ไมล์ สถานที่แห่งนี้เป็นผืนป่าเพียงแห่งเดียวที่หลุดออกมาจากฝืนป่าแอตแลนติก  มันมีขนาดเป็นสองเท่าของรัฐเท็กซัส และขณะนี้กว่า 85% ของผืนป่ากำลังถูกทำลาย

ผืนป่าอันโดดเดี่ยวแห่งนี้เป็นบ้านของสัตว์หลายสายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยเฉพาะลิงไลออนทามารินสีทอง ลิงขนาดเล็กอาศัยอยู่ในป่าดิบชื้นในทวีปอเมริกาใต้ ซึ่งสถานะของพวกมันกำลังใกล้สูญพันธุ์ ก่อนหน้านี้หน่วยงานอนุรักษ์เคยพยายามเพาะพันธุ์ช่วยเหลือสัตว์หลายชนิดมาแล้ว แต่จำนวนที่เติบโตขึ้นเพียงน้อยนิดทำให้พวกเขาเริ่มคิดว่าจำเป็นที่จะต้องหาที่อยู่ใหม่ให้แก่พวกมัน

สะพานเชื่อมเพื่อสัตว์ป่า
ลิงไลออนทามารินสีทองเกาะอยู่บนกิ่งไม้
ภาพถ่ายโดย Stuart Pimm

 

ที่ไหนสักที่

เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วที่ Pimm และทีมงานของเขาพยายามเจาจรตกลงกับหน่วยงานที่ดินของบราซิล พวกเขาโน้มน้าวหน่วยงานทำถนนเพื่ออนุญาตให้สร้างสะพานสำหรับสัตว์เหนือไฮเวย์ “ถ้าเราต้องสร้างสะพานกันจริงๆ มันจะเป็นสะพานที่ไม่มีที่ไหนเหมือน” เขากล่าว ข้อตกลงเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 9 เมษายน 2018 หลังบรรดาผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดจากการสร้างสะพานนี้ได้ข้อสรุป และพวกเขายังได้รับทุนจากองค์กร DOB Ecology ในเนเธอร์แลนด์อีกด้วย

โปรเจคการสร้างสะพานเพื่อสัตว์ครั้งนี้ใช้งบประมาณหลายล้านดอลล่าร์สหรัฐ (พวกเขาไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้) ด้านกลุ่มอนุรักษ์เองมองว่านี่เป็นวิธีที่ประหยัดแล้วที่จะช่วยไม่ให้สัตว์หลายชนิดต้องสูญพันธุ์ไปเมื่อถิ่นอาศัยของพวกมันถูกทำลายไป

สะพานเชื่อมเพื่อสัตว์ป่า
ตัวอย่างของสะพานเชื่อมสัตว์ป่าในสิงคโปร์ ที่ช่วยให้ตัวนิ่ม, ชะมดและกระรอกสามารถข้ามไปยังผืนป่าอีกฝั่งได้

 

ทำไมต้องเป็นสะพาน?

แนวคิดเกี่ยวกับทางเดินของสัตว์ป่านี้้เป็นที่ถกเถียงมานานหลังบรรดาสัตว์ป่าต้องเผชิญกับมลพิษหรือได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถชนขณะข้ามถนน และในช่วง 20 ปีมานี้แนวคิดดังกล่าวกลายมาเป็นกระแสหลักมากขึ้น ในปี 2006 ผลการสำรวจเผยให้เห็นว่าฝืนป่าที่ได้รับการเชื่อมต่อกันจะมีสายพันธฺุ์สัตว์ที่อุดมสมบูรณ์และหลากหลายมากยิ่งขึ้น

เมื่อผืนป่าแห่งใดแห่งหนึ่งถูกแยกตัวอย่างโดดเดี่ยว สายพันธุ์สัตว์ที่อาศัยอยู่จะถูกตัดขาดจากประชากรทั้งหมดของพวกมัน เมื่อเวลาผ่านไปจะนำไปสู่อัตราการผสมพันธุ์ที่น้อยลง, ความหลากหลายของสายพันธุ์ที่ลดลง และการสูญพันธุ์ในที่สุด

ในบราซิล ผืนป่าหลายแห่งถูกคุกคามจากการตัดไม้ ถางพื้นที่ทำการเกษตรหรือปศุสัตว์ ด้าน Pimm กล่าวว่าช่วงเวลาที่เขาต่อสู้เพื่อให้เกิดสะพานแห่งนี้ขึ้น ในตอนนั้นหลายประเทศทั่วโลกก็ยังไม่มีการสร้างสะพานเชื่อมในลักษณะนี้ ซึ่งในอนาคตเขาคาดหวังว่า วิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาให้แก่ผืนป่าอื่นๆ ในอีกหลายแห่งทั่วโลกเช่นกัน

เรื่อง ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

 

อ่านเพิ่มเติม

เต่าแม่น้ำแมรี่ ติดอันดับสัตว์เลื้อยคลานเสี่ยงสูญพันธุ์

เรื่องแนะนำ

ทำไมมนุษย์จึงยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อ เซลฟี่ กับสัตว์

ในสวนสัตว์และสวนสาธารณะ ผู้คนมักเข้าหาสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อตัวเอง ทางจิตวิทยามีคำอธิบายว่าอย่างไร คนส่วนใหญ่มักพูดว่า มันเป็นความคิดอันเลวร้ายมาก หากเราเข้าใกล้กับสัตว์ป่าที่ดุร้าย แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาหญิงคนหนึ่งได้ปีนข้ามกำแพงคอนกรีตของกรงเสือจากัวร์ ในสวนสัตว์ Wildlife World Zoo นอกเมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา เสือจากัวร์ตะครุบแขนเสื้อของเธอจนขาดวิ่น กรงเล็บแหลมคมบาดแขนของเธอจนเกิดบาดแผลฉกรรจ์ มีผู้บันทึกภาพวิดีโอเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ก่อนจะเผยแพร่ออกไป ผู้เห็นเหตุการณ์ช่วยดึงเธอออกมาก่อนที่เสือจากัวร์จะทำร้ายเธอ เธอปลอดภัยและเสือจากัวร์ก็เช่นกัน จากสิ่งที่เกิดขึ้นเธอยอมรับผิดจากการกระทำครั้งนี้แต่โดยดี เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วบนโลกอินเทอร์เน็ต และเกิดการตั้งคำถามร่วมกันว่า ทำไมต้องทำอะไรเสี่ยงแบบนั้นล่ะ? นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องเกี่ยวกับความประมาทของคนที่พยายามเข้าใกล้สัตว์ป่าจนเกิดเป็นกระแสพาดหัวข่าว เมื่อปีที่ผ่านมา ชายมึนเมากระโดดเข้าไปในกรงสิงโต ณ สวนสัตว์อินเดีย โดยให้เหตุผลว่าเขาต้องการเห็นสิงโตตัวใหญ่อย่างใกล้ชิด สวนสัตว์แห่งหนึ่งในประเทศจีนคนวิ่งกรูเข้าไปบริเวณกรงสัตว์ เพื่อจะเซลฟี่ก่อนจะถูกทำร้ายจนเสียชีวิตจากตัววอลรัส เหตุการณ์คล้ายกันนี้เกิดขึ้นราวกับเป็นเรื่องปกติในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติด้วยเช่นกัน นักท่องเที่ยวจำนวนมากในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน ถูกวัวไบซันทำร้ายเมื่อพวกเขาพยายามถ่ายภาพเซลฟี่ ซึ่งเกิดจากความประมาทมากจนเกินไป เป็นเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าไม่ควรเข้าใกล้สัตว์ป่าที่ดุร้ายเพราะอาจทำให้คุณเสี่ยงอันตราย สวนสัตว์จึงมีวิธีการป้องกันมากมาย ทั้งกำแพงกั้นล้อมรอบเพื่อให้ผู้คนอยู่ห่างจากสัตว์ และป้ายเตือนให้นำมือของคุณออกห่างจากกรง แต่ถึงกระนั้นแรงกระตุ้นของผู้คนที่ต้องการเข้าใกล้สัตว์ป่าก็ยังมีมากพอที่จะทำให้ใครหลายๆ คนเพิกเฉยต่อคำเตือน คนมักคิดว่าสัตว์ที่อยู่ในความดูแลของสวนสัตว์จะมีนิสัยไม่ดุร้าย คนส่วนใหญ่จึงเพิกเฉยต่อพฤติกรรมที่พวกมันแสดงออกมา มีเหตุผลทางวัฒนธรรมหลายประการ ประการแรก สื่อมักเป็นตัวกลางกระตุ้นให้คนอยากเซลฟี่กับสัตว์ดุร้ายเพื่อเรียกกระแส ซูซาน เคลย์ตัน ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาและการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมกล่าว ซึ่งปกติรายการโทรทัศน์ หรือวิดีโอใน YouTube มักทำสื่อให้คนดูเห็นถึงความดุร้ายของสัตว์ป่า กล่าวอีกนัยหนึ่ง “การถอดเขี้ยวเล็บของสัตว์” คือการเห็นชายอย่าง […]

รัน เบบี้เต่า รัน!

รัน เบบี้เต่า รัน! ลูกเต่าน้อยเหล่านี้ใช้แสงจากเส้นขอบฟ้าของมหาสมุทรเป็นตัวนำทางให้พวกมันตรงไปสู่ท้องทะเลภายในเวลา 24 ชั่วโมงหลังฟักออกจากไข่แล้ว แต่ทุกวันนี้ชีวิตของพวกมันต้องเผชิญกับความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น เนื่องมาจากมลพิษในอากาศที่เข้าบดบังแสงแดด ส่งผลให้บางครั้งลูกเต่าคลานไปผิดทางอยู่หลายชั่วโมง ทีมนักวิจัยศึกษากระบวนการคลานกลับสู่ทะเลของลูกเต่า โดยให้พวกมันคลานบนลู่วิ่งและว่ายน้ำ พวกเขาพบว่าลูกเต่าเหล่านี้อึดไม่ใช่น้อย เพราะหลังการคลานมาช่วงเวลาหนึ่งแล้ว ลูกเต่ายังสามารถว่ายน้ำต่อได้อีกนานถึง 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว ทั้งนี้ช่วงเวลาที่ลูกเต่าต้องผจญภัยอยู่บนชายหาดนานขึ้น นั่นหมายถึงชีวิตของมันกำลังเผชิญกับความเสี่ยงมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน พวกมันอาจตกเป็นอาหารของนักล่าอื่นๆ ได้   อ่านเพิ่มเติม : ชาวบ้านจังหวัดพัทลุงช่วยปลาบึก, ใครๆ ก็รักฟิโอนา