บันทึกนักอนุรักษ์: "ฉลาม" นักล่าผู้ตกเป็นเหยื่อ - National Geographic Thailand

บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: “ฉลาม” นักล่าผู้ตกเป็นเหยื่อ

บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์: “ฉลาม” นักล่าผู้ตกเป็นเหยื่อ

ฉลาม ปรากฎตัวขึ้นบนโลกกว่า 400 ล้านปีมาแล้ว พวกมันวิวัฒนาการตัวเองจนกลายเป็นสัตว์ผู้ล่าสูงสุดในห้วงมหานทีอันกว้างใหญ่ไพศาล ปราดเปรียว ทรงพลัง มุ่งมั่น และทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของมหาสมุทรมาเป็นเวลานับล้านๆปี

การมีอยู่ของฉลามคือหลักประกันความสมดุลของโครงสร้างประชากรปลาทะเล​ เพราะในฐานะนักล่าลำดับสูงสุด ฉลามทำหน้าที่กำจัดปลาที่เชื่องช้า ป่วย หรือใกล้หมดอายุตามวัย ช่วยคัดสรรสายพันธุ์ปลาอื่นๆให้แข็งแรง รักษาสมดุลประชากรปลากินพืชให้อยู่ในระดับพอเหมาะ ไม่สร้างความเสียหายให้กับถิ่นที่อาศัย ขณะเดียวกันยังควบคุมพฤติกรรมของปลากินเหยื่อขนาดรองๆ ลงมาให้อยู่กับร่องกับรอย ทำให้แบ่งสรรกันใช้ทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม

ลักษณะเฉพาะทางชีววิทยาของฉลามที่แตกต่างจากปลากลุ่มอื่นๆ ส่วนใหญ่ คือเจริญเติบโตช้า กว่าจะโตจนเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์อาจต้องใช้เวลาหลายปี ฉลามหัวบาตรใช้เวลา 15-20 ปีกว่าจะพร้อมผสมพันธุ์​ และในขณะที่ปลาส่วนใหญ่วางไข่กันนับหมื่นนับแสนฟอง ฉลามออกลูกคราวละไม่กี่ตัว ฉลามหัวบาตรออกลูกคราวละ 6-8 ตัวเท่านั้นและใช้เวลาตั้งท้อง 10-11 เดือน ยาวนานกว่าคนเสียอีก

ฉลาม
ตัวอ่อนระยะแรกของปลาฉลามกบเจริญเติบโตอยู่ภายในเปลือกไข่ที่เรียกกันว่า “กระเป๋านางเงือก” ได้รับการอนุบาลภายในสถานีเพาะพันธุ์ของสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี แม้ว่าลักษณะการสืบพันธุ์ของฉลามจะค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งออกลูกเป็นไข่และออกลูกเป็นตัว แต่โดยภาพรวมแล้วฉลามมีลักษณะทางชีววิทยาที่สามารถแพร่พันธุ์และเจริญเติบโตช้ากว่าปลาอื่นๆ ที่สามารถออกไข่เป็นหลักหมื่นหลักแสนฟอง

ฉลามจึงมีลักษณะคล้ายกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด กล่าวคือมีอัตราการขยายพันธุ์ต่ำโดยธรรมชาติ เมื่อถูกล่าและนำมาใช้ประโยชน์อย่างไม่มีการควบคุม ประชากรในธรรมชาติย่อมไม่อาจทดแทนตัวเองได้ทัน

ไม่นานมานี้ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับฉลามและปลากระเบนทั่วโลกว่า สถานภาพการอนุรักษ์ของสัตว์ทะเลในกลุ่มนี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะราวหนึ่งในสี่ของฉลามและกลุ่มปลากระเบน 1,041 ชนิดทั่วโลกกำลังถูกคุกคามจนใกล้สูญพันธุ์

ฉลามหัวค้อน
ลูกฉลามหัวค้อนถูกวางขายสำหรับการประมูลที่สะพานปลาแห่งหนึ่งในจังหวัดระนอง ฉลามหัวค้อนจัดอยู่ในกลุ่มฉลามที่ประชากรลดลงอย่างฮวบฮาบถึงร้อยละ 90 จากน่านน้ำทั่วโลก รวมถึงทะเลไทย และถูกจัดเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธ์ุจากการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญของ IUCN

ภัยคุกคามหลักสำหรับปลาฉลามคือการถูกจับมากเกินไป (overfishing) ในอดีตการถูกจับโดยไม่ตั้งใจ (bycatch) นับเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้ฉลามมีประชากรลดลง ทว่าสถานการณ์ในปัจจุบันค่อนข้างเปลี่ยนไป เพราะความที่ประมงทะเลจับปลาเศรษฐกิจหลักๆ ได้น้อยลงเรื่อยๆ รวมทั้งตลาดรองรับหูฉลามที่มีมากขึ้น ปัจจัยดังกล่าวจึงทำให้ฉลามที่ถูกจับมาได้เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น จากปลาที่ไม่เคยมีราคาจึงกลายเป็นโบนัสก้อนโตของเรือประมง ทำให้มีการใช้เหยื่อล่อฉลามเป็นการเฉพาะมากขึ้น

ฉลามหูดำ
หัวของฉลามหูดำชนิดหนึ่งโผล่ออกมาจากตะกร้าใส่ปลาบนรถบรรทุก สถิติการประมงบ่งชี้ว่า ฉลามที่ถูกจับได้ในอุตสาหกรรมประมงของไทยมีปริมาณลดลงกว่าร้อยละ 90 ในช่วงเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดความกังวลถึงการอยู่รอดของประชากรปลาฉลามในน่านน้ำไทย

 

เรื่องแนะนำ

พบกับบ๊อบ ทูตฟลามิงโกแห่งคูราเซา

หลังพลัดตกใส่กระจกหน้าต่างของโรงแรม เจ้าฟลามิงโกตัวนี้ได้รับความช่วยเหลือจากสัตวแพทย์ท้องถิ่น และปัจจุบันกลายมาเป็นดาวของเกาะแห่งนี้ในฐานะทูตผู้ให้ความรู้

หอยทากจะตกเป็นอาหารของหนอนตัวแบนหรือไม่?

คลิปวิดีโอนี้มาจากบราซิล เจ้าของคลิปบังเอิญบันทึกช่วงเวลาการเอาชีวิตรอดของหอยทากจากหนอนตัวแบนเอาไว้ได้ เจ้าหนอนตัวแบนหรืออีกชื่อหนึ่งว่า Land planarians นี้ เป็นสัตว์กินเนื้อ และอาวุธร้ายกาจของมันคือกล้ามเนื้อที่ประกอบได้ด้วยเมือกเหนียวที่ใช้ในการจับเหยื่อและพวกมันยังสามารถตรวจจับสารเคมีที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากหอยทากได้ เพื่อใช้ในการติดตาม เมื่อเหยื่อถูกรัดเอาไว้จนหนีไปไหนไม่ได้แล้ว หนอนจะปล่อยสารเคมีที่ใช้ในการย่อยออกมา และนั่นคือจุดจบ…เช่นเดียวกับชะตากรรมของหอยทากตัวนี้   อ่านเพิ่มเติม : สุนัขเปลี่ยนสีหน้าเมื่อมนุษย์ให้ความสนใจ, จะเป็นอย่างไร ถ้าผึ้งน้ำหวานหายไปหมด?

เต่า ‘สูญพันธุ์’ ถูกค้นพบอีกครั้งหลังจากร้อยปี

เต่ายักษ์เฟอร์นันดินา ที่คาดว่าสูญพันธุ์เมื่อร้อยปีที่แล้ว ขณะนี้มีความหวังว่าจะช่วยฟื้นฟูประชากรของมันกลับมา วอชิงตัน ทาเปีย ได้ค้นพบเต่ายักษ์เฟอร์นันดินาบนเกาะกาลาปาโกสชื่อดัง นั่นเปรียบเสมือนการได้รับรางวัลออสการ์ “สำหรับฉันมันเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต เพราะฉันทำงานด้านการอนุรักษ์เต่ามา 30 ปีแล้ว” ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์ฟื้นฟูเต่ายักษ์กาลาปาโกสและผู้นำการสำรวจกล่าว “นี่เป็นเหมือนรางวัลออสการ์ของฉัน” ทาเปียได้ร่วมมือกับทีมสำรวจท้องถิ่นสี่คน จากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะกาลาปาโกส ได้แก่ เจฟเฟรย์ มาลากะ, เอดัวร์โด วิเลมา, โรเบร์โต บาเลสตีรอส, ซีโมน วิยามาร์ รวมถึงฟอร์เรลต์ กาลันเต พิธีกรและนักชีววิทยาจากช่อง แอนนิมอล แพลนเน็ต ทั้งหมดรู้สึกปลาบปลื้มเป็นที่สุดเมื่อสำรวจพบเต่ายักษ์ Chelonoidis phantasticus เพศเมียบนเกาะเฟอร์นันดินา เกาะที่มีภูเขาไฟซึ่งมีอายุน้อยที่สุดในหมู่เกาะกาลาปาโกส ครั้งสุดท้ายที่มีการยืนยันการพบเห็นเต่าสายพันธุ์นี้คือในปี 1906 สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้ขึ้นบัญชีแดง (Red List) ว่า อาจสูญพันธุ์ไปแล้ว จนกระทั่งปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มาลากะได้พบอุจจาระของสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งในบริเวณอุทยานฯ ต่อมาเต่าสายพันธุ์นี้ถูกจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ “มันเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าเต่ายังคงอยู่ที่นั่น” ทาเปียกล่าว ในวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทางทีมสำรวจได้ออกเดินทางเวลาหกโมงเช้า เพื่อค้นหาพื้นที่สีเขียวท่ามกลางกระแสลาวาบนเกาะแห่งนี้ […]