ข้อมูลสัตว์โลกน่ารู้ - Page 2 of 38 - National Geographic Thailand

แตนยักษ์เอเชีย บุกสหรัฐฯ และนี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ

แตนยักษ์เอเชีย แตนขนาดใหญ่ที่สุดในโลกถูกพบในรัฐวอชิงตัน เจ้าหน้าที่กำลังพยายามควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่พันธุ์ แตนรูปร่างแปลกตา โดดเด่นด้วยสีส้มสลับดำ และเหล็กในยาวแหลม ถูกพบใกล้เมืองเบลน รัฐวอชิงตัน เมื่อปลายปี 2019 ผลจากการระบุชนิดพันธุ์ พบว่าพวกมันคือ แตนยักษ์เอเชีย (Asian giant hornet) แตนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดประมาณเกือบสองนิ้วเมื่อโตเต็มที่ นักวิทยาศาสตร์ต่างกังวลว่า แตนชนิดนี้จะแพร่กระจายไปทั่ววอชิงตันและรัฐอื่นๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผึ้งในท้องถิ่น และอาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ไม่มีใครทราบว่าแมลงชนิดนี้มาถึงสหรัฐฯ ได้อย่างไร แต่การค้นพบครั้งนี้เปรียบเหมือนสัญญาณเตือน และกลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ โดยได้รับการเรียกขานว่า “แตนมรณะ” (Murder hornet) ผู้ล่าชนิดนี้เป็นสัตว์เฉพาะถิ่นในเอเชียตะวันออก และญี่ปุ่น อีกทั้งขึ้นชื่อเรื่องการเป็นศัตรูของฝูงผึ้งน้ำหวาน ด้วยพิษที่อยู่ในเหล็กในยาวแหลม เป็นที่ทราบกันดีว่า การต่อยหนึ่งครั้งสามารถปลิดชีพคนได้ ในประเทศญี่ปุ่นมีคนเสียชีวิตจากการถูกแตนยักษ์ต่อยประมาณ 30 ถึง 50 คนต่อปี ในปี 2013 เมื่อประชากรของแตนยักษ์เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ พวกมันฆ่าคนราว 42 คนในจังหวัดหนึ่งของประเทศจีน ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่ตั้งใจ เมื่อมนุษย์เข้าใกล้รังหรือไปรบกวนรังของมัน แมลงชนิดนี้ “กำจัดได้ยาก” คริส ลูนีย์ นักกีฏวิทยา ประจำสำนักงานเกษตรรัฐวอชิงตัน […]

ฟลามิงโก : “บ็อบ” ทูตสันถวไมตรีเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ

รู้จักกับ ฟลามิงโก "บ็อบ" จากนกที่ได้รับการช่วยชีวิตหลังประสบอุบัติเหตุ จนกลายมาเป็นขวัญใจเด็กๆ และทำหน้าที่ทูตสันถวไมตรีเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ

นี่คือเหตุผลสำคัญ ที่เราควรเลี้ยง แมวบ้าน ในระบบปิด

นักฆ่าประจำบ้าน: แมวบ้าน มีผลกระทบต่อสัตว์ป่าท้องถิ่นมากกว่าผู้ล่าตามธรรมชาติ ในทุกๆ วัน แมวบ้าน และแมวจรที่เดินเร่ร่อนอยู่ทั่วไป ทำอะไรบ้าง จากงานศึกษาชิ้นใหม่พบว่า พวกมันอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสัตว์ป่าท้องถิ่น ผลจากการติดเครื่องติดตามตัวกับแมวบ้านกว่า 900 ตัว แสดงให้เห็นว่า เมื่อพวกมันอยู่นอกบ้าน มันล่าทั้งนกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในพื้นที่ที่แมวตัวนั้นครอบครอง และส่งผลกระทบมากกว่าสัตว์ผู้ล่าตามธรรมชาติ “แม้ดูเหมือนว่า พวกแมวไม่ได้ฆ่าสัตว์เป็นจำนวนมาก แต่จริงๆ แล้วเมื่อเทียบเป็นประชากรเหยื่อต่อพื้นที่ ก็ถือว่ามากอยู่” โรแลนด์ เคย์ส นักวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาสเตต และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในนอร์ทแคโรไลนา กล่าว เคย์สและคณะเก็บรวบรวมข้อมูลจีพีเอส (GPS) จากแมวบ้านในหกประเทศ และพบว่า แมวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นไกลจากบ้านของมัน “แมวเหล่านี้ เดินป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆ สวนหลังบ้านของมัน หรือไม่ก็ สวนของเพื่อนบ้านที่ถัดไปสองหลัง ไม่ค่อยเคลื่อนที่ไปไกลมากกว่านี้” เคย์สกล่าวและเสริมว่า “ดังนั้น ตอนแรกผมคิดว่า เป็นเรื่องน่ายินดี ที่พวกมันไม่ได้เข้าไปเขตป่าสงวน” หลังจากนั้น เคย์สวิเคราะห์จำนวนสัตว์ที่ถูกแมวฆ่าในพื้นที่ที่พวกมันครอบครอง บางพื้นที่พบว่า แมวคาบซากนกกลับมาบ้านจำนวน 11 ตัว รวมถึงสัตว์ฟันแทะ กิ้งก่า และยังไม่นับรวมสัตว์ที่พวกมันไม่คาบกลับมาหรือกินไปแล้ว ภาพประกอบ Kays […]

งูหลามบอล เมื่อสัตว์ป่ากลายเป็นสัตว์เลี้ยง

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เผยวงจรค้าสัตว์เลื้อยคลานระดับโลก เต็มไปด้วยความทารุณและเป็นแหล่งเพาะโรคร้าย ปัจจุบัน สัตว์ป่านานาชนิดจำนวนนับล้านตัว กำลังถูกคุกคามและตกเป็นเหยื่อในธุรกิจค้าสัตว์แปลกทั่วโลกที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการลดจำนวนลงของประชากรสัตว์ป่าทั่วโลก ล่าสุด องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ได้จัดทำสารคดีชื่อว่า “Ball pythons are wildlife #NotPets” เพื่อแจ้งเตือนเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในสัตว์เลื้อยคลาน คือ งูหลามบอล แอฟริกา (African Ball Pythons) งูหลามบอลแอฟริกามีการซื้อขายเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงมากที่สุดในทวีปแอฟริกา โดยในสารคดีได้เปิดเผยความน่าตกใจของอุตสาหกรรมลักลอบจับสัตว์ป่าพบว่าในช่วงระยะเวลา 45 ปีที่ผ่านมา งูหลามบอลมากกว่า 3 ล้านตัวถูกส่งออกจากแอฟริกาตะวันตก เพื่อนำไปขายเป็นสัตว์เลี้ยงยัง 3 ทวีป ได้แก่ ยุโรป เอเชีย และอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำเข้าสัตว์เลื้อยคลานรายใหญ่ที่สุดของโลก องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเผยว่า “การค้าสัตว์ป่าเป็นเสมือนระเบิดเวลาสำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของมนุษย์” เนื่องจากสัตว์ที่ถูกจับมาจากป่าธรรมชาติ หรือถูกเพาะพันธุ์ในกรงขังแคบๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมสกปรก เสื่อมโทรม อาจกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต และในขณะเดียวกันก็สร้างความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานอย่างโหดร้ายต่อสัตว์ป่าเช่นกัน อ่านเพิ่มเติม: เสือโคร่ง ข้างบ้าน : ตีแผ่ขบวนการค้าสัตว์ป่าในสหรัฐฯ […]

แมวติดเชื้อโควิด-19 ได้ แต่นายทาสทั้งหลายไม่ต้องกังวล

การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า แมวติดเชื้อโควิด-19 ได้ แต่ทีมนักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าสัตว์ตระกูลแมวสามารถแพร่เชื้อไวรัสสู่มนุษย์ได้หรือไม่ จากงานวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ แมวติดเชื้อโควิด-19 ได้ ซึ่งเกิดจากเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดในขณะนี้ และยังแพร่เชื้อไปยังแมวตัวอื่นได้อีกด้วย แต่การศึกษาในสุนัขพบว่า ความไวต่อการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ไม่สูงเท่าแมว ซึ่งอ้างอิงการศึกษาของนักวิจัยในประเทศจีน จากสถาบันวิจัยสัตวแพทย์ฮาร์บิน นอกจากนี้ยังพบว่า ในสัตว์เลี้ยงชนิดอื่น เช่น ไก่ สุกร และเป็ด ก็มีอัตราการติดเชื้อที่ต่ำเช่นกัน ทีมนักวิทยาศาสตร์กล่าว่า การค้นพบครั้งนี้มีความน่าสนใจ แต่บรรดาเจ้าของแมวไม่ต้องตื่นตระหนก เนื่องจากการทดลองนี้เป็นเพียงวิธีการที่ใช้ในห้องปฏิบัติการและกลุ่มตัวอย่างที่นำมาทดลองมีจำนวนน้อยมาก ซึ่งแตกต่างจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่แมวอาศัยอยู่กับมนุษย์จริงๆ จึงยังไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกันได้ นักไวรัสวิทยา ลินดา ซาอิฟ จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต ในโคลัมบัส กล่าวและเสริมว่า ยังไม่มีหลักฐานโดยตรงที่บ่งชี้ว่า สารคัดหลั่งจากแมวที่มีเชื้อโคโรนาไวรัสจะแพร่สู่มนุษย์ได้ ความสามารถในการป้องกันโรคของสัตว์เลี้ยง ด้วยสถานการณ์โคโรนาไวรัสที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก บางคนอาจเกิดความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดจากสัตว์เลี้ยงข้ามมาสู่มนุษย์ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า สัตว์เลี้ยงบางชนิดติดเชื้อไวรัส เช่นกรณีแมวบ้านในประเทศเบลเยียม และสุนัขสองตัวในฮ่องกง “แมวและสุนัขต่างมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมนุษย์ ดังนั้นเราจึงต้องเข้าใจเรื่องความไวต่อการติดเชื้อ SARS-CoV-2 เพื่อป้องกันโรคโควิด-19” ข้อความจากงานวิจัยล่าสุดที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ bioRxiv เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่่ผ่านมา ทีมนักวิจัยที่นำโดย Bu […]

เสือโคร่งในสวนสัตว์บรองซ์ติดเชื้อโคโรนาไวรัส

เสือโคร่ง เป็นสัตว์ชนิดแรกที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่ตรวจพบโรคโควิด-19 และเป็นหนึ่งในเสือเจ็ดตัวที่มีอาการป่วย เสือโคร่ง ที่อยู่ในสวนสัตว์บรองซ์ เมืองนิวยอร์ก แสดงผลบวกของโรคโควิด-19 และเสืออีกหกตัวในสวนสัตว์เดียวกันแสดงอาการเจ็บป่วยเช่นกัน กรมการเกษตรแห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “นี่คือครั้งแรกในองค์ความรู้ของเรา ที่สัตว์ [ป่า] ติดเชื้อโควิด-19 จากมนุษย์” พอล แคลล์ หัวหน้าสัตวแพทย์ประจำสวนสัตว์บรองซ์ กล่าว เสือโคร่งมาลายันที่ชื่อ นาเดีย มีความเป็นไปได้ว่า มันอาจติดเชื้อจากเจ้าหน้าที่ดูแลสวนสัตว์ “เพราะเป็นกรณีเดียวที่เป็นไปได้” เนื่องจากสวนสัตว์ปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ มีรายงานสัตว์เลี้ยงในบ้านหลายสายพันธุ์แสดงผลบวกของเชื้อ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคโควิด-19 เช่น ปอมเปอเรเนียน และเยอรมันเชเพิร์ดในฮ่องกง รวมถึงแมวบ้านในประเทศเบลเยียม สัตว์กลุ่มแมว ทั้งแมวป่าและแมวบ้านต่างติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ที่ระบาดในสัตว์ตระกูลแมวได้ง่าย จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ เราไม่มีข้อมูลเลยว่า พวกมันสามารถติดเชื้อ SARS-CoV-2 ได้ งานศึกษาชิ้นใหม่จากประเทศจีนรานงานว่า สัตว์ในกลุ่มแมวอาจแพร่เชื้อภายในสายพันธุ์ได้ และนักวิทยาศาสตร์กำลังเร่งศึกษาว่า สัตว์ชนิดใดบ้างสามารถติดเชื้อจากเสือโคร่งได้ ครั้งแรกของโลกที่สวนสัตว์บรองซ์ หลังจากพบอาการไอแห้งๆ เมื่่อปลายเดือนมีนาคม นาเดีย เสือโคร่งมาลายัน อายุสี่ปี ตรวจพบเชื้อโคโรนาไวรัสเมื่อวันที่ […]

ภารกิจขนน้ำช่วยเลียงผาบนเขาสมโภชน์

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์ หมู… บดินทร์ จันทศรีคำ ผู้ชายที่มีใจอาสาเพื่อป่าไม้และสัตว์ป่า ทำไมต้อง “ขนน้ำให้ เลียงผา ” ผมได้รับข้อมูลที่มีการส่งต่อกันมาทางเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับเรื่องการเชื้อชวนคนขนน้ำขึ้นไปให้ เลียงผา จึงเกิดความใคร่รู้ว่า กระบวนการ และกรรมวิธีเป็นอย่างไร เพราะอะไรทำใมมนุษย์อย่างเราๆ จึงต้องขนน้ำไปให้เลียงผา จากความสงสัยดังกล่าว ผมจึงได้พุดคุยกับน้าหมู บดินทร์ จันทร์ศรีคำ ผู้เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างในงานอาสาครั้งนี้ และเป็นประธาน​ชมรมฅนรักษ์​สัตว์​-ป่า สังกัด​องค์กร​อนุรักษ์ น้าหมูเล่าให้ฟังถึงที่มาของการขนน้ำขึ้นเขาสมโภชน์ว่า โครงการขนน้ำให้เลียงผาที่เขาสมโภชน์ เป็นโครงการต่อเนื่องมาจากเขาแผงม้าที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2542 ส่วนที่เขาสมโภชน์น้าหมูเริ่มลงมือทำเมื่อปี 2549 เพราะได้รับเงินทุนจากโครงการไทยเข้มแข็ง ให้จัดตั้งศูนย์อนุบาลสัตว์ป่าที่บาดเจ็บและสัตว์ป่วยในพื้นที่เขาใหญ่และพื้นที่ภาคกลางทั้งหมด เราต้องหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับก่อสร้างศูนย์ฯ และสุดท้ายได้ข้อสรุปร่วมกันที่จังหวัดนครนายกนครนายก โดยทางอุทยานแห่งชาติมอบพื้นที่ 500 ไร่เพื่อให้สร้างศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลางนครนายก เพื่อรับรองดูแลสัตว์ป่าของกลางที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี ให้นำมาอนุบาลไว้ที่นี่ วันหนึ่ง เจ้าหน้าที่พบเลียงผาเสียชีวิตใกล้ศูนย์ฯ ทางทีมสัตวแพทย์จึงผ่าตัดชันสูตร ผลปรากฏว่า เลียงผาตัวนั้นตายจากการติดเชื้อ และที่สำคัญคือพบสารเคมีในร่างกาย อีกไม่ถึงสองอาทิตย์ก็พบเลียงผาตายเป็นตัวที่สอง เจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ในศูนย์ฯ เกิดความสงสัยว่ามันมาจากไหน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนท้องถิ่นบอกว่า เลียงผามาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสมโภชน์ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี เมื่อทีมสัตวแพทย์ชันสูตรก็พบผลลัพธ์เหมือนเลียงผาตัวแรก คือพบสารเคมีในเสือดและร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง […]

สัตว์เหล่านี้ก็มี การรักษาระยะห่างทางสังคม

สัตว์บางชนิด เช่น ชิมแปนซีและผึ้ง มีพฤติกรรมการกีดกันที่เข้มมงวด หรือที่เราเรียกว่า การรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันโรคระบาดภายในฝูง ประชากรทั่วโลกกำลังเผชิญกับการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ จึงเกิดมาตรการ การรักษาระยะห่างทางสังคม เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ โดยมีคำแนะนำให้อาศัยอยู่ในที่พัก และไม่ออกมาสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมภายนอกหากไม่จำเป็น แต่การรักษาระยะห่างทางสังคมในธรรมชาติไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในธรรมชาติเป็นแหล่งรวมของเชื้อก่อโรคต่างๆ ในความเป็นจริง สัตว์บางชนิดที่อยู่เป็นฝูงจะขับไล่ประชากรในฝูง ถ้าสมาชิกตัวนั้นติดเชื้อโรค มันเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะว่าการติดเชื้อในสัตว์ไม่สามารถระบุหรือสังเกตได้ง่ายเสมอไป โจเซฟ เคียเซกเกอร์ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ องค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติ (Nature conservancy) อธิบาย อย่างไรก็ตาม ด้วยสัมผัสพิเศษของสัตว์ พวกมันสามารถรับรู้การติดเชื้อได้อย่างแม่นยำ บางครั้งสามารถระบุได้ก่อนอาการของโรคจะแสดงออกมา และทั้งฝูงก็จะเปลี่ยนพฤติกกรรมเป็นละเลยและเพิกเฉยต่อสมาชิกตัวนั้น ยกตัวอย่างเช่น ชิมแปนซีและผึ้ง ที่แสดงพฤติกรรมอย่างโหดร้าย เมื่อต้องขับไล่สมาชิกที่เจ็บป่วย เชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคในกลุ่มประชากรผึ้ง อย่างโรคอเมริกันฟาวล์บรูด หรือโรคเน่าอเมริกัน เป็นโรคที่สร้างความเสียหายต่อรังผึ้งอย่างมาก ซึ่งเชื้อแบคทีเรียจะเข้าโจมตีตัวอ่อนของผึ้งให้กลายเป็นของเหลวและตายในที่สุด “ลักษณะเช่นนี้จึงเป็นที่มาของชื่อโรค ตัวอ่อนผึ้งที่ติดเชื้อกลายเป็นของเหลวสีน้ำตาล ข้นเหนียว และส่งกลิ่นเหม็นเน่า” แอลิสัน แม็กคาฟี นักศึกษาหลักสูตรหลังปริญญาเอก คณะกีฏวิทยาและโรคพืช มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาสเตต กล่าว ตัวอ่อนผึ้งที่ติดเชื้อจะปล่อยสารชีวเคมีออกมา เพื่อให้ประชาผึ้งตัวอื่นรับรู้ เป็นสารที่มีกลิ่นคล้ายกรดโอเลอิก และเบตาโอซิมีน […]

ซ่อมแซมโพรงรังหวังเพิ่มประชากรนกเงือก

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หนุนซ่อมโพรงรังหวังเพิ่มประชากร นกเงือก ในเดือนมีนาคมถึงเมษายนของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาที่ นกเงือก เข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ โดยนกเงือกเริ่มจับคู่และเสาะหาโพรงรังที่เหมาะสมเพื่อให้ตัวเมียวางไข่และฟักไข่ แม้ในป่าฮาลา–บาลา ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์มาก สัตว์โบราณอย่างนกเงือกยังต้องเผชิญภาวะ ‘การขาดแคลนโพรงรัง’ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้จำนวนประชากรนกเงือกลดลง สุเนตร การพันธ์ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าป่าพรุ–ป่าฮาลา บาลา กล่าวว่า นกเงือกมีพฤติกรรมโดดเด่นเฉพาะตัวอย่างมากในเรื่องการสร้างโพรงรัง เมื่อนกเงือกหาโพรงรังที่เหมาะสมได้แล้ว นกเงือกตัวเมียจะปิดปากโพรงให้แคบลง โดยใช้มูล เศษไม้ และเศษดิน ค่อยๆ ปิดจนเหลือเพียงช่องแคบๆ เพื่อให้ตัวผู้ส่งอาหารให้เท่านั้น ตลอดช่วงระยะเวลาที่นกเงือกตัวเมียทำรัง นกเงือกตัวผู้มีหน้าที่หาอาหารมาป้อนให้ตัวเมีย เมื่อถึงช่วงลูกนกฟักออกจากไข่ นกเงือกตัวผู้ยังคอยหาอาหารมาให้ทั้งนกเงือกตัวเมียและลูกนก โดยช่วงเวลาการอยู่ในโพรงของแม่นกและลูกนกของนกเงือกแต่ละชนิดไม่เท่ากัน แต่เฉลี่ยแล้วประมาณ 4 – 6 เดือน ซึ่งเมื่อลูกนกออกจากรัง พ่อและแม่นกจะคอยเลี้ยงลูกนกต่อไปอีกระยะหนึ่ง โพรงรังที่มีสภาพเหมาะสมคือปัจจัยสำคัญต่อการขยายพันธุ์ของนกเงือกตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันโพรงรังของนกเงือกเริ่มขาดแคลน ปัญหาคือนกเงือกไม่สามารถเจาะโพรงสร้างรังเองได้เช่นเดียวกับนกทั่วไป ต้องหาโพรงรังที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น โพรงไม้ที่เกิดจากการเจาะของนกหัวขวาน รอยแผลบนต้นไม้ที่เกิดจากหมีล้วงเอาน้ำผึ้ง หรือรอยจากการที่กิ่งไม้หักจนทำให้เกิดแผลและมีขนาดกว้างพอที่นกเงือกจะเข้าไปอยู่อาศัยได้ อีกทั้งโพรงที่จะใช้ทำรังได้ต้องมีสภาพที่เหมาะสม คือไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป ถ้ามีขนาดใหญ่จนเกินไป เวลาปิดปากโพรงจะปิดได้ยาก หรือปิดไม่ได้ แต่ถ้าแคบเกินไปนกเงือกก็อยู่อาศัยไม่ได้ ที่สำคัญคือระดับพื้นในโพรงยังต้องมีความสูงพอดีที่นกเงือกนั่งแล้วจะสามารถยื่นปากออกมาจากโพรงเพื่อรับลูกไม้จากตัวผู้ได้ […]

แมลงปอเข็ม : โลกยังสวยงาม แม้ในโมงยามวิกฤติ

แมลงปอเข็ม ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่ช่างภาพ เรมุส ทีเปลีย ชอบถ่ายในฤดูร้อน เกาะนิ่งราวกับสั่งได้อยู่ตรงหน้าสระว่ายน้ำเป่าลมสีฟ้าสำหรับเด็ก  พวกมันเนรมิตสวนในฤดูร้อนให้กลายเป็นสตูดิโอถ่ายภาพแมลงอันสมบูรณ์แบบ ชมภาพถ่ายที่อาจช่วยให้ใครหลายคนคลายความวิตกกังวลไปได้บ้าง เพราะโลกยังเต็มไปด้วยแง่มุมงดงามเสมอ แม้ในโมงยามวิกฤติเช่นนี้

เสือโคร่ง ข้างบ้าน : ตีแผ่ขบวนการค้าสัตว์ป่าในสหรัฐฯ

เสือโคร่งข้างบ้าน: ในสหรัฐฯ เสือโคร่ง และสัตว์กลุ่มแมวใหญ่อื่นๆ ที่อยู่ในสถานเพาะเลี้ยง  เช่น สวนสัตว์ข้างถนน คณะละครสัตว์ และกระทั่งบ้านเรือน มีจำนวนมากกว่าประชากรในธรรมชาติเสียอีก

ยีราฟเผือก เพศเมียตัวสุดท้ายในเคนยาตายจากการล่าสัตว์

การตายของ ยีราฟเผือก ทั้งสองตัวอันเนื่องมาจากการล่าสัตว์ ทำให้ตอนนี้มียีราฟเผือกตัวผู้เพียงตัวเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ในเคนยา สำนักข่าวเดอะการ์เดียนของอังกฤษและซีเอ็นเอ็นของสหรัฐอเมริการายงานว่า มีการพบซากของ ยีราฟเผือก และลูกของมันที่สภาพที่เหลือแต่โครงกระดูกหลังจากที่ถูกฆ่าโดยพรานล่าสัตว์ที่เมืองการิสซา ทางตะวันออกของเคนยา องค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติ Ishaqbini Hirola Community กล่าว  ซึ่งคาดว่ามันถูกทิ้งไว้เช่นนี้ประมาณ 4 เดือนแล้ว การตายของทั้งสองตัวทำให้ตอนนี้มียีราฟเผือกตัวผู้เพียงตัวเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเกิดยีราฟตัวเมียที่ถูกฆ่าไป องค์กรฯ กล่าว “เราคือชุมชนเดียวในโลกที่เป็นผู้ดูแลยีราฟเผือกเหล่านี้” โมฮัมเหม็ด อาห์เมดนูร์ ผู้จัดการองค์กรฯ กล่าวและเสริมว่า การตายของมันที่ได้รับการยืนยันจากกองกำลังพิทักษ์สัตว์ป่าและสมาชิกชุมชน คือวันที่แสนเศร้า และเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับนักวิจัยและผู้ให้บริการการท่องเที่ยวซึ่งอยู่ในพื้นที่อันห่างไกลแห่งนี้ของเคนยา ยีราฟเผือกเหล่านี้ได้รับความสนใจอย่างยิ่งในช่วงปี 2017 หลังจากมีการพบมันที่เขตอนุรักษ์สัตว์ป่าและตอนที่มันให้กำเนิดลูกสองตัว โดยตัวล่าสุดคลอดไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สีขาวดุจหินปูนของยีราฟเผือกเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากโรคผิวเผือก แต่เกิดจากสภาพที่เรียกว่าสภาวะผิวเผือก (Leucism) สภาวะนี้จะทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตเม็ดสีเข้มที่เรียกว่าเมลานินอย่างเพียงพอ บางครั้งก็รวมไปถึงเม็ดสีผิวอื่นด้วยเช่นกัน ขณะนี้ ยีราฟซึ่งเป็นสัตว์บกที่สูงที่สุดในโลกได้สูญเสียประชากรไปถึงร้อยละ 40 ในช่วงเวลาเพียง 30 ปี จากการล่าและลักลอบค้าสัตว์ป่า จากการประมาณการของมูลนิธิสัตว์ป่าแอฟริกา แม้ว่าองค์กรพิทักษ์สัตว์ป่าของเคนยาจะเคยกล่าวว่ามียีราฟเผือกเพียงสามตัวในโลก แต่เคยมีการพบยีราฟเผือกตัวหนึ่งที่อุทยานแห่งชาติ Tarangire ประเทศแทนซาเนียในเดือนมกราคม ปี 2016 ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีข้อมูลว่าชีวิตของมันหลังจากนั้นเป็นเช่นไร (ชมวิดีโอยีราฟเผือกแห่งเคนยาในช่วงที่มันยังมีชีวิตเมื่อปี 2017 จากเนชั่นแนล […]

ไขความลับ เหตุใดสุนัขจึงแสนดีกับมนุษย์จัง

งานวิจัยเผย สุนัขของเรามีการเปลี่ยนแปลงในยีนที่ทำให้มันเข้าสังคมกับมนุษย์ได้เก่งกว่าสุนัขป่า สำหรับ มาร์ลา สุนัขพันธุ์อิงลิชชีปด็อกวัย 11 เดือน ที่มี บริดเจ็ตต์ วอน โฮลด์ท เป็นเจ้าของ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอพบในโลกต่างเป็นเพื่อนของมัน “มันเข้าสังคมเก่งมากๆ ฉันมีจีโนไทป์ (รูปแบบพันธุกรรม) ของมันด้วยล่ะค่ะ” วอน โฮลด์ท กล่าว ความสนใจเรื่องนี้ของ วอน โฮลด์ท ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความอยากรู้อยากเห็นทั่วไป เธอผู้เป็นนักชีววิทยาพัฒนาการ และเพื่อนร่วมงานของเธอในมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันได้ใช้เวลา 3 ปี ศึกษาสิ่งที่ซ่อนอยู่ในกลไกพันธุกรรมซึ่งมีผลต่อพฤติกรรมทางสังคมในสุนัขบ้านและสุนัขป่า ผลการศึกษาพันธุกรรมพบว่าสุนัขบ้านสามารถเข้าสังคมกับมนุษย์ได้ดีกว่าสุนัขป่าที่ถูกเลี้ยงในสภาพแวดล้อมเดียวกัน และสุนัขบ้านสามารถให้ความสนใจและทำตามคำสั่งของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วอน โฮลด์ท ที่มีพื้นความรู้ในด้านพัฒนาการทางพันธุกรรม สงสัยถึงเหตุผลที่อาจเป็นไปได้ในความแตกต่างทางพันธุกรรมเหล่านี้ งานศึกษาในวารสาร Science Advance ได้ให้เบาะแสที่น่าสนใจ ว่าสัตว์ที่เข้าสังคมเก่งมากอย่างมาร์ลาประกอบด้วยยีนที่มีลักษณะต่างกัน 2 ประเภทชื่อว่า GTF2I และ GIF2IRD1 ถ้ามีการลบยีนชนิดนี้ในมนุษย์จะส่งให้เกิดโรคกลุ่มอาการวิลเลียม (Williams syndrome) ที่ผู้ป่วยจะมีใบหน้าคล้ายภูติเอลฟ์ จมูกแบน พฤติกรรมร่าเริงผิดปกติ เข้ากับคนแปลกหน้าง่าย พัฒนาการล่าช้า และมีแนวโน้มที่มีความรักกับทุกคน วอน […]

พบปลากระเบนสีชมพูสุดแปลกในออสเตรเลีย

ปลากระเบน ตัวนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากสีผิวที่ผิดปกติแต่อย่างใด โดยมีการบันทึกภาพปลากระเบนตัวนี้เป็นครั้งคราวนับตั้งแต่ปี 2015 ภาพถ่ายโดย KRISTIAN LAINE สีชมพูที่ปรากฏบนปลากระเบนตัวหนึ่งที่พบเห็นได้บ่อยครั้งในแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef) ไม่ได้เกิดจากทั้งการติดเชื้อหรือผลจากการกินอาหาร นักวิทยาศาสตร์กล่าว เมื่อช่างภาพ คริสเตียน เลน พบปลากระเบนสีชมพูตัวหนึ่งในตอนที่เขากำลังดำน้ำแบบฟรีไดร์ฟในแนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟ ของออสเตรเลีย เขาคิดว่ากล้องถ่ายรูปคงทำงานผิดปกติแน่นอน “ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะมีปลากระเบนสีชมพูอยู่บนโลก ตอนนั้นก็คิดไปว่าไฟแฟลชในกล้องคงจะเสียหรือทำงานผิดพลาดครับ” เลน กล่าว หลังจากนั้นเขาได้โพสต์ภาพปลากระเบนสีชมพูตัวนี้ในอินสตาแกรมและกลายเป็นกระแสไวรอลในอินเตอร์เน็ต โปรเจกต์แมนตา (Project Mantra – โครงการปลากระเบน) กลุ่มนักวิจัยจากออสเตรเลียที่ศึกษาปลากระเบนสีชมพูตัวนี้ ได้ยืนยันว่าเป็นสีผิวจริงของมัน ในตอนแรก พวกเขาคิดว่าสีชมพูนี้เป็นผลมาจากการติดเชื้อของผิวหนังหรือผลค้างเคียงจากอาหารที่กิน เช่นเดียวกับนกฟลามิงโกสีชมพูที่ได้สีผิวมาจากการกินสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง หรือครัสเตเชียน (crustaceans) อันหมายถึงสัตว์น้ำจำพวก กุ้ง กั้ง หรือ ปู เป็นต้น แต่จากการศึกษาในปี 2016 โดยนักวิจัย เอมิเลีย อาร์มสตรอง ที่ได้นำตัวอย่างผิวหนังของมันมาศึกษา ก็ค้นพบว่าไม่ได้เกิดจากสาเหตุทั้งสองที่เคยคาดการณ์ไว้ ในตอนนี้ เชื่อว่าปลากระเบนตัวนี้มีภาวะการกลายพันธุ์ของยีน (Genetic Mutation) ในเมลานินหรือหรือเม็ดสีผิว อาเซีย […]

แมลงเม่า ทำไมชอบบินเข้าหาแสงไฟ

แมลงเม่าคือระยะที่มีปีกของวงจรชีวิตปลวก เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เช่นช่วงเปลี่ยนจากฤดูร้อนสู่ฤดูฝน เรามักพบ แมลงเม่า นับร้อยนับพันออกมาบินว่อนรอบดวงไฟ และเมื่อแมลงเม่าออกมาจากจอมปลวก สัตว์อื่นๆ ที่กินแมลงเป็นอาหารอย่าง จิ้งจก ตุ๊กแก และคางคก ต่างออกมาชุมชนคล้ายงานเลี้ยงมื้อใหญ่ แมลงเม่าคือปลวกในระยะสืบพันธุ์ เป็นแมลงที่มีการเปลี่ยนรูปร่างไม่สมบูรณ์แบบ โดยตัวอ่อนจะมีลักษณะคล้ายตัวเต็มวัยแต่ยังไม่มีปีกหรืออวัยวะสืบพันธุ์ วงจรชีวิตของปลวกเริ่มจากไข่ที่ฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อน และตัวอ่อนนี้สามารถเจริญเป็นสามวรรณะ คือ วรรณะปลวกงาน วรรณะปลวกทหาร และวรรณะสืบพันธุ์ วรรณะปลวกงานเป็นแรงงานของรังปลวก ทำหน้าที่ในการสร้างรัง และหาอาหารให้แก่ปลวกในวรรณะอื่นๆ วรรณะปลวกทหาร มีหัวกะโหลกแข็งและใหญ่ มีกรามขนาดใหญ่เป็นเหมือนคีมใช้ต่อสู้ วรรณะปลวกงานและทหารไม่มีการเปลี่ยนรูปหรือพัฒนาการต่อไปอีกเหมือนกับปลวกในวรรณะสืบพันธุ์ ปลวกในวรรณะสืบพันธุ์เมื่อโตเต็มวัยจะมีปีก การมองเห็นที่ดีและมีระบบสืบพันธุ์ที่สมบูรณ์ เรียกปลวกในระยะนี้ว่า “แมลงเม่า” แมลงเม่าออกจากรังเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนหรือมีความชื้นสูง แมลงเม่าจะออกจากรังและบินไปรวมกันในบริเวณที่มีแสงสว่างจ้า เช่น หลอดไฟ เพื่อกระตุ้นการตกไข่ โดยร่างกายของปลวกมีการพัฒนาให้มีความแข็งและมีสีเข้ม เพื่อให้ทนต่อแสงไฟและความชื้นของอากาศ เมื่อผสมพันธุ์แล้ว แมลงเม่าจะสลัดปปีกออกและหาสถานที่สร้างรังและวางไข่ โดยแมลงเม่าตัวเมียจะกลายเป็นราชินีปลวก แมลงเม่าคือปลวกระยะตัวเต็มวัยที่มีปีก ปัจจุบัน ปลวกกระจายตัวอยู่ทุกทวีปทั่วโลกประมาณสองพันชนิด จอมปลวกหนึ่งจอมมีสมาชิกปลวกประมาณหนึ่งพันตัว ส่วนใหญ่ปลวกสร้างรังจากดินและมีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อน เมื่อปลวกตัวเมียถึงช่วงสืบพันธุ์ มันมักจะออกจากจอมปลวกเดิมเพื่อหาคู่ผสมพันธ์ และหาสถานที่สำหรับสร้างอาณาจักรใหม่ ตัวเมีย (หรือราชินีปลวก) จะเริ่มผลิตไข่จำนวนหลายร้อยใบ ตัวอ่อนส่วนใหญ่ที่มาจากไข่นางพญาปลวกจะเจริญไปเป็นปลวกงาน […]

ความจริงของตลาดค้าสัตว์ป่าจีนในยุคไวรัสโคโรนา

ที่ ตลาดค้าสัตว์ป่า ในเซินเจิ้น ผู้ค้านำสัตว์เลี้อยคลานและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมออกมาโชว์เพื่อค้าขาย ในประเทศจีน มีสัตว์ 54 สายพันธุ์ที่สามารถซื้อขายได้อย่างถูกกฎหมายเพื่อการบริโภค การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้การค้าสัตว์ป่าเหล่านี้เป็นที่จับตามองจากคนทั้งโลก ภาพถ่ายโดย AFP, GETTY ภาพข่าวจากสื่อหลายสำนักมักทำให้เชื่อว่า ตลาดค้าสัตว์ป่า เป็นที่นิยมในจีน แต่ความจริงแล้ว ชาวจีนส่วนมากไม่คุ้นเคยกับมัน การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่เชื่อว่ามีแหล่งกำเนิดมาจากตลาดค้าสัตว์ป่าในอู่ฮั่นทำให้มีการจับจ้องการค้าสัตว์ป่าของจีน โดยเมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา จีนได้ประกาศห้ามการค้าสัตว์ป่าจนกว่าวิกฤติในครั้งนี้จะจบสิ้น ภาพของสัตว์ที่ป่วยและดูทนทุกข์ทรมานในตลาด หรือวิดีโอที่แสดงการต้มค้างคาวเป็นๆในถ้วยซุป ได้เผยแพร่ไปในสังคมออนไลน์ ก่อให้เกิดความขุ่นเคืองไปทั่วโลก และทำให้เกิดภาพลักษณ์ว่าการซื้อสัตว์ป่าเป็นๆเพื่อนำไปบริโภคเป็นปรากฏการณ์ที่แพร่หลายในสังคมจีน แต่ในความเป็นจริง สำหรับชาวจีนส่วนใหญ่ การกินสัตว์ป่านั้นเป็นเรื่องแปลกประหลาด China Daily ซึ่งเป็นสื่อที่ควบคุมโดยรัฐบาลจีน ได้เผยแพร่บทบรรณาธิการอันน่าเสียดแทงเพื่อประณามวัฒนธรรมนี้ และเรียกร้องมาตรการห้ามค้าสัตว์ป่าอย่างถาวร ซึ่งกระแสสังคมออนไลน์ในจีน เช่น Weibo ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ด้านผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ขนาดหรือระดับของการค้าสัตว์ป่าในจีนนั้นยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากสัตว์หลายชนิดถูกล่า นำเข้า และส่งออกอย่างผิดกฎหมายเพื่อเป็นอาหาร ยา เกมกีฬา หรือเป็นสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการแพทย์แผนจีนโบราณที่ยังคงมีความเชื่อเรื่องการใช้พลังจากอวัยวะส่วนต่างๆของสัตว์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ รัฐบาลจีนอนุญาตให้เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า 54 ชนิดในฟาร์มเพื่อจำหน่ายและบริโภค เช่น มิ้งค์ […]

วอมแบต ถ่ายมูลเป็นทรงลูกบาศก์

วอมแบต เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวในโลกที่ถ่ายมูลเป็นทรงลูกบาศก์ จนถึงตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีคำตอบว่ามันทำได้อย่างไร วอมแบต เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในโพรงดิน พบได้เฉพาะในประเทศออสเตรเลียและเกาะรอบข้าง ลักษณะตัวกลมป้อมทำให้มนุษย์มองว่ามันเป็นสัตว์ที่น่ารักชนิดหนึ่ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่คุณอาจยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับวอมแบต คือพวกมันเป็นสัตว์ชนิดเดียวในโลกที่ถ่ายมูลเป็นทรงลูกบาศก์ ด้วยลักษณะพิเศษของมูลวอมแบต สร้างความสนใจแก่นักวิทยาศาสตร์ที่พยายามถกเถียงและหาคำตอบในเรื่องนี้ จนกระทั่งเมื่อไม่นานนี้ แพทรีเซีย หยาง นักวิจัยในสถาบันเทคโนโลยีจอร์เจีย ผู้เชี่ยวชาญด้านของเหลวในร่างกาย ให้ความสนใจศึกษาเรื่องนี้ หลังจากเธอได้ร่วมงานสัมมนาวิชาการ “ฉันแทบไม่อยากเชื่อ” หยาง กล่าว แต่หลังจากได้ทราบข้อเท็จจริง เธอเริ่มศึกษาว่า เพราะอะไร และทำไม วอมแบตจึงถ่ายมูลเป็นทรงลูกบาศก์ “พวกเราต่างตั้งข้อสังเกตมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้” ไมก์ สวินบอร์น ผู้เชี่ยวชาญด้านวอมแบต มหาวิทยาลัยอะเดไลด์ในออสเตรเลีย กล่าว ชนเผ่าหนึ่งในออสเตรเลียเล่าว่า พวกมันต้องการสร้างอาณาเขตจึงต้องขับถ่ายเป็นทรงเหลี่ยม เพื่อไม่ให้กลิ้งหายไป แต่ไมก์บอกว่าสมมติฐานนี้ไม่ใช่เรื่องจริง “วอมแบตไม่ได้ถ่ายมูลให้มีลักษณะเหมือนเขตแดน” เขากล่าวและเสริมว่า “พวกมันถ่ายมูลเพียงแค่ทำตามอำเภอใจ” สวินบอร์นกล่าวว่า ทรงลูกบาศก์มีความสัมพันธ์กับสภาพแห้งแล้ง ที่เป็นแหล่งอาศัยของวอมแบต “ลำไส้ของพวกมันต้องดูดน้ำกลับจากมูลให้มากที่สุด” เขากล่าว หลักฐานชิ้นหนึ่งที่ยืนยันเรื่องนี้คือ วอมแบตในสวนสัตว์ซึ่งเข้าถึงน้ำได้ง่าย ถ่ายมูลไม่เป็นทรงลูกบาศก์เท่าที่พบในธรรมชาติ ความชื้นเป็นตัวแปรสำคัญ แต่ “ยังมีปัจจัยเรื่องกายวิภาคระบบทางเดินอาหารร่วมด้วย” บิลล์ ซีกเลอร์ ประธานอาวุโสในสวนสัตว์บรูกฟิลด์ ชิคาโก […]

ไดโนเสาร์ กลายเป็นสมบัติในห้องนั่งเล่น

ทุกวันนี้ นักสะสมฟอสซิลมีอยู่ทั่วไป หลายคนไม่เพียงสะสมอย่างจริงจังจนแทบจะเป็นนักบรรพชีวินวิทยามืออาชีพ ขณะที่นักสะสมรายอื่นๆ ดูเหมือนจะแค่สนองรสนิยมชมชอบอสุรกายตัวใหญ่ยักษ์ น่ากลัวและแสนแพง แบบเด็กผู้ชายทั่วไป ความหลงใหลในบรรพชีวินวิทยาในหมู่นักสะสมนั้นหมายความว่า ไดโนเสาร์ และสัตว์ร่างยักษ์อื่นๆ ในรูปฟอสซิลอาจไปโผล่ในบ้านหรือสำนักงานต่างๆ ได้เกือบทุกแห่งหนทั่วโลก