ความงาม : นิยามใหม่ที่ใครเป็นผู้กำหนด - National Geographic Thailand

ความงาม : นิยามใหม่ที่ใครเป็นผู้กำหนด

ความงาม : นิยามใหม่ที่ใครเป็นผู้กำหนด

พลังของโซเชียลมีเดียและเศรษฐศาสตร์แห่งแฟชั่น กำลังช่วยสร้างวัฒนธรรม ความงาม ที่เปิดกว้าง ซึ่งผู้หญิงทุกคนสวยได้

นางแบบชาวซูดาน อะเล็ก เว็ก ปรากฏโฉมบนปกนิตยสาร แอล (Elle) ฉบับสหรัฐฯ เมื่อปี 1997 นี่เป็นการทำงานระดับโลก ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาของธุรกิจ ความงาม

กว่า 20 ปีหลังเว็กขึ้นปกนิตยสาร แอล เล่มนั้น นิยาม ความงาม ได้ขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง เปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงผิวสี ผู้หญิงร่างใหญ่ ผู้หญิงที่มีผิวด่างขาว ผู้หญิงหัวล้าน ผู้หญิงผมสีดอกเลา มีริ้วรอย เรากำลังขยับก้าวเข้าสู่วัฒนธรรมแห่งความงามซึ่งเปิดกว้าง ชนิดที่โอบรับทุกคนเข้ามา ทุกคนล้วนหล่อหรือสวยได้

เว็กคือวิสัยทัศน์ใหม่แห่งความงามซึ่งถือเป็นคุณค่าที่ผูกพันกับผู้หญิงเสมอมา แน่นอนว่าความงามเป็นเรื่องของวัฒนธรรม สิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งชื่นชมอาจเป็นสิ่งที่คนอีกกลุ่มเฉยเมยหรือกระทั่งรังเกียจเดียดฉันท์  แต่ก็เป็นสากลด้วย  มีคนงามระดับสากลหรือกลุ่มคนผู้เป็นตัวแทนของมาตรฐานความงามนั่นเอง

นานหลายชั่วอายุคนมาแล้วที่ความงามต้องมาพร้อมรูปร่างผอมเพรียว แต่มีหน้าอกใหญ่และเอวคอดกิ่ว ขากรรไกรต้องเป็นสันชัดเจน โหนกแก้มสูง จมูกโด่ง ผมควรยาว หนา นุ่มสลวย และเป็นสีทองได้ก็ยิ่งดี ความสมมาตรเป็นสิ่งพึงประสงค์ ส่วนความอ่อนเยาว์นั้นรู้กันโดยไม่ต้องให้บอก

ความงาม
ป้ายโฆษณาในย่านไทมส์สแควร์ของนิวยอร์กซิตี กระหน่ำผู้คนที่สัญจรไปมาด้วยโฆษณาความงามหลากหลาย แฮชแท็ก #ShowUs ของโดฟและโฆษณาเฟนตีของรีแอนนาสะท้อนความพยายามดึงดูดผู้ชมที่หลากหลายมากขึ้นเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ความงาม และแย่งส่วนแบ่งการตลาดมหาศาล
ความงาม
ฮาลีมา เอเดน ทลายปราการทางวัฒนธรรม เมื่อสวมฮิญาบขึ้นปกนิตยสาร โว้ก  ฉบับอังกฤษ และ สปอร์ตอิลลัสเตรเทด ฉบับชุดว่ายน้ำ ปี 2019  เธอเป็นชาวโซมาเลียอพยพที่เกิดในเคนยา ย้ายมาสหรัฐฯ และเป็นผู้เข้าประกวดคนแรกในกองประกวดนางงามมินนิโซตาที่สวมฮิญาบและบูร์กินี

ความงามเป็นเรื่องของวัฒนธรรม สิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งชื่นชมอาจเป็นสิ่งที่คนอีกกลุ่มเฉยเมยหรือกระทั่งรังเกียจเดียดฉันท์  แต่ก็เป็นสากลด้วย  มีคนงามระดับสากลหรือกลุ่มคนผู้เป็นตัวแทนของมาตรฐานความงามนั่นเอง

ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 นิยามของความงามที่ใช้กับผู้หญิงเริ่มคลี่คลายไปเพราะการปรากฏตัวของเคต มอส ผู้มีรูปร่างผอมบางและมีเสน่ห์แบบเด็กกะโปโล  ความสูง 170 เซนติเมตรของเธอถือว่าเตี้ยไปสำหรับการเดินแบบบนเวทีแฟชั่น  วัยรุ่นสาวชาวอังกฤษคนนี้ไม่ได้สวยสง่าเป็นพิเศษ และไม่มีมาดนางพญาแบบนางแบบหลายๆคน  บทบาทโดดเด่นของมอสในโฆษณาของแคลวิน ไคลน์เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่แตกต่างไปจากเหล่านางแบบขายาวระหงที่นิยมกันมาโดยตลอด

มอสคือคนที่ทำให้ระบบความงามปั่นป่วน  กระนั้น เธอก็ยังอยู่ดีในพื้นที่ปลอดภัยของอุตสาหกรรมที่ยังคงนิยามความงามด้วยแนวคิดผิวขาวแบบยุโรป ไม่ต่างจากเหล่านางแบบวัยรุ่นหัวขบถผู้สั่นสะเทือนโลกแฟชั่นในทศวรรษ 1960 อย่างทวิกกี สาวน้อยแขนขาเก้งก้างผอมแบนแบบเด็กชายวัย 12 ขวบ

แม้แต่นางแบบผิวสียุคแรกๆ ที่ก้าวข้ามอุปสรรคจนได้ดิบได้ดีก็ไม่ได้คุกคามหรือท้าทายขนบความงามแบบเดิมๆ อย่างรุนแรง สาวๆ อย่างเบเวอร์ลี จอห์นสัน นางแบบอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันคนแรกที่ขึ้นปกนิตยสาร โว้ก (Vogue)  ในสหรัฐฯ  อิมาน นางแบบเชื้อสายโซมาเลีย นาโอมิ แคมป์เบลล์ และไทรา แบงก์ส พวกเธอมีใบหน้าเฉี่ยวคมและผมยาวสลวย ต่อให้สวมวิกหรือต่อผมซึ่งช่วยให้ผมดูดีแบบที่เห็นก็ตาม อิมานมีคอยาวระหงที่ทำให้บรรณาธิการแฟชั่นในตำนานอย่างไดแอนา วรีแลนด์ ต้องพิศวง  ส่วนแคมป์เบลล์ก็มีช่วงขาและสะโพกที่เย้ายวน  ขณะที่แบงก์สโด่งดังขึ้นมาจากสาวน้อยหน้าตาธรรดาผู้สวมบิกินีลายจุดบนปกนิตยสาร สปอร์ตอิลลัสเตรเทด (Sport Illustrated)

ความงาม
โจแอนี จอห์นสัน ซึ่งเริ่มอาชีพนางแบบเมื่ออายุ 60 โพสท่าถ่ายภาพในนิวยอร์กซิตี เธอปรากฏตัวบนรันเวย์และถ่ายโฆษณาภาพนิ่งให้แบรนด์ต่างๆ รวมถึงเฟนตี, ไอลีน ฟิชเชอร์, และทอมมี ฮิลฟิเกอร์ ที่ผ่านมา แคมเปญโฆษณามักเป็นพื้นที่ของผู้แสดงแบบรุ่นเยาว์
ความงาม
อามี แมกคลอร์ ถักผมเปียให้ลูกสาวที่บ้านในนิวเจอร์ซีย์ ขณะที่ฝาแฝด อะเล็กซิส (ชุดชมพู) และเอวา (ชุดม่วง) ทำผมให้ตุ๊กตา อาชีพในธุรกิจความงามของฝาแฝดแมกคลอร์ เริ่มจากการเน้นผมธรรมชาติหลังจากพวกเธอโด่งดังทางยูทูบ ทั้งคู่มีผู้ติดตามในอินสตาแกรมเกือบสองล้านคน

นานหลายชั่วอายุคนมาแล้วที่ความงามต้องมาพร้อมรูปร่างผอมเพรียว แต่มีหน้าอกใหญ่และเอวคอดกิ่ว ขากรรไกรต้องเป็นสันชัดเจน โหนกแก้มสูง จมูกโด่ง ผมควรยาว หนา นุ่มสลวย และเป็นสีทองได้ก็ยิ่งดี ความสมมาตรเป็นสิ่งพึงประสงค์ ส่วนความอ่อนเยาว์นั้นรู้กันโดยไม่ต้องให้บอก

แต่เว็กคือปรากฏการณ์ใหม่ ความงามของเธอผิดแผกไปอย่างสิ้นเชิง

ผมหยิกขอดของเธอถูกตัดให้สั้นเกรียนติดหนังศีรษะ ผิวที่ดูไร้รูขุมขนของเธอดำเข้ม จมูกกว้าง ริมฝีปากอวบหนา ขายาวเพรียวเรียวชะลูดอย่างเหลือเชื่อ

สำหรับสายตาที่ถูกฝึกให้เข้าใจความงามผ่านเลนส์ของวัฒนธรรมตะวันตก เว็กคือความขัดหูขัดตาของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนผิวสีเองด้วยซ้ำ  หลายคนไม่คิดว่าเธอสวย กระทั่งผู้หญิงที่อาจส่องกระจกเห็นผิวสีเข้มเกือบเหมือนถ่านและผมหยิกขอดเกรียนดำแบบเดียวกันก็ยังยากจะยอมรับนางแบบปกแอล ฉบับนี้ได้

ในนิวยอร์ก ลอนดอน มิลาน และปารีสเมืองหลวงแห่งแฟชั่นตามขนบเดิมของโลก กฎแห่งความงามเปลี่ยนไปมากในช่วงสิบปีที่ผ่านมายิ่งกว่าที่เปลี่ยนในช่วงหนึ่งร้อยปีก่อน

ตัวเร่งให้เกิดความเข้าใจเรื่องความงามที่เปลี่ยนไป มาจากการเกิดขึ้นพร้อมกันของเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มีความรู้ทางสุนทรียะอันประณีต

เทคโนโลยีหมายถึงโซเชียลมีเดียโดยทั่วไปและอินสตาแกรมโดยเฉพาะ  ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจคือการแข่งขันอันไม่เคยหยุดหย่อนเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดของผลิตภัณฑ์สารพัดอย่าง ตั้งแต่เสื้อผ้าดีไซเนอร์ไปจนถึงลิปสติก

แต่เมื่อบรรดาผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อจากหลากหลายชนชั้นเพิ่มมากขึ้น เครือข่ายค้าปลีกแผ่ขยายออกไป และภูมิทัศน์ของสื่อใหม่ได้บีบให้อุตสาหกรรมแฟชั่นต้องมีความความรับผิดชอบสูงขึ้นในแง่ของการนำเสนอความงาม แบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องสำอางในปัจจุบันจึงใส่ใจตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อสินค้าหรูที่ทวีจำนวนขึ้นในประเทศอย่างอินเดียและจีนด้วยการใช้นางแบบเอเชียมากขึ้น

ความงาม
แฮจิน หยุ่น ผ่าตัดเปลือกตาที่คลินิกความงามฮยุนไดในกรุงโซล กระบวนการนี้ทำให้ตาดูโตขึ้น เกาหลีใต้มีอัตราการทำศัลยกรรมความงามสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก หนึ่งในสามของผู้หญิงอายุ 19 ถึง 29 ปีทำศัลยกรรมพลาสติก

ไม่มีความเป็นกลางหรอก ไม่ว่าจะร่างกาย ใบหน้า หรือเรือนผม ล้วนเป็นเรื่องการเมืองทั้งสิ้น ความงามเป็นเรื่องของการเคารพและการเห็นคุณค่า เป็นสิทธิที่จะดำรงอยู่โดยไม่ต้องเปลี่ยนเนื้อแท้ที่เราเป็น

โซเชียลมีเดียขยายเสียงของชุมชนคนกลุ่มน้อยให้ดังขึ้น การเรียกร้องให้มีตัวแทนของพวกตนจึงไม่อาจถูกเพิกเฉยง่ายๆ และการเติบโตของสื่อดิจิทัลและบล็อกต่างๆ ก็หมายความว่า ทุกตลาดจะพูดจาภาษาความงามได้คล่องขึ้น เกิดผู้นำแฟชั่นกลุ่มใหม่ๆ อย่างอินฟลูเอนเซอร์อายุน้อย เป็นอิสระ และหมกมุ่นกับความเจิดจรัสของแฟชั่น อินฟลูเอนเซอร์ด้านแฟชั่นเหล่านี้จะไม่ยอมรับคำแก้ตัว  ไม่ก้มหัว และไม่สนคำขอร้องจากสปอนเซอร์ให้อดทน เพราะการเปลี่ยนแปลงนั้นสั่งได้จริง

บล็อกเกอร์หุ่นอวบบอกนักวิจารณ์ให้หยุดพูดเรื่องลดน้ำหนักและเลิกนำเสนอวิธีอำพรางเรือนร่างเสียที พวกเธอพอใจกับหุ่นของตัวเองอยู่แล้ว พวกเธอต้องการแฟชั่นที่เหมาะกับขนาดตัว  พวกเธอไม่ได้เรียกร้องให้คนชมว่าสวยเลย พวกเธอแค่ต้องการเข้าถึงสไตล์ เพราะเชื่อว่าตนเองคู่ควรต่างหาก เช่นนี้เองที่ความงามและคุณค่าในตัวเองจึงผูกกันอย่างแยกไม่ออก

การเดินทางของแบรนด์หรูๆไปสู่จีน ลาตินอเมริกา และแอฟริกาบีบให้ดีไซเนอร์ต้องขบคิดหาวิธีทำการตลาดกับลูกค้าเหล่านั้นให้ดีที่สุดไป พร้อมๆกับหลบหลีกกับระเบิดทางวัฒนธรรมด้วย พวกเขาต้องระมัดระวังเรื่องการปรับสีผิวให้สว่างขึ้นในบางส่วนของแอฟริกา วัฒนธรรมนิยมแต่งตัวเป็นเด็กสาวแบบโลลิตาในญี่ปุ่น การหมกมุ่นกับศัลยกรรมตาสองชั้นในประเทศแถบเอเชียตะวันออก

ความงาม
เทคโนโลยีมอบอำนาจในการนิยามความงามไว้ในมือของผู้คน โทรศัพท์มือถือเอื้อให้เรามีอำนาจควบคุมภาพลักษณ์ของตนมากขึ้น แถมยังมีแอปพลิเคชันที่มีฟิลเตอร์ต่างๆให้ใช้เพื่อความสนุก ความดูดี และความบันเทิง ในภาพนี้ สมาชิกวงดนตรีเคป๊อปหญิง อะเลิร์ต ถ่ายเซลฟหลังเวที ก่อนเปิดตัวซิงเกิลใหม่ “We Got the Power”

ไม่มีความเป็นกลางหรอก ไม่ว่าจะร่างกาย ใบหน้า หรือเรือนผม ล้วนเป็นเรื่องการเมืองทั้งสิ้น ความงามเป็นเรื่องของการเคารพและการเห็นคุณค่า เป็นสิทธิที่จะดำรงอยู่โดยไม่ต้องเปลี่ยนเนื้อแท้ที่เราเป็น  สำหรับหญิงผิวสี การที่คนยอมรับผมธรรมชาติของเธอว่าสวยนั้น มีความหมายว่าผมที่หยิกขอดหาใช่ตัวบ่งชี้ว่าเธอไม่เป็นมืออาชีพ สำหรับหญิงร่างใหญ่ การยอมให้ชั้นไขมันหน้าท้องรวมอยู่ในบทสนทนาแห่งความงามหมายความว่า เธอจะไม่ถูกคนแปลกหน้าติฉินที่กินขนมหวานในที่สาธารณะ

เมื่อริ้วรอยของหญิงสูงวัยถูกมองว่าสวย นั่นหมายความว่ามีคนเห็นเธอจริงๆ เธอไม่ได้ถูกมองข้ามในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มีเสน่ห์เย้ายวน ตลก และฉลาด

ความงามยุคใหม่ไม่ได้ขอให้เราเดินมาที่โต๊ะโดยไม่มีความคิดเห็น เพียงแค่ขอให้เราเดินมาโดยคิดว่าทุกคนที่นั่งอยู่มีสิทธิที่จะอยู่ตรงนั้นเท่านั้น

เรื่อง  รอบิน กีวาน

ภาพถ่าย ฮันนาห์ เรเยส โมราเลส

*** อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ในนิตยสาร เนชั่นแนล จี่โอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2563


สารคดีแนะนำ

โยคะ : ค้นพบความสงบในโลกอันวุ่นวาย

เรื่องแนะนำ

วาดมังกรด้วยการลงแปรงเพียงครั้งเดียว

วาดมังกรด้วยการลงแปรงเพียงครั้งเดียว ศิลปะอันงดงามน่าทึ่งที่ต้องอาศัยความฝึกฝนจนชำนาญนี้มีชื่อเรียกว่า “Hitofude-ryu” เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยเอโดะ (ปีคริสต์ศักราช 1603 – 1867) โดยชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อกันว่าการสร้างงานศิลปะลักษณะนี้จะช่วยบันดาลโชคด้านทรัพย์สินเงินทองและความรักให้แก่ตัวศิลปิน ความโดดเด่นของงานศิลปะแขนงนี้ก็คือ การวาดภาพของลำตัวมังกรด้วยการลงพู่กันหรือแปรงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ลวดลายและเกล็ดอันละเอียดอ่อของมังกรที่เกิดขึ้นบนภาพนั้นต้องอาศัยประสบการณ์สั่งสมนานนับปี จากนั้นศิลปินจะเพิ่มรายละเอียดอื่นๆ ตลอดจนถ้อยคำอวยพรลงไปในชิ้นงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับลูกค้ากำหนด มาชมฝีมือของศิลปินด้าน Hitofude-ryu กันว่าจะงดงามเพียงใด ทั้งนี้การสร้างชิ้นงานต้องใช้สมาธิ และความตั้งใจอย่างมาก นั่นทำให้ปกติแล้วศิลปินจะผลิตผลงานได้เพียง 3 – 5 ภาพต่อวันเท่านั้น   อ่านเพิ่มเติม ภาพวาดอันน่าทึ่งจากศิลปินออทิสติก

จากปรัชญาสู่วิถีชีวิต เศรษฐกิจพอเพียง

จากปรัชญาสู่วิถีชีวิต เศรษฐกิจพอเพียง ภาพถ่าย  เริงฤทธิ์ คงเมือง เรื่อง  ศิริพร พรศิริธิเวช บนเนื้อที่ 17 ไร่ภายในสวนสมรม (หรือสมลม — ภาษาถิ่นภาคใต้หมายถึง สวนขนาดเล็กที่ปลูกพืชผลผสมผสาน) ของสมบูรณ์ ศรีสุบัติ หรือลุงนิล ในวันนี้ พลุกพล่านไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศที่แวะเวียนมาทัศนศึกษาและดูงานในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน ตำบลช่องไม้แก้ว อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ทุเรียนต้นใหญ่มีเถาพริกไทยเลื้อยขึ้นไปเกาะออกลูกสีเขียวสดเป็นพวง ขณะที่พื้นใต้ร่มทุเรียนเต็มไปด้วยพืชผลนานาชนิด เช่น กล้วย มังคุด และมะนาวขึ้นเบียดเสียดดูราวป่าดิบชื้น แต่กว่าจะมาเป็นสวนที่สร้างรายได้ไม่ขาดมือ และยังเหลือเผื่อจุนเจือผู้คนในวันนี้ เจ้าของสวนร่างสูงโปร่ง ผิวสีเข้ม และน้ำเสียงถิ่นใต้เป็นเอกลักษณ์ต้องผ่านมรสุมชีวิตมาอย่างโชกโชน “โธ่…ใครจะไปรู้ ตอนนั้นทุเรียนมันราคาดี” ลุงนิล เท้าความหลัง เมื่อครั้งที่ต้องนั่งกุมขมับกับความล้มเหลวของสวนทุเรียนกว่า 700 ต้นที่เฝ้าทะนุถนอมมาแรมปี แต่จากการขาดความรู้และประสบการณ์ทำให้ประสบกับภาวะขาดทุนจนมีหนี้สินท่วมตัว ด้วยความคิดว่าต้องปลูกทุเรียนอย่างเดียว เพราะทุเรียนราคาดี และเพื่อให้ได้ผลผลิตมากที่สุด ลุงนิลจึงระดมใส่ปุ๋ย อัดฉีดสารเคมีสารพัด ยี่ห้อไหนใครว่าดี ลุงนิลไม่รอช้า หามาประเคนใส่ “ช่วงหลังไม่มีเงินมาลงทุนทำระบบน้ำ ก็เลยตัดสินใจให้นายทุนมาทำสัญญาเหมาสวนทำทุเรียนนอกฤดู ด้วยความหวังว่าอีกไม่นานเกินรอทุเรียนจะให้ผลผลิต เดี๋ยวก็ได้เงินคืน” ลุงนิลเล่า แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังหวัง เพราะเมื่อหมดสัญญาราคาขายทุเรียนปีนั้นดิ่งลงเหว ซ้ำร้ายเจ้าทุเรียนพระเอกในท้องเรื่องยังมาชิงตายตอนจบ ด้วยการทยอยยืนต้นตายหลายร้อยต้น เพราะพิษสงของสารเคมีที่ระดมใส่หวังจะให้ได้ผลดี ยิ่งไปกว่านั้น ผืนดินที่เคยอุดมสมบูรณ์และแบ่งบานไปด้วยความฝันของชายวัยกลางคน กลับเปลี่ยนเป็นเนื้อดินแห้งแข็งที่ไม่สามารถปลูกต้นไม้ให้งอกงามดังเดิม ท้ายที่สุด ของแถมจากเหตุการณ์ทั้งมวลนี้ก็คือหนี้สินก้อนโตสองล้านกว่าบาทที่ดูเหมือนจะกองเกลื่อนอยู่ทุกแห่งหนที่ลุงนิลก้าวไป “หมดปัญญา ไม่อยากอยู่แล้ว” เสียงลุงนิลเริ่มสั่นเครือ “ตอนนั้นหยิบปืนขึ้นมาแล้ว แต่ดีที่ลูกชายเดินเข้ามา ก็เลยเก็บปืนไว้ก่อน” ขณะที่ความสิ้นหวังกำลังกัดกินใจดั่งฝูงตั๊กแตนปาทังก้ารุมทึ้งต้นข้าวโพดบนผืนดินแห้งผากอยู่นั้นปาฏิหาริย์ก็บังเกิด กระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2540 ที่กำลังเผยแพร่ผ่านทางโทรทัศน์ขณะนั้นดังเข้าหูชายผู้สิ้นหวัง สมบูรณ์ ศรีสุบัติ เล่าว่า ”เป็นดั่งหยาดน้ำฝนชโลมใจ” ชายผู้เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ท่องพระราชดำรัสนั้นได้อย่างขึ้นใจว่า …การจะเป็นเสือนั้น ไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกินนั้นหมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง…  …ถ้าสามารถที่จะเปลี่ยนไป ทำให้กลับเป็นเศรษฐกิจแบบพอเพียง ไม่ต้องทั้งหมด แม้แค่ครึ่งก็ไม่ต้อง อาจจะสักเศษหนึ่งส่วนสี่ ก็จะสามารถอยู่ได้ การแก้ไขอาจจะต้องใช้เวลา ไม่ใช่ง่ายๆ โดยมากคนก็ใจร้อน เพราะเดือดร้อน แต่ว่าถ้าทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ก็สามารถที่จะแก้ไขได้… ไม่น่าเชื่อว่าพระราชดำรัสไม่กี่ประโยคนั้นจะสามารถหยุดความคิดอันโง่เขลา และกระทั่งให้ชีวิตใหม่แก่สมบูรณ์ ศรีสุบัติ ในห้วงเวลาอันเลวร้ายที่สุดของชีวิต… ย้อนหลังกลับไป 36 ปี หรือเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2517 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ความตอนหนึ่งว่า …การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป… นั่นอาจถือเป็นการพระราชทานแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นครั้งแรก ก่อนที่ปรัชญาดังกล่าวจะมีการนำมาพูดถึงอย่างกว้างขวางในอีกกว่า 20 ปีต่อมา ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจ ”ต้มยำกุ้ง” อันหนักหนาสาหัส รัฐบาลในขณะนั้นต้องการรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพ เพื่อยืนหยัดพึ่งพาตนเองพร้อมไปกับการดำเนินนโยบายสำคัญๆในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาแข็งแกร่งดังเดิมได้อีกครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าแนวคิดที่พระองค์ทรงวางไว้เมื่อหลายสิบปีนั้น จะยังคงใช้ได้ดีและนำสมัยอยู่เสมอ ครั้งหนึ่งฉันมีโอกาสได้พูดคุยกับ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร อดีตผู้อำนวยการกองประเมินผลและข้อมูล สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ซึ่งปัจจุบันลาออกมาเป็นชาวนาและเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และยังดำรงตำแหน่งประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียงอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย ดร.วิวัฒน์ให้ทรรศนะว่า ”พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงวางแผนคราวละไม่ต่ำกว่า 50 ปีเสมอ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงพระอัจฉริยภาพและสายพระเนตรอันยาวไกล ภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจ ”ต้มยำกุ้ง” เมื่อสิบกว่าปีก่อน (และตอกย้ำอีกครั้งด้วยวิกฤติเศรษฐกิจ ”แฮมเบอร์เกอร์” ในปัจจุบัน) ได้เกิดปรากฏการณ์ที่คนไทยและหลายประเทศทั่วโลกหันมาสนใจ และนำเอาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้อย่างแพร่หลายทั้งในการดำเนินชีวิตและการทำธุรกิจ ในส่วนของประเทศไทย ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้รับการบรรจุในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ในส่วนที่ 3 แนวนโยบายด้านการบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 78 (1) ความว่า ”บริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปเพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศอย่างยั่งยืน โดยต้องส่งเสริมการดำเนินการตามปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง และคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวมเป็นสำคัญ” ขณะที่องค์การสหประชาชาติยกย่องว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นมีคุณูปการทั้งต่อประเทศไทยและนานาประเทศโดยนายโคฟี อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติในขณะนั้น ได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ในเช้าที่อากาศร้อนอบอ้าวของเดือนมีนาคมที่ผ่านมาราว 500 กิโลเมตรจากอำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร อันเป็นที่ตั้งของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนและสวนสมรมของลุงนิล ฉันเข้ามายืนเก้ๆ กังๆ พร้อมกับเหงื่อเม็ดเป้งที่ผุดขึ้นตามใบหน้าเมื่อแรกก้าวลงจากรถแท็กซี่และค่อยๆหายไปพร้อมสายลมเย็นที่พัดโชยอยู่ตรงหน้าป้อมกองวัง ประตูพระยมอยู่คุ้น ทางเข้าเขตพระราชฐานที่จะเข้าสู่โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา หากจะว่าไปแล้ว สถานที่แห่งนี้คือประจักษ์พยานที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่สุดแห่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ทรงใช้ทดลองและบ่มเพาะแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงใจกลางกรุงเทพมหานคร คุณศศิภา ตันสิทธิ หญิงสาวตาคม พูดจาฉะฉานเป็นเจ้าหน้าที่งานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ทำหน้าที่นำฉันเยี่ยมชมส่วนต่างๆ ของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เธอพาฉันผ่านไปตามถนนลาดยางสายเล็กที่ร่มรื่นด้วยแมกไม้ นกหลายชนิดแข่งขันกันส่งเสียงร้อง ขณะที่กระรอกตัวอ้วนพีสองตัววิ่งไล่กันไปตามกิ่งไม้ โดยไม่สนใจผู้คน ห่างออกไปตรงพื้นที่โล่งมีเจ้าหน้าที่ของกรมการข้าวราวสิบคนในชุดเสื้อสีน้ำเงินกำลังสาละวนกับการถอนหญ้าและคัดน้ำเข้าแปลงนาข้าวทดลองที่กำลังปลูกต้นถั่วซึ่งชูยอดเขียวขจี คุณศศิภาเล่าว่า แปลงนาผืนเล็กนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทดลองขับ ”ควายเหล็ก” หรือรถไถแบบสี่ล้อคันแรกของประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2504 ด้วยพระองค์เอง เพื่อเตรียมแปลงปลูกข้าว โดยข้าวพันธุ์แรกที่ปลูกคือ ข้าวพันธุ์หอมนางนวล ต่อมาในวันที่ 27 ตุลาคม ปีเดียวกัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีทำขวัญข้าวหรือขวัญแม่โพสพขึ้น และเมื่อรวงข้าวสุกได้ที่ก็เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง โดยผลผลิตข้าวที่ได้ทรงให้นำไปเก็บรักษาพันธุ์ไว้ที่กรมการข้าวเพื่อใช้ในการเพาะปลูกในปีถัดไป อีกส่วนหนึ่งนำไปใช้ในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หากมองอย่างผิวเผิน บรรยากาศโดยรอบของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ดูไม่ต่างไปจากแปลงไร่นาของเกษตรกรไทยทั่วไปนัก แต่ในบริเวณอื่นๆ จะเป็นอาคารทดลองและโรงงาน ที่นี่มีกิจกรรมการศึกษาและการทดลองมากกว่า 35 โครงการ โดยแบ่งเป็นโครงการที่ไม่ใช่ธุรกิจ อาทิ โครงการป่าไม้สาธิต และโครงการนาข้าวทดลอง กับโครงการกึ่งธุรกิจ อาทิ โครงการโรงโคนมสวนจิตรลดา และโครงการเกี่ยวกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร  เป็นต้น นอกเหนือจากกิจกรรมทางการเกษตรและการแปรรูปผลผลิตแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงให้ความสำคัญกับการทดลองและการพัฒนาพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และไบโอดีเซล เป็นต้น โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ริเริ่มโครงการพัฒนาพลังงานทดแทนด้วยการศึกษาแนวทางการนำน้ำมันปาล์มมาใช้งานแทนน้ำมันดีเซล นอกจากนั้นยังได้พระราชทานเงินทุนวิจัยเบื้องต้นเพื่อใช้สร้างอาคารและซื้ออุปกรณ์ในการทดลองผลิตเชื้อเพลิงแอลกอฮอล์จากอ้อยที่โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2528 ด้วยทรงเล็งเห็นว่าจะเกิดวิกฤติน้ำมันขึ้นในอนาคต และทรงเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตอ้อยสูง อ้อยส่วนที่เกินจากการผลิตอาหารควรนำมาใช้ประโยชน์ด้านอื่น ซึ่งก็คือผลิตแอลกอฮอล์ ทั้งนี้ยังสามารถรองรับในกรณีที่อ้อยราคาตกต่ำได้อีกด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เข้าเยี่ยมชมโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และต้องตื่นเต้นปนฉงนกับเจ้าโคเนื้อสีน้ำตาลแดง และกระบือสีดำตัวย่อมๆที่กำลังยืนเคี้ยวเอื้องทำหน้าตากรุ้มกริ่มอยู่ข้างๆ […]

ทองคำเปลว กับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา

ทองคำเปลว เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ในพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ฟอยล์ที่มีความบางกว่าเส้นผมมนุษย์ประมาณ 30 เท่า ผ่านการทุบด้วยค้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ต่ำกว่าสองหมื่นครั้ง ณ The King Galon Gold Leaf workshop ในมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา จะมีการทุบเม็ดทองคำที่ถูกสอดอยู่ระหว่างแผ่นใยไผ่ใช้ค้อนทุบจนกลายเป็นแผ่น ทองคำเปลว เพื่อนำไปใช้กับพระพุทธรูปที่วัด หรือศาลเจ้าทั่วประเทศ เรื่อง และภาพถ่าย : พอล ซาโลเพก   “ดูสิ มันบางมาก” Htet Htet กล่าว Htet นักธุรกิจหญิง อายุ 24 ปี และเป็นเจ้าของ The King Galon Gold Leaf workshop นั่งอยู่ในร้านพลางมองดูแผ่นทองคำเปลวขนาดเท่าแสตมป์ที่แปะติดกับกระดาษไม้ไผ่บนฝ่ามือของเธอ ฟอยล์เรืองแสงระยิบระยับเมื่อเธอพลิกฝ่ามือไปมา ทองคำเปลวบางเพียงใด? ผิวหนังมนุษย์มีความหนาประมาณ 0.18 เซนติเมตร ความหนาของกระดาษโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.01 เซนติเมตร แต่ทองคำเปลวมีความหนาเพียง 0.000254 เซนติเมตร หรือ […]