เมื่อเกิดในอัฟกานิสถาน เด็กหญิงบางคนเลือกใช้ชีวิตในร่างเด็กชาย

เมื่อเกิดในอัฟกานิสถาน เด็กหญิงบางคนเลือกใช้ชีวิตในร่างเด็กชาย

เมื่อเกิดใน”อัฟกานิสถาน” เด็กหญิงบางคนเลือกใช้ชีวิตในร่างเด็กชาย

ใน”อัฟกานิสถาน” มีเด็กผู้หญิงจำนวนหนึ่งที่พอใจกับอิสระเสรีเฉกเช่นเด็กผู้ชาย

ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ผู้หญิงเหล่านี้ใช้ชีวิตเช่นเดียวกับผู้ชาย พวกเธอแต่งกายด้วยเสื้อผ้าผู้ชาย เข้าร่วมการต่อสู้ในสงคราม มีส่วนร่วมกับพิธีกรรมในศาสนา หรือแม้แต่การเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพ ทั้งหมดนี้คุณสามารถเป็นได้แม้เกิดมาเป็นผู้หญิง หากกลายเป็นผู้ชายแล้วไซร้อนาคตย่อมดีกว่า

“เมื่อเพศหนึ่งมีความสำคัญ ในขณะที่อีกเพศไม่เป็นที่ต้องการ แน่นอนว่าต้องมีใครบางคนต้องการข้ามไปยังอีกฝั่ง” Najia Nasim ผู้อำนวยการองค์กร Women for Afghan Women ในอัฟกานิสถานกล่าว

อัฟกานิสถาน
Ali วัย 14 ปี ถูกเลี้ยงดูมาแบบเด็กผู้ชาย คนที่ยืนอยู่ด้านหลังคือพี่สาวของเธอที่แชร์ห้องนอนร่วมกัน ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki
อัฟกานิสถาน
Setar และ Ali ขณะกลับจากโรงเรียน “ผู้คนมักเดินมาถามว่าทำไมฉันถึงแต่งตัวเหมือนเด็กผู้ชาย” Setar กล่าว ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki

ในสังคมของอัฟกานิสถาน เมื่อเกิดเป็นผู้หญิงคุณต้องพึ่งพาผู้ชายทั้งในด้านการเงินและด้านสังคม ดังนั้นแล้วการเกิดมาเป็นลูกผู้หญิงจึงถูกมองว่าเป็นภาระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลูกผู้ชายสามารถหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว และคอยดูแลพ่อแม่ยามแก่เฒ่าได้ เพื่อตอบโต้กับความเชื่อนี้บางครอบครัวนิยามเพศของลูกสาวตนเองเสียใหม่ พวกเธอถูกเรียกว่า “Bacha Posh” ด้วยความเชื่อที่ว่าหากเลี้ยงดูลูกสาวอย่างลูกชายแล้วล่ะก็ ในการตั้งครรภ์ครั้งถัดไป ผู้เป็นแม่จะให้กำเนิดลูกชาย

“ธรรมเนียมนี้ช่วยให้ครอบครัวที่ไม่มีลูกชายหลีกเลี่ยงข้อครหาจากสังคม เด็กผู้หญิง Bacha Posh สามารถออกไปซื้อของนอกบ้านได้ด้วยตนเอง หรือแม้แต่ไปส่งพี่สาวน้องสาวไปโรงเรียน หางานทำ เล่นกีฬา ทำอะไรก็ได้เช่นเดียวกับที่เด็กผู้ชายในสังคมทำ” Nasim กล่าว ที่มาของความเชื่อนี้เกิดขึ้นเมื่อใดไม่มีใครทราบ แต่ปัจจุบันกำลังแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ

อัฟกานิสถาน
Setar และ Ali ออกมาช้อปปิ้งเสื้อผ้า ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki

ฤดูร้อนปี 2017 Loulou d’Aki ช่างภาพชาวสวีเดนเดินทางไปทั่วอัฟกานิสถานเพื่อบันทึกสารคดีของ Bacha Posh หลังเธอได้อ่านหนังสือเรื่อง The Underground Girls of Kabul ซึ่งเขียนโดย Jenny Nordberg ตัวเธอเป็นคนแรกที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมนี้แก่สากลโลก และ d’Aki เองก็หลงใหลจนต้องเดินทางมาเห็นด้วยตาตนเอง

ด้วยความช่วยเหลือจากล่ามท้องถิ่น เธอพบกับครอบครัวหนึ่งที่สองในหกของลูกสาวพวกเขาถูกเลี้ยงดูมาแบบเด็กผู้ชาย ในวันหนึ่งที่ Setareh ลืมตาดูโลก เธอเป็นบุตรสาวคนที่สามของครอบครัว ในที่สุดพ่อและแม่ตัดสินใจเลี้ยงเธออย่างเด็กผู้ชายดละตั้งชื่อให้ใหม่ว่า Setar สองปีต่อมา Ali ก็คลอดออกมา และเธอก็ถูกเลี้ยงดูแบบเด็กผู้ชายเช่นกัน และในเวลาต่อมาเมื่อน้องชายและลูกชายคนเดียวของบ้านลืมตาดูโลก เธอทั้งสองก็ยังคงใช้ชีวิตแบบเด็กผู้ชายต่อไป

อัฟกานิสถาน
Setar จัดแต่งทรงผมหลังอาบน้ำเสร็จ ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki
อัฟกานิสถาน
Setar และ Arezou แฟนสาว ทั้งคู่กำลังพักผ่อนในห้องนั่งเล่น พ่อแม่ของทั้งสองพยายามห้ามไม่ให้พวกเขาเจอกัน แต่ Arezou ไม่สนใจว่าแฟนของเธอจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki

ปัจจุบัน Setar อายุ 16 ปี เธอชอบเล่นฟุตบอลแะมีแฟนสาวชื่อ Arezou ผู้ไม่แคร์ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ส่วน Ali น้องสาวของเธอปัจจุบันอายุ 14 ปี ได้รับจดหมายรักจากเด็กสาวที่เขียนมาหามากมาย และพวกเธอไม่ได้ช่วยแม่ทำอาหารหรือชงชาเช่นวิถีของเด็กผู้หญิงทั่วไป

“เด็กผู้ชายมีศักดิ์ที่สูงกว่า ใครๆ เลยต้องการเด็กผู้ชาย” d’Aki กล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับครอบครัวที่มีรายได้น้อย “ถ้าคุณมีลูกสาวเต็มบ้าน แต่ไม่มีลูกชายสักที นี่คือสิ่งปกติที่ผู้คนทำกัน”

อัฟกานิสถาน
ภาพถ่ายของ Setar ในวัยเด็ก “เราไม่มีลูกชายเราจึงจับเธอแต่งชุดเด็กผู้ชายตั้งแต่วันแรกที่เธอเกิด” แม่ของ Setar กล่าว “ตอนนี้ฉันเสียใจที่การแต่งกายของเธอทำให้ผู้คนปฏิบัติต่อเธอแย่ไปด้วย” ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki

แต่หารู้ไม่ว่าเมื่อเด็กหญิงเหล่านี้เติบโตขึ้น และความสะพรั่งบานของวัยสาวปรากฏผ่านเรือนร่าง ชีวิตของเธอกลับยุ่งยากและเต็มไปด้วยอันตราย ครอบครัวนี้ต้องย้ายที่อยู่มาแล้วหลายครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงจากการคุกคาม บนท้องถนนผู้คนทั่วไปตะโกนใส่พวกเธอว่าเป็นพวกนอกศาสนา หรือบางครั้งก็ถูกเรียกว่าพวกผิดเพศ พ่อของ Ali ต้องขับรถไปส่งเธอที่โรงเรียนเพื่อความปลอดภัย ในขณะที่ Setar เลิกไปโรงเรียนแล้ว เนื่องจากว่าเธอเบื่อจากการถูกล้อเลียน

ขณะนี้ทั้งพ่อและแม่ต้องการให้พวกเธอเริ่มแต่งตัวและใช้ชีวิตแบบผู้หญิงอัฟกานิสถานทั่วไป แต่ทั้ง Ali และ Setar ไม่ต้องการ “มันยากที่จะเป็นผู้หญิงในอัฟกานิสถาน คุณจะมีตัวเลือกเหลือในชีวิตไม่มาก ใครต่อใครจะเป็นผู้ตัดสินใจให้คุณแทน” d’Aki กล่าว “พวกเธอได้อิสระเสรีแล้ว จู่ๆ จะมาบอกให้พวกเธอกลับไปเป็นผู้หญิง ในประเทศที่ไม่ยอมรับผู้หญิงเนี่ยนะ”

อัฟกานิสถาน
จดหมายรักที่ Ali ได้รับจากเด็กหญิงหลายคน Ali เคยมีแฟนสาว แต่เมื่อแฟนของเธอบอกกับครอบครัวว่า Ali เป็น Bacha Posh แฟนของเธอก็ถูกส่งไปเรียนต่อยังสหรัฐอเมริกา โดยที่ไม่ได้ร่ำลา ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki

D’Aki มีโอกาสได้พบกับเด็กหญิงที่ใช้ชีวิตในร่างเด็กชายอีกคน เธอชื่อ Zara เธอเป็นกำพร้าและอาศัยอยู่กับลุงที่เลี้ยงเธอมาในฐานะ Bacha Posh เพื่อที่เธอจะได้มีโอกาสยืนได้ด้วยลำแข้งของตนเอง และแน่นอนว่าเธอทำได้ดีเสียด้วย ทุกวันนี้มีชายปฏิเสธการแต่งงานกับเธอไปแล้ว 8 คน เนื่องจากว่าเธอดูเป็นผู้หญิงแกร่งเกินไป และ d’Aki ยังได้พบกับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอีกคนที่เลี้ยงลูกสาวให้เป็นผู้ชาย เพื่อที่เธอจะได้ปกป้องดูแลครอบครัวได้

ในค่ายผู้ลี้ภัยของกรุงคาบูล องค์กร Women for Afghan Women เคยเห็น Bacha Posh เพียงแค่สองเคสเท่านั้น ในรอบปี กรณีดังกล่าวเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับ Nasim เนื่องจากเด็กผู้หญิงเหล่านี้เผชิญกับการถูกคุกคามทางเพศ วาจาดูถูก และการหมางเมินจากครอบครัว พวกเธอไม่ต้องการที่จะกลับไปใช้ชีวิตเช่นผู้หญิงทั่วไป มีข้อจำกัดทางเพศในสังคมมากมายที่ยากต่อการปรับตัว พวกเธอต้งเรียนรู้วิธีการสวมบุรกา เรียนรู้วิธีการทำอาหารเลี้ยงดูครอบครัว และเผชิญกับสายตาแปลกๆ จากผู้คนรอบข้าง

“เมื่อเธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่ หรือแก่ตัวลง เธอจะเรียนรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีชีวิตอยู่ในฐานะผู้ชาย ในขณะเดียวกันก็ไม่มีใครยอมรับเธอในฐานะผู้หญิงเช่นกัน” Nasim กล่าว “นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการเก็บกด ผู้หญิงในประเทศนี้ถูกมองข้ามความสามารถ พวกเธอไม่มีสิทธิมีเสียง”

เรื่อง นีนา สเตรชลิก

อัฟกานิสถาน
Ali และ Setar แต่งตัวพร้อมออกไปเจอเพื่อนๆ ในกรุงคาบูล ภาพถ่ายโดย Loulou d’Aki

อ่านเพิ่มเติม การหวนคืนของตาลีบัน จะสร้างภัยต่ออนาคตของ ชาวอัฟกานิสถาน อย่างไร

ชาวอัฟกานิสถาน

 

เรื่องแนะนำ

ฤดูกาล ล่าวาฬ – วิถีเก่าแก่แห่งชนอะแลสกา

ฤดูกาลแห่งการ ล่าวาฬ วิถีและประเพณีอันเก่าแก่ของชนพื้นเมืองในอะแลสกา บนเขาทางเหนือของอะแลสกา วัฒนธรรมของอินูเปียตมีศูนย์กลางอยู่ที่วาฬ  ทุกฤดูใบไม้ผลิ ชายและหญิงจะใช้เวลานานเป็นสัปดาห์ๆ บน “ทูวัก” หรือผืนน้ำแข็งบริเวณใกล้น้ำ เพื่อเฝ้าดูบรรดาวาฬหัวคันศรซึ่งอพยพขึ้นเหนือจากทะเลเบริงสู่เขตอาร์กติกของแคนาดา  เมื่อใครสังเกตเห็นวาฬสักตัว ทีมล่าวาฬจะลากเรืออูมีอักลงน้ำ  ปกติแล้วจะมีโอกาสเพียงหนเดียวในการยิงฉมวกไปยังวาฬ  ถ้าการล่าวาฬประสบความสำเร็จ ทุกคนในหมู่บ้านจะได้รับเนื้อวาฬปันส่วน เรื่องราวของความสืบเนื่องทางวัฒนธรรม ทำให้ช่างภาพ คิลอิ ยู่หยาน ติดใจ  ยู่หยานเองก็เป็นชนพื้นเมืองด้วย เขาเป็นลูกหลานของพรานและชาวประมงเผ่าเฮอซี (หรือนานายในรัสเซีย) ทางตอนเหนือของจีนและตะวันออกเฉียงใต้ของไซบีเรีย  เขาบอกว่าเรื่องราวมากมายที่เล่าถึงชุมชนพื้นเมืองว่าล่มสลายหรือแร้นแค้นนั้น มักละเลยความซับซ้อนของชุมชนเหล่านั้น “คุณต้องอยู่กับพวกเขาถึงจะเห็นความหวังอันเต็มเปี่ยมและความเบิกบาน” ในช่วงห้าปี ยู่หยานอยู่กับชาวอินูเปียตที่อูตคีอารก์วิก (เดิมรู้จักกันในชื่อ แบร์โรว์) นาน 10 เดือน  เขาตั้งแคมป์อยู่กับลูกมือคนหนึ่งบนผืนน้ำแข็งเพื่อดูวาฬ และหลายหนก็อาสาเป็นยามกะกลางคืนเมื่อความมืดและความเงียบสงัดโรยตัวปกคลุม  เขาพบว่า ความเงียบสิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อวาฬสักตัวเดินทางมาถึง ผู้สังเกตการณ์จะบอกตำแหน่งของมัน กระตุ้นให้ลูกทีมเอาเรือออกไป “เมื่อวาฬเข้ามาใกล้ เสียงพวกมันชัดมาก พวกมันร้องเพลง เหมือนละครเพลงเลยครับ” เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพถ่าย คิลอิ ยู่หยาน อ่านเพิ่มเติม ภัยคุกคามฉลามวาฬคือเรื่องจริง

เมื่อบรรดาคุณพ่อขอใช้สิทธิ์ “ลาคลอด”

ลูกๆของผมเชื่อมั่นในตัวผมพอๆกับที่เชื่อในภรรยาของผม” แอนเดรส  เบิร์กสตรอม เจ้าหน้าที่คุมความประพฤติ กล่าว ในภาพคือเวลาอาบนํ้าของแซม (ที่อยู่ในอ่าง) และอีเลียต ในสวีเดน สิทธิการขอ ลาคลอด นั้นใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง จึงมีคุณพ่อชาวสวีเดนจำนวนมากขอใช้สิทธิเพื่อดูแลลูกอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง และออกมาเป็นภาพถ่ายชุดนี้ เมื่อลูกชายของโจฮัน บาฟแมน ชื่อ วิกโก ลืมตาดูโลก ผู้เป็นพ่อก็เริ่มโครงการถ่ายภาพที่เขารู้สึกผูกพันใกล้ชิด นั่นคือการถ่ายทอดเรื่องราวของบรรดาคุณพ่อที่ใช้สิทธิ์ลางานตามนโยบาย ลาคลอด ที่บังคับใช้อย่างครอบคลุมในประเทศสวีเดนเพื่อใช้เวลาอยู่กับลูกๆ การหยุดงานแบบได้ค่าตอบแทนระหว่าง ลาคลอด เป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วโลก และถือเป็นนโยบายระดับชาติของ 34 จาก 35 ประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาหรือโออีซีดี (Organisation for Economic Co-operation and Development:OECD) ยกเว้นก็แต่เพียงสหรัฐฯ และราวสองในสามของประเทศสมาชิกให้เงินอุดหนุนสำหรับการลาเลี้ยงลูกเป็นเวลาสั้นๆ แก่ผู้ชาย การขยายสิทธิประโยชน์นี้นำมาใช้ครั้งแรกในสวีเดนเมื่อปี 1974 สวีเดนอนุญาตให้พ่อแม่แบ่งวันลางานสูงสุด 480 วัน เพื่อเลี้ยงดูลูกโดยได้ค่าตอบแทนและโบนัส  แม้จะมีสิ่งจูงใจเหล่านี้  แต่กลับมีคุณพ่อชาวสวีเดนเพียงร้อยละ 14 “ที่แบ่งวันลาเท่าๆ กับภรรยาเพื่อเลี้ยงดูลูก” บาฟแมนบอก เขาเป็นหนึ่งในคุณพ่อเหล่านั้นที่ใช้เวลาอยู่กับวิกโก ซึ่งคลอดในปี 2012 “ผมอยากใช้เวลาอยู่กับลูกที่บ้าน ผมอยากรู้ความต้องการของเขาครับ” และในปี 2016 […]

พบภาพเขียนสีโบราณรูปล่าวาฬบนผนังถ้ำในชิลี

พบ”ภาพเขียนสีโบราณ”รูปล่าวาฬบนผนังถ้ำในชิลี เมื่อรวม”ภาพเขียนสีโบราณ”กับเครื่องใช้ไม้สอยเก่าแก่อย่างฉมวกที่ทำขึ้นหยาบๆ กับแพเรื่องราวยุคโบราณก็ปรากฏ พรานโบราณแทงวาฬด้วยฉมวกที่ทำหยาบๆ จากแพไม้ อาจเป็นการฆ่าที่น่ายินดีสำหรับนักล่า-เก็บของป่าซึ่งอาศัยอยู่ในเขตแห้งแล้งที่สุดอย่างทะเลทรายอะตาคามาของชิลี เมื่อ 1,500 ปีก่อน ชั่วขณะเช่นนั้นถูกหยุดไว้กับกาลเวลาโดยฝีมือศิลปินโบราณตั้งแต่ 1,500 ปีที่ผ่านมา  ภาพวาดสีแดงสดใสบนผนังหิน วาดด้วยสีไอเอิร์นออกไซด์ ทำให้เราได้เห็นภาพการล่าดั้งเดิมอยู่  นักโบราณคดีกล่าวว่ามีทั้งภาพวาฬ ปลากระโทงดาบ สิงโตทะเล และฉลาม จากการศึกษาชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ใน Antiquity พูดถึงความสำคัญของการล่าทางทะเลสำหรับนักล่า-เก็บของป่าในยุคนี้ และเรื่องน่าตื่นเต้นที่ภาพเหล่านี้เล่าเอาไว้ นักโบราณคดีต้นศตวรรษที่ 20 พบภาพเขียนผนังถ้ำชุดนี้พบครั้งแรกในเขตดังกล่าวของชิลี ที่หุบเขาเอลเมดาโน ซึ่งกั้นอยู่ระหว่างมหาสมุทรกับทะเลทราย จะมีก็แต่ชาวปาโปโซซึ่งเป็นคนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้ว่ามีภาพพวกนี้บนผนังถ้ำมานานนับพันปี งานวิจัยชิ้นใหม่มุ่งศึกษาศิลปะผนังถ้ำที่พบห่างออกไปทางตอนเหนือหลายกิโลเมตรที่พื้นที่ชื่อ Izcuna แต่เมื่อหากเอ่ยถึงช่วงเวลาของภาพวาด ก็มักจะเรียกกันว่า “ศิลปะเอลเมดาโน” ในหุบเขา Izcuna ภาพวาดจำนวน 328 ภาพถูกพบบนก้อนหินที่แตกต่างกัน 24 แท่ง  หลายชิ้นถูกไอน้ำที่เมฆแคมาคาคาส ซึ่งก่อตัวเหนือชายฝั่งชิลีและเคลื่อนเข้าสู่แผ่นดิน แต่ก็ไม่หนักหนาเกินกว่าจะระบุยุคสมัยของภาพได้ ศิลปะที่พบได้ทั่วไปคือภาพซิลลูเอตของปลาขนาดใหญ่ นอกนั้นเป็นภาพการล่าด้วยแพและฉมวก  มีภาพสัตว์บกอยู่บ้าง แต่การค้นพบภาพชีวิตในมหาสมุทรบนผนังถ้ำถือว่าเป็นของหายาก นักวิจัยชื่อเบนฆามิน บาลเยสเตอร์ สังเกตว่าปลาหรือวาฬมักถูกวาดเป็นภาพขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับนักล่าและแพของพวกเขา ทำให้เหยื่อดูเป็นศัตรูที่น่ากลัว  “โดยรวมแล้ว การล่าเป็นตัวแทนของปฏิบ้ติการระดับบุคคลที่ชำนาญและต้องฉายเดี่ยวได้แค่สองสามคนที่ถูกคัดมาแล้ว” มากกว่าความเป็นศิลปะ […]

เหตุใดหุ่นยนต์ยังไม่สามารถแทนที่การทำงานของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

วิศวกรเครื่องกล Jesse Rochelle ต้องทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า  Baxter ในหน่วยการผลิตแบบอัตโนมัติของโรงงาน Stenner Pumps ในเมือง Jacksonville มลรัฐฟลอริดา ภาพถ่ายโดย  RICK WILSON เป็นความจริงว่าในอนาคต หุ่นยนต์ จะเข้ามามีอิทธิพลในการทำงาน ดังนั้น อาจถึงเวลาที่เราต้องทบทวนทักษะ “ของมนุษย์” ที่จำเป็นต่อการทำงาน   สังคมกำลังมาถึงจุดของการเปลี่ยนแปลง เมื่อเข้าสู่ยุคการนำเครื่องจักรมาใช้ทำงานแทนทรัพยากรมนุษย์ คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยที่กำลังกระโจนเข้าสู่ตลาดแรงงานต่างกังวลถึงการมาเยือนของเครื่องจักร หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ ถึงแม้ว่าเครื่องมือและเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังค่อยๆ เข้ามาบทบาทในการทำงาน แต่มนุษย์กลับเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน ทุกวันนี้ มีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่กำลังประสบภาวะของการขาดแคลนแรงงาน เช่นในประเทศแคนาดาหรือสหรัฐอเมริกา เป็นเพราะว่าเทคโนโลยีในขณะนี้ไม่สามารถแทนที่บรรดาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน เพราะเทคโนโลยีที่พวกเขาใช้นั้นทำหน้าที่เป็นเพียงผู้สนับสนุนและบูรณาการในการทำงานเท่านั้น ดังนั้นในอนาคต การทำงานในระบบดิจิทัลจะราบรื่นไปได้ต้องผ่านการทำงานควบคู่ไปกับทักษะการรู้หนังสือและการคิดคำนวณของมนุษย์ นี่คือสิ่งที่ได้จากการศึกษาในรายงานที่ชื่อว่า Human Wanted (สิ่งที่ต้องการจากมนุษย์) ของศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจของ Royal Bank of Canada (RBC) ที่ได้ศึกษาตลาดแรงงานของประเทศแคนาดา อันเป็นรายงานที่ได้ศึกษาอาชีพกว่า 300 อาชีพ เพื่อหาคำตอบว่ามีทักษะใดที่จำเป็นต่อการทำงาน ซึ่งออกมาเป็นข้อสรุปดังนี้ ทักษะ 5 อันดับแรกที่จำเป็นต่องานในอนาคต 1. ทักษะการฟังอย่างกระตือรือร้น […]