1 - National Geographic Thailand

เรื่องแนะนำ

ชาวเปรูผู้แลกชีวิตใน เหมืองทอง ที่สูงสุดในโลก

ในแถบเทือกเขาแอนดีสของเปรู ความสิ้นหวังโหมเชื้อไฟให้การตามล่าโลหะล้ำค่าเป็นพิษสุดอันตรายใน เหมืองทอง ที่สูงสุดในโลก ห้ากิโลเมตรเหนือพื้นดิน บนเทือกเขาแอนดีสของเปรู คือที่ตั้งของลารินกอนาดา ชุมชนสูงที่สุดในโลก ที่ซึ่งการดำรงอยู่อย่างแร้นแค้นกันดารฝากความหวังไว้กับราคาสูงลิ่วของทรัพยากรยอดปรารถนา นั่นคือ ทองคำ ใน เหมืองทอง ที่สูงที่สุด ขณะที่ราคาของแร่ธาตุล้ำค่านี้พุ่งสูงกว่าห้าเท่าในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ชุมชนที่เคยเป็นเมืองเล็กๆ ในเงื้อมเงายอดห่มหิมะของเมาต์อานาเนอา แปรสภาพเป็นหมู่เพิงสังกะสีแออัดที่แผ่ขยายออกไปอย่างไร้ระเบียบรายรอบ ทางเข้าสู่ เหมืองทอง พื้นบ้านและทะเลสาบที่ท้นทะลักไปด้วยขยะปฏิกูล ความหนาวเหน็บและออกซิเจนเบาบางที่ความสูง 5,100 เมตรเหนือระดับทะเล ทำให้แม้กระทั่งคนท้องถิ่นยังต้องหอบหายใจ ส่วนกลิ่นนั้นเป็นสิ่งที่คาดหวังได้จาก ชุมชนที่มีประชากรอาศัยอยู่ชั่วคราวราว 30,000 ถึง 50,000 คน และไร้ซึ่งระบบจัดเก็บขยะและกำจัดสิ่งปฏิกูล อุบัติเหตุถึงตายท่ามกลางเขาวงกตของ เหมืองทอง ต่างๆ ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในเมาต์อานาเนอาเป็นเรื่องธรรมดา เช่นเดียวกับเหตุวิวาทถึงขั้นฆ่าแกงกัน คนขุดทองอาจถูกปล้นหรือกระทั่งถูกฆาตกรรมหลังจากขายทองคำของตนเอง ส่วนศพถูกทิ้งไว้ในปล่องเหมือง เหยื่อฆาตกรรมหลายรายเป็นผู้หญิงและเด็กสาวที่ถูกล่อลวงจากเมืองใหญ่ในเปรู และโบลิเวีย โดยนักค้ามนุษย์ที่ยึดเอกสารยืนยันตัวตนเอาไว้ แล้วส่งพวกเธอไปทำงานตามบาร์และซ่องโสเภณีใน ลารินกอนาดา เหมืองส่วนใหญ่ที่ดำเนินการภายใต้สัญญาดังกล่าวเป็นแบบ “ไม่เป็นทางการ” หรือนอกระบบ หมายถึง เหมืองมีสภาพการทำงาน ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมที่ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ได้รับอนุญาตโดยรัฐบาลให้ดำเนินการต่อไปได้ ตราบเท่าที่ลงทะเบียนกับโครงการซึ่งตั้งเป้าทำให้เหมืองเหล่านั้นมีมาตรฐานสูงขึ้น สภาพการทำงานในลารินกอนาดาเป็นอันตรายต่อคนงานเหมืองและสร้างมลพิษแก่ภูมิทัศน์ของเทือกเขา แอนดีส […]

สิงห์อาสา ร่วมกับเครือข่ายฯ ชวนชาวบ้านแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันภาคเหนือ และภาคตะวันออกอย่างยั่งยืน

ปัญหาไฟป่าในภาคเหนือและภาคตะวันออกถือเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติซึ่งสร้างมลภาวะที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่มาอย่างยาวนาน สิงห์อาสาได้เล็งเห็นและลงมือแก้ปัญหานี้โดยการร่วมมือกับเครือข่ายต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ที่ดีอย่างยั่งยืน เป็นระยะเวลาอันยาวนานที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะอุทกภัย ภัยแล้ง ไฟป่า และภัยหนาว ที่เราอาจกล่าวได้ว่าเกิดขึ้นอยู่ทุกปี โดยภัยธรรมชาติเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาวะแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้โดยสิ้นเชิง เมื่อเกิดขึ้นแต่ละครั้งก็ย่อมสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน และหน่วยงานห้างร้านต่างๆ เป็นจำนวนมาก ภัยธรรมชาติเหล่านี้อาจเกิดจากธรรมชาติ หรือมนุษย์มีส่วนทำให้เกิดขึ้นก็ได้ และเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย สำหรับประเทศไทย พบภัยพิบัติต่างๆ ได้แก่ พายุหมุนเขตร้อน (Tropical cyclones) , อุทกภัย (Floods) , พายุฝนฟ้าคะนอง (Thunderstorms) , คลื่นพายุซัดฝั่ง (Storm Surges) , แผ่นดินถล่ม (Land Slides) , แผ่นดินไหว (Earthquake) . คลื่นสึนามิ (Tsunami) , ภัยแล้ง (Droughts)  และ ไฟป่า (Forest Fire) ภัยธรรมชาติเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในประเทศไทย แต่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากที่สุดคือเรื่องของอุทกภัย เพราะประเทศไทยซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในเขตร้อน จึงต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อน และลมมรสุมประจำฤดูกาล […]

บ้านคลองตาอิน : เมื่อคนและช้างอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล

บรรยากาศเรือกสวนสลับกับบ้านเรือนของชาวบ้านเป็นภูมิทัศน์ที่เกิดขึ้นสองข้างทาง … บ้านคลองตาอิน แทบไม่เคยปรากฎในรายชื่อจุดหมายปลายทางยอดนิยม และเป็นชื่อหมู่บ้านที่แทบไม่มีข้อมูลบนสื่อออนไลน์ แล้วทำไมเราอยากเดินทางมาที่นี่ บ้านคลองตาอิน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในพื้นที่อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ชาวบ้านที่นี่ ส่วนใหญ่เป็นชาวสวนทุเรียน และทำการเกษตรอื่นๆ ความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่นี่ค่อนข้างเรียบง่าย แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาของชาวบ้านมาอย่างยาวนานคือ ช้างป่า ช้างป่าที่อาศัยอยู่รอบๆ หมู่บ้านคลองตาอิน ได้ถูกสำรวจพบมาตั้งแต่ปี 2550 โดยช้างป่าได้ลงมาหากินในพื้นที่สวนผลไม้ของชาวบ้าน แต่ละครั้งพบช้างป่าประมาณ 5 – 10 ตัว และจะมีความถี่ของช้างป่าเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากช้างลงมาหาแหล่งน้ำในหมู่บ้าน จนกระทั่งในปัจจุบัน ช้างป่าได้ลงมาพื้นที่บ้านคลองตาอินเพิ่มมากขึ้น และช้างป่าบางตัวก็ไม่เปลี่ยนเส้นทางหากินมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยจากคำบอกเล่าของชาวบ้าน พบว่า ช้างป่าที่วนเวียนอยู่รอบหมู่บ้านคลองตาอินมีประมาณ 30 ตัว เรื่องความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่าจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข กรมการพัฒนาชุมชนจึงเข้ามามีบทบาทเรื่องการทำความเข้าใจกับชาวบ้าน และได้ทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร เพื่อช่วยให้ชาวบ้านอยู่กับช้างป่าอย่างสมดุล การสร้างความเข้าใจและปรับวิธีคิดของชาวบ้านคือเรี่องสำคัญ ที่ผ่านมา เมื่อชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการบุกรุกของช้างป่า การตอบโต้มักออกมาในรูปแบบความรุนแรง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทั้งคนและช้าง กรมการพัฒนาชุมชนจึงได้จัดองค์ความรู้ให้ชาวบ้านได้เข้าใจถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้าง เพื่อลดผลกระทบรุนแรง และเกิดการจัดตั้งกองทุนและสวัสดิการของชุมชนเพื่อช่วยเหลือสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่า นอกจากนี้ กรมการพัฒนาชุมชนยังสนับสนุนให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันเป็น ชุดอาสาเฝ้าระวังช้างป่า ทำหน้าที่ลาดตระเวนตรวจตราช้างป่าที่เดินลงมาหากินในพื้นที่รอบหมู่บ้าน และผลักดันช้างไม่ให้ช้างเข้ามายังพื้นที่เพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร เมื่อเกิดการทำงานอย่างเป็นระบบ มีเงินกองทุนสนับสนุน […]