ฤาตำนานน้ำท่วมโลกจะมาจากน้ำท่วมใหญ่ในยุคน้ำแข็ง - Page 2 of 2 - National Geographic Thailand

ฤาตำนานน้ำท่วมโลกจะมาจากน้ำท่วมใหญ่ในยุคน้ำแข็ง

 

เกิดอะไรขึ้นกับทะเลดำ?

นักวิชาการคาดกันว่า ในช่วงยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้าย ธารน้ำแข็งเริ่มละลายส่งผลให้ระดับน้ำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสูงขึ้น น้ำจากทะเลไหลทะลักเข้ายังทะเลมาร์มะราของตุรกี ครั้นระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ ทิวเขาเตี้ยๆ ที่เป็นปราการกั้นน้ำตามธรรมชาติจึงรับแรงดันน้ำไม่ไหว สุดท้ายปริมาณน้ำอันมหาศาลจึงไหลเข้าท่วมยังทะเลดำที่เคยเป็นทะเลสาบในอดีต ผืนน้ำกลืนกินชายฝั่งให้ถอยร่นไปมากถึง 800 เมตร จนในที่สุดทะเลสาบน้ำจืดก็กลายมาเป็นทะลน้ำเค็มที่มีระดับน้ำสูงกว่าเดิมถึง 150 เมตร ผู้คนที่ตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณดังกล่าวเดิมจำต้องอพยพย้ายที่อยู่ใหม่ คงเหลือไว้แต่ร่องรอยอารยธรรมที่จมหายไปกับสายน้ำ

น้ำท่วมโลก
กราฟิกแสดงขอบชายฝั่งทะเลดำที่ถูกน้ำทะเลรุกล้ำจากการละลายของธารน้ำแข็งในยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้าย
ขอบคุณภาพจาก https://www.whoi.edu/oceanus/feature/noahs-not-so-big-flood

ด้านวาเลตินา ยันโก-ฮอมบัก (Valemtina Yanko-Hombach) นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ประยุกต์อวาลอน เมืองวินนิเปก รัฐแมนิโทบาในแคนาดา และออเดรย์ เชปาไลกา (Andrey Tchepalyga) จากสถาบันภูมิศาสตร์ในกรุงมอสโกมองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้รุนแรงและรวดเร็วเช่นในตำนานหรือพระคัมภีร์ หากเป็นการเพิ่มสูงขึ้นของระดับน้ำทะเลทีละน้อยๆ ตลอดระยะเวลาหนึ่งพันปี ซึ่งจากการวิเคราะห์ตะกอนและข้อมูลแผ่นดินไหวในทะเลดำบ่งชี้ว่าน้ำจากทะเลอื่นๆ ได้ไหลเข้าท่วมยังบริเวณนี้ตั้งแต่ 14,000 ปีมาแล้ว และค่อยๆ ผลักดันให้ผู้คนออกไปตั้งถิ่นฐานยังภูมิภาคอื่น

เหตุการณ์นี้คือต้นกำเนิดของตำนานน้ำท่วมโลกใช่หรือไม่? มีความเป็นไปได้มากที่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในอดีตนี้จะถูกเล่าปากต่อปาก จากรุ่นสู่รุ่น และในที่สุดก็กลายมาเป็นตำนานที่มีรายละเอียดผิดเพี้ยนไปจากเดิมในหลายวัฒนธรรม แคเรน อาร์มสตรอง (Karen Armstrong) ผู้เขียนหนังสือ “A History of God” มองว่าในอดีตเมื่อผู้คนเป็นประจักษ์พยานของเหตุภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่ไม่สามารถหาคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ ตามธรรมชาติคนเราต้องการคำตอบเพื่อคลายข้อสงสัยตลอดจนความโศกเศร้าจากการสูญเสีย ดังนั้นตำนานหรือคำอธิบายเหนือธรรมชาติจึงเกิดขึ้น

น้ำท่วมโลก
อ่าวเปอร์เซียเองก็ถือกำเนิดขึ้นจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงเมื่อราว 18,000 – 16,000 ปีก่อน ด้านผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าร่องรอยของอารยธรรมโบราณยังคงจมอยู่ในนั้น จากภาพคือกราฟิกจำลองดินแดนในช่วงเวลาที่ยังไม่ถูกน้ำท่วมดังวงเส้นสีแดงในปัจจุบัน
ขอบคุณภาพจาก https://anthonymarr13.wordpress.com/2012/02/10/i-t-2-05-transcendence-limits-of-ants-and-humans/

 

น้ำท่วมโลกบทใหม่

ศาสนาใหม่ในอนาคตจะผนวกเอาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเข้าไปในตำนานคำพยากรณ์ไหม? หรือพระเยซูจะยังเสด็จกลับมายังโลกหรือไม่ หากวันสิ้นโลกเปลี่ยนไปจากในพระคัมภีร์? หายนะภัยเริ่มต้นขึ้นด้วยน้ำมือเราเอง เมื่อผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วที่ส่งผลให้ผู้คนนับล้านต้องไร้ที่อยู่เพราะระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูง และอีกหลายล้านต้องเผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร

หากวันพรุ่งนี้น้ำแข็งบนโลกละลายไปจนหมด ระดับน้ำทะเลจะเพิ่มสูงขึ้นทันที 65 เมตร ความสูงขนาดนี้จะทำให้เมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก ปักกิ่ง ลอนดอน กรุงเทพฯ ซิดนีย์ หรือกรุงไคโรจมอยู่ใต้น้ำ นี่คือภาพของน้ำท่วมใหญ่บทใหม่ที่มนุษยชาติกำลังจะเผชิญในอนาคต หากเรายังคงผลิตก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นปกคลุมชั้นบรรยากาศของโลก และอันที่จริงมิต้องรอให้น้ำแข็งขั้วโลกละลายไปจนหมด ทว่าเพียงระดับน้ำไม่กี่เมตรที่เพิ่มสูงขึ้น ความวุ่นวายก็บังเกิดแล้ว

น้ำท่วมโลก

 

น้ำท่วมโลก

 

น้ำท่วมโลก
ภาพกราฟิกจำลองโลกในอนาคต เมื่อน้ำแข็งละลายหมด เผยแพร่ลงในสารคดี “Rising Seas”นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนกันยายน ปี 2013

(ชมภาพทวีปอื่นเพิ่มเติมได้ ที่นี่)

ทุกวันนี้ธารน้ำแข็งอย่างน้อย 596 แห่งจากจำนวน 674 แห่ง บนคาบสมุทรแอนตาร์กติกฝั่งตะวันตกกำลังลดถดถอย ทำไมนักวิทยาศาสตร์จึงใส่ใจกับธารน้ำแข็งในบริเวณนี้? ทวีปแอนตาร์กติกาซึ่งมีปริมาณน้ำแข็งคิดเป็น 91% ของทั้งโลก ประกอบไปด้วยน้ำแข็งสองผืนใหญ่คือแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกตะวันออก และแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกตะวันตก แผ่นน้ำแข็งแรกนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันตั้งอยู่เช่นนั้นมานานเป็นสิบล้านปีมาแล้วจากการซากดึกดำบรรพ์ ในขณะที่พืดน้ำแข็งฝั่งตะวันตกนั้นมีสถานะที่ไม่มั่นคงกว่า เนื่องจากน้ำแข็งส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ยึดติดกับพื้นดินใต้ทะเล หากถูกหนุนไว้ด้วยเนินหรือภูเขาใต้น้ำ ดังนั้นมันจึงแตกหักออกได้ง่ายและเปราะบางกว่าแผ่นน้ำแข็งฝั่งตะวันออก อย่างไรก็ดีผู้เชี่ยวชาญบางท่านมองว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการละลายของแผ่นน้ำแข็งฝั่งตะวันตกนั้นมีน้อยกว่าฝั่งตะวันออก เนื่องจากน้ำแข็งนี้ได้แทนที่น้ำอยู่แล้วเป็นส่วนมาก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เผยภาพถ่ายทางอากาศของหิ้งน้ำแข็งขนาดใหญ่กว่าแมนฮัตตัน 3 เท่า ที่กำลังจะแตกออกจากธารน้ำแข็ง Pine Island ส่วนหนึ่งของแผ่นน้ำแข็งแอนตาร์กติกตะวันตก นักวิทยาศาสตร์สังเกตเห็นรอยแตกครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนและติดตามเรื่อยมา โดยคาดกันว่าสิ้นเดือนนี้หิ้งน้ำแข็งดังกล่าวจะหลุดลอยออกสู่ทะเลในที่สุด

ฤๅอันที่จริงจุดเริ่มต้นของตำนานน้ำท่วมโลกบทใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ตั้งแต่เมื่อปี 2015 เมื่ออุณหภูมิของโลกสูงกว่าช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมราว 1 องศาเซลเซียส และกำลังร้อนขึ้นโดยเฉลี่ยทศวรรษละ 0.17 องศาเซลเซียส…

 

อ่านเพิ่มเติม

ฤาประวัติศาสตร์จะจมบาดาลตลอดกาล เมื่อตุรกีสร้างเขื่อน

 

แหล่งข้อมูล

ลมฟ้าอากาศพลิกประวัติศาสตร์โลก / ลอรา ลี เขียน, คุณากร วาณิชย์วิรุฬห์ แปล

น้ำท่วมโลกตามคติคัมภีร์ศาสนา / สมศักดิ์ ตันติวิวัทน์ / พิชัย โตวิวิชญ์

หยุดโลกร้อน : ก่อนน้ำแข็งขั้วโลกละลายและน้ำท่วมโลก / เจตน์ เจริญโท

Ice Age earth : late Quaternary geology and climate / Alastair G. Dawson

Did the melting ice caps cause Noah’s flood?

When Was the Ice Age in Biblical History?

Evidence Noah’s Biblical Flood Happened, Says Robert Ballard

โลกเสี่ยงภาวะเรือนกระจกแบบถาวร หากปล่อยให้ร้อนอีก 2 องศาเซลเซียส

What the World Would Look Like if All the Ice Melted

 

เรื่องแนะนำ

มหานทีแห่งเอเชียอาคเนย์จะอยู่รอดหรือไม่ (ตอนที่ 1)

เรื่อง สตีเฟน โลฟเกร็น พนมเปญ ประเทศกัมพูชา – เซบ โฮแกน หวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่เขารู้สึกประหลาดใจที่ได้มาเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรกในฐานะนักมีนวิทยา และได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมเคียงกับแม่น้ำโขง ชายหนุ่มผู้เติบโตในทะเลทายแอริโซนา สถานที่ซึ่งแม่น้ำมักจะเหือดแห้ง มันเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็กจบใหม่อย่างเขาที่ได้มาเยือนแม่น้ำที่มีผลผลิตมากที่สุดในโลก “ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ดูสดใสและมีชีวิตชีวามากครับ” โฮแกนกล่าว “เหมือนผมกำลังมองดูโลกผ่านมุมมองใหม่ ความแตกต่างจากแอริโซนาอย่างสิ้นเชิง” แม้ว่าโครงการแลกเปลี่ยนของเขาจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่โฮแกนยังกลับมาเยี่ยมเยียนนทีสายนี้อยู่เนืองๆ เมื่อปีที่ผ่านมา เขาใช้เวลาอยู่ในภูมิภาคนี้หลายครั้งหลายครา กลมกลืนตัวเองให้เข้ากับวัฒนธรรมทั้งไทยและกัมพูชา สองประเทศที่เป็นทางผ่านของแม่น้ำโขง ความสนใจเรื่องการอพยพของปลา ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลาบึก ซึ่งนับว่าเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ ปลาบึกขนาดที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบมีน้ำหนักตัวถึง 293 กิโลกรัม ปัจจุบัน ล่วงผ่านไปสองทศวรรษ โฮแกนเป็นพันธมิตรกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และเจ้าของรายการ Monster Fish บนช่อง Nat Geo Wild ซึ่งเกิดจากโครงการวิจัยตลอดเวลาห้าปี และได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก USAID ในคณะวิจัยประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อร่วมกันป้องกันระบบนิเวศวิทยาอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก โครงการวิจัยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดในลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 60 ล้านคน กำลังเปลี่ยนไปจากหลายสาเหตุทั้งการสร้างเขื่อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียถิ่นอาศัย อันเป็นผลพวงมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและนโยบายทางการเมืองในภูมิภาคอันรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แห่งนี้ “ในความคิดของผม แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่สำคัญที่สุดในโลก” […]

ชมคลิปวิดีโอที่ช่วยไขปริศนาว่า นาร์วาฬใช้งาของมันทำอะไร

เรื่อง    ซาราห์ กิบเบนส์ ในคลิปวิดีโอที่ถ่ายจากโดรนเหนือน่านน้ำนอกชายฝั่งดินแดนนูนาวุตของแคนาดา นาร์วาฬตัวหนึ่งใช้งาของมันฟาดปลาค้อดอาร์กติกก่อนจับกินเป็นอาหาร แรงกระแทกอาจทำให้ปลามึนงงและกลายเป็นเหยื่อที่จับได้ง่ายของนาร์วาฬ แท้จริงแล้ว งาของนาร์วาฬคือฟันที่บิดเกลียวยื่นออกมาจากส่วนหัว และสามารถยาวได้เกือบถึงสามเมตร นอกจากนั้นงาของนาร์วาฬยังปกคลุมไปด้วยปลายประสาทนับพันๆ ที่ช่วยให้พวกมันรับรู้เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมรอบตัว นาร์วาฬอาศัยอยู่ในน่านน้ำห่างไกล และเรายังรู้จักพฤติกรรมของพวกมันน้อยมาก ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้แต่คาดเดาว่า นาร์วาฬใช้งาของมันทำอะไร  พฤติกรรมที่ได้รับการบันทึกไว้เป็นครั้งแรกนี้จึงช่วยไขปริศนาที่มีมาช้านานได้ แบรนดอน ลาฟอเรสต์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านชนิดพันธุ์และระบบนิเวศแถบอาร์กติกจากกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ประจำแคนาดา อธิบายว่า เพราะเหตุใดนาร์วาฬจึงเป็นชนิดพันธุ์ที่เรารู้จักน้อยมาก “พวกมันไม่กระโดดทิ้งตัวเหมือนวาฬชนิดอื่นๆ และค่อนข้างขี้อายครับ คลิปวิดีโอนี้จึงให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการใช้งาของมัน” ลาฟอเรสต์บอก ที่ผ่านมา ลาฟอเรสต์ซึ่งทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลแคนาดา ใช้เวลาศึกษานาร์วาฬในถิ่นอาศัยฤดูหนาวของพวกมัน แต่ความที่ถิ่นอาศัยของพวกมันอยู่ห่างไกล การสังเกตพฤติกรรมด้วยสายตาจึงทำได้ค่อนข้างยาก มารีอาน มาร์กู นักวิจัยจากกรมประมงและมหาสมุทรของแคนาดา บอกว่า การใช้โดรนเป็นวิธีใหม่ที่ช่วยให้เราศึกษาสัตว์ผู้ลึกลับเหล่านี้ได้ เธอบอกว่า “โดรนเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก เราสามารถเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน” ที่ผ่านมา การใช้เครื่องบินเล็กให้ภาพได้ไม่ชัดเจน และบ่อยครั้งทำให้สัตว์ที่เป็นเป้าหมายตื่นตกใจ ขณะที่คลิปวิดีโอนี้ช่วยยืนยันทฤษฎีหนึ่งเกี่ยวกับการใช้งาของนาร์วาฬ  พวกมันยังอาจใช้งาเพื่อการอื่นด้วย เช่น เจาะน้ำแข็ง ใช้เป็นอาวุธต่อสู่กัน ช่วยเรื่องการคัดเลือกทางเพศ (sexual selection) หรือเป็นเครื่องมือเกี่ยวข้องกับการใช้เสียงสะท้อน เพื่อนำทางหรือระบุตำแหน่ง (echolocation) คล้ายโซนาร์  […]

ภาวะโลกร้อนจะยิ่งทำให้วิกฤติผู้ลี้ภัยในยุโรปย่ำแย่ลง

ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า หากในอนาคตการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศทวีความรุนแรงขึ้น จะยิ่งขับเคลื่อนให้จำนวนของผู้ลี้ภัยเดินทางเข้าสู่ทวีปยุโรปมากขึ้นทบทวี

เขื่อนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังผุดขึ้นอย่างรวดเร็ว

"เขื่อน" ความหวังที่จะสร้างแหล่งพลังงานอันสมบูรณ์ต้องแลกมากับผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม, พื้นดินที่ยุบตัว ไปจนถึงชาวบ้านที่หมดทางทำมาหากิน

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.