หลอดพลาสติก : มองหาทางเลือกเพื่อเห็นแก่โลก - National Geographic Thailand

หลอดพลาสติก : มองหาทางเลือกเพื่อเห็นแก่โลก

หลอดพลาสติก : มองหาทางเลือกเพื่อเห็นแก่โลก

หลอดพลาสติก ใช้แล้วทิ้งหลายร้อยล้านหลอดถูกใช้ในแต่วัน  หลอดจำนวนมากกลายเป็นขยะ บางส่วนไหลไปตามทางน้ำ เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเล และแตกตัวกลายเป็นไมโครพลาสติกซึ่งพบได้ทั่วโลก  หลายประเทศผ่านกฎหมายห้ามใช้ หลอดพลาสติก ในฐานะแนวทางหนึ่งเพื่อเริ่มแก้ปัญหาขยะพลาสติกของโลกอย่างจริงจัง  ปัญหามีอยู่ว่าหลอดที่ไม่ได้ทำจากพลาสติกสามารถใช้แทน หลอดพลาสติก ได้ดีพอหรือไม่

หลอดพลาสติก
ภาพถ่าย : ANTHONY WALLACE, AFP, GETTY

วัสดุแบบไหนมีข้อดีข้อเสียอย่างไร

โลหะ : ทำจากสแตนเลส อะลูมิเนียม หรือกระทั่งไททาเนียม  หลอดโลหะกลายเป็นทางเลือกยอดฮิต  แต่ก็ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ถึงรสชาติของโลหะ นำความร้อนจากเครื่องดื่มร้อน และเสียงดังเมื่อกระทบฟัน แต่ก็ทนต่อการพกพาและใช้ซ้ำได้

กระดาษ : หลอดกระดาษมีมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 มักดูดซับของเหลวเมื่อใช้ไปนานๆ จนเหี่ยวเละ และทิ้งรสของเส้นใยไว้ในเครื่องดื่ม  เป็นทางเลือกยอดนิยมในที่ที่ห้ามใช้หลอดพลาสติก (หลอดกระดาษทำเองก็ได้ง่ายจัง)

หลอดพลาสติก
หลอดกระดาษที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ

ซิลิโคน : เป็นวัสดุที่ให้ทางเลือกแบบอ่อนนุ่มแทนหลอดใช้ซ้ำแบบโลหะ  บริษัทแห่งหนึ่งพัฒนาหลอดซิลิโคนที่มีของแถมเพื่อสิ่งแวดล้อม นั่นคือเมื่อหลอดถูกเผาไหม้แล้ว จะกลายเป็นเถ้าที่ย่อยสลายได้

แก้ว: ถึงหลอดแก้วจะแตกได้ง่ายกว่าและพกพายากกว่าหลอดใช้ซ้ำที่ทำจากวัสดุอื่นๆ แต่ก็ล้างง่ายและใช้ซ้ำได้ดีกว่าหลอดทดแทนอื่นๆ  ผู้ผลิตหลอดหลายรายยังเพิ่มความเก๋ให้หลอดด้วยการเติมสีสัน รวมทั้งมีแบบที่ทำจากการเป่าแก้วและตกแต่งให้สวยงาม

พลาสติกแข็ง: หลอดใช้ซ้ำที่ทำจากพลาสติกแข็งพกพาได้ ทำความสะอาดง่าย และทนทานตามสมควร  ลองคิดถึงกระติกน้ำพลาสติกใช้ซ้ำที่มีขนาดเล็กเท่าหลอดดู

หลอดพลาสติก
ภาพถ่าย : รีเบกกา เฮล

ไม้ไผ่ : วัสดุที่ทำจากธรรมชาติชนิดนี้ผลิตขึ้นอย่างยั่งยืนและเป็นทางเลือกจากพืชในการนำมาทำเป็นหลอด  หลอดไผ่ใช้ซ้ำได้ แต่ยากต่อการทำความสะอาดและอาจดูดซับรสเอาไว้   แต่เมื่อถึงเวลาทิ้ง ก็ทำได้ง่าย

หลอดงอได้ : เมื่อหลอดงอได้ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกในกลางศตวรรษที่ 20 ก็เป็นที่นิยมในวงการสุขภาพ โดยช่วยให้ผู้ป่วยดื่มน้ำได้โดยไม่ต้องลุกขึ้นนั่ง  หลอดพลาสติกงอได้กลายเป็นของใช้ที่ปลอดภัยและราคาถูก แต่การค้นหาทางเลือกอื่นๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยังคงดำเนินต่อไป

เรื่องโดย  ซาราห์ กิบเบนส์


อ่านเพิ่มเติม

มาตรการงดใช้พลาสติกทั่วเอเชียกับก้าวแรกในประเทศไทย

 

 

เรื่องแนะนำ

เต่ามะเฟือง : บันทึกภาคสนามนักอนุรักษ์

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่มีข่าวไหนน่ายินดีสำหรับคนรักษ์ทะเลและนักอนุรักษ์เท่ากับข่าวกำเนิดของลูกเต่ามะเฟืองรังที่สองจำนวน 35 ตัวที่ถูกสื่อสารออกไปทั่วประเทศ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีสัตว์อะไรที่สามารถปลุกกระแสการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศชายฝั่งของประเทศไทยได้มากขนาดนี้ การกลับมาวางไข่ของเต่ามะเฟืองครั้งแรกในรอบกว่า 5 ปี นับเป็นข่าวสำคัญของการอนุรักษ์ทะเลไทยในรอบหลายปี

สำรวจโลก : สาหร่ายทะเลกำลังมาแรง

เรื่อง แคเทอรีน ซักเคอร์แมน ถ้าไม่นับรวมญี่ปุ่นและอีกไม่กี่ประเทศในเอเชียแล้ว รสชาติและผิวสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์ของ สาหร่ายทะเล ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก นอกจากความชื่นชอบในรสชาติแล้ว ยังมีเหตุผลอื่นๆ ที่คนเราควรหันมาสนใจ “พืชผักแห่งท้องทะเล” เหล่านี้ สาหร่ายทะเลโดยเฉพาะ เคลป์ (kelp) มีศักยภาพในการช่วยลดความเป็นกรดของทะเลได้อย่างมาก เคลป์ที่เกิดตามธรรมชาติในน่านนํ้าแถบชายฝั่งทะเลอันหนาวเย็น เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งพาปุ๋ย ดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นตัวการทำให้ภาวะโลกร้อนเลวร้ายลง ตลอดจนไนโตรเจน และฟอสฟอรัสส่วนเกินอีกด้วย ทว่าปัญหาคือสาหร่ายเคลป์มีไม่มากพอ การเพาะเลี้ยงสาหร่ายเคลป์จึงเป็นทางออก จีนเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ โดยผลิตสาหร่ายเคลป์ได้มากกว่าเจ็ดล้านตันเมื่อปี 2015 มุฮัมมัด โอยินโลลา นักชีววิทยาทางทะเลที่มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียกล่าวว่า การเพาะเลี้ยงเคลป์มีมานานหลายร้อยปีแล้วในญี่ปุ่นและเกาหลี หากการเพาะเลี้ยงสาหร่าย ทะเลขยายตัวมากขึ้น “ก็อาจช่วยกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์หลายพันล้านตันออกจากชั้นบรรยากาศได้เลยนะครับ” และการมีผู้เพาะเลี้ยงสาหร่ายมากขึ้นย่อมหมายถึงความหลากหลายทาง ชีวภาพที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น ลำพังแค่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย นักวิจัยพบว่า “ดง” สาหร่ายเคลป์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอาจเป็น บ้านให้กับสัตว์ทะเลมากกว่า 800 ชนิด สาหร่ายเคลป์และสาหร่ายทะเลชนิดอื่น ๆ มีแร่ธาตุและเส้นใยสูง และยังมีคุณสมบัติด้านความหนืด คุณลักษณะเหล่านี้ทำให้มีการนำสาหร่ายทะเลมาใช้ในเครื่องสำอางและวิตามิน อาหารปลาและอาหารปศุสัตว์มากขึ้น   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : สัตว์ก็มีหัวใจ, สำรวจโลก : […]

พิทักษ์อัญมณีใต้ท้องทะเล

ด้วยชายฝั่งที่ยาวกว่า 4,000 กิโลเมตร ชิลีจึงรุ่มรวยด้วยถิ่นอาศัยทางทะเล แต่ส่วนใหญ่มีการทำประมงมากเกินควร บรรดานักอนุรักษ์ ประชาคมประมงและภาครัฐจึงผสานพลังกันเพื่อปกป้องอัญมณีที่หลงเหลืออยู่