guttenfelder-north-korea-military-13.adapt.885.1 - National Geographic Thailand

เรื่องแนะนำ

โลกร้อน ทำเต่าเกิดใหม่มีแต่เพศเมีย

“โลกร้อน” ทำเต่าเกิดใหม่มีแต่เพศเมีย เพศของมนุษย์เราถูกกำหนดจากโครโมโซมเพศในร่างกาย แต่สำหรับสัตว์เลื้อยคลานอย่างเต่าทะเลแล้ว ลูกๆ ของพวกมันจะเกิดมาเป็นตัวผู้หรือตัวเมียนั้นขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของทรายที่ฝังกลบไข่ ในยุคสมัยที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือภาวะโลกร้อนกำลังเป็นปัญหาใหญ่ อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้ลูกเต่าเกิดใหม่นั้น เกิดเป็นเพศเมียเสียส่วนมาก ที่เกาะ Raine ของออสเตรเลีย เต่าตนุกำลังเผชิญกับผลกระทบนี้ เมื่อนักวิทยาศาสตร์พบว่าอัตราส่วนของเต่าเพศเมียเทียบกับเต่าเพศผู้นั้นมีมากถึง 116 ต่อ 1 และดูเหมือนว่าปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเกิดแต่เกิดขึ้นแล้วมาอย่างน้อย 20 ปี ณ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์เองยังคงไม่ทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในวงกว้างจากภาวะโลกร้อนที่มีต่อสายพันธุ์สัตว์อื่นๆ เพราะนอกจากเต่าแล้ว จระเข้เองก็ถูกกำหนดเพศจากอุณหภูมิเช่นกัน   อ่านเพิ่มเติม : นกอายุ 67 ปี ยังคงวางไข่ได้, หนูสองตัวกลายมาเป็น 15,000 ตัวในหนึ่งปี

การสืบพันธุ์ของพืช : การสร้างเซลล์สืบพันธ์ของพืชดอก

กระบวนการสร้าง เซลล์สืบพันธุ์ของพืชดอก เกิดขึ้นในเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมีย เซลล์สืบพันธุ์ของพืชดอก มี 2 ชนิด คือ เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ และเซลล์สืบพันธุ์เพศเมีย เซลล์สืบพันธุ์ทั้งสองมีขั้นตอนในการแบ่งเซลล์ เพื่อลดจำนวนโครโมโซมลงครึ่งหนึ่ง และเมื่อเกิดการปฏิสนธิ จำนวนโครโมโซมจะมีจำนวนเท่าเดิมอีกครั้ง (ขอมูลเพิ่มเติม : โครงสร้างของดอกไม้) เซลล์สืบพันธุ์เพศผู้ (male gamete) เกิดขึ้นภายในอับเรณู (anther) โดยมีไมโครสปอร์มาเทอร์เซลล์ (microspore mother cell) แบ่งเซลล์แบบไมโอซีส 1 ครั้ง ได้ 4 ไมโครสปอร์ (microspore) แต่ละเซลล์มีโครโมโซมเท่ากันตือ n หลังจากนั้นนิวเคลียสของแต่ละเซลล์จะแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสได้ 2 นิวเคลียสคือ เจเนอเรทีฟนิวเคลียส (generative nucleus) และ ทิวบ์นิวเคลียส (tube nucleus) เรียกเซลล์ในระยะนี้ว่า ละอองเรณู (pollen grain) หรือแกมีโทไฟต์เพศผู้ (male gametophyte) เมื่อละอองเรณูแก่เต็มที่อับเรณูจะแตกออกทำให้ละอองเรณูกระจายออกไปพร้อมที่จะผสมพันธุ์ต่อไป ลักษณะของละอองเรณูมีความแตกต่างกันทั้งขนาด รูปร่าง […]

คลื่นเสียง (Sound wave) และการได้ยินเสียง

คลื่นเสียง (Sound wave) คือ คลื่นกล (Mechanical wave) ตามยาวที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของวัตถุ หรือ “แหล่งกำเนิดเสียง” ซึ่งต้องอาศัยตัวกลาง (Medium) ในการเคลื่อนที่ คลื่นเสียง สามารถเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางได้ทุกสถานะ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ คลื่นเสียงนั้น มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับคลื่นอื่นๆ เช่น แอมพลิจูด (Amplitude) ความเร็ว (Velocity) หรือ ความถี่ (Frequency) เสียง (Sound) คือ การถ่ายทอดพลังงานจากการสั่นสะเทือนของแหล่งกำเนิดเสียงผ่านโมเลกุลของตัวกลางไปยังผู้รับ โดยที่หูของเรานั้น สามารถรับรู้ถึงการสั่นสะเทือนของโมเลกุลเหล่านี้ได้ และได้ทำการแปลผลลัพธ์ออกมาในรูปของเสียงต่างๆ การเคลื่อนที่ของคลื่นเสียง เมื่อวัตถุเกิดการเคลื่อนที่หรือถูกกระทำด้วยแรงจากภายนอก ก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนของโมเลกุลภายในวัตถุนั้น ซึ่งส่งผลไปยังอนุภาคของอากาศหรือตัวกลางที่อยู่บริเวณโดยรอบ  ก่อให้เกิดการรบกวนหรือการถ่ายโอนพลังงาน ผ่านการสั่นและการกระทบกันเป็นวงกว้างทำให้อนุภาคของอากาศเกิด “การบีบอัด” (Compression) เมื่อเคลื่อนที่กระทบกัน และ “การยืดขยาย” (Rarefaction) เมื่อเคลื่อนที่กลับตำแหน่งเดิม ดังนั้น คลื่นเสียง จึงเรียกว่า “คลื่นความดัน” (Pressure wave) เพราะอาศัยการผลักดันกันของโมเลกุลในตัวกลางในการเคลื่อนที่ […]