รายการอาหารแห่งอนาคต - National Geographic Thailand

รายการอาหารแห่งอนาคต

เบอร์เกอร์มังสวิรัติเนื้อชุ่มฉ่ำ อิมพอสซิเบิลเบอร์ทำจากข้าวสาลีและโปรตีนมันฝรั่ง น้ำมันมะพร้าว และส่วนประกอบอื่นๆ รวมถึงฮีม ที่ทำมาจากยีสต์ซึ่งทำให้เบอร์เกอร์นี้ดูเหมือนชุ่มฉ่ำน้ำเนื้อไหลเยิ้ม บริษัทที่อยู่เบื้องหลังเบอร์เกอร์ซึ่งทำจากพืชเป็นหลักนี้อ้างถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของการเลี้ยงสัตว์ในระดับอุตสาหกรรมโดยให้เหตุผลว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เนื้อ แต่อยู่ที่เป็นเนื้อจากสัตว์ต่างหาก เจสสิกา แอปเพลเกรน จากบริษัทอิมพอสซิเบิลฟู้ดส์ บอกว่า “เราเชื่อว่าเรากำลังประดิษฐ์เนื้อขึ้นมาค่ะ เรากำลังศึกษาในระดับโมเลกุลว่า อะไรทำให้เนื้อเป็นเนื้อ แล้วสร้างเนื้อขึ้นมาใหม่โดยใช้พืช”

รายการอาหารแห่งอนาคต

ลองมองไปยังอนาคตของสิ่งที่เรากิน คุณจะเริ่มสงสัยว่า อาหารของเราจะมีหน้าตาอย่างไร เมื่อประชากรโลกสูงเกินเก้าพันล้านคนภายในกลางศตวรรษนี้ ความต้องการอาหารของเราจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 เราจะสนองความต้องการนั้นได้อย่างไร โดยไม่ต้องแผ้วถางป่ามากขึ้น หรือขยายพื้นที่ทำการเกษตรระดับอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดประการหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราจะรักษาความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินเพื่อให้พืชผลเจริญงอกงามต่อไปได้อย่างไร

คำถามเหล่านี้ยากและซับซ้อน แต่หยวนหลินอี้ บรรณาธิการนิตยสาร โมลด์ (Mold) ซึ่งนำเสนอเรื่องอนาคตของอาหาร บอกว่า มีเรื่องหนึ่งที่ชัดเจน “เพื่อผลิตอาหารป้อนคนเก้าพันล้านคน เราจะต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคนค่ะ” เธอบอก

ผู้มาร่วมด้วยช่วยกันหลายคนจะพยายามค้นหาวิธีใหม่ๆในการผลิตโปรตีน เนื่องจากความเสียหายที่เกิดกับ  สิ่งแวดล้อมจากการเลี้ยงสัตว์ในระดับอุตสาหกรรมจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้มากขึ้นเรื่อยๆ การเลี้ยงปศุสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณหนึ่งในเจ็ดของปริมาณที่มนุษย์สร้างขึ้นทั้งหมด เมื่อเทียบกันแคลอรีต่อแคลอรี เนื้อวัวที่ผลิตในฟาร์มขนาดใหญ่โดยทั่วไปต้องใช้น้ำมากกว่าผักและธัญพืชเกือบแปดเท่า และใช้ที่ดินมากกว่า 160 เท่า จึงไม่น่าแปลกใจที่เจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติจะรณรงค์ให้ทุกคนกินเนื้อวัวน้อยลง และบริษัทผลิตอาหารรายใหม่ๆก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง

อาหาร
ซิลิคอนแวลลีย์ทำให้วิถีการกินของเราปั่นป่วน ซอยเลนต์ (Soylent) ซึ่งคิดค้นสูตรโดยพนักงานบริษัทไฮเทคในซิลิคอนแวลลีย์เพื่อแสวงหาอาหารที่มีประสิทธิภาพและสารอาหารครบถ้วนในตัวเอง ออกจำหน่ายเมื่อปี 2013 โดยทำการตลาดว่า เป็นอาหารสมัยใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทนที่อาหารแบบเดิมๆ แต่ในปี 2016 บริษัทต้องเรียกคืนซอยเลนต์แท่งและผงซอยเลนต์เมื่อลูกค้ารายงานว่ามีอาการอาเจียนและท้องร่วง จากนั้นหนึ่งปีต่อมา แคนาดาห้ามขายซอยเลนต์เพราะไม่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร แต่ความนิยมในตัวผลิตภัณฑ์กลับเพิ่มขึ้น

หนึ่งในนั้นคือบียอนด์เบอร์เกอร์ (Beyond Burger) บริษัทผู้ผลิตแผ่นเนื้อบดสีเหมือนเนื้อวัวจากหัวบีตและโปรตีนจากถั่ว คู่แข่งที่สูสีที่สุดขายอิมพอสซิเบิลเบอร์เกอร์ (Impossible Burger) ซึ่งเป็นแผ่นเนื้อบดที่ทำจากพืชและมี “น้ำเนื้อฉ่ำเยิ้ม” จากโปรตีนที่สังเคราะห์ขึ้นในห้องปฏิบัติการที่เรียกว่า ฮีม (heme)

บริษัทอื่นๆกำลังค้นหาวิธีผลิตเนื้อในระดับอุตสาหกรรมโดยไม่จำเป็นต้องใช้สัตว์ในทุกขั้นตอน “มันจะดูเหมือนโรงหมักเบียร์มากครับ” บรูซ ฟรีดริก ผู้อำนวยการบริหารของสถาบันกู๊ดฟู้ด (Good Food Institute) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมกลุ่มหนึ่ง กล่าว และเช่นเดียวกับเบียร์ที่ไหลผ่านก๊อกออกมา ฟรีดริกบอกว่า “ถ้าเป็นเนื้อบด ก็จะไม่ต่างกันครับ”

ขณะเดียวกัน แมลงกินได้กำลังมีตลาดในสหรัฐฯ โดยใช้เป็นอาหารสัตว์โปรตีนสูงหรือเป็นส่วนประกอบในอาหารแปรรูป ความน่าสนใจเชิงสิ่งแวดล้อมนั้นชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจิ้งหรีดซึ่งให้โปรตีนและสารอาหารรองหรือไมโครนิวเทรียนต์ (micronutrient) มากกว่าเนื้อวัวเมื่อเทียบปริมาณต่อกิโลกรัม จิ้งหรีดเติบโตได้ดีในสภาพแออัดและมืดทำให้การผลิตในระดับอุตสาหกรรมทำได้โดยสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพียงเล็กน้อย

อาหาร
อนาคตของอาหาร ลองมองไปยังอนาคตของสิ่งที่เรากิน คุณจะเริ่มสงสัยว่า อาหารของเราจะมีหน้าตาอย่างไร เมื่อประชากรโลกสูงเกินเก้าพันล้านคนภายในกลางศตวรรษนี้ ความต้องการอาหารของเราจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 50 เราสนองความต้องการนั้นได้อย่างไรโดยไม่ต้องแผ้วถางป่ามากขึ้น หรือขยายพื้นที่ทำการเกษตรระดับอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดประการหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราจะรักษาความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินเพื่อให้พืชผลเจริญงอกงามต่อไปได้อย่างไร

บริษัทอาหารยังค้นพบไขมันชนิดใหม่ๆ ตอนแรกนักวิทยาศาสตร์ของบริษัทเหล่านั้นเก็บสาหร่ายจากน้ำเลี้ยงของต้นเกาลัดเยอรมัน แล้วทำการดัดแปลงสาหร่ายนั้นให้สร้างน้ำมันที่มีคุณค่าทางอาหารมากขึ้นในปริมาณมากขึ้น ก่อนจะนำไปเพาะเลี้ยงในถังหมักสูงเท่าตึกหกชั้นโดยใช้อ้อยจากบราซิลเป็นอาหาร จากนั้นนำมาหีบหรือสกัดน้ำมันสาหร่ายซึ่งเป็นน้ำมันประกอบอาหารที่มีรสชาติเป็นกลาง เหลวใส อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว และมีจุดเกิดควันสูง ปัจจุบันจำหน่ายในตราไทรฟ์ (Thrive) ผู้สนับสนุนกล่าวว่า แนวคิดคือการผลิตน้ำมันทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและถูกหลักมนุษยธรรมมากกว่าน้ำมันอย่างน้ำมันปาล์มซึ่งเป็นที่รู้กันว่า กระบวนการผลิตทำให้เกิดหายนะทางสังคมและสิ่งแวดล้อม

ราช ปาเตล ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารของโลก กล่าวว่า ไม่ว่าอาหารของเราจะเป็นอะไรในอีก 50 ปีข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะยังกำหนดให้เราใช้สิ่งที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น “ศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเป็นเวลาที่เราจะยอมรับว่า สิ่งที่เคยเป็นวัชพืชและศัตรูพืชสามารถกลายมาเป็นอาหารได้ครับ”

เรื่อง เทรซี แมกมิลแลน

ภาพถ่าย แกรนต์ คอร์เนตต์

 

อ่านเพิ่มเติม

ปลอดโรคภัย เมื่อให้อาหารดีแก่ จุลินทรีย์ในลำไส้

 

เรื่องแนะนำ

งานวิจัยล่าสุดหักล้างทฤษฎีวิทยาการผลิตอาวุธยุคโบราณ

กองทัพทหารถูกสร้างขึ้นเพื่อรับใช้ จิ๋นซีฮ่องเต้ ในชีวิตหลังความตาย ภาพถ่าย IRA BLOCK, NAT GEO IMAGE COLLECTION งานวิจัยล่าสุดหักล้างทฤษฎีวิทยาการผลิตอาวุธยุคโบราณ เป็นเวลากว่าสี่ทศวรรษที่นักวิจัยต่างเชื่อว่า อาวุธทองสัมฤทธิ์อายุ 2,200 ปีของเหล่าทหารดินเผานั้นถูกสงวนไว้อย่างน่าประหลาด เหตุเพราะอาวุธเหล่านั้นชุบโครเมียมแทบทั้งสิ้น แต่ทว่าอาจไม่ใช่เช่นนั้นแล้ว จากผลการศึกษาครั้งล่าสุด หากก๊อกน้ำในห้องน้ำของคุณมีสีเงินมันวาว แสดงว่ามันคงผ่านการชุบโครเมียมมาแล้ว โดยยุโรปได้เริ่มการทดลองกับเทคโนโลยีป้องกันสนิมนี้เมื่อศตวรรษที่ 19 แต่ก็นับเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วที่ทฤษฎีทางเลือกเช่นนี้ได้แพร่หลายในแวดวงวิชาการและสื่อซึ่งเป็นที่นิยม ทฤษฎีนี้คือ: การชุบโครเมียมประดิษฐ์ขึ้นในศตวรรษที่สามก่อนคริสตกาล ณ แผ่นดินจีน เพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธทองสัมฤทธิ์ที่ฝังอยู่กับกองทัพทหารดินเผาในหลุมฝังศพของจักรพรรดิจิ๋นซีนั้นเกิดสนิม โดยทฤษฎีการชุบโครเมียมนี้มีมาตั้งแต่ปี 1970 ซึ่งเป็นช่วงที่มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งนี้ถูกค้นพบครั้งแรก หลังจากรายงานการขุดค้นบ่งชี้ว่า การเคลือบผิวบนวัสดุสามารถอธิบายวิธีรักษาอาวุธทองสัมฤทธิ์อายุ 2,200 ปีได้อย่างดีเยี่ยม นักวิทยาศาสตร์ชาวจีน ใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงบุกเบิกที่เรียกว่า การทำแผนที่องค์ประกอบเพื่อเผยให้เห็นชั้นของโครเมียมที่อยู่ภายในตัวต้นแบบอาวุธ โดยนักวิจัยบ่งชี้ว่า อาวุธต่างๆ สามารถจุ่มลงไปในสารละลายโครเมียมออกไซด์ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่รู้จักกันในชื่อ การชุบโลหะ ซึ่งเทคนิคนี้จะแตกต่างกับวิธี การชุบโครเมียม แบบสมัยใหม่ วิธีการทั้ง 2 ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นมีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงมาเป็นระยะเวลากว่าสองพันปีที่แล้วในช่วงราชวงศ์ฉิน แต่ปรากฎว่ากระบวนการเหล่านั้นไม่ได้นำมาใช้กับอาวุธโดยตรง และข้อมูลเหล่านี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Scientific Reports นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนและพิพิธภัณฑ์รูปปั้นทหารและม้าศึกของจักรพรรดิจิ๋นซี […]

บังเกอร์ทหารจากยุคเผด็จการ กลายเป็นสารพัดประโยชน์

บังเกอร์ทหารจากยุคเผด็จการ กลายเป็นสารพัดประโยชน์ จำนวนที่แท้จริงของบังเกอร์ทหารที่ตั้งอยู่อย่างกระจัดกระจายทั่วแอลเบเนียยังคงเป็นที่ถกเถียงและคำตอบนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณถามใคร ซึ่งจำนวนมีตั้งแต่ 175,000 – 750,000 หลัง ในจำนวนนี้มีทั้งที่สร้างจากปูนซีเมนต์และโลหะ บังเกอร์รูปเห็ดเหล่านี้คือสัญลักษณ์ของการปกป้องตัวเองสำหรับประเทศเล็กๆ บนคาบสมุทรบอลข่าน กระท่อมทรงเห็ดเหล่านี้เป็นมรดกจากยุคสงครามเย็นในช่วงช่วงทศวรรษ 1970 – 1980 โดยรัฐบาลระบอบเผด็จการที่หวาดกลัวการรุกรานในสมัยนั้น มาวันนี้สามทศวรรษผ่านไปแอลเบเนียไม่ได้ปกครองโดยผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์อย่าง Enver Hoxha ที่ปกครองแอลเบเนียในปี 1944 – 1985 อีกแล้วประชาชนทั่วไปมองบังเกอร์เหล่านี้คือสัญลักษณ์ของช่วงเวลาอันยากลำบาก อย่างไรก็ตามพวกเขาได้เปลี่ยนมันเพื่อประโยชน์ใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร, บาร์, คาเฟ่ หรือแม้แต่พิพิธภัณฑ์ “จำนวนของบังเกอร์แสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวระหว่างการปกครองของ Hoxha” Vjeran Pavlaković ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัย Rijeka ในโครเอเชียกล่าว Pavlaković มุ่งเน้นไปที่ความทรงจำร่วมกันของคาบสมุทรบอลข่านในเวลานั้น “แทนที่จะใช้งบประมาณลงทุนไปกับการศึกษาหรือการพัฒนาเศรษฐกิจ รัฐบาลกับเลือกที่จะแยกตัวรัฐของตนออกมา” เรื่อง อเล็กซ์ ครีวา ภาพถ่าย โรเบิร์ต แฮคแมน   อ่านเพิ่มเติม ผู้คนที่ตกค้างอยู่ในโรงแรมหรูสมัยสหภาพโซเวียต    

ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นทุกวันในอียิปต์

เดวิด เดกเนอร์ ช่างภาพชาวอเมริกัน ถ่ายทอดเรื่องราวของ "ปาฏิหาริย์สมัยใหม่" ที่เกิดขึ้นในอียิปต์ ผลงานของเขาสะท้อนให้เห็นว่าชนชาตินี้ฝังรากลึกกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติมากขนาดไหน

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.