อะโอะคิกะฮะระ ป่าปลิดวิญญาณ - National Geographic Thailand

อะโอะคิกะฮะระ ป่าปลิดวิญญาณ

อะโอะคิกะฮะระ ป่าปลิดวิญญาณ

ที่ตีนเขาฟูจิมีป่าเขียวขจีทึบแน่นอยู่แห่งหนึ่ง  ถ้ามองจากด้านบน ต้นไม้โยกไหวตามสายลมทำให้นึกถึงท้องทะเล  ป่า อะโอะคิกะฮะระ จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่ “จุไค” หรือ “ทะเลแห่งหมู่ไม้”  พื้นป่าด้านล่างขรุขระและมีรูพรุนเหมือนถ้ำเล็กๆ  รากไม้ที่มีมอสปกคลุมเติบโตบนลาวาแห้งเก่าแก่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยไหลผ่านบริเวณนั้น  ดินอุดมด้วยธาตุเหล็กจนรบกวนสัญญาณจีพีเอสและโทรศัพท์มือถือ

ที่นี่เป็นสถานที่ที่หลงทางได้ง่ายที่สุด  ผู้มาเยือนได้รับคำแนะนำให้เดินอยู่บนเส้นทางเดินที่กำหนดให้อย่างเคร่งครัด

ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีบางคนที่เดินเข้าป่าด้วยเจตนาจะไม่กลับออกมาอีก  ป้ายตรงทางเข้าป่าเตือนใจให้ผู้มาเยือนว่าชีวิตเป็นของมีค่าและให้คิดถึงครอบครัว  ตรงด้านล่างของป้ายมีหมายเลขโทรศัพท์สายด่วนสำหรับผู้อยากฆ่าตัวตาย

ญี่ปุ่นมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในประเทศพัฒนาแล้ว  และป่าอะโอะคิกะฮะระได้ชื่อว่าเป็นจุดฆ่าตัวตายยอดนิยม

อะโอะคิกะฮะระ
(ซ้าย) ของใช้ที่ถูกทิ้งไว้ในบริเวณที่การฆ่าตัวตายเกิดขึ้นบ่อยครั้ง (ขวา) สายเทปพลาสติกเป็นของที่พบเห็นได้บ่อยในบางพื้นที่ในป่า บางครั้งมันถูกทิ้งไว้โดยหน่วยกู้ชีพ บางหนถูกทิ้งโดยผู้ที่อยากหาทางกลับออกมา

ที่มาที่ไปของเรื่องนี้มาจากนิทานพื้นบ้านกับวัฒนธรรมป๊อบของญี่ปุ่น  ตามตำนานท้องถิ่น ป่าอะโอะคิกะฮะระเป็นสถานที่ที่ผู้คนเคยทำ “อุบะสุเตะ” หรือการนำผู้เฒ่าผู้แก่หรือญาติที่เจ็บป่วยมายังที่ห่างไกลและทิ้งให้เสียชีวิต  ในนิยายเรื่อง Tower of Waves ของ เซโจ มิตสุโมะโตะ เล่าถึงนางเอกผู้งดงามและผิดหวังจากความรักซึ่งมาฆ่าตัวตายที่นี่  ส่วนใน The Complete Manual of Suicide ของวะตะรุ ทสุรุมิ ก็เอ่ยชื่อป่าว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุดที่จะตาย  “ป่าฆ่าตัวตาย” ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งของป่าแห่งนี้ ซึ่งเผยถึงด้านมืดของจินตนาการเหล่านั้น

อะโอะคิกะฮะระ
เถาวัลย์ยุ่งเหยิงพันเกี่ยวภายในป่า

ทอมัส ลาซาร์ เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับป่าแห่งนี้ตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมขณะเป็นแฟนหนังสยองขวัญ  ต่อมาเขาทำโปรเจ็คต์ชุดภาพถ่าย “ทะเลแห่งหมู่ไม้” ที่ทำให้เขาคิดถึงป่าอะโอะคิกะฮะระ ซึ่งเขาพบว่าเป็นความโรแมนติกของโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในสถานที่แสนงาม  สำหรับลาซาร์ ป่าแห่งนี้กลายเป็นทางหนึ่งที่ใช้สำรวจผลพวงของโรคซึมเศร้าในประเทศอย่างญี่ปุ่น ซึ่งมีวัฒนธรรมที่ไม่พูดถึงความเจ็บป่วยทางจิตใจอย่างเปิดเผยและตราบาปเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายอย่างวัฒนธรรมตะวันตก

อะโอะคิกะฮะระ
พื้นป่าที่คลุมธารลาวาเก่าแก่ขรุขระยากแก่การปีนป่าย

ลาซาร์ได้ไกด์นำทางเข้าไปถึงพื้นที่ที่การฆ่าตัวตายเกิดขึ้นบ่อย โดยการตามสายเทปพลาสติกที่ผูกติดกับต้นไม้โดยหน่วยกู้ชีพ ซึ่งทำไว้เป็นเครื่องหมายว่าได้พบ “บางอย่าง” ตรงนั้น หรือบางครั้งสายเทปก็ใช้เป็นเส้นทางเอาชีวิตรอดสำหรับคนที่ยังไม่ตัดสินใจแน่นอนให้กลับออกมาได้

หลังจากมีรายงานการฆ่าตัวตายที่เพิ่มสูงขึ้นใน พ.ศ. 2547 เป็น 108 ราย เจ้าหน้าที่ก็หยุดเผยแพร่ข่าวนี้ออกไปเพราะเกรงว่าจะเป็นการสดุดีการกระทำดังกล่าว  อีก 5 ปีต่อมา จังหวัดยะมะนะชิ ซึ่งป่าแห่งนี้ตั้งอยู่ จึงเริ่มให้มีการลาดตระเวนและเข้าช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้ดูเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปที่กำลังเดินป่า  วิธีนี้ช่วยลดการฆ่าตัวตายบางกรณี  แต่การพบศพก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ  ไกด์นำทางของลาซาร์บอกว่าหนหนึ่งเขาเคยพบร่างผู้เสียชีวิตถึง 36 ศพภายใน 37 วัน

อะโอะคิกะฮะระ
(ซ้าย) เพราะพื้นป่าเกิดจากลาวาแห้ง จึงทำให้รากของต้นไม้ไม่อาจชอนไชลงไปใต้ดินได้ (ขวา) เต็นท์ที่ถูกทิ้งไว้กับพื้นป่า

ลาซาร์ไม่ได้พบศพเลย ถึงแม้ว่าเขากับไกด์จะพบหลักฐานบ่งชี้อย่างแคมป์ร้าง เสื้อแจ๊กเก็ตที่ถูกทิ้งไว้ บ่วงเชือกที่ห้อยไว้กับต้นไม้ และขวดเปล่าของน้ำยาฟอกสี

อย่างไรก็ตาม ลาซาร์ไม่ได้ตั้งใจจะเก็บภาพความตายโดยตรง แต่ต้องการจับความรู้สึกโดยรวมของสถานที่  เขาเลือกภาพที่ถ่ายด้วยฟิล์มขาวดำอินฟราเรด ซึ่งทำให้พืชพรรณเปล่งแสงสีขาว และสีขาวเป็นสัญลักษณ์ของความตายและการไว้ทุกข์ในญี่ปุ่น  “ผมต้องการแสดงให้เห็นถึงบรรยากาศของป่าและการเดินครั้งสุดท้ายของผู้ล่วงลับ” ลาซาร์กล่าว

อะโอะคิกะฮะระ
ภูมิทัศน์ในฤดูหนาวที่ปกคลุมด้วยหิมะ

 

อ่านเพิ่มเติม

ฤาความตายหาใช่การลาจาก

เรื่องแนะนำ

การล่าสัตว์จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ

การล่าสัตว์จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ ช้างทยอยปรากฏตัวเป็นโขลงเล็กๆ  พวกมันเดินอ้อยอิ่งหาแหล่งน้ำอยู่ใกล้แอ่งที่คลุ้งไปด้วยฝุ่น ด้วยอุณหภูมิในเดือนกันยายนที่สูงถึง 40 องศาในช่วงกลางวัน ช้างจึงเดินหากินอยู่ตรงชายขอบทะเลทรายคาลาฮารี ประเทศนามิเบีย ในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีชุมชนเป็นผู้ดำเนินการชื่อ ไนไน (Nyae Nyae) ซึ่งปัจจุบันมีชนพื้นเมืองเผ่าซานราว 2,800 คนอาศัยอยู่อย่างแร้นแค้น ช้างทิ้งกิ่งไม้หักและมูลอุ่นๆไว้ตามทางที่เดินผ่านไป เมื่อได้กลิ่นเหงื่อของเราผสมกับกลิ่นหญ้าที่ถูกแดดแผดเผา พวกมันก็พากันออกวิ่งพลางส่งเสียงร้องแปร๋นๆ หนีหายไปทันที ในเวลาต่อมา ตรงขอบฟ้า ช้างอำพรางตัวอยู่ในร่มเงาของต้นอะเคเชีย  สำหรับสัตว์ตัวใหญ่ขนาดนั้น ถ้าตาไม่แหลมคมจริง คงแทบมองไม่เห็นพวกมัน และตอนนี้ดวงตาที่ว่านั้นเป็นของชายชื่อดาม นักแกะรอยชาวซานในท้องถิ่น เจ้าของรูปร่างเตี้ยล่ำ ผู้ยืนอยู่บนหลังรถแลนด์ครูสเซอร์ ดามโน้มตัวออกไปจนเกือบสุดทางด้านขวาของรถ พลางสอดส่ายสายตามองหารอยเดินบนพื้นทราย เขาตบประตูรถ  แล้วรถก็เบรกดังเอี๊ยด ดามกระโดดลงจากรถไปตรวจสอบรอยเท้า ขอบรอยมีลักษณะเป็นลอนหยักลาดเข้าด้านใน และมีวงกลมเล็กๆอยู่ตรงกลาง เขาชี้มือชี้ไม้ แล้วฟีลิกซ์ มาร์นเวกเคอเคอ พรานอาชีพและมัคคุเทศก์ในการเดินทางครั้งนี้  ก็โดดผลุงออกจากประตูด้านคนขับ  มาร์นเวกเคอในวัย 40 ปี มีร่างกายกำยำ ผิวแดงก่ำ และผมสีทอง สวมหมวกผ้าและกางเกงขาสั้น บุคลิกท่าทางแนบเนียนดูราวกับส่งตรงมาจากบริษัทคัดเลือกนักแสดง เขายืนมองรอยเท้าสักครู่ สีหน้าแสดงความกังขาแต่แล้วก็พยักหน้าเห็นพ้องด้วย ถ้าป่าทะเลทรายในไนไนเป็นบ้านของครอบครัวชาวซาน มันก็ยังเป็นบ้านของช้างป่าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เหลืออยู่เช่นกัน รอยเท้านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ พวกเราที่เหลือลงจากรถ  […]

ทำไมการมีตำรวจหญิงจึงเป็นเรื่องสำคัญ?

ในคดีความผิดทางเพศ การถามปากคำผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงจะดำเนินการโดยพนักงานสอบสวนหญิง แต่ทำไมสำนักงานตำรวจแห่งชาติกลับยกเลิกนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง? คำถามจากสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม

เรื่องไม่ลับในวงหวย

เผยอีกด้านหนึ่งของวงการหวย ทางลัดสู่รายได้ที่มากขึ้นของผู้ขายที่มาจากชนบท สะพานสู่ความร่ำรวยสำหรับบรรดาผู้ซื้อ แต่พึงระวังหากหลงระเริงเสี่ยงโชคมากเกินไป รู้ตัวอีกทีหนี้สินอาจกองอยู่ตรงหน้าแทน

ผู้พิทักษ์ท้องทะเล

ประวัติศาสตร์การประมงในคาบสมุทรบาฮากาลีฟอร์เนีย ประเทศเม็กซิโก เป็นตำนานซึ่งมีทั้งรุ่งเรืองและโรยรา ตอนที่จอห์น สไตน์เบ็ก นักเขียนชื่อดัง มาเยือนคาบสมุทรแห่งนี้เมื่อปี 1940 เขารู้สึกทึ่งกับความหลากหลายทางชีวภาพอันเหลือเชื่อ ทั้งกระเบนราหูฝูงใหญ่ ดงหอยมุก และเต่าที่มีอยู่มากมายเสียจนผู้เฒ่าผู้แก่ที่นี่เล่าว่า คุณสามารถเดินข้ามทะเลได้โดยเหยียบไปบนกระดองเต่า แต่หลังจากหลายทศวรรษของการทำประมงเกินขนาด ภูมิภาคแถบนี้กำลังประสบกับการล่มสลายของอุตสาหกรรมประมง ในพื้นที่สองสามแห่ง ชุมชนเล็กๆเริ่มคิดหาวิธีรักษาทรัพยากร ในที่สุดแนวคิดของพวกเขาก็แพร่หลาย จากเรื่องราวความสำเร็จที่กระจัดกระจายเหล่านี้ เราพอจะมองเห็นกฎหรือข้อกำหนดห้าข้อซึ่งถือได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญในการจัดการมหาสมุทรอย่างยั่งยืน ข้อแรก จะเป็นการดีถ้าพื้นที่นั้นตั้งอยู่ค่อนข้างโดดเดี่ยวโดยมีชุมชนเพียงหนึ่งหรือสองแห่งใช้ประโยชน์ ข้อที่สอง ชุมชนต้องมีทรัพยากรมูลค่าสูง ผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์เป็นข้อกำหนดข้อที่สาม ข้อที่สี่ ชาวประมงต้องมีวิธีหาเลี้ยงชีพระหว่างที่ทรัพยากรกำลังฟื้นตัว และข้อสุดท้าย ชุมชนต้องร้อยรัดอยู่ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ในบาฮา หลายชุมชนแสดงให้เห็นความสำคัญของข้อกำหนดเหล่านี้ ตัวอย่างหนึ่งที่น่าทึ่งของทรัพยากรมูลค่าสูงสามารถเห็นและสัมผัสได้ในลากูนาซานอิกนาเซียว เลียบชายฝั่งลงไปประมาณ 30 กิโลเมตร ย้อนหลังไปเมื่อปี 1972 ตำนานท้องถิ่นเล่าว่า ฟรันซิสโก มาโยรัล กำลังจับปลาตรงบริเวณที่เขาจับตามปกติในลากูน เขามักติดไม้พายไปด้วยเพื่อใช้ตีลำเรือเมื่อใดก็ตามที่วาฬสีเทาว่ายเข้ามาใกล้เกินไป ทุกคนคิดว่าวาฬสีเทาเป็นสัตว์อันตรายไม่นานวาฬตัวหนึ่งก็เข้ามาใกล้เรือของเขาด้วยเหตุผลที่ไม่อาจรู้ได้ มาโยรัลเอื้อมมือออกไปสัมผัสตัวมันอย่างกล้าๆ กลัวๆ วาฬเอียงตัวเข้าหาและยอมให้เขาลูบเนื้อตัวและผิวหนังเรียบนุ่มของมัน พอถึงปลายทศวรรษ 1980 มาโยรัลและชาวประมงคนอื่นๆก็นำนักท่องเที่ยวไปชมวาฬคราวละหลายสิบคน ไม่มีสถานที่ใดที่กุญแจความสำเร็จข้อที่สาม นั่นคือความจำเป็นต้องมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ จะชัดเจนมากไปกว่าในกาโบปุลโม ในช่วงทศวรรษ 1980 ที่นี่เป็นหมู่บ้านประมงซบเซาใกล้ปลายคาบสมุทรบาฮา […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.