เมืองไทยในอดีต : ไพร่ฟ้าสามัญชน - National Geographic Thailand

เมืองไทยในอดีต : ไพร่ฟ้าสามัญชน

เมืองไทยในอดีต : ไพร่ฟ้าสามัญชน

เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตก ชาวเมืองเก่าแตกฉานซ่านเซ็น บ้างถูกกวาดต้อนไปกับทัพพม่า แม้สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีจะทรงรวบรวมไพร่พลและประกาศตนเป็นไท ทว่าด้วยศรัทธาอันสั่นคลอนและจำนวนประชากรที่เหลือน้อย การฟื้นฟูราชอาณาจักรจึงเผชิญกับอุปสรรคมากมาย กรุงธนบุรีได้รับการสถาปนาเป็นเมืองหลวงท่ามกลางไฟสงครามที่ยังคุโชน ราชธานีใหม่ไม่มั่นคงและประเมินกันว่ามีพลเมืองราว 10,000 คนเท่านั้น เทียบไม่ได้กับราชธานีที่เคยมีพลเมืองสูงสุดถึงกว่า 200,000 คน

ต่อมาเหตุผลทางยุทธศาสตร์ทำให้พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนาเมืองที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นเป็นราชธานีแทนกรุงธนบุรี การก่อสร้างนครแห่งใหม่ซึ่งได้รับพระราชทานนามว่า “กรุงเทพฯ ” เป็นไปอย่างรีบเร่ง โดยยึดพระราชวังหลวงเป็นศูนย์กลาง

เมืองไทยในอดีต
ภาพถ่ายหญิงสาวยิ้มเป็นภาพโฆษณาของร้านถ่ายรูปรอเบิร์ต เลนซ์ ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ของประเทศสิงคโปร์ ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นเค้าโครงใบหน้า ทรงผม และการแต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวกรุงได้เป็นอย่างดี

การเพิ่มจำนวนประชากรมีหลายกรณี กรณีแรกเป็นไปอย่างแยบคาย นั่นคือการเกณฑ์ผู้คนจากหัวเมืองและประเทศราชมาเป็นแรงงานสำหรับงานโยธา ชาวลาว ไท และเขมร เป็นชาติพันธุ์ที่ถูกเกณฑ์มากที่สุด แรงงานเหล่านี้ก่อสร้างกำแพงเมืองและขุดคูคลองอย่างแข็งขัน แม้เรื่องราวของพวกเขาจะกินเนื้อที่เพียงไม่กี่ประโยคในราชพงศาวดาร ทว่าส่วนหนึ่งก็ได้รับพระราชทานที่ดินสำหรับตั้งรกรากในย่านต่าง ๆ เป็นสิ่งตอบแทน

 


ชมภาพเมืองไทยในอดีตเพิ่มเติม

เมืองไทยในอดีต : สีสันย่านนิยม


 

เมื่อรวมกับชาวสยามเดิม จำนวนพลเมืองที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากช่วยสร้างเมืองให้เป็นปึกแผ่นมั่นคงแล้ว ยังเพิ่มชีวิตชีวาให้เมืองด้วย ย่านทำมาค้าขายและชุมชนต่าง ๆ บันดาลให้กรุงเทพฯ เป็นราชธานีที่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีชาวจีนที่หนีภัยสงคราม ความแห้งแล้ง และด้วยเหตุผลอื่นๆอพยพเข้ามาเป็นจำนวนมาก และชาวต่างชาติเริ่มเข้ามาเผยแพร่ศาสนา และทำธุรกิจ

 

เรื่องแนะนำ

จับสัญญาณความรุนแรงอย่างไร? ก่อนเกิดโศกนาฏกรรม

จับสัญญาณความรุนแรงอย่างไร? ก่อนเกิดโศกนาฏกรรม หลังเกิดเหตุกราดยิงขึ้นในโรงเรียนมัธยมมาจอรี สโตนแมน ดักลาส ในเมืองพาร์คแลนด์ ของรัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 17 ราย มือปืนผู้ก่อเหตุวัย 19 ปี เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นเหตุกราดยิงรุนแรงที่สุดในสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา ประเด็นการครอบครองอาวุธปืนถูกยกขึ้นมาถกเถียงกันอีกครั้ง ในขณะที่ยอดสั่งซื้อกระเป๋าเป้สำหรับนักเรียนที่สามารถกันกระสุนได้พุ่งสูงขึ้นถึง 40% จากความกังวลของบรรดาพ่อแม่ นอกเหนือจากประเด็นดังกล่าวที่ยกมาข้างต้นและการเยียวยาสภาพจิตใจของนักเรียนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์แล้ว อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ เราจะมีส่วนช่วยเตรียมความพร้อมให้เด็กๆ จับสัญญาณความรุนแรงได้อย่างไร? ก่อนที่จะเกิดความรุนแรงขึ้น เพื่อที่โศกนาฏกรรมทำนองนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นอีก เว็บไซต์ TIME พูดคุยกับ Peter Langman นักจิตวิทยาเจ้าของคลีนิคในเพนซิลเวเนีย เจ้าของหนังสือ Why Kids Kill: Inside the Minds of School Shooters, School Shooters และ Jeff Temple ได้ให้ข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ที่คนเป็นพ่อเป็นแม่สามารถนำไปปรับใช้ได้ […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.