ภาพแสดงความเป็นอยู่แปลกๆ ของ หมีขั้วโลก ในกรงเลี้ยง - NGThai.com

ภาพแสดงความเป็นอยู่แปลกๆ ของหมีขั้วโลกในกรงเลี้ยง

ภาพแสดงความเป็นอยู่แปลกๆ ของ หมีขั้วโลก ในกรงเลี้ยง

ช่วงฤดูหนาวอันโหดร้ายของปี 2014 ในชิคาโก Sheng Wen Lo ช่างภาพ ได้รับทราบข้อมูลว่า สภาพอากาศเช่นนี้หนาวเกินไปสำหรับ หมีขั้วโลก ในสวนสัตว์ลินคอล์นที่จะออกมาเดินข้างนอก มันดูเหมือนเป็นเรื่องตลกเฝื่อนๆ แต่มันคือเรื่องจริง หมีขั้วโลกที่อยู่ในกรงเลี้ยงมีความทนทานต่ำกว่าหมีขั้วโลกที่อยู่ตามธรรมชาติ ชั้นผิวหนังของพวกมันบางกว่า และไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศหนาวจัดได้

Lo ใช้เวลาถ่ายภาพหมีขั้วโลกในกรงเลี้ยงมาเป็นเวลากว่าสามปี จากสวนสัตว์ 25 แห่งและสถานที่เพาะเลี้ยงต่างๆ ทั้งในจีนและยุโรป ภาพถ่ายชุด White Bear ของเขา เกิดจากการสังเกตพฤติกรรมของหมีขาว เพื่อแสดงให้เห็นถึงสวัสดิภาพของสัตว์ในถิ่นอาศัยที่มนุษย์สร้างขึ้น

หมีขั้วโลก

เป็นความลำบากใจอยู่ไม่น้อยที่จะมองผลงานของ Lo ในแง่การต่อต้านการเลี้ยงหมีขั้วโลกในสวนสัตว์ ในทางกลับกัน หมีขั้วโลกเป็นสัตว์ที่มีเอกลักษณ์ เปรียบเหมือนพระเอกในสวนสัตว์ เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยว หมีขั้วโลกเป็นตัวแทนของความปัจเจกและระบบนิเวศอันไกลโพ้น และพวกมันก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ Lo พยายามปลุกเตือนด้วยคำถามที่ว่าสัตว์ชนิดใดที่เหมาะและไม่เหมาะจะอยู่ในสวนสัตว์

Lo ก้าวเข้ามาสู่เรื่องสัตว์ในกรงเลี้ยงด้วยวิธีการเดียวกับที่เข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นสาขาที่เขาใช้จบปริญญาโท แต่ก่อนที่เขาเริ่มถ่ายภาพแรก เขาได้ปรึกษากับสัตวแพทย์ท่านหนึ่ง ถึงการอ่านพฤติกรรมของหมีขั้วโลก (เช่น การเดินไปมาแสดงถึงความเครียดของสัตว์เสมอไปหรือไม่) หลังจากนั้น ขณะที่เขาถ่ายภาพไปเรื่อยๆ เขาได้เชิญนักสัตววิทยาเข้ามาเป็นที่ปรึกษาในงานของเขา เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องพฤติกรรมของหมีขั้วโลกที่แสดงออกในกรงเลี้ยง

หมีขั้วโลก

แต่ช่างภาพชาวไต้หวันคนนี้เล่าว่า “ผมชอบที่จะทำความเข้าใจว่าผมเกี่ยวข้องกับสัตว์อย่างไร” Lo กล่าว “ชีวิตผมล้อมรอบด้วยสัตว์นานาชนิดในสิ่งแวดล้อม… ผมมองเห็นสัตว์ ผมบริโภคเนื้อสัตว์ ผมดื่มนมวัว สรรพสัตว์ล้วนแต่เชื่อมโยงมาถึงผม และผมรู้สึกว่า ยังมีเรื่องราวซ่อนเร้นอยู่ในสัตว์ที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผย”

การอ่านเรื่องสั้นของ Franz Kafka เรื่อง “A Report of an Academy” ถือเป็นการจุดความสร้างสรรค์ในจิตส่วนที่เป็นวิทยาศาสตร์ของ Lo ให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ สัตว์ และการเพาะเลี้ยง เรื่องของ Kafka เล่าเกี่ยวกับเอปในกรงเลี้ยงที่พยายามสอนตัวเองเป็นมนุษย์แทนที่จะหนีไป โดยการสำรวจสิ่งต่างๆ ในกรง ทั้งที่อยู่ของมนุษย์รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างเอกลักษณ์ การแสดงออก และความกลมกลืน จากวรรณกรรมข้างต้น ทำให้ Lo เกิดสงสัยว่า จะเป็นอย่างไรถ้าเขาสำรวจพฤติกรรมซับซ้อนเหล่านั้นผ่านภาพถ่าย

บ่ายวันหนึ่งในปี 2011 ณ สวนสัตว์ Bronx นิวยอร์ก Lo ตัดสินใจได้ว่าจะสำรวจพฤติกรรมสัตว์ชนิดใด ในส่วนจัดแสดงหมีขั้วโลก สายตาของเขาจ้องอยู่ที่สิ่งปลูกสร้างสีขาวคล้ายหิมะ สีที่ทาไว้หลุดลอกเป็นบางจุด เผยให้เห็นคอนกรีตข้างใน Lo ฉุกคิดถึงการสร้างถิ่นที่อยู่ที่แตกต่างจะมีผลอะไร ถ้าหมีขั้วโลกไม่เคยเห็นภูเขาน้ำแข็งหรือหิมะจริงๆ เลยสักครั้ง สิ่งนี้มีไว้เพื่อหมีหรือเพื่อผู้ชม

Lo ไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่ตั้งคำถามในวันนั้น ผู้ชมท่านหนึ่งข้างๆ เขาก็ตั้งคำถามออกมาอย่างเสียงดังเกี่ยวกับหมีขั้วโลกที่ชื่อ ทุนดรา สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ดูแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติของหมีขั้วโลกในอาร์กติก ซึ่งความแปลกที่แปลกทางนี้ ส่งผลให้หมีที่อยู่ในกรงแลดูเหงาเศร้า

ด้วยแรงจูงใจนี้ Lo จึงเริ่มถ่ายภาพหมีขั้วโลกในปี 2014 เขาใช้เวลาแรมเดือนที่สวนสัตว์ในยุโรป และเดือนต่อๆ มาในประเทศจีน เขาจำกัดเวลาเพียงสองวันต่อการถ่ายหมีขั้วโลกหนึ่งตัว และใช้เวลาช่วงที่สวนสัตว์เปิดให้บริการ นั่งอยู่หน้าส่วนจัดแสดงหมีขั้วโลกเพื่อเฝ้าดูพฤติกรรม เขาเล่าว่า เขาทานเฉพาะขนมปังกับแอปเปิ้ลในระหว่างการทำงาน ซึ่งเป็นโภชนาการสำหรับหมีขั้วโลก แต่สำหรับเขาเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย

Lo สังเกตเห็นพฤติกรรมที่ทั้งชวนขันและแปลกตา ในเมืองปักกิ่งวันที่อากาศร้อน เขาบันทึกภาพหมีขั้วโลกเพศเมียส่งเสียงร้องโหยหวย “หมีไม่ชอบความร้อนครับ” เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าทำไมหมีขั้วโลกจึงเหมาะกับสภาพอากาศหนาว ในสวนน้ำ Qujian Polar เมืองซีอาน ประเทศจีน หมีขั้วโลกอยู่ในกรงที่มีเนินดินร่วนๆ อยู่ภายใน ซึ่งเสี่ยงต่อการพังทลายมาก “มันทำให้ผมงงมากเลยครับ” Lo บอก ใน Wuhan Haichang Polar Ocean World หมีขั้วโลกที่จัดแสดงไม่ใช่หมีขั้วโลกสายพันธุ์แท้ แต่เกิดจากการผสมของหมีสีน้ำตาลและหมีขั้วโลก

หลังจากใช้เวลาเนิ่นนานกับสถานที่ปิดเป็นเวลา 10 ถึง 20 วันในสวนสัตว์ หรือบางครั้งใช้เวลาจนมืดค่ำ เขาพบว่าสภาพที่ต้องอยู่ในกรงเลี้ยงส่งผลต่ออารมณ์และสุขภาพจิต “ถ้ามีสักสองหรือสามวันที่ผมไม่ได้อยู่ในสวนสัตว์ ผมจะรู้สึกแปลกมากครับ”

ผลงานชุด “White Bear” จัดแสดงที่ Deda Gallery เมืองเดอร์บี ประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 8 พฤษภาคม 2017 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพถ่าย FORMAT และจัดแสดงอีกครั้งในงาน Fotofeatival เมืองนาร์เดน ประเทศเนเธอแลนด์ ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2017

เรื่อง ซาราห์ สเตกค์

 

อ่านเพิ่มเติม

“หมีขั้วโลกผอมโซ” ประจักษ์พยานของภาวะโลกร้อน

เรื่องแนะนำ

ค้นพบแตนเบียนพันธุ์ใหม่ในฟอสซิลดักแด้

ค้นพบแตนเบียนพันธุ์ใหม่ในฟอสซิลดักแด้ ในฟอสซิลดักแด้แมลงวันโบราณจำนวน 1,510 ชิ้น ที่ถูกค้นพบในฝรั่งเศส ทีมนักวิทยาศาสตร์พบว่ามีอยู่ 55 ชิ้นที่ถูกรุกรานจากปรสิตที่ไม่ได้รับเชิญ มันคือแตนเบียนโบราณ แม่แตนเบียนจะฉีดไข่เข้าไปยังดักแด้ เมื่อลูกของมันเติบโตก็จะกินเจ้าบ้านเป็นอาหาร จากฟอสซิลเหล่านี้ นักวิทยาศาสตร์พบแตนเบียนถึง 4 สายพันธุ์ที่ไม่เคยถูกพบมาก่อน ทั้งนี้แตนเบียนอาจดูเป็นวายร้าย แต่นี่คือส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตมันที่ต้องอาศัยอยู่ในร่างกายของสิ่งมีชีวิตอื่น เพื่อเติบโต ทว่าแตกต่างจากปรสิตอื่นๆ ที่ทำให้เจ้าบ้านป่วยหรืออ่อนแอลง แตนเบียนฆ่าเจ้าบ้านเหล่านั้นทั้งหมด เพื่อความอยู่รอดของตน   อ่านเพิ่มเติม ครั้งแรกที่พบฟอสซิลลูกงูในก้อนอำพัน

ค้นพบไดโนเสาร์ยักษ์ใหญ่ในอียิปต์

ฟอสซิลค้นพบไดโนเสาร์ยักษ์ใหญ่ในอียิปต์ มองไปที่ฟอสซิลของไดโนเสาร์คอยาวสายพันธุ์ Mansourasaurus shaninae แม้มันไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นหรือเป็นที่น่าจดจำนัก แต่สายพันธุ์ใหม่ของเซอโรพอดนี้กำลังเป็นที่สนอกสนใจของบรรดานักบรรพชีวินวิทยา ฟอสซิลนี้ถูกค้นพบในอียิปต์ และเป็นหนึ่งในไม่กี่ฟอสซิลไดโนเสาร์จากปลายยุคครีเตเชียส ที่ถูกพบในทวีปแอฟริกา มันมีอายุราว 80 – 66 ล้านปีก่อน หรือในช่วงเวลาสุดท้ายของยุคไดโนเสาร์ก่อนที่จะเกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ เมื่ออุกกาบาตตกลงยังคาบสมุทรของรัฐยูกาตัง ในเม็กซิโกปัจจุบัน (รู้หรือไม่หากอุกกาบาตตกไปยังพื้นที่อื่น ไดโนเสาร์อาจไม่สูญพันธุ์) ในแอฟริกา ฟอสซิลของไดโนเสาร์จากปลายยุคครีเตเชียสถูกพบไม่มากเท่าไหร่นัก รายงานจาก Matthew Lamanna ผู้ร่วมวิจัยด้านบรรพชีวินวิทยาจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา Carnegie นั่นหมายความว่านักวิทยาศาสตร์เอก็ยังไม่แน่ใจว่าในช่วงเวลานั้นไดโนเสาร์อพยเดินทางข้ามทวีปไปมาหรือไม่ ตลอดจนมีจำนวนไดโนเสาร์มากน้อยแค่ไหน นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัย Mansoura ในอียิปต์ ค้นพบฟอสซิลของเจ้าไดโนเสาร์ยักษ์ Mansourasaurus ตัวนี้ในทะเลทรายซาฮารา เมื่อปี 2013 โดยเป็นการทำงานวิจัยร่วมกับทีมของ Lamanna ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก รายงานการค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่นี้ถูกเผยแพร่ลงในวารสาร Nature Ecology and Evolution “ยุคสิ้นสุดของไดโนเสาร์ในทวีปแอฟริกาเป็นหนึ่งในพรมแดนสุดท้ายสำหรับบรรดานักบรรพชีวินวิทยา” Lamanna กล่าว “หลักฐานเหล่านี้จะช่วยฉายภาพให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตในยุคครีเตเชียสที่อาศัยในทวีปแอฟริกานั้นมีรูปลักษณ์เป็นอย่างไร”   เชื่อมต่อแผ่นทวีป ย้อนกลับไปในช่วงแรกที่ไดโนเสาร์ปรากฏตัวขึ้นบนโลก ในตอนนั้นแผ่นดินทั้งหมดเชื่อมต่อกันเป็นทวีปเดียว จนต่อมาเมื่อแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนตัว ไดโนเสาร์หลายชนิดก็ถูกแยกออกจากกันโดยมีผืนมหาสมุทรขวางกั้น […]

ฉลามไวเปอร์ผู้มาพร้อมกับขากรรไกรน่าสยอง

ฉลามไวเปอร์ ผู้มาพร้อมกับขากรรไกรน่าสยอง ฉลามไวเปอร์ ถูกพบเจอครั้งแรกเมื่อปี 1986 และล่าสุด 32 ปีต่อมา พวกมันถูกพบเจอเข้าอีกครั้งด้วยความบังเอิญ ฉลามไวเปอร์ หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Trigonognathus kabeyai เป็นฉลามสายพันธุ์ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในใต้ทะเลลึก ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเรือที่กำลังสำรวจทางทะเลโดยองค์กรท้องถิ่นในไต้หวันสามารถจับพวกมันได้ 5 ตัว ที่นอกชายฝั่ง นักวิจัยกล่าวว่า พวกเขาสามารถระบุฉลามสายพันธุ์นี้ได้จากลักษณะพิเศษอันเป็นเอกลักษณ์ของมัน ได้แก่ขนาดความยาว ขากรรไกรที่แคบ และฟันที่คมเหมือนเข็ม ข้อมูลที่มีเกี่ยวกับสัตว์สายพันธุ์นี้มีเพียงน้อยนิด ผลการศึกษาในปี 2003 จากการตรวจสอบตัวอย่างจำนวน 39 ชิ้นนักวิทยาศาสตร์พบว่า นอกเหนือจากฟันที่แหลมคมแล้ว พวกมันยังสามารถยื่นขากรรไกรออกไปได้ด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการล่าเหยื่อมากขึ้น และจากการศึกษากระเพาะของพวกมัน พวกเขาพบว่ามันกลืนเหยื่อทั้งตัว บนร่างกายของแลามไวเปอร์ยังมีเซลล์ขนาดเล็กที่เรียกว่า photophores ที่ช่วยสะท้อนแสง เพื่อให้มันสามารถล่าเหยื่อหรือจับคู่ผสมพันธุ์ได้ ภายในความมืดของใต้ทะเลลึก และด้วยความที่มันอาศัยอยู่นระดับมากกว่าพันฟุต ซึ่งถือว่าลึกมาก จึงทำให้เรื่องราวและวิถีชีวิตของพวกมันยังคงเป็นปริศนา ทั้งนี้ถิ่นอาศัยของฉลามไวเปอร์นั้นพบได้ตั้งแต่ในทะเลญี่ปุ่นไปจนถึงไต้หวัน และในฮาวาย สำหรับฉลามไวเปอร์ที่ถูกพบเป็นครั้งแรกนั้นมีความยาวประมาณ 10 – 12 นิ้ว แต่เชื่อกันว่าเมื่อโตเต็มที่พวกมันน่าจะมีความยาวมากกว่า 18 นิ้ว สำหรับฉลามไวเปอร์ 5 ตัวที่ถูกจับขึ้นมาได้นั้น […]

สัตว์ประหลาดจากใต้ทะเลลึก

สัตว์ประหลาดจากใต้ทะเลลึก นี่คือสิ่งมีชีวิตลึกลับใต้ท้องทะเลลึกที่นักวิทยาศาสตร์แทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย คลิปวิดีโอนี้ถูกถ่ายจากยานสำรวจที่ควบคุมระยะไกล ย้อนกลับไปเมื่อ 45 ปีก่อนเคยมีรายงานการค้นพบเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้มาแล้ว มันคือ D. enigmatica แมงกะพรุนชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนถุงพลาสติก พบได้ที่ระดับความลึกมากถึง 3,000 ฟุต ในอ่าวเม็กซิโกและมหาสมุทรอินเดียใต้ อย่างไรก็ดีเนื่องจากว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่พบได้ยากมากจึงทำให้ไม่มีการศึกษาใดๆ เกี่ยวกับมัน ทุกวันนี้เรื่องราวของมันยังคงเป็นปริศนา มันกินอะไรเป็นอาหาร, ถิ่นอาศัยอยู่ที่ไหน หรือดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมแบบใด…ยังคงไม่มีคำตอบ   อ่านเพิ่มเติม ทำไมสัตว์น้ำใต้ทะเลลึกจึงมักมีสีดำ?

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.