นกโดโด ที่โด่งดังที่สุดไม่ได้ตายตามธรรมชาติ แต่ถูกฆาตกรรม

นกโดโดที่โด่งดังที่สุดไม่ได้ตายตามธรรมชาติ แต่ถูกฆาตกรรม

ภาพกราฟิกจากจินตนาการของศิลปินแสดงวิถีชีวิตของ นกโดโด ตามธรรมชาติ
ภาพกราฟิกโดย Stocktrek Images Inc / Alamy Stock Photo

 

 

นกโดโด ที่โด่งดังที่สุดไม่ได้ตายตามธรรมชาติ แต่ถูกฆาตกรรม

หากคุณอยากจะเห็น นกโดโด วิธีที่ดีที่สุดคือเดินทางไปยังสหราชอาณาจักร สถานที่ซึ่งห่างจากถิ่นอาศัยของมันตามธรรมชาติไป 6,000 ไมล์ในเกาะมอริเชียส เพราะตัวอย่างของนกโดโดที่สมบูรณ์ที่สุดนี้ถูกเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด แน่นอนว่าเรื่องราวชะตากรรมการสูญพันธุ์ของสัตว์สายพันธุ์นี้ช่างน่าเศร้า แต่ล่าสุดทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Warwick เผยเรื่องเศร้ากว่าเมื่อเจ้านกโดโดตัวนี้ไม่ได้ตายด้วยสาเหตุธรรมชาติ แต่มันถูกฆาตกรรมอย่างรุนแรงด้วยการยิงที่หัวและคอ

ซากของนกโดโดแห่งออกซ์ฟอร์ดถูกเชื่อกันว่ามีชีวิตอยู่ในกรุงลอนดอน เมื่อกลางศตวรรษที่ 17 และเมื่อมันเสียชีวิตร่างของมันจึงถูกเก็บเอาไว้ ในฐานะของสะสมของ John Tradescant และลงเอยที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาของออกซ์ฟอร์ดในเวลาต่อมา

นกโดโด
ชิ้นส่วนของศีรษะนกโดโดที่ยังคงเก็บดีเอ็นเอของสัตว์สูญพันธุ์ชนิดนี้เอาไว้
ภาพถ่ายโดย มหาวิทยาลัย Warwick
นกโดโด
ผลการสแกนศีรษะเผยให้เห็นร่องรอยของเศษกระสุน
ภาพถ่ายโดย มหาวิทยาลัย Warwick และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด

ทว่าผลการวิเคราะห์จากไมโคร-ซีทีสแกนบริเวณส่วนหัวและคอของซากนกล่าสุด ได้เผยให้เห็นถึงร่องรอยของเศษตะกั่วกระจัดกระจายอยู่ในเนื้อเยื่อของมัน ซึ่งเศษตะกั่วเหล่านี้เป็นชนิดเดียวกันกับที่ใช้สำหรับทำกระสุนล่าสัตว์ในช่วงเวลานั้น “ในตอนแรกที่เราขออนุญาตทางอ็อกซ์ฟอร์ดเพื่อสแกนมัน เราคาดหวังว่าจะได้ศึกษาเกี่ยวกับอนาโตมี หรือพบข้อมูลใหม่ที่บ่งชี้ว่าพวกมันสูญพันธุ์ได้อย่างไร” Mark Williams กล่าว “เราไม่คิดเลยว่าจะพบกับสิ่งนี้”

การค้นพบครั้งนี้นำมาสู่คำถามตามมาว่า เจ้านกโดโดตัวนี้มาลงเอยที่พิพิธภัณฑ์ได้อย่างไร “Tradescant จัดเก็บตัวอย่างนกโดโดอย่างไร เรื่องนี้ยังคงเป็นปริศนาครับ” Paul Smith ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ดกล่าว “รวมไปถึงคำถามสำคัญก็คือ ใครเป็นคนฆ่า?”

ในฐานะของตัวอย่างนกโดโดที่มีความสมบูรณ์ที่สุด Williams ตั้งเป้าหมายว่าในการตรวจสอบลึกลงไปถึงระดับ DNA น่าจะช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าเจ้าสัตว์สูญพันธุ์ตัวนี้เคยมีชีวิตอยู่เช่นไร พวกมันกินอะไรเป็นอาหาร ตลอดจนญาติผู้ใกล้ชิดของมันคือสัตว์สายพันธุ์ใด “มันคือนกที่ไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ เห็นได้ชัดเลยว่าใครบางคนยิงมันจากข้างหลัง” เขากล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับ LiveScience หวังว่าหลังการวิเคราะห์เพิ่มเติมอาจช่วยเปิดเผยข้อมูลมากยิ่งขึ้นว่านกตัวนี้ตายในมอริเชียสแล้วถูกส่งมายังสหราชอาณาจักร หรือตายในสหราชอาณาจักรกันแน่

นกโดโด
ภาพวาดของนกโดโดจากหนังสือ Extinct Birds โดย Walter Rothschild เมื่อปี 1907

ทั้งนี้นกโดโดเป็นนกขนาดใหญ่ มีถิ่นอาศัยแค่บนเกาะมอริเชียสเท่านั้น พวกมันบินไม่ได้และเคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่เป็นสัตว์ที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในมอริเชียส เนื่องจากไม่มีนักล่าที่มีขนาดใหญ่กว่า จนกระทั่งเมื่อมีการค้นพบเกาะแห่งนี้ในปี 1598 และใช้เป็นจุดพักระหว่างการเดินเรือ นกโดโดจำนวนมากถูกจับกินเป็นอาหาร รวมถึงสัตว์อื่นๆ เช่นหนูและแมวที่ติดมากับเรือก็ได้ลงมาขยายพันธุ์บนเกาะส่งผลให้ระบบนิเวศของเกาะเปลี่ยนแปลงไป จนในที่สุดพวกมันก็สูญพันธุ์ไปจากโลกในปี 1662

เรื่อง Natasha Frost

 

อ่านเพิ่มเติม

สัตว์มหัศจรรย์ เหล่านี้สูญพันธุ์เพราะมนุษย์

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.theguardian.com/science/2018/apr/20/most-fowl-oxford-dodo-shot-in-the-back-of-the-head

https://www.atlasobscura.com/articles/dodo-murdered-oxford-university

 

เรื่องแนะนำ

สานภารกิจพิทักษ์กอริลลาสุดสายหมอก

ตามรอยภารกิจอนุรักษ์กอริลลาในเขตอุทยานแห่งชาติโวลเคโนส์ ของรวันดา และรำลึกถึง "ไดแอน ฟอสซีย์" หญิงชาวอเมริกันผู้พิทักษ์กอริลลา หากไม่มีเธอ รวันดาในวันนี้คงไม่เหลือกอริลลาแล้ว แม้แต่ตัวเดียว

นี่ไม่ใช่ก้อนสมอง! แต่คือสิ่งมีชีวิตหลายตัว

ก้อนเมือกเหนียวบางอย่างถูกค้นพบเข้าโดยบังเอิญ ในทะเลสาบแห่งหนึ่งของรัฐแวนคูเวอร์ แคนาดา เจ้าก้อนประหลาดนี้มีลักษณะเหมือนสมองของมนุษย์ และมีเมือกสีเขียวปกคลุมรอบตัว สร้างความขยะแขยงปนสงสัยใคร่รู้ให้แก่ผู้พบเจอ แท้จริงแล้วก้อนที่ดูเหมือนเสมหะนี้คืออาณานิคมของสัตว์ชนิดหนึ่งที่เรียกกันว่า “ไบรโอซัว” (Bryozoans) สัตว์ทะเลโบราณที่มีลักษณะคล้ายกับปะการัง พวกมันจะเกาะกลุ่มกันเป็นก้อนและเชื่อมต่อกันด้วยเมือกเหนียวที่สร้างขึ้นจากร่างกาย ซึ่งภายในมีจำนวนสมาชิกมากกว่า 4,000 ตัวเลยทีเดียว ไบรโอซัวสามารถพบได้ทั่วโลก แต่ส่วนมากแล้วสัตว์ชนิดนี้อยู่ในทะเล และมีเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถพบในน้ำจืดได้   อ่านเพิ่มเติม : สปีชีส์ใหม่ๆ ของสัตว์และพืชถูกค้นพบทุกวันในป่าแอมะซอน, ลิงหายากจากป่าแอมะซอน ถูกพบอีกครั้งในรอบ 80 ปี

ค้างคาวจำศีลในหิมะ

ค้างคาวจำศีลในหิมะ สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วชนิดใดกันนะที่อาศัยอยู่ในรูหิมะ ของญี่ปุ่น…มันคือค้างคาวจมูกท่อที่กำลังจำศีล หากไม่นับรวมหมีขั้วโลกแล้ว ค้างคาวน่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่สามารถมีชีวิตรอดแม้อาศัยอยู่ในกองหิมะได้ ต่างกันตรงที่พวกมันไม่มีขนหนาและชั้นไขมันเหมือนหมีขั้วโลก ในการเอาชีวิตรอดจากหิมะ ค้างคาวจมูกท่อจะลดอุณหภูมิร่างกายตลอดจนอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อใช้พลังงานน้อยที่สุด นี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์พบหลังสงสัยมานานว่าเจ้าสัตว์ขนาดเล็กเหล่านี้สามารถเอาชีวิตรอดจากฤดูหนาวได้อย่างไร นอกจากนั้นภาพจากกล้องจับความร้อนยังแสดงให้เห็นว่าค้างคาวสามารถฟื้นคืนอุณหภูมิร่างกายได้อย่างรวดเร็ว เพื่อบินหนีไปก่อนกองหิมะที่มันขุดรูอยู่อาศัยไว้จะถล่มลงมาทับอีกด้วย สำหรับสาเหตุที่พวกมันเลือกจำศีลในกองหิมะนั้น นักวิทยาศาสตร์คิดว่าเป็นเพราะเพื่อหลีกเลี่ยงจากการถูกล่า อีกทั้งยังง่ายต่อการหาน้ำอีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม ค้างคาวแวมไพร์มีชีวิตด้วยเลือดเพียงอย่างเดียวได้อย่างไร?

ชมความน่ารักของลูกแพนด้าแบบ 360 องศา

ร่วมเดินทางเข้าไปในศูนย์วิจัยแพนด้ายักษ์ของนครเฉิงตู ของประเทศจีน พร้อมกับ Ami Vitale ช่างภาพจาก เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เพื่อชมภาพความน่ารักของสถานอนุบาลลูกแพนด้า ในวิดีโอแบบ 360 องศา สถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่บรรดานักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์เพาะพันธุ์และดูแลลูกแพนด้า เพื่อรับมือกับปัญหาการลดลงของประชากรของแพนด้ายักษ์ที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งนอกจากความใส่ใจที่เจ้าหน้าที่มอบให้แล้ว ที่นี่พวกมันยังจะได้เรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดเองในป่า เมื่อถึงเวลาที่พวกมันต้องกลับคืนสู่ป่าอีกด้วย…ลองชมกันดูว่าลูกแพนด้านั้นซนกันแค่ไหน แต่จะซนอย่างไร ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจ เพราะแพนด้าน้อยเหล่านี้น่ารักน่าชังเสียจริง   อ่านเพิ่มเติม : คืนแพนด้าสู่ธรรมชาติ, คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้