สำรวจรุ่นของเครื่องบิน กับบันทึก 5 อันดับ อุบัติเหตุทางเครื่องบิน ที่ร้ายแรงที่สุดในโลก

สำรวจรุ่นของเครื่องบิน กับบันทึก 5 อันดับ อุบัติเหตุทางเครื่องบิน ที่ร้ายแรงที่สุดในโลก

อุบัติเหตุทางเครื่องบิน แม้เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้ง แต่ก็ทำให้ผู้คนกังวลและตั้งคำถามถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะรุ่นของเครื่องบินที่ใช้ในอุบัติเหตุแต่ละครั้งว่าจะมีโอกาสขัดข้องอีกหรือไม่

จากกรณี อุบัติเหตุทางเครื่องบิน ของสายการบิน Ethiopian Airlines เที่ยวบิน ET 302 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือ 157 คนบนเครื่องบินเสียชีวิตทั้งหมด จึงเกิดการตั้งคำถามถึงรุ่นของเครื่องบินที่ใช้ทำการบินในเที่ยวบินดังกล่าว โดยเครื่องบินรุ่นที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้คือ Boeing 737 Max 8 ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ของบริษัท Boeing ให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2017

ทว่า ในเดือนตุลาคม 2018 เครื่องบิน Boeing 737 Max 8 ประสบอุบัติเหตุตกครั้งแรกที่ทะเลชวา ประเทศอินโดนีเซีย มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 189 คน และเพียงแค่ไม่ถึง 5 เดือนถัดมา เครื่องบินรุ่นนี้ก็เกิดอุบัติเหตุกับสายบิน Ethiopian Airlines อีกครั้ง ทำให้สายการบินและหน่วยงานด้านการบินต่าง ๆ เริ่มตั้งคำถามว่าเครื่องบิน Boeing 737 Max 8 นั้นมีความปลอดภัยมากพอที่จะทำการบินในอนาคตหรือไม่

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้องค์การบริหารการบินพลเรือนของประเทศจีน ได้สั่งให้สายการบินในประเทศจีนระงับการให้บริการโดยเครื่องบินรุ่นนี้ไปแล้ว และสายการบิน Ethiopian Airlines เอง ก็ได้ระงับการใช้งานเครื่องบินรุ่นนี้ไปแล้วเช่นกัน แน่นอนว่าหลังจากนี้อาจมีหน่วยงานการบินของประเทศอื่น ๆ ออกมาตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของเครื่องบินรุ่นนี้ และถึงแม้ว่าในขณะนี้ไม่มีสายการบินใดในประเทศไทยใช้เครื่องบินรุ่นนี้เพื่อทำการบิน แต่ก็อาจมีการทบทวนในเรื่องของใช้งานเครื่องบินรุ่นนี้มากขึ้น ทั้งจากสายการบินต่าง ๆ และผู้ที่ต้องเดินทางโดยเครื่องบิน

อุบัติเหตุที่เกิดกับเครื่องบินรุ่นต่าง ๆ

แม้ว่า อุบัติเหตุทางเครื่องบิน อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ารุ่นของเครื่องบินที่เกิดอุบัติเหตุในแต่ละครั้งถูกตั้งคำถามถึงคุณภาพความปลอดภัย เพราะสาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุทางอากาศเหล่านี้มักมาจากการขัดข้องของเครื่องยนต์ หรือขาดระบบและอุปกรณ์ที่ทำให้การบินในแต่ละครั้งมีความปลอดภัย จึงทำให้มีการตั้งคำถามไปในขั้นตอนในสายการผลิตเครื่องบิน หรืออาจเป็นที่มาของการพัฒนาเครื่องบินรุ่นใหม่ ๆ ที่มีระบบความปลอดภัยดีขึ้นกว่าเดิม

นี่คือรายละเอียดของ อุบัติเหตุทางเครื่องบิน ที่ร้ายแรงที่สุด 5 ลำดับ พร้อมรุ่นของเครื่องบินที่เกิดอุบัติเหตุ


อันดับ 1 ภัยพิบัติแห่งสนามบิน Tenerife

สายการบิน: KLM Royal Dutch Airlines และ Pan American World Airways

วันเกิดอุบัติเหตุ: 27 มีนาคม 1977

จำนวนผู้เสียชีวิต: 583 คน (ผู้รอดชีวิต 61 คน)

รุ่นของเครื่องบิน: Boeing 747-206B (KLM) และ Boeing 747-121 (Pan American)

อุบัติเหตุทางเครื่องบิน, สนามบินเตเนริเฟ
ภาพของซากเครื่องบินสองลำหลังจากเกิดอุบัติเหตุชนกันในสนามบิน Tenerife ในเดือนมีนาคม 1977 ขอบคุณภาพจาก https://www.telegraph.co.uk/travel/comment/tenerife-airport-disaster

อุบัติเหตุทางการบินที่ร้ายแรงที่สุดในโลกครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่บริเวณพื้นที่ทางธรรมชาติ แต่กลับเกิดในพื้นที่สนามบิน Los Rodeos ที่ตั้งอยู่บนเกาะ Tenerife (ปัจจุบันคือสนามบิน Tenerife) ในประเทศสเปน

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการที่เครื่องบินทั้งสองลำต้องเปลี่ยนเส้นทางมาจากสนามบิน Gran Canaria ซึ่งในขณะนั้นมีเหตุลอบวางระเบิด เครื่องบินหลายลำจึงต้องเปลี่ยนเส้นทางมายังสนามบิน Los Rodeos ทำให้เกิดภาวะเครื่องบินแน่นขนัดภายในสนามบิน และในวันนั้นเกิดภาวะหมอกลงจัด ทำให้ทั้งหอบังคับการบินและนักบินไม่ทราบตำแหน่งที่ชัดเจนของเครื่องบินที่อยู่บนรันเวย์ ประกอบกับการสื่อสารทางวิทยุที่ไม่ชัดเจน เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมนี้ขึ้น

การชนกันของเครื่องบินเริ่มต้นเมื่อเครื่องบิน Boeing 747-206B ของสายการบิน KLM พยายามนำเครื่องขึ้นบินในขณะที่เครื่องบิน Boeing 747-121 ของสายการบิน Pan American กำลังจอดอยู่ในรันเวย์เดียวกัน โดยกว่าที่นักบินของสายการบิน KLM จะทราบว่ามีเครื่องบินอีกลำจอดอยู่ก็ไม่สามารถหักหลบได้ทันการณ์ จึงเกิดการชนกันจนไฟลุกท่วมเครื่องบินทั้งสองลำ โดยไม่มีผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินของสายการบิน KLM ในขณะที่เครื่องบินของสายการบิน Pan American มีผู้รอดชีวิตทั้งหมด 61 คน


อันดับ 2

สายการบิน: Japan Airlines เที่ยวบิน 123

วันเกิดอุบัติเหตุ: 12 สิงหาคม 1985

จำนวนผู้เสียชีวิต: 520 คน (ผู้รอดชีวิต 4 คน)

รุ่นของเครื่องบิน: Boeing 747SR-146

อุยัติเหตุทางเครื่องบิน, เจแปนแอร์ไลน์ 123
ภาพการเก็บกู้ซากเครื่องบินของสายการบิน Japan Airlines เที่ยวบิน 123 ที่ตกในบริเวณภูเขาโอซูทากะ เมื่อเดือนสิงหาคม 1985 ขอบคุณภาพจาก https://www.avgeekery.com/jal-flight-123-when-a-seven-year-old-shoddy-repair-job-brought-down-a-747/

เหตุการณ์เครื่องบินตกของเครื่องบินตระกูล Boeing 747 นี้เป็นเหตุการณ์เครื่องบินตกลำเดียวที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ภูเขาโอซูทากะ ในจังหวัดกุนมะ ซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น โดยระหว่างที่เครื่องบิน Boeing 747SR-146 กำลังไต่ระดับขึ้นสู่ความสูงเพดานบินที่ 38,000 ฟุต ตัวเครื่องบินได้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และเกิดการสูญเสียแรงดัน ทำให้เครื่องบินสูญเสียการควบคุมและร่วงหล่นลงสู่พื้น เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเป็นเวลาราว 12 นาที ก่อนที่เครื่องบินจะพุ่งชนกับภูเขาในที่สุด โดยสาเหตุสำคัญของเหตุการณ์เครื่องบินตกครั้งนี้เกิดจากความผิดพลาดในการซ่อมบำรุงของสายการบินก่อนทำการบิน ทำให้ระบบเครื่องยนต์เกิดความผิดพลาดและเกิดโศกนาฏกรรมดังกล่าว


อันดับ 3

สายการบิน: Saudia Airlines เที่ยวบินที่ 763 และ Kazakhstan Airlines เที่ยวบินที่ 1907

วันเกิดอุบัติเหตุ: 12 พฤศจิกายน 1996

จำนวนผู้เสียชีวิต: 349 คน (ไม่มีผู้รอดชีวิต)

รุ่นของเครื่องบิน: Boeing 747 – 168B (Saudia Airlines) และ Ilyushin Il-76TD (Kazakhstan Airlines)

Charkhi Dadri wreckage
ภาพซากเครื่องบินสองลำในเมือง Charkhi Dadri หลังเกิดเหตุการณ์ชนกันกลางอากาศ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 1996 ขอบคุณภาพจาก https://allthatsinteresting.com/charkhi-dadri-collision

เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์เครื่องบินชนกลางอากาศที่ร้ายแรงที่สุดในโลก เกิดขึ้นบริเวณเหนือน่านฟ้าในเมือง Charkhi Dadri ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย การชนกันครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเครื่องบิน Ilyushin Il-76TD ของ Kazakhstan Airlines กำลังลดเพดานบินลงสู่ระดับ 15,000 ฟุต และจากนั้นได้ลดระดับความสูงลงมาที่ระดับ 14,500 ฟุต เป็นจังหวะเดียวกันกันเครื่องบิน Boeing 747 – 168B ของสายการบิน Saudia Airlines กำลังไต่ระดับความสูงเดียวกันในทิศทางตรงกันข้าม ประกอบกับหอวิทยุบังคับการบินแจ้งเตือนเครื่องบินทั้งสองลำไม่ทันการณ์ จึงเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ขึ้น


อันดับ 4

สายการบิน: Turkish Airlines เที่ยวบินที่ 981

วันเกิดอุบัติเหตุ: วันที่ 3 มีนาคม 1974

จำนวนผู้เสียชีวิต: 346 คน (ไม่มีผู้รอดชีวิต)

รุ่นของเครื่องบิน: McDonnell Douglas DC-10

หน่วยกู้ภัยกำลังกู้ซากเครื่องบิน รุ่น Douglas DC-10 ของสายการบิน Turkish Airlines เที่ยวบิน 981 ในบริเวณใกล้กรุงปารีส ขอบคุณภาพจาก https://www.nydailynews.com/news/remembering-turkish-airlines-dc-10-crash-gallery-1.2551979

เครื่องบินรุ่น McDonnell Douglas DC-10 ที่บรรทุกผู้โดยสาร 335 คน และลูกเรือ 11 คน เกิดอุบัติตกที่ The Ermenonville ในทางตอนเหนือของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยเที่ยวบินนี้เดินทางจากสนามบินออร์ลี (Orly Airport) ของกรุงปารีสมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ (London Heathrow Airport) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยหลังจากทำการบินได้เพียง 10 นาที ประตูห้องเก็บสัมภาระด้านหลังซ้ายเปิดออกขณะทำการบิน จึงเกิดรอยรั่วในเครื่องบิน ทำให้ความดันอากาศภายในห้องโดยสารลดลง จนเครื่องบินเสียการควบคุมและตกสู่พื้นโลกในที่สุด โดยหลังจากเหตุการณ์นี้ กลไกระบบล็อกประตูของห้องเก็บสัมภาระของเครื่องบินรุ่นนี้ได้ถูกออกแบบใหม่ให้มีความปลอดภัยมากขึ้น


อันดับ 5

สายการบิน: Saudia Airlines เที่ยวบินที่ 163

วันเกิดอุบัติเหตุ: 19 สิงหาคม 1980

จำนวนผู้เสียชีวิต: 301 คน (ไม่มีผู้รอดชีวิต)

รุ่นของเครื่องบิน: Lockheed L-1011 TriStar

สภาพเครื่องบินรุ่น Lockheed L-1011 TriStar ของสายบิน Saudia Airlines เที่ยวบิน 163 หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้จนผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งหมด ขอบคุณภาพจาก https://www.nmdnconference.com/l-1011-fire-saudi.html

หลังจากที่เครื่องบิน Lockheed L-1011 TriStar ลำนี้ทำการบินออกจากสนามบินของกรุงริยาดเพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองเจดดาห์ไปเพียงไม่กี่นาที ก็ต้องลงกลับมาจอดฉุกเฉินที่สนามบินในกรุงริยาดอีกครั้งหลังจากนักบินพบว่าเกิดไฟไหม้ที่ห้องเก็บสัมภาระ แต่ทว่าหลังจากที่เครื่องบินได้ลงจอดฉุกเฉินแล้ว เครื่องบินก็ยังเกิดเพลิงไหม้อย่างต่อเนื่อง การอพยพผู้โดยสารลงจากเครื่องไม่สามารถทำได้เนื่องจากกัปตันเครื่องบินไม่สามารถเปิดประตูฉุกเฉินของเครื่องบิน โดยต้องใช้เวลานานนับ 20 นาที จึงจะสามารถเปิดประตูเครื่องบินได้ ก่อนจะพบว่าผู้โดยสารได้สูดดมควันพิษจากเปลวเพลิงเข้าสู่ร่างกายจนเสียชีวิตหมดทั้งลำ


อ่านเพิ่มเติม ยกเลิกการค้นหา เที่ยวบิน MH370 หลังสี่ปีไร้วี่แวว

เรื่องแนะนำ

การปฏิวัตินีโอลิทิค คืออะไร

ผู้หญิงกำลังใช้เคียวเก็บเกี่ยวธัญพืชใน Tras os Monte ในโปรตุเกส ภาพถ่ายโดย VOLKMAR K. WENTZEL, NAT GEO IMAGE COLLECTION การปฏิวัตินีโอลิทิคซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า การปฏิวัติเกษตรกรรม คือการเปลี่ยนจากการล่าสัตว์และหาของป่าไปสู่การทำเกษตรกรรม ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงมนุษยชาติไปตลอดกาล เชื่อกันว่า การปฏิวัตินีโอลิทิค (Neolithic) หรือ การปฏิวัติเกษตรกรรม เกิดขึ้นเมื่อราว 12,000 ปีก่อน มันเป็นช่วงเวลาคาบเกี่ยวระหว่างการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็งครั้งสุดท้ายกับการเริ่มต้นของสมัย (Epoch) ทางธรณีวิทยาที่ในยุคปัจจุบันคือโฮโลซีน (Holocene) การปฏิวัติในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงการกินอยู่ และการมีปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ไปตลอดกาล และได้เบิกทางสู่อารยธรรมมนุษย์สมัยใหม่ ในยุคนีโอลิทิค นักล่าหาของป่า (Hunter-Gatheres) เร่ร่อนอยู่ตามธรรมชาติเพื่อตามล่าและหาอาหาร แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้น นักล่าอาหารกลายเป็นเกษตรกร และเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตนักล่าหาของป่ามาอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งมากขึ้น สาเหตุของการตั้งรกราก แม้ว่าช่วงเวลาและสาเหตุที่แน่นอนของการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เคยเป็นมาจะยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ โดยมีการคาดเดาว่าการเพาะปลูกของมนุษย์เกิดขึ้นครั้งแรกในบริเวณพระจันทร์เสี้ยวอันอุดมสมบูรณ์ (Fertile Crescent หรือบริเวณเมโสโปเตเมีย) ในแถบตะวันออกกลาง อันเป็นบริเวณที่ผู้คนหลายกลุ่มพัฒนาการเกษตรตามแบบของตัวเอง จึงเป็นไปได้ว่า “การปฏิวัติเกษตรกรรม” เป็นการปฏิวัติที่มีการพัฒนาในตัวเองอยู่หลายครั้ง มีหลายสมมติฐานที่ให้คำตอบว่าเหตุใดมนุษย์จึงหยุดเร่ร่อนเพื่อหาอาหารและเริ่มเพาะปลูก ความกดดันทางประชากร (Population Pressure) อาจทำให้เกิดการแย่งชิงอาหารที่มากขึ้น […]

นักบินหญิงเหล่านี้ทลายกำแพงของวงการการบิน

ทุกวันนี้ในวงการนักบินทั่วโลก มีผู้หญิงเพียงแค่ 3% เท่านั้น และย้อนกลับไปในอดีตนักบินหญิงเหล่านี้คือแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งย้ำให้ทุกคนเห็นว่าท้องฟ้ามีที่กว้างพอสำหรับผู้หญิง

10 เรื่องที่คุณอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับไอน์สไตน์

10 เรื่องที่คุณอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับ ไอน์สไตน์ 1.เขาละทิ้งสัญชาติเยอรมันเมื่ออายุ 16 ในช่วงวัยรุ่น อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ รังเกียจความเป็นชาตินิยมทุกรูปแบบ และสนใจที่จะเป็น “พลเมืองของโลก” เสียมากกว่า  เมื่อเขาอายุ 16 เขาละทิ้งสัญชาติ และเป็นคนไร้สัญชาติจนกระทั่งเขาได้รับสัญชาติสวิสในปีค.ศ. 1901 2.ไอน์สไตน์แต่งงานกับนักเรียนหญิงคนเดียวในคลาสวิชาฟิสิกส์ของเขา มิเลวา มาริค เป็นเพียงนักเรียนหญิงคนเดียวในคลาสของไอน์สไตน์ ที่ซูริคโพลิเทคนิค เธอหลงใหลในคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และ ปรารถนาเจะป็นนักฟิสิกส์ด้วยตัวเอง แต่เธอก็ล้มเลิกความตั้งใจนั้นไปเมื่อเธอแต่งงาน และกลายเป็นแม่ของลูกๆไอน์สไตน์ 3.แฟ้มประวัติไอน์สไตน์ของเอฟบีไอมีจำนวนถึง 1,427 หน้า ในปี 1933 เอฟบีไอเริ่มเก็บแฟ้มประวัติของไอน์สไตน์ ไม่นานก่อนที่เขาจะเดินทางมาสหรัฐฯครั้งที่สาม แฟ้มประวัตินี้มีมากถึง 1,427 หน้า มุ่งเน้นไปยังชีวิตของไอน์สไตน์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องสันติภาพและองค์กรสังคมนิยม แม้แต่ เจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ (ผู้อำนวยการและผู้ก่อตั้งเอฟบีไอ) ยังแนะนำว่า ไอน์สไตน์ควรจะถูกห้ามเข้าอเมริกาตามพระราชบัญญัติกีดกันชาวต่างชาติ แต่เขาได้รับการปฏิเสธข้อหาเหล่านี้ 4.ไอน์สไตน์มีลูกนอกสมรส มิเลวาให้กำเนิดบุตรสาวนอกสมรสในปี 1902 ขณะที่อาศัยอยู่กับครอบครัวของเธอในเซอร์เบีย เด็กน้อยมีชื่อว่า ไลเซิล และนักประวัติศาสตร์เชื่อว่าเธอตายตั้งแต่ยังเป็นทารกด้วยโรคไข้อีดำอีแดง (โรคที่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจซึ่งเกิดจากแบคทีเรีย) หรืออาจจะถูกรับไปเลี้ยง […]

เจน กูดดอลล์ กับการค้นพบที่ปฏิวัติความเข้าใจของเราเกี่ยวกับชิมแปนซีไปตลอดกาล

นี่คือบางตอนของภาพยนตร์สารคดีเรื่อง มิสกูดดอลล์กับชิมแปนซีป่า (Miss Goodall and the Wild Chimpanzees) ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ซึ่งออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 1965 (เสียงในภาพยนตร์เป็นเสียงบรรยายของเธอเอง) เจน กูดดอลล์ ในวัยไม่ถึง 30 ปีทำงานวิจัยชิมแปนซีในเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่ากอมเบสตรีม (Gombe Stream Game Reserve) ในดินแดนที่ปัจจุบันคือประเทศแทนซาเนีย ด้วยการสนับสนุนและผลักดันของหลุยส์ ลีคีย์ นักมานุษยบรรพกาลวิทยาในตำนาน นี่คือเรื่องราวการค้นพบสำคัญที่สุดประการหนึ่งของเจน กูดดอลล์ ที่สะเทือนวงการวิทยาศาสตร์ และไม่เคยมีใครบันทึกภาพไว้ได้ เจนสังเกตเห็นชิมแปนซีตัวหนึ่งซึ่งเธอตั้งชื่อให้ว่า เดวิด เกรย์เบียร์ด (เพราะมันมีเคราแพะสีเทาโดดเด่นเป็นที่จดจำ)  นั่งยองๆข้างจอมปลวก มันเด็ดใบหญ้าขึ้นมาใบหนึ่ง แหย่ลงในโพรง แล้วดึงใบหญ้าที่เต็มไปด้วยปลวกออกมา ก่อนจะรูดเข้าปาก ในอีกเหตุการณ์หนึ่ง เจนเห็นมันหักกิ่งไม้แล้วรูดใบทิ้งก่อนจะใช้กิ่งไม้นั้นแย่เข้าไปในจอมปลวก เดวิด เกรย์เบียร์ด แสดงการใช้และการสร้างเครื่องมือเบื้องต้น (Object modification) อันเป็นคุณลักษณะที่เคยเชื่อกันว่า มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ทำได้ ดังคำกล่าวที่ว่า  “Man, the Tool Maker” การค้นพบนี้เท่ากับเป็นการท้าทายความพิเศษของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เมื่อเจนส่งโทรเลขแจ้งข่าวนี้แก่หลุยส์ […]