โสกราตีส คือใคร ประวัติย่อของบิดาผู้ก่อตั้งศาสตร์ปรัชญาตะวันตก

โสกราตีส คือใคร

โสกราตีสได้รับการยอมรับว่าเป็นบิดาผู้ก่อตั้งศาสตร์ปรัชญาตะวันตก เขาได้ตรวจสอบทุกแง่มุมชีวิตของชาวกรีกโบราณ จนนำไปสู่อันตรายต่อตัวเอง

หลายคนมองว่า โสกราตีส เป็นบิดาผู้ก่อตั้งศาสตร์ปรัชญาตะวันตก ซึ่งเป็นหนึ่งในศาสตร์ที่มีความซับซ้อนมากที่สุดในประวัติศาสตร์โบราณ โสกราตีสไม่ได้บันทึกความคิดใด ๆ ของเขา ดังนั้นความรู้ของนักปรัชญากรีกผู้นี้จึงส่งต่อผ่านงานเขียนของบุคคลที่อยู่ร่วมสมัยและเหล่าลูกศิษย์ โดยหนึ่งในนั้นคือเพลโต ผู้เป็นศิษย์เอกที่กลายมาเป็นนักปรัชญาที่มีชื่อเสียง

บรรดานักปราชญ์ยังคงถกเถียงกันถึงเรื่อง “ปัญหาโสกราตีส” นั่นคือเราจะสามารถจำแนกแยกประวัติศาสตร์ของโสกราตีสที่ถูกพรรณาถึงโดยคนอื่นๆ และการตีความถึงตัวโสกราตีสที่มีความแตกต่างกันโดยบรรดาผู้ประพันธ์ที่อยู่ในยุคร่วมสมัยของเขาได้อย่างไร แต่ในอีกด้านหนึ่ง บรรดานักศึกษากฎหมายยังคงยืนยันว่า วิธีการซักถามของโสกราตีสที่เรียกว่า “วิธีของโสกราตีส” ยังคงปรากฏอยู่จนทุกวันนี้ อันเป็นผลมาจากการที่นักคิดผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ได้ตั้งคำถามต่อทุกสิ่งและทุกคนในเอเธนส์เมื่อราวศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสตกาล

ในตอนแรก โสกราตีสมีความโดดเด่นในฐานะทหารกรีกที่รบในสงครามเพโลพอนนีเซียนระหว่างเอเธนส์กับสปาร์ตา เขาได้รับความดีความชอบในเรื่องของการอดทนกับความยากลำบากทางร่างกาย และความความกล้าหาญของเขาเอง โดยเฉพาะเมื่อตอนที่เขาสามารถช่วยชีวิต Alcibiades นายพลที่น่าเคารพนับถือของชาวเอเธนส์ไว้ได้

เมื่อโสกราตีสกลับจากภารกิจสงครามสู่เมืองเอเธนส์แล้ว โสกราตีสก็สร้างชื่อเสียงขึ้นอย่างรวดเร็วในฐานะนักปรัชญา อันมีความหมายว่า “ผู้รักในความรู้” และเขายังเป็นผู้กล่าวสัจพจน์ข้อหนึ่ง ที่กลายมาเป็นคุณลักษณะประจำตัวของเขาว่า “ชีวิตที่ไม่ถูกตรวจสอบนั้นไร้ค่า” และโสกราตีสก็ได้เริ่มต้นการตรวจสอบแง่มุมชีวิตของทุกคนในกรุงเอเธนส์

คาดการณ์กันว่า The Oracle at Delphi หรือนักบวชชั้นสูงแห่งวิหารเทพเจ้าอะพอลโล ณ เมืองเดลฟี ได้กล่าวยกย่องโสกราตีสว่าเป็นบุคคลที่ฉลาดที่สุดในกรุงเอเธนส์ ด้านโสกราตีสก็เชื่อมั่นกับตัวเองว่า บุคคลที่ฉลาดนั้นจะยอมรับในความไม่รู้ของตนผ่านวิธีการตั้งคำถามอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเกิดความเข้าใจและค้นพบความเป็นจริงได้ในที่สุด

กล่าวกันว่าโสกราตีสคอยเฝ้ามองผู้คนและทำท่าหยิ่งผยองบนถนน ไล่ถามผู้คนไปว่าจะนำพาตัวเองไปสู่ความมีศีลธรรมได้อย่างไร และในระหว่างการต่อสู้กับผู้อื่นในเรื่องนี้ เขาไม่ได้ใส่ใจในบุคลิกภาพของตนเลยแม้แต่น้อย เขามักออกจากบ้านไปในช่วงกลางวันด้วยเท้าเปล่าที่ไม่ได้ล้าง สวมผ้าคลุมที่นอน พร้อมกับผมเผ้ายาวและไม่โกนหนวดเครา

ศัตรูที่ดาหน้าเข้ามา

โสกราตีสดึงดูดสาวกที่เป็นเหล่าคนหนุ่ม คนมีอำนาจ และคนร่ำรวยแห่งเอเธนส์ได้มากมาย แต่ก็มีผู้ที่กล่าวร้ายต่อตัวเขาด้วยเช่นกัน เขาได้เข้าไปพัวพันในสงครามน้ำลายกับเหล่านักปรัชญากลุ่ม Sophists แห่งเอเธนส์ที่หาเลี้ยงชีพโดยการสอนทักษะโวหาร ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นในสนามการเมืองให้กับบรรดาเศรษฐีแห่งเอเธนส์ โสกราตีสได้ติเตียนอาจารย์กลุ่ม Sophists ว่าเป็นกลุ่มคนที่มาทำเรื่องเล่นกับปรัชญา ซ้ำยังต้องจ่ายเงินให้พวกเขาด้วย ความเกลียดชังของทั้งสองฝ่ายกลายมาเป็นหัวข้อของบทละครเสียดสีชื่อว่า The Clouds ซึ่งแต่งโดย Aristophane นักการละครชวนหัวในยุคกรีกโบราณ บทละครที่มีชื่อเสียงนี้ไม่ได้วิจารณ์แค่เพียงบุคลิกภายนอกที่มิได้น่าดึงดูดเท่าใดนักของโสกราตีสเท่านั้น แต่รวมไปถึงตัวตนของเขาที่แสดงออกมาว่าเป็นคนที่ช่างเพ้อฝัน ไม่ได้อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง

ต่อมาได้บังเกิดสิ่งต่าง ๆ ทำให้นักปรัชญาโสกราตีสต้องกลับมาสู่โลกความเป็นจริง โชคชะตาแห่งการเมืองได้เปลี่ยนไปอย่างมากในกรุงเอเธนส์ โสกราตีสกลายมาเป็นผู้ต้องสงสัย อันเนื่องมาจากการกระทำของเหล่าผู้สนับสนุนและแนวคิดในเชิงปัจเจกบุคคลของโสกราตีสที่ดูเป็นการปฏิปักษ์ต่อรัฐในช่วงที่เต็มไปด้วยปัญหาทางการเมือง ในปี 399 ก่อนคริสตกาล ผู้พิพากษาตัดสินให้เขามีความผิดว่าขาดความเลื่อมใสศรัทธาต่อรัฐ และเป็นผู้ชักจูงเยาวชนไปในทางที่ผิดอีกด้วย

แทนที่จะหลบหนีหรือปฏิเสธความเชื่อของตัวเอง โสกราตีสยอมรับโทษประหารที่ตัวเองได้รับมา เขาใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิตไปเยี่ยมเพื่อนฝูงก่อนที่เขาจะรับโทษดื่มยาพิษที่ทำมาจากต้น Hemlock ซึ่งเป็นพืชมีพิษชนิดหนึ่ง ตามบันทึกของเพลโตได้กล่าวไว้ว่า “เขา (โสกราตีส) มีท่าทางและคำพูดที่มีความสุข และตายไปโดยไร้ซึ่งความหวาดกลัว”

โสกราตีสเป็นผู้มีความกล้าหาญที่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นจากการตายและชีวิตของเขา โดยความกล้าหาญและแรงบันดาลใจนี้ได้ถูกพินิจพิเคราะห์ต่อมาในช่วงเวลาอีกนับพันปี


อ่านเพิ่มเติม สุรา นารี และปัญญา: การสังสรรค์ของชาวกรีกโบราณ

เรื่องแนะนำ

ค้นพบสุสานหมู่เก่าแก่กว่าจักรวรรดิแอซเท็ก

ค้นพบสุสานหมู่เก่าแก่กว่าจักรวรรดิแอซเท็ก ทีมนักโบราณคดีจากสถาบันโบราณคดีและประวัติศาสตร์ชาติเม็กซิโกค้นพบสุสานหมู่ที่มีความเก่าแก่ถึง 2.400 ปี บริเวณทางตอนใต้ของเม็กซิโก ภายในประกอบด้วยโครงกระดูกจำนวน 10 ร่างนอนทับซ้อนกัน จากอายุแล้วโครงกระดูกเหล่านี้เป็นของผู้คนในยุคโบราณที่อยู่อาศัยมาก่อนที่อารยธรรมแอซเท็กจะถือกำเนิดขึ้น โครงกระดูกที่พบมีทั้งชายและหญิงซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นวัยรุ่น นอกจากนั้นยังพบโครงกระดูกของเด็กทารก และเครื่องปั้นเซรามิก ทีมนักโบราณคดีเชื่อว่าโครงกระดูกทั้งหมดนี้เสียชีวิตในช่วงเวลาเดียวกัน แต่สาเหตุการตายและเหตุที่ว่าทำไมร่างของพวกเขาจึงถูกนำมาฝังรวมกันนี้ยังคงเป็นปริศนา   อ่านเพิ่มเติม แผนที่เก่าแก่ของชาวแอซเท็กฉายภาพวิถีชีวิตในอดีต

หากสองเกาหลีรวมกันอีกครั้ง

ประชาชนชาวเกาหลีมีความคิดเห็นอย่างไรต่อการกลับมารวมประเทศกันอีกครั้ง ด้านนักวิชาการเชื่อว่ากระบวนการรวมชาติเกาหลีต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากถึงหลายล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ และคงใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปี กว่าสองประเทศที่แตกต่างจะกลับมาเป็นหนึ่งได้

เสด็จประพาสต้น ตามรอยพระบาท สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง

ร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช ในสารคดีภาพชุดพิเศษ เสด็จประพาสต้น ตามรอยพระบาท สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง

กว่าจะมาเป็นสุดยอดนักรบสปาร์ตัน

ชายที่สามารถเข้าร่วมทำศึกสงครามได้นั้น จะต้องถูกคัดเลือกและเข้าฝึกฝนตั้งแต่เยาว์วัย พบเจอบททดสอบเพื่อเป็นประตูสู่หนทางแห่งนักรบในภายภาคหน้า และที่สำคัญยังมีความลับเกี่ยวกับกองทัพชาวสปาร์ตาที่ไม่ได้เปิดเผยให้ผู้คนได้รับรู้