ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม แผนที่เก่าในศตวรรษที่ 4 คือเครื่องยืนยัน - Page 2 of 2 - National Geographic Thailand

ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม แผนที่เก่าในศตวรรษที่ 4 คือเครื่องยืนยัน

จากสเปนถึงอินเดีย

แผนที่พิวติงเจอร์ไม่ใช่แผนที่สำหรับอาณาจักรโรมันเท่านั้น มันเริ่มต้นจากตะวันตกไกล หรือสเปนในปัจจุบันลากยาวไปสิ้นสุดที่อนุทวีปอินเดียและศรีลังกา ครอบคลุมทั้งหมดของ ecumene (ในภาษากรีกแปลว่าโลกทั้งหมดที่เราอาศัยอยู่) และยังประกอบด้วยรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายตลอดเส้นทาง

แม่น้ำและทะเล, ลักษณะทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนบ้านเมืองถูกวาดผ่านสีสันอันสดใส แผนที่ยังแสดงตำแหน่งที่ตั้งของที่พักแรมที่บรรดานักเดินทางสามารถพักผ่อนระหว่างการเดินทางได้อีกด้วย ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลจำเป็นสำหรับการเดินทางอันยาวนาน ท่าเรือขนส่งสินค้าของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนพบเห็นได้ในแผนที่

รายละเอียดของข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าแผนที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการทหาร แม้ว่าจะสามารถใช้ได้ก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดมีความเป็นคู่มือการเดินทาง ยกตัวอย่างเช่น ข้อความที่ระบุถึงคาบสมุทรไซนาย : ทะเลทรายที่ซึ่งโมเสสพาคนอิสราเอลเดินเท้านาน 40 ปี ซึ่งบรรดานักวิชาการไม่มั่นใจว่าข้อความลักษณะนี้ปรากฏในต้นฉบับอยู่แล้ว หรือถูกเขียนขึ้นใหม่ โดยนักเขียนแผนที่ในยุคกลาง

ข้อความระบุถึงตะวันออกไกล พื้นที่ที่เป็นทาร์จิกิสถานในปัจจุบัน แสดงถึงขอบเขตที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชจะสามารถแผ่ขยายอาณาเขตไปได้ ซึ่งนักวิชาการเชื่อว่าข้อมูลนี้ถูกเพิ่มขึ้นในยุคกลาง เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิโรมัน

(เหตุใดแผนที่เก่าต้องเติมสิ่งแปลกๆ ลงไปในพื้นที่ว่างด้วย?)

ศูนย์กลางของความยิ่งใหญ่ทั้งหมดคือกรุงโรม แสดงผ่านภาพการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์ ในมือของพระองค์มีหอกและโล่ พร้อมข้อความ “โรมคือเมืองหลวงของโลก” ถนนทุกเส้นมุ่งสู่กรุงโรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสองเมืองทางตะวันออกนครคอนสแตนติโนเปิล และแอนติออก แม้ว่าภาพที่วาดขึ้นจะมีขนาดเล็กกว่ากรุงโรมก็ตาม และที่น่าสนใจก็คือ เมืองปอมเปอี, เฮอร์คิวเลเนียม และโอโพลอนทิส เมืองโบราณที่ถูกทำลายจากการปะทุของภูเขาไฟวิสุเวียสตั้งแต่คริสตศักราชที่ 1 ก็ถูกวาดอยู่ในแผนที่นี้ด้วยเช่นกัน  ชี้ให้เห็นว่าแม้แผนที่จะถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 4 แต่อาจเป็นการยึดข้อมูลตามแผนที่ดั้งเดิมที่เก่าแก่กว่านั้น

แผนที่เก่า
ดินแดนสุดขอบตะวันออกของอาณาจักรโรมันแทนที่ด้วยสัญลักษณ์ของนักรบหญิงเคียงข้างเสาคอนสแตนติน

 

เส้นทางอันยิ่งใหญ่

ส่วนสำคัญที่สุดของแผนที่คือถนน ความยาว 70,000 โรมันไมล์นี้มีจำนวนมากกว่าแผนที่ Antonine Itinerary ถนนเกือบทั้งหมดถูกวาดด้วยสีแดง อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถคำนวณระยะทางจริงของถนนหรืออัตราส่วนทางภูมิศาสตร์จากแผนที่นี้ได้ และแผนที่พิวติงเจอร์นี้ยังมีข้อมูลที่ผิดไปจากทิศทางในความเป็นจริงเช่น แม่น้ำไนล์ ไหลจากตะวันตกไปยังตะวันออก แทนที่จะไหลจากทิศใต้ไปยังทิศเหนือ

คุณลักษณะนี้อาจอธิบายได้ว่าทั้งหมดคือ แนวความคิดเรื่องเส้นทาง (ภาษากรีก hodós แปลว่าถนน) การจะไปสู่อาณาจักรโรมัน เครือข่ายของถนนก่อตัวขึ้นในพื้นที่ที่อาณาจักรขยายตัวออกไป แนวคิดสมัยใหม่เกี่ยวกับละติจูดและลองติจูดใช้ไม่ได้กับที่นี่ เพราะทุกอย่างดำเนินเป็นเส้นตั้งและนอน ในฐานะทางหลวงสู่อาณาจักร

โดย อแมนด้า คาสเทรโล

แผนที่เก่า
พื้นที่ของทาจิกิสถานในปัจจุบัน

 

อ่านเพิ่มเติม

รวมแผนที่เก่าของคาบสมุทรเกาหลี

เรื่องแนะนำ

ประวัติย่อของเซ็กส์ทอย

เซ็กส์คือความรื่นรมย์ของชีวิต และอุปกรณ์เสริมเหล่านี้อยู่คู่กับเรามานานกว่าที่คิด มาร่วมสำรวจโลกแห่งเซ็กส์ทอยผ่านยุคสมัยของอดีต ปัจจุบัน และอนาคตกัน

รูปที่มีทุกบ้าน

หากมองเผิน ๆ เราคงไม่รู้สึกประหลาดใจกับภาพถ่ายภาพนี้สักเท่าไร แต่ถ้าผมบอกว่าภาพนี้ถ่ายโดยช่างภาพชื่อ ดีน คองเกอร์ มีดีกรีเป็นช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ก็อาจจุดประกายความสนใจขึ้นมาได้บ้าง แล้วถ้าผมบอกเพิ่มอีกว่า ภาพนี้ถ่ายไว้ตั้งแต่ปี 1967 หรือตรงกับ พ.ศ. 2510 เป็นภาพหนึ่งที่ประกอบสารคดีเรื่อง “Hope and Fears in Booming Thailand” ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกันนั้น ก็น่าจะทำให้ใครหลายคนอยากรู้เรื่องราวเบื้องหลังมากขึ้น คำบรรยายภาพภาพนี้ระบุสั้น ๆ ว่า “พระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งกำลังศึกษาพระธรรมอยู่ในกุฏิที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ชายไทยส่วนใหญ่รวมถึงพระมหากษัตริย์ซึ่งพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ประดับอยู่บนผนังห้องจะได้รับผลบุญยิ่งใหญ่จากการบวชเรียนเป็นพระภิกษุ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม” ภาพถ่ายภาพนี้มีอายุเกือบครึ่งศตวรรษ หากบวกเวลาเพิ่มเข้าไปอีก 20 ปีคงหมายถึงหนึ่งชั่วอายุคนและหมายถึงช่วงเวลา 70 ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย รัชสมัยอันยาวนานนี้หมายความว่า คนไทยส่วนใหญ่เกิดและเติบโตขึ้นใน แผ่นดินรัชกาลที่ 9 แม้วันนี้พระองค์จะจากพวกเราไป พร้อม ๆ กับที่ยุคสมัยหรือหน้าประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่หน้าหนึ่งได้ปิดฉากลง นั่นคือความเป็นจริงอันเจ็บปวดที่เราจำต้องยอมรับ  และก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ในบทความเรื่อง “พระราชวงศ์ผู้ทรงงานของไทย” หรือ “Thailand’s Working Royalty” ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับตุลาคม ปี 1982 ผู้เขียนมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อกราบบังคมทูลสัมภาษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสถึงความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองโดยทรงไล่เรียงความเป็นไปในแต่ละรัชกาล จนมาถึงรัชสมัยของพระองค์ว่า “แล้วเราก็เข้ามา [เสด็จขึ้นครองราชย์] ตอนนั้นเราอายุ 18 ถึงตอนนี้ก็ 36 ปีแล้ว เป็นเวลายาวนานทีเดียว ตอนที่เราเข้ามารับหน้าที่นี้ในพระราชวัง ทั้งเก้าอี้และพรมมีรูโหว่ พื้นก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด พระราชวังอยู่ในสภาพเก่าทรุดโทรม ตอนนั้นเป็นช่วงหลังสงคราม และไม่มีใครคอยดูแล เราต้องสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นใหม่ เราไม่รื้อทำลาย แต่ค่อย ๆ ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันทีละชิ้น นี่ก็ล่วงเข้า 36 ปีแล้ว ดังนั้นรัชสมัยนี้อาจเป็นเรื่องของการก้าวไปทีละก้าว [เป็น] วิวัฒนาการมองหาสิ่งดี ๆ จากอดีต ประเพณียังคงอยู่และได้รับการปรับเปลี่ยน นี่คือบทเรียน: เรานำประเพณีเก่าแก่มาบรูณะขึ้นใหม่ เพื่อใช้ประโยชน์ในปัจจุบันและอนาคต”      ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้   อ่านเพิ่มเติม : คุยกับซีซาร์ มิลแลน, ๙ ช่างภาพสารคดีกับในหลวงรัชกาลที่ ๙

9 มัมมี่ที่ไม่ธรรมดา

วัฒนธรรมการทำมัมมี่หาใช่เกิดขึ้นแค่ในอียิปต์ และเหล่านี้คือตัวอย่างของมัมมี่อันโดดเด่นจากหลายประเทศทั่วโลก