เปิดลายมือคุณพี่หมื่นตัวจริง จากเอกสาร “ต้นทางฝรั่งเศส” - Page 2 of 2 - National Geographic Thailand

เปิดลายมือคุณพี่หมื่นตัวจริง จากเอกสาร “ต้นทางฝรั่งเศส”

คุณพี่หมื่น
ตัวอย่างเอกสารจาก “ต้นทางฝรั่งเศส” หน้า 1 บันทึกเกี่ยวกับการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทวดาให้ช่วยอวยพรให้การเดินทางครั้งนี้ปลอดภัยพ้นจากอันตราย

บทแปล

๐ ไหว้คุณท่านทั้งหลาย        ฝูงเจ้านายอันมีคุณ

แก่ข้าเป็นอาดุล                  ข้ากราบไหว้จงค้ำชู

๐ ข้ารู้พระคุณนัก                 บ่ได้อกกตัญญู

  ขอจงตามค้ำชู                 ให้ข้ารอดกลับคืนมา

๐ ข้าไหว้ถ้วนสามคาบ            เคารพกราบทวนสามลา

ลุกนั่งถ้วนสามครา                ขอให้ข้าไปมีชัย

                                     ๐ ศุภมัสดี

ศักราชพระศรี                     สองพันล่วงไป

สองร้อยยี่สิบ                      เก้าวษาใน

สูระชะยามชัย                     มิคเศียรมาส

                                    ๐ สัตตมีดิถี

กาฬปักขี                          ปีอุสพราช

เหมันตเพลา                      พระสนธโยบาต

จีงเขจรยาต                        ตราลีลาไป

                                    ๐ ตั้งหน้าออกมา

จากบางเจ้าพญา                 พระทวารอันยิ่งใหญ่

จักไปฝรั่งเศส                     ปรเทศเมืองไกล

ข้ายกมือไหว้                      อารักษ์ทั้งปวง

คุณพี่หมื่น
ตัวอย่างเอกสารจาก “ต้นทางฝรั่งเศส” หน้า 2 บันทึกเกี่ยวกับการเดินทางมุ่งหน้าลงใต้ ผ่านเกาะมากมายไม่ว่าจะเป็นเกาะสีชัง เกาะมัน เกาะไผ่

บทแปล

๐ ไหว้เทพารักษ์

อันใหญ่สูงศักดิ์                      อยู่ในแหลมหลวง

เทพาปากน้ำ                          ถ้ำเถื่อนทั้งปวง

สิบนี้คือดวง                           ถวายแก่เทพา

๐ ช่วยคุ้มสืบสาย

อย่ามีอันตราย                        ทุกข์ภัยโรคา

ขอข้ามีชัย                            สุขเกษมเปรมปรา

ตราบเท่ากลับมา                     เถิงพระนคร

๐ ครั้นเคลื่อนเภตรา

พระพายุพัดพา                      ออกยังสาคร

เห็นรั้วชัยมาร                         ปักอยู่สลอน

ทิวฝั่งพระนคร                        ค่อยอยู่เถิดนา

๐ ครั้งถึงน้ำเขียว

เร่งแลเร่งเหลียว                     จรลิ่วสุดตา

พระทะเลใหญ่กว้าง                 ลึกพ้นคณนา

พระพายพัดพา                      สำเภาลอยไป

๐ เห็นเกาะสีชัง

เขาทั้งสามตั้ง                        เห็นมาแต่ไกล

อยู่ทิศซ้ายมือ                       เมื่อเราจรไป

บ่ายหน้าคลาไคล                  ไปทิศอาคเนย์

๐ เกาะไผ่เกาะมัน

สุดแหลมเกาะนั้น                  ชื่อหัวจระเข้

ลมว่าวพัดออก                     ระลอกทุ่มเท

สำเภารวนเร                        แล่นไปตามลม

 

บทแปล

๐ ข้าไหว้พระมารดา             คุณแม่ข้าล้ำแดนไตร

ข้ายังไป่แทนได้                  ข้ายกไว้เหนือเกศี

๐ ข้าไหว้พระบิดา                 คุณพ่อข้าล้ำธรณี

พระคุณท่านมากมี                ข้ายกไว้เหนือเกศา

๐ ไหว้คุณพระอาจารย์            อันท่านสั่งสอนธรรมมา

สอนสรรพวิชา                     ข้าวันทายกคุณบุญ

 

คุณพี่หมื่น
ตัวอย่างเอกสารจาก “ต้นทางฝรั่งเศส” หน้า 4 เดินทางถึงช่องแคบปังกา ต้องใช้ระยะเวลาห้าวันกว่าจะผ่านไปได้

บทแปล

๐ ในช่องปังกา

ชมแต่ฝูงปลา                         ว่ายมาไสว

ตามกันเปนหมู่                       เปนคู่คลาไคล

เที่ยวตามกันไป                     ในสมุทรสาคร

๐ ไปในช่องนั้น

ได้แต่กลางวัน                        ครั้นค่ำหยุดนอน

ด้วยกลัวการัง                        ใต้น้ำสาคร

พระพรายพัดอ่อน                     ดุจนอนกับเรือน

๐ เมื่อเพลาค่ำ

พระสูรียตกต่ำ                       ชมแต่ดาวเดือน

พรัดมาคนเดียว                     เปลี่ยวบ่มีเพื่อน

ชมดาวชมเดือน                     สว่างร้อนดับหาย

๐ แต่ไปในช่อง

สำเภาลอยล่อง                     ห้าวันบ่คลาย

จึ่งเถิงปากช่อง                      ต้องที่เคืองคาย

แต่ล้วนทรายดิน                    โยกย้ายบ่ไหว

๐ จึ่งนายกำปั่น

ให้เอาสำปั้น                          ขันช่อออกไป

แม้นฉุดแม้นช่อ                       สักเท่าใดใด

บ่ได้หวาดไหว                        ไปพ้นที่เคือง

๐ ต่อน้ำขึ้นมา

สำเภาเภตรา                          จึงค่อยบรรเทือง

ค่อยขัยค่อยขยด                      ค่อยปลดค่อยเปลื้อง

ออกรอดจากเคือง                     ลอยล่องท่องไป

 

คุณพี่หมื่น
ตัวอย่างเอกสารจาก “ต้นทางฝรั่งเศส” หน้า 5 เดินทางถึงบริเวณหมู่เกาะชวา ตื่นตาตื่นใจกับทัศนียภาพอันงดงามและเกาะแก่งจำนวนมากมาย

บทแปล

๐ ครั้นพ้นปากช่อง

พระพายพัดต้อง                    เขจรคลาไคล

เห็นเกาะการัง                        ตั้งอยู่ไสว

หนทางขวาไป                        คลื่นซัดฉาดฉาน

๐ เถิงเกาะทั้งสี่

อยู่กลางนที                            ดูหลากพิสดาร

เรียงรายกันอยู่                         เปนหมู่พิศาล

แต่นี้จักนาน                            เห็นเกาะแลนา

๐ เถิงเกาะสามพัน

อเนกอนันต์                            มากพ้นคณนา

ตั้งอยู่เรียงราย                         ฝ่ายซ้ายบคลา

แต่นี้แลนา                              จักคลาเกาะไป

๐ ส่วนเกาะทั้งหลาย

ตั้งอยู่เรียงราย                       บ่ได้คลาไคล

โอ่วตัวข้าเอย                         จักสัญจรไป

เร่งแลเร่งไกล                         ค่อยอยู่เถิดนา

๐ เถิงเมืองบันตัน

บ้านเมืองที่นั่น                        ย่อมชาวชวา

โอ่วบัดนี้เอย                          เสียแก่ลันดา

ทังตัวพญา                            ไม่พ้นระมือเขา

๐ จึ่งทอดถมออยู่

ด้วยน้ำหมากพลู                      อาหารบางเบา

จะขอเข้าซื้อ                          ที่บ้านเมืองเขา

เขามิให้เข้า                           ตักน้ำซื้อขาย

 

เรื่องแนะนำ

๘๙ พรรษา มหาราชในดวงใจ : ราชาแห่งราชัน

รอบนักษัตรที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๔๒ – ๒๕๕๔) ตลอดระยะเวลา ๖๕ ปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัตินับแต่พระชนมายุ ๑๙ พรรษา เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๙ จนถึงปัจจุบัน ทรงเจริญพระชนมายุครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔ นั้น พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทยอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย และเสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อเยี่ยมเยียนราษฎรของพระองค์ด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า พระราชกรณียกิจตลอดจนโครงการทั้งหลายทั้งปวงที่มีพระราชดำริให้จัดทำขึ้น และมีผู้นำไปสานต่อจนสัมฤทธิผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนนั้น มีมากมายสุดจะพรรณนาได้หมดในที่นี้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเหล่านี้ หากจะจำแนกหมวดหมู่ออกเป็นสาขาใหญ่ ๆ ก็จะได้ดังนี้     พระราชกรณียกิจบำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎร     พระราชกรณียกิจด้านเกษตรกรรมและการพัฒนาชนบท     พระราชกรณียกิจด้านการสาธารณสุข     พระราชกรณียกิจด้านการพระศาสนาและศิลปวัฒนธรรม     พระราชกรณียกิจด้านเทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นนวัตกรรม     พระราชกรณียกิจด้านการต่างประเทศ      นอกจากโครงการต่าง ๆ เหล่านี้แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริอันเป็นหลักปรัชญาสำคัญที่เรียกว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหลักการดำรงชีวิตที่มีคุณค่ายิ่ง โดยเฉพาะในสถานการณ์เศรษฐกิจโลกปัจจุบัน จึงมีผู้นำหลายชาติให้ความสนใจ และพิจารณานำไปเผยแพร่เพื่อให้ประชาชนในชาติของตนประพฤติปฏิบัติตามหลักปรัชญาหรือทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวพระราชดำริในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนี้ เริ่มต้นจากแนวทางพออยู่พอกินก่อน ซึ่งปรากฏครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๗ ดังปรากฏในพระราชดำรัสพระราชทานเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ ความตอนหนึ่งว่า “คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งที่สมัยใหม่ แต่เราอยู่พอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มีความสงบ และทำงานตั้งอธิษฐาน ตั้งปณิธานในทางนี้ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพออยู่พอกิน ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความพออยู่พอกินมีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้ เราก็จะยอดยิ่งยวดได้…” หลังจากนั้นก็เริ่มมีการพูดกันถึงแนวความคิด ”พออยู่พอกิน” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกันอย่างกว้างขวาง แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่า แนวปรัชญาพออยู่พอกินของพระองค์ท่านนั้นลึกซึ้งเพียงไร นักปรัชญาและผู้รู้ต่างก็ตีความไปต่าง ๆ กัน จนเกิดความสับสนขึ้น ในปีรุ่งขึ้นและปีต่อ ๆ มา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสถึงแนวพระราชดำริพอมีพอกินหรือเศรษฐกิจพอเพียงนี้ในอีกหลายโอกาส ทรงอธิบายจนเป็นที่เข้าใจกันได้ คำว่าพอเพียงมีความหมายอีกอย่างหนึ่ง มีความหมายกว้างออกไปอีก ไม่ได้หมายถึงการมีพอสำหรับใช้ของเท่านั้น แต่มีความหมายว่าพอมีพอกิน… “พอมีพอกิน” นี้ก็แปลว่า ”เศรษฐกิจพอเพียง” นั่นเอง พอเพียงนี้ก็หมายความว่า มีกินมีอยู่ ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่หรูหรา ก็ได้ แต่ว่าพอแม้บางอย่างอาจจะดูฟุ่มเฟือย แต่ถ้าทำให้มีความสุข ถ้าทำได้ก็สมควรที่จะทำ สมควรที่จะปฏิบัติ –พระราชดำรัสพระราชทานในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑   เมื่อปี ๒๕๑๗ วันนั้นได้พูดถึงว่า เราควรปฏิบัติให้พอมีพอกินนี้ ก็แปลว่า เศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง ถ้าแต่ละคนมีพอมีพอกินก็ใช้ได้  ยิ่งถ้าทั้งประเทศพอมีพอกินก็ยิ่งดี และประเทศไทยเวลานั้นก็เริ่มจะเป็นไม่พอมีพอกิน บางคนก็มีมาก บางคนก็ไม่มีเลย –พระราชดำรัสพระราชทานในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑   เศรษฐกิจพอเพียงนั้นเขาว่าเป็นเศรษฐกิจชุมชน หมายความว่าให้พอเพียงในหมู่บ้านหรือในท้องถิ่น… ถ้าพอมีพอกินคือพอมีพอกินของตัวเองนั้น ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง เป็นเศรษฐกิจสมัยหิน สมัยหินนั้นเป็นเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนกัน แต่ว่าค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมา –พระราชดำรัสพระราชทานในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ […]

เหตุใดนิวตันจึงเชื่อว่า ดาวหางเป็นเหตุของน้ำท่วมโลก

แม้จะมีน้ำบนโลกและมีฝนตกลงมาทั้งวันทั้งคืนสี่สิบเก้าวัน ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ได้ ฉะนั้นแล้วต้องมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อื่นๆสำหรับเรื่องราวอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่นี้

วิวัฒนาการกระดูกมนุษย์อาจเกี่ยวข้องกับอาการปวดข้อเข่า

การยืนสองขาของมนุษย์ในปัจจุบันอาจไม่ได้ส่งผลดีเสมอไปเมื่อเทียบกับการเดินสี่ขาของบรรพบุรุษมนุษย์ ร่างกายที่แบกรับน้ำหนักมากกว่า อาจส่งผลให้เกิดปัญหาข้อเข่าเสื่อมตามมา

ความรักหรือฆ่าเพื่อบูชาทวยเทพ? ค้นพบซากมัมมี่สัตว์เลี้ยงนับล้านตัวที่อียิปต์

ซากสัตว์อายุ 2,500 ปี ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมัมมี่สัตว์ราวแปดล้านตัวที่พบกระจัดกระจายอยู่ตามอุโมงค์ใต้ดินภายในสุสานสุนัข (Dog Catacomb) ของอียิปต์ยุคโบราณ

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.