เฮติ : ค้นพบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในงานสกปรก - National Geographic Thailand

เฮติ : ค้นพบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในงานสกปรก

เฮติ : ค้นพบศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในงานสกปรก

พวกบายากูในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมืองหลวงของ เฮติ ทำงานบริการที่จำเป็ต่อสุขภาวะของเมือง กระนั้น พวกเขากลับจำเป็นต้องเก็บงานของตนไว้เป็นความลับ

————————————————

ชายคนนี้คือเอกซีเลียง เซอนา เขาเป็น บายากู  ซึ่งเป็นคำในภาษา เฮติ ที่หมายถึงแรงงานดูดส้วม ฉันถ่ายภาพนี้ขณะเขากำลังทำความสะอาดส้วมหลุมที่ใช้กันหลายครอบครัวในกรุงปอร์โตแปรงซ์ ถึงแม้งานของเขาจะไม่น่าอภิรมย์ แต่เอกซีเลียงก็ทำงานที่เป็นทางออกง่ายๆอย่างหนึ่งต่อปัญหาคอขาดบาดตายเรื่องการสุขาภิบาลที่ย่ำแย่

ฉันได้รับมอบหมายจาก เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ให้ไปถ่ายภาพสารคดีเรื่องการขับถ่ายกลางแจ้ง หัวข้อซึ่งไม่ได้สร้างความลำบากใจให้ฉันมากนัก ฉันรายงานเรื่องสงครามและความขัดแย้งในสถานที่ต่างๆซึ่งการสุขาภิบาลไม่ใช่เรื่องสำคัญอันดับแรก ฉันคิดว่าความยากลำบากน่าจะอยู่ที่การสร้างภาพถ่ายที่น่าสนใจออกมาจากหัวข้อน่าเบื่อแบบนี้ ซึ่งเป็นเรื่องทั่วไปที่ทุกคนก็ทำกัน

แต่การติดตามผู้คนไปห้องน้ำหรือที่ไหนก็ตามที่พวกเขาไป  เป็นเรื่องยากอย่างน่าแปลกใจ ผู้คนไม่อยากแม้กระทั่งพูดถึงพฤติกรรมพื้นฐานที่สุดของมนุษย์นี้ อย่าว่าแต่ถกเถียงกันในวิถีทางที่จะนำความเปลี่ยนแปลงด้านบวกมาสู่ชุมชนของตนเลย กระนั้น หากปราศจากการสุขาภิบาลที่เหมาะสม เราก็ไม่มีน้ำสะอาดให้ใช้

พวกบายากูในเฮติสะท้อนสาระสำคัญหลายอย่างของประเด็นเรื่องการขับถ่ายออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผู้คนปาหินใส่พวกเขา ราวกับว่าอับอายที่พวกตนต้องการให้ใครบางคน เช่น บายากู มาทำความสะอาดสิ่งปฏิกูลของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ บายากูหลายคนจึงทำงานตอนกลางคืนและปกปิดสิ่งที่พวกเขาทำ แม้กระทั่งจากครอบครัว ถึงกระนั้น บายากูก็ได้ค่าจ้างงามและเป็นที่ต้องการอย่างมาก ระบบท่อน้ำทิ้งที่ไม่ปลอดภัยของปอร์โตแปรงซ์วางอยู่บนบ่าของพวกเขา

การหาบายากูสักคนที่จะยอมให้ถ่ายภาพเป็นส่วนที่ยากที่สุดของโครงการนี้  แต่หลังจากพยายามอยู่ห้าเดือน ฉันก็ติดต่อกับเอกซีเลียงได้ เขากระตือรือร้นให้ฉันบันทึกภาพงานของเขา เพราะเขาไม่ยอมรับแนวคิดที่ว่า อาชีพของเขาเป็นเรื่องน่าอับอาย เขาภูมิใจในสิ่งที่ตนเองทำและต้องการได้รับความเคารพนับถือ

เฮติ
เอกซีเลียง เซอนา ใช้มือล้วงของเสียที่มนุษย์ขับถ่ายขึ้นมาจากส้วมหลุมที่ใช้กันหลายครอบครัว งานนี้จ่ายค่าจ้างงาม แต่ไม่ได้ รับความเคารพนับถือ

ผู้คนปาหินใส่พวกเขา ราวกับว่าอับอายที่พวกตนต้องการให้ใครบางคน เช่น บายากู มาทำความสะอาดสิ่งปฏิกูลของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ บายากูหลายคนจึงทำงานตอนกลางคืนและปกปิดสิ่งที่พวกเขาทำ แม้กระทั่งจากครอบครัว

ฉันจัดการนัดพบเอกซีเลียงกับเพื่อนร่วมงานของเขาสองคนกลางดึกคืนหนึ่งในลานบ้านระหว่างบ้านหลายหลัง บรรณาธิการภาพของฉันกังวลเรื่องสภาพแวดล้อม ดังนั้นฉันจึงนำอุปกรณ์ป้องกันไปด้วย ได้แก่ หน้ากากและผ้าพันคอ (เพื่อกันกลิ่น) และเสื้อกันฝน (เพื่อปกป้องเสื้อผ้าของฉัน) แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องหยิบอุปกรณ์ป้องกันขึ้นมาใส่ ฉันกลับทำไม่ได้ ฉันไม่อยากทำให้เขารู้สึกว่างานของเขาน่าขยะแขยง นี่เป็นอาชีพของเขา ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่รู้วิธีทำ และเขาก็ทำได้อย่างดี

ไฟส่วนใหญ่ในลานบ้านถูกปิด และหลายครอบครัวนอนหลับอยู่ ห้องน้ำที่อยู่นอกบ้านไม่ได้ดูดส้วมมานานกว่าหนึ่งปี เอกซีเลียงเริ่มงานของเขาโดยการเอื้อมลงไปในหลุมเพื่อตักชั้นอุจจาระที่ใหม่ที่สุดออกมา กลิ่นเหม็นคละคลุ้งอยู่ในอากาศ เพื่อนร่วมงานของเขาสองคนทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในสิ่งที่ดูเหมือนกระสอบเก่าๆอย่างคล่องแคล่ว ผูกมันอย่างแน่นหนาจนไม่มีอะไรรั่วไหลออกมา พวกเขามีประสบการณ์มากกว่าเอกซีเลียงและเรียนจบจากการทำความสะอาดหลุมแล้ว

ชายทั้งสามดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ตลอดทั้งคืนเพื่อให้ทนกับกลิ่นและความไม่สะดวกสบายได้  ชายคนหนึ่งจะคีบบุหรี่ไว้เพื่อให้เอกซีเลียงได้พ่นควันสักสองสามครั้งโดยไม่ต้องสัมผัสบุหรี่ด้วยมือเปรอะเปื้อน

เมื่อเขาเอื้อมไม่ถึงสิ่งที่อยู่ในหลุม เอกซีเลียงจะปีนลงไปในนั้น เขาบอกฉันว่า เขาเคยเจองูกับซากศพมนุษย์ในห้องน้ำ เขาบอกว่างูคือศัตรูของเขา บายากูคนอื่นบอกฉันเรื่องการเจอลวดไฟฟ้าและถูกไฟดูด

สิ่งเหล่านั้นคืออันตรายที่พวกเขามองเห็นได้ ส่วนอันตรายที่มองไม่เห็นคือโรคภัยไข้เจ็บ อหิวาตกโรคยังคงคร่าชีวิตผู้คนในเฮติ แม้ว่าศูนย์การรักษาพยาบาลจะทำให้มีผู้เสียชีวิตน้อยลงในเมืองก็ตาม เอกซีเลียงบอกว่าเขาเจ็บป่วยบ่อย เมื่อสิ้นสุดคืนนั้น ตาเขาบวมจนแทบจะปิด

เฮติ
ชายคนนี้คือเอกซีเลียง เซอนา เขาเป็น บายากู  ซึ่งเป็นคำในภาษา เฮติ ที่หมายถึงแรงงานดูดส้วม

เมื่อเขาเอื้อมไม่ถึงสิ่งที่อยู่ในหลุม เอกซีเลียงจะปีนลงไปในนั้น เขาบอกฉันว่า เขาเคยเจองูกับซากศพมนุษย์ในห้องน้ำ เขาบอกว่างูคือศัตรูของเขา บายากูคนอื่นบอกฉันเรื่องการเจอลวดไฟฟ้าและถูกไฟดูด… เอกซีเลียงบอกว่าเขาเจ็บป่วยบ่อย เมื่อสิ้นสุดคืนนั้น ตาเขาบวมจนแทบจะปิด

หลังจากทำงานในตอนกลางคืน บายากูล้างตัวอย่างพิถีพิถันมาก (เช่นเดียวกับฉัน และฉันโยนสิ่งที่สวมอยู่ทิ้งไป) บายากูส่วนใหญ่เปลือยกายทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้เสื้อผ้าเสียหาย เอกซีเลียงสวมเสื้อผ้าไว้เกือบทั้งคืน ฉันคิดว่าเป็นเพราะฉันอยู่ที่นั่น แต่ในที่สุด หลังจากทำความสะอาดร่างกายและเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เขาก็ต้องถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด

เจ้าของห้องส้วมไม่ค่อยพอใจกับผลงานทำความสะอาด  ดังนั้นเอกซีเลียงจึงถอดเสื้อผ้าชุดใหม่ออก แล้วกลับไปทำงานอีกครั้ง

ภายหลัง ชายทั้งสามบรรทุกกระสอบใส่สิ่งปฏิกูลลงในรถเข็นและเข็นลงไปยังแม่น้ำ ที่ซึ่งพวกเขาทิ้งกระสอบลงไปในน้ำ โรงงานบำบัดสิ่งปฏิกูลของรัฐบาลมีอยู่ แต่ต้องใช้รถบรรทุกเพื่อไปถึงที่นั่น และพวกเขาไม่มีสักคัน

เอกซีเลียงอยากให้ผู้คนเห็นสิ่งที่เขาทำ ไม่มีใครอยากไร้ตัวตน นั่นคือสิ่งที่ฉันพบว่าการถ่ายภาพมีพลานุภาพมาก เมื่อเราถ่ายภาพใครสักคน เรากำลังบอกเขาว่า ชีวิตของเขามีความสำคัญ

โดย แอนเดรีย บรูซ

แอนเดรีย บรูซ ให้ความสนใจผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับผลพวงของสงคราม สารคดีของเธอเรื่องการสุขาภิบาลตีพิมพ์ในนิตยสารฉบับสิงหาคม 2560

———————————

อ่านสารคดีฉบับเต็มได้ใน นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนพฤษภาคม 2562


อ่านเพิ่มเติม

ความตาย : สารพัดวิธีลาโลกให้เป็นที่จดจำ

เรื่องแนะนำ

10 ข้อเท็จจริงที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ อะลาดิน

วิล สมิธ แสดงเป็นยักษ์จินนีที่มีพลังพิเศษแต่รู้สึกอึดอัดรำคาญพื้นที่อาศัยของตนในภาพยนตร์รีเมค อะลาดิน (2019) ภาพถ่ายโดย TCD/PROD.DB, ALAMY บรรดานักชมภาพยนตร์ต่างตื่นเต้นเมื่อภาพยนตร์ อะลาดิน ฉบับคนแสดงออกฉาย แต่ยังมีความจริงเบื้องหลังของนิทานเรื่องนี้ที่น่าตกตะลึง หรืออาจรบกวนใจ ในปี 1992 ค่ายภาพยนตร์แอนิเมชันดิสนีย์ได้สร้างภาพยนตร์ยอดฮิตที่ทำให้ผู้คนตกหลุมรักหนุ่มกำพร้าที่เป็นเหมือน “เพชรในโคลนตม” ผู้เดินทางด้วยพรมที่บินได้ ยักษ์จินนีที่มีพลังมากมาย และเจ้าหญิงที่มีความเป็นตัวของตัวเอง แต่เรื่องราวในแบบที่ปรากฏบนจอภาพยนตร์นั้น ตรงกับเรื่องเล่าต้นฉบับมากเพียงไร นี่คือข้อเท็จจริงเปรียบเทียบ 10 ข้อ ของเนื้อหาที่ปรากฏในภาพยนตร์กับเรื่องเล่าดั้งเดิม 1. อะลาดินเป็นเพียงนิทานเรื่องหนึ่งใน 1,001 เรื่อง เรื่อง อะลาดิน เป็นเพียงนิทานย่อยเรื่องหนึ่งของนิทานโบราณที่ชื่อว่า อาหรับราตรี หรือพันหนึ่งราตรี (A Thousand and One Nights) นิทานเรื่องนี้เล่าเรื่องบุตรสาวของขุนนางชั้นสูง นามว่า เชเฮราซาด ผู้แต่งงานกับ สุลต่านชาร์ยาร์ กษัตริย์ผู้ก่อนหน้านี้ได้สั่งประหารภรรยาของตนจำนวนมากหลังจากแต่งงานและเป็นเจ้าสาวได้เพียงหนึ่งคืนเท่านั้น เนื่องจากพระองค์มีความจงเกลียดจงชังผู้หญิง เพราะอดีตภรรยาคนหนึ่งได้ไปมีชายชู้ และทิ้งพระองค์ไป ดังนั้น เพื่อรักษาชีวิตของเธอ เชเฮราชาดได้เล่านิทานให้สุลต่านผู้นี้ฟังในคืนหลังจากแต่งงาน แต่ไม่ได้เล่าจนจบ และสัญญาว่าจะเล่าต่อให้จบในคืนถัดไป ซึ่งเป็นเช่นนี้คืนแล้วคืนเล่า […]

เทศกาลขว้างไฟของชาวฮินดู

เทศกาลขว้างไฟ ของชาวฮินดู ผู้คนเหล่านี้ไม่ได้ทะเลาะกัน แต่พวกเขากำลังประกอบพิธีกรรมทางศาสนา คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกถ่ายจากวัด Kateel Durga Parameswari เมือง Mangalore ในอินเดีย เทศกาลขว้างไฟ สุดแปลกนี้มีชื่อเรียกว่า Agni Keli จัดขึ้นในเดือนเมษายนของทุกปี และใช้เวลาในการทำพิธีกรรมต่างๆ นาน 8 วัน เพื่อบูชาพระแม่ทุรคา เทพีแห่งสงครามตามความเชื่อของศาสนาฮินดู สำหรับกิจกรรมขว้างปาไฟซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมนี้ บรรดาผู้เข้าร่วมจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มและถูกจัดให้ยืนห่างกันประมาณ 50 ฟุต จากนั้นพวกเขาจะขว้างปากิ่งไม้ติดไฟใส่กัน โดยมีเป้าหมายคือขว้างให้โดนใครสักคน ซึ่งหากใครโดนกิ่งไม้ไฟขึ้นมาพวกเขาจะรีบเอาน้ำศักดิ์สิทธิ์ราดตามตัวทันทีเพื่อทุเลาบาดแผล และเพื่อป้องกันแผลไฟไหม้ไม่ให้รุนแรงดังนั้นผู้เข้าร่วมจึงสวมเสื้อผ้าให้น้อยชิ้นที่สุด   อ่านเพิ่มเติม โฮลี: เทศกาลแห่งสีสันแดนภารตะ

ทำความสะอาดโลกไร้สุขาภิบาล

การขับถ่ายกลางแจ้งเป็นพฤติกรรมเก่าแก่ของมนุษย์ ซึ่งไม่ค่อยมีปัญหาตราบเท่าที่คนไม่แออัดและผืนดินรองรับสิ่งที่มนุษย์ขับถ่ายได้อย่างปลอดภัย แต่เมื่อผู้คนอยู่รวมกันเป็นชุมชนใหญ่น้อยมากขึ้น เราก็ค่อยๆเรียนรู้ว่า สุขอนามัยเชื่อมโยงกับสุขภาพ โดยเฉพาะความสำคัญของการไม่สัมผัสจับต้องอุจจาระ ทุกวันนี้ การขับถ่ายกลางแจ้งทั่วโลกลดลงเรื่อยๆ แต่ประชากรเกือบ 950 ล้านคนยังคงทำกิจวัตรเช่นนั้น โดยราว 569 ล้านคนอยู่ในอินเดีย เมื่อปี 2015 องค์การสหประชาชาติรณรงค์ให้ยุติการขับถ่ายกลางแจ้งภายในปี 2030 การเปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ ดังเช่นเวียดนามที่ทำสำเร็จภายในไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา การพิชิตหลักชัยของโลกซึ่งอยู่ในอันดับหกของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาตินี้ จะยกระดับการสาธารณสุขไปอย่างพลิกฝ่ามือ ทั้งยังจะช่วยบรรเทาความยากจนและความหิวโหย ตลอดจนพัฒนาการศึกษาด้วย เด็กป่วยต้องขาดเรียน เช่นเดียวกับเด็กหญิงที่มีประจำเดือนเพราะโรงเรียนไม่มีห้องน้ำที่สะอาดและปลอดภัย สัดส่วนของประชากรคนอินเดียที่ขับถ่ายกลางแจ้งลดลงอย่างมากในช่วงหลายสิบปีมานี้ แต่ด้วยจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การทำสำมะโนประชากรชี้ว่า คนอินเดียส่วนใหญ่ในปัจจุบันอยู่ในสถานที่ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสสิ่งปฏิกูลของผู้อื่นมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง สุขอนามัยที่ดี เป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพชีวิตที่ดีเช่นกัน สุขาภิบาลสมัยใหม่ช่วยให้มนุษย์กำจัดของเสียที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งค่าใช้จ่ายในการจัดการอันมหาศาล ส่งผลให้ประชากรจำนวนมากในหลายประเทศ ยังคงไม่สามารถเข้าถึงสุขาภิบาลที่สะอาดและปลอดภัยได้   อ่านเพิ่มเติม : สุขาอยู่หนใด, ชีวิตภายในห้องพักขนาดเท่าโลง ที่ชาวฮ่องกงเรียกว่า “บ้าน”

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านของผู้อพยพ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านผู้อพยพ เมื่อวิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรปเริ่มขึ้นเมื่อปี 2015 มุฮัมมัด มุเฮเซน ช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ตัดสินใจรอคอยบนชายหาดในประเทศกรีซ เฝ้ามองคลื่นผู้ลี้ภัยหลั่งไหลมาจากซีเรีย ตะวันออกกลาง และบางส่วนของแอฟริกาที่ย่อยยับจากสงคราม “คนส่วนใหญ่คิดว่า เมื่อผู้ลี้ภัยมาถึง เรื่องราวก็จบสิ้นลง แต่สำหรับผม นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวครับ” เขาบอก มุเฮเซนเน้นการเก็บภาพในเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ทั้งเต็มใจจะรับผู้อพยพและกำลังลดระดับอาชญากรรมลง ห้องขังว่างเปล่าจำนวนมากทำให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มองหาวิธีใช้ประโยชน์อื่นๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มให้ผู้อพยพเข้าไปอยู่ในนั้น ที่เรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผู้ลี้ภัยที่เหนื่อยล้ากว่า 600 คนได้รับเตียงนอน อาหารอุ่นๆ และหลังคาคุ้มศีรษะ ทั้งหมดเป็นสิ่งชั่วคราว จนกว่าพวกเขาจะได้ที่อยู่อาศัยในเนเธอร์แลนด์ ได้อยู่ในบ้านที่แท้จริง และมีงานทำ (ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะยิ่งขับให้วิกฤติผู้อพยพย่ำแย่ลง) ตลอดปีที่ผ่านมา มุเฮเซนกลับไปเรือนจำ Bijlmerbajes เป็นครั้งคราวเพื่อถ่ายภาพชีวิตครอบครัวในนั้น ทั้งช่วงเวลาที่เคร่งเครียด ช่วงเวลาเล่นสนุก และการหมดความอดทนในการรอคอยการตัดสินใจครั้งต่อไปของรัฐบาลที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตใหม่ ล้วนเผยให้เห็นเบื้องหน้ากล้องถ่ายภาพของเขา สิ่งเดียวที่ดูเหมือนไม่ได้สร้างปัญหาให้ใครเลยก็คือสถานที่ “เราไม่สนใจหรอกค่ะ” หญิงคนหนึ่งบอกเขาถึงการใช้ชีวิตในที่ซึ่งเคยเป็นเรือนจำ “สิ่งสำคัญก็คือเราปลอดภัย” เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพถ่าย มุฮัมมัด มุเฮเซน