ภาพความเสียหายหลังเหตุ แผ่นดินไหวในเม็กซิโก

ภาพความเสียหายหลังเหตุแผ่นดินไหวในเม็กซิโก

ภาพความเสียหายหลังเหตุ แผ่นดินไหวในเม็กซิโก

แผ่นดินไหวที่เขย่ารัฐเชียปัส ทางตอนใต้ของเม็กซิโก ในชั่วข้ามคืน สำนักธรณีวิทยาของสหรัฐฯรายงานว่าแผ่นดินไหวมีความรุนแรงถึง 8.1 แมกนิจูด และถือได้ว่าเป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงมากที่สุดที่เกิดขึ้นกับเม็กซิโกในรอบ 85 ปี

ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกยืนยันว่าเกิดคลื่นสึนามิความสูงราว 3 ฟุต ที่นอกชายฝั่งเม็กซิโก หลังเกิดเหตุ แผ่นดินไหวในเม็กซิโก นอกจากนั้นยังมีรายงานการเกิดอาฟเตอร์ช็อคขนาด 5.0 แมกนิจูด ตามมาเป็นระลอกๆ

แผ่นดินไหวในเม็กซิโก
ผู้คนออกมารวมตัวกันบนท้องถนนของเมืองเม็กซิโกซิตี้ ระหว่างเกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ถึงในเม็กซิโกซิตี้ ด้านสำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ ประกาศเตือนเฝ้าระวังการเกิดคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่ง 75 ไมล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง Tres Picos ในรัฐเชียปัส

รายงานจากหน่วยงานแผ่นดินไหวแห่งชาติเม็กซิโกเอง ระบุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นครั้งนี้มีขนาด 8.2 แมกนิจูก เม็กซิโกปลอดจากแผ่นดินไหวมานาน โดยเหตุล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ปี 1932 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 400 คน

เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา มีรายงานพบศพผู้เสียชีวิตจำนวนหลายสิบคน ด้านรัฐบาลประกาศเฝ้าระวังแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก ระบบตรวจสอบอัตโนมัติชื่อ PAGER ที่ดำเนินการโดย สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ รายงานความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับภูมิภาคอันห่างไกลและยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ภัยพิบัติครั้งนี้สร้างความเสียหายให้แก่ผู้คนหลายพันคน ทั้งจากแรงสั่นสะเทือน, สึนามิ และดินถล่ม คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่าพันล้านดอลล่าร์สหรัฐ

ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอื่นๆ ที่ใกล้เคียง น้ำทะเลที่หายไปอย่างเฉียบพลัน จากแผ่นดินไหวภูเขาไฟระเบิด หรือแม้แต่อุกกาบาตถล่มสามารถก่อให้เกิดคลื่นที่เดินทางได้ไกลหลายพันไมล์ สำหรับการเตรียมพร้อมศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งชาติออกคำเตือนเฝ้าระวังแก่ภูมิภาคอเมริกากลางและใต้

ภาพถ่ายจากประชาชนเผยให้เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับอาคารในรัฐวากาฮา ของเม็กซิโก โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวเกิดขึ้นห่างออกไป 137 กิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง Tonala ในรัฐเชียปัส

แผ่นดินไหวไม่ใช่เรื่องใหม่ของรัฐเชียปัส พื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวมากที่สุดในเม็กซิโก อันเนื่องมาจากตั้งอยู่บนรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกโคโคสและแผ่นเปลือกโลกอเมริกาเหนือ

แผ่นเปลือกโลกเมื่อเคลื่อนเข้าหากันจึงปลดปล่อยพลังงานปริมาณมหาศาลออกมา “แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะเพียงเหตุการณ์เดียว พื้นที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง เท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ของมนุษย์” Callan Bentley ประธานศูนย์ธรณีวิทยาจากวอชิงตัน อธิบายถึงแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นไว้ในเว็บไซต์ American Geophysical Union

ขณะนี้กองกำลังทหารเม็กซิโกตรงเข้าให้ความช่วยเหลือแก่บรรดาผู้ประสบภัย รายงานจากสำนักข่าว CNN ไฟฟ้ากลับมาใช้ได้อีกครั้ง หลังบ้านเรือนหลายหลังต้องเผชิญกับความมืดหลังเกิดแผ่นดินไหว อย่างไรก็ตามยังคงติดตามรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นและกระบวนการกู้ภัยจากความเสียหายที่เกิดขึ้นยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งสัปดาห์

เรื่องแนะนำ

ภาพนี้ต้องขยาย : ภาพถ่ายของช่วงชั้นของเวลา

  เป็นเวลาหลายปีที่สตีเฟน วิลก์ส ช่างภาพฝันถึง “การบีบอัดส่วนที่ดีที่สุดของกลางวันและกลางคืนไว้ในภาพเดียว” เพื่อสร้างภาพเหล่านั้น ระยะของมุมมองภาพ ตั้งกล้องและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แล้วจัดมุมกล้องให้คงที่ หลังศึกาทิศทางของดวงอาทิตย์ ลักษณะของดวงจันทร์ สภาพอากาศ และอื่นๆ เขาก็เลือกเวลาที่จะเริ่มถ่าย ขณะนั้นในอุทยานแห่งชาติโยเซมิทีเป็นเวลาตีสาม จากนั้นเขาถ่ายภาพอย่างต่อเนื่องตลอดวันตลอดคืน ไม่ว่าจะในสภาวะใดก็ตามที่ธรรมชาติมอบให้ วิลก์สใช้เวลาหลายสัปดาห์คัดเลือกภาพถ่ายหลายพันภาพจากช็อตที่เขาคิดว่าเป็น “50 ช่วงเวลาที่ดีที่สุด” เขาตัดสินใจจาก “การโคจรของเวลา” ของภาพ ซึ่งวงจรกลางวันและกลางคืนในภาพจะเริ่มต้นขึ้น และเวลาจะเดินไปในทิศทางใด จากบนลงล่าง หรือจากซ้ายไปขวา จากนั้นใช้เทคโนโลยีสร้างภาพดิจิทัลทำให้บางส่วนของภาพหนึ่งซ้อนอยู่บนบางส่วนของภาพอื่นเป็นชั้นๆ ภาพพานอรามาของโยเซมิทีเมื่อมองในแนวทแยงมุมจากมุมบนซ้าย เริ่มจากเวลาตีสามของวันหนึ่งไปจนถึงเกือบเช้าตรู่ของวันถัดมา

ถ้ำหลวงในเวียดนามที่แสนลึกล้ำยากหยั่งถึง

ออกเดินทางไปยังป่าดงพงไพรที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำหลวงขนาดมหึมาของเวียดนาม ถ้ำนี้ใหญ่ขนาดตึกระฟ้ายังเข้าไปอยู่ได้ ส่วนปลายถ้ำนั้นเล่าก็ยาวไกลไร้ที่สิ้นสุด

ความงามอันพรั่นพรึงเมื่อสายฟ้าฟาด

พายุเหล่านี้มีพลังทำลายล้างอันรุนแรง ทว่าก็งดงามจับใจในเวลาเดียวกัน ต้องขอบคุณช่างภาพเหล่านี้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตบันทึกความงามของพวกมันมาให้เราได้ชมกัน