ดวงอาทิตย์ของเราจะพบจุดจบอย่างเงียบๆ - Page 2 of 2 - National Geographic Thailand

ดวงอาทิตย์ของเราจะพบจุดจบอย่างเงียบๆ

มีอยู่สองสามเรื่องเกี่ยวกับหลุมดำที่ต้องอธิบายให้แจ่มแจ้ง หลุมดำมีแรงดูดไม่ต่างจากดาวธรรมดาดวงหนึ่ง แต่ต้องนับว่าแรงสุดขีดเมื่อเทียบกับขนาดของมัน ลอง คิดเล่นๆ ว่า ถ้าจู่ๆ ดวงอาทิตย์กลายเป็นหลุมดำขึ้นมา มวลของมันจะยังเหมือนเดิม แต่เส้นผ่านศูนย์กลางจะหดจาก 1,392,000 กิโลเมตร เหลือไม่ถึง 6.5 กิโลเมตร โลกจะมืดมิดและหนาวเย็นทันที แต่ยังอยู่ในวงโคจรเดิมรอบดวงอาทิตย์ หลุมดำอดีตดวงอาทิตย์นี้จะยังดึงดูดโลกเหมือนกับดวงอาทิตย์ทั้งดวง

ดังนั้นวางใจได้ว่า หลุมดำไม่ดูด (อย่างน้อยก็ไม่ใช่อย่างที่นวนิยายวิทยาศาสตร์ทำให้หลายคนเชื่อว่า หลุมดำจะดูดกินทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งพวกเรา) เรื่องถัดไปเกี่ยวกับ เวลาจะพิสดารกว่ามาก เวลากับหลุมดำมีความสัมพันธ์ สุดประหลาด ความจริงเวลาโดยตัวมันเองก็เป็นแนวคิดแปลกประหลาดอยู่แล้ว คุณอาจเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “เวลาเป็นสิ่งสัมพัทธ์” หมายความว่า เวลาไม่ได้เคลื่อนไป ด้วยความเร็วเท่ากันสำหรับทุกคน ไอน์สไตน์ค้นพบว่า ความโน้มถ่วงมีผลกับเวลา ถ้าคุณวางนาฬิกาที่เที่ยงตรง มากไว้บนตึกระฟ้าทุกชั้น นาฬิกาจะเดินไม่เท่ากัน นาฬิกา บนชั้นล่างซึ่งใกล้ใจกลางโลกมากกว่า ต้องเผชิญแรง โน้มถ่วงมากกว่า จึงเดินช้ากว่านาฬิกาที่ชั้นบนสุด คุณไม่เคยสังเกตเรื่องนี้เพราะความแตกต่างนั้นมีน้อยเหลือเกิน แค่ระดับเศษหนึ่งส่วนพันล้านวินาทีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ นาฬิกาบนดาวเทียมจีพีเอสจึงต้องเดินช้ากว่านาฬิกาบนโลกเล็กน้อย มิฉะนั้นระบบจีพีเอสจะสูญเสียความแม่นยำทันที

ด้วยความโน้มถ่วงที่ดึงดูดอย่างเหลือเชื่อ หลุมดำ คือยานเวลาหรือไทม์แมชีนดี ๆ นี่เอง ลองขึ้นจรวดไปหาหลุมดำคนยิงธนูเอ* เขยิบเข้าใกล้ขอบฟ้าเหตุการณ์ให้ได้มากที่สุด แต่อย่าข้ามไป ทุกนาทีที่คุณอยู่ตรงนั้น เท่ากับเวลาในโลกผ่านไปแล้วหนึ่งพันปี และถ้าคุณข้ามขอบฟ้าเหตุการณ์ไปจะเกิดอะไรขึ้น คนข้างนอกจะมองไม่เห็นคุณหล่นลงไป สิ่งที่เห็นคือ คุณจะค้างอยู่ตรงขอบหลุมดำ หยุดอยู่ ณ ช่วงเวลานั้น ตลอดกาล

แต่ถ้าว่ากันตามตำราแล้วคงไม่ตลอดกาล ไม่มีอะไร คงอยู่ชั่วนิรันดร์ แม้กระทั่งหลุมดำ สตีเฟน ฮอว์กิง นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ พิสูจน์แล้วว่าหลุมดำรั่วได้ การ เล็ดลอดออกไปเรียกว่า การแผ่รังสีฮอว์กิง (Hawking radiation) นานเข้าหลุมดำจะระเหยหายไปเอง แต่ต้องนานชั่วกัปชั่วกัลป์ จนหลุมดำอาจเป็นวัตถุชนิดเดียวที่เหลืออยู่ในเอกภพในอนาคตอันไกลโพ้น

 

ผู้สังเกตการณ์ด้านนอกอาจไม่เห็นคุณหล่นลงไปในหลุมดำ แต่จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ หลุมดำคนยิงธนูเอ* นั้นใหญ่มากเสียจนขอบฟ้าเหตุการณ์ของมันอยู่ห่างจาก ศูนย์กลางราว 13 ล้านกิโลเมตร สิ่งที่เกิดขึ้นขณะข้าม ขอบฟ้าเหตุการณ์ยังเป็นเรื่องถกเถียงกันในวงการฟิสิกส์ เป็นไปได้ว่าที่นั่นมีสิ่งที่เรียกว่า กำแพงไฟ และเมื่อไปถึง ขอบฟ้าเหตุการณ์ คุณก็จะไหม้เป็นจุณทันที

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปทำนายว่า เมื่อคุณข้ามขอบฟ้าเหตุการณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างอื่น นั่นคือไม่เกิดอะไรเลย คุณจะข้ามไปโดยไม่รู้ตัวว่าได้หายไป จากการรับรู้ของส่วนอื่นในเอกภพแล้ว ว่ากันว่าหลุมดำนั้น ลึกไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งไม่เป็นความจริง หลุมดำมีก้นหลุม แต่คุณจะไม่มีชีวิตอยู่ได้เห็นมัน ความโน้มถ่วงจะเพิ่มขึ้น ขณะคุณหล่นลงไป หากหล่นโดยเอาเท้าลง ส่วนเท้าของคุณจะประสบกับแรงดึงมากกว่าส่วนศีรษะ ตัวคุณจะถูกยืดออกจนขาดออกจากกัน นักฟิสิกส์เรียกสิ่งนี้ว่า “การทำให้กลายเป็นสปาเกตตี”

แต่ชิ้นส่วนของคุณจะตกถึงก้นหลุม ณ ใจกลางหลุมดำ มีแดนปริศนาเรียกว่า ภาวะเอกฐาน (singularity) การ เข้าใจภาวะเอกฐานได้จะเป็นการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่ ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ คุณต้องสร้างทฤษฎีใหม่ให้ก้าวลํ้าทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ และกลศาสตร์ควอนตัม ทฤษฎีทั้งสองจำลองความเป็นจริง ได้ดี ยกเว้นในบริเวณสุดขั้วอย่างภายในหลุมดำ

ภาวะเอกฐานในจินตนาการจะเล็กแสนเล็ก แล้วเล็ก ยิ่งกว่านั้นอีก ต่อให้ขยายภาวะเอกฐานขึ้นล้านล้านเท่า สองหน กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูงที่สุดในโลกก็ยังมองไม่เห็น แต่มี บางสิ่ง อยู่ตรงนั้นแน่ๆ อย่างน้อยก็ในเชิงคณิตศาสตร์ บางสิ่งนั้นไม่ใช่แค่เล็ก แต่ยังหนักเกิน กว่าจะคิดจินตนาการได้อีกด้วย แต่อย่าสนใจเลยว่ามัน คืออะไร นักฟิสิกส์ส่วนใหญ่บอกว่ามีหลุมดำอยู่ แต่ไม่มีทางผ่านเข้าไปได้ เราจะไม่มีวันรู้ว่าในภาวะเอกฐานมีอะไร

แต่นักคิดนอกกรอบสองสามคนยืนยันว่าไม่ใช่แบบนั้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความคิดที่ยอมรับกันมากขึ้นในหมู่ นักฟิสิกส์ทฤษฎีคือ เอกภพของเราไม่ใช่ทั้งหมด ในความเป็นจริงเราอยู่ในพหุภพ (multiverse) หรือเอกภพจำนวนมากซึ่งต่างคนต่างอยู่เหมือนรูพรุนในฟองนํ้า ทฤษฎีซึ่งยัง เป็นที่ถกเถียงกันมากนี้บอกว่า การสร้างเอกภพใหม่จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อคุณนำสสารจากเอกภพที่มีอยู่แล้วไปอัดจนเหลือนิดเดียว แล้วปิดผนึก

ฟังดูคุ้นหูบ้างไหม อย่างไรก็ตาม เรารู้จักสิ่งที่เกิดขึ้นกับภาวะเอกฐานอย่างน้อยหนึ่งอย่าง เอกภพของเราอุบัติ ขึ้นเมื่อ 13,800 ล้านปีก่อนในการระเบิดครั้งใหญ่หรือ บิ๊กแบง ชั่วขณะก่อนหน้านั้น ทุกสิ่งถูกอัดไว้ในจุดที่เล็ก เป็นอนันต์และหนาแน่นสุดขีด ซึ่งก็คือภาวะเอกฐาน บางทีพหุภพอาจเป็นเหมือนต้นโอ๊ก วันดีคืนดีผลโอ๊กก็ร่วงลงดินที่อุดมสมบูรณ์ และงอกเป็นต้นใหม่ทันที เช่นเดียวกับภาวะเอกฐานที่เป็นดั่งเมล็ดพันธุ์ของเอกภพใหม่

ดังนั้น หลักฐานว่าอะไรอยู่ในหลุมดำก็ชักจะน่าเชื่อถือ ลองมองไปทางซ้าย มองไปทางขวา แล้วหยิกตัวเองดู หลุมดำหลุมหนึ่งอาจเกิดขึ้นในอีกเอกภพหนึ่ง แต่เราอาจกำลังอยู่ในหลุมดำหลุมนั้น

 

อ่านเพิ่มเติม : ยลโฉมชุดอวกาศแห่งอนาคตรำลึก 48 ปีของการขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ ด้วยชุดภาพถ่ายหาดูยากจากนาซ่า

เรื่องแนะนำ

ทำไมเราควรฉีดวัคซีนโควิด-19

กระแสเรื่อง การฉีดวัคซีน กำลังเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจ และรัฐบบาลในหลายๆ ประเทศต่างออกมารณรงค์ให้ประชาชนออกมารับวัคซีน เมื่อการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยระลอกที่สามทวีความรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมา การจัดหาวัคซีนเพื่อนำมาฉีดให้กับประชาชนจึงกลายมาเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะสามารถกอบกู้สถานการณ์ครั้งนี้ไว้ได้ การฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตาม กระแสความกังวลต่อผลข้างเคียงของวัคซีนยังคงพบเห็นได้ตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีทั้งข่าวจริงและเท็จ ในจุดนี้ รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เรื่องประสิทธิภาพวัคซีน อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพื่อหวังจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทยได้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (CDC) หน่วยงานภายใต้องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้อธิบายถึงประเด็นเรื่องการฉีดวัคซีนโควิด – 19 ในปัจจุบัน เนื่องจาก ไม่เฉพาะประชาชนชาวไทยเท่านั้นที่กำลังวิตกกังวลเรื่องการฉีดวัคซีน แต่ประชาชนในประเทศอื่นๆ แสดงความกังวลต่อประเด้นนี้เช่นกัน โดยทาง CDC รายงาน ประโยชน์ของการได้รับวัคซีนโควิด-19 สรุปได้ดังนี้ 1. การฉีดวัคซีนจะช่วยลดอัตราการติดเชื้อโควิด-19 วัคซีนทั้งหมดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน กำลังได้รับการประเมินอย่างรอบคอบในการทดลองทางคลินิก และจะได้รับอนุญาตหรือได้รับการอนุมัติ ก็ต่อเมื่อมีความปลอดภัยต่อมนุษย์ในระดับที่กำหนดไว้ จากข้อมูลที่เราทราบเกี่ยวกับวัคซีนสำหรับโรคอื่น ๆ และข้อมูลเบื้องต้นจากการทดลองทางคลินิก ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า การได้รับวัคซีนโควิด-19 นอกจากช่วยลดอัตราการติดเชื้อแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรง หากติดเชื้อโควิด-19 และคุณมีภูมิคุ้มกันในร่างกาย นั่นอาจช่วยปกป้องคนรอบข้างของคุณจากการติดเชื้อได้เช่นกัน 2. ช่วยลดผลกระทบการระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ต่อสุขภาพ สังคม […]

แอมโมเนียมไนเตรตและเหตุระเบิด กรุงเบรุต เลบานอน

เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่ใน กรุงเบรุต (Beirut) เมืองหลวงของประเทศเลบานอน เมื่อช่วงเย็นตามเวลาท้องถิ่นของวันอังคารที่ 4 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าเหตุระเบิดรุนแรงบริเวณท่าเรือ กรุงเบรุต (Beirut’s Port) ณ ขณะนี้ ได้สร้างความเสียหายต่อท่าเรือหลัก สิ่งปลูกสร้าง อาคารบ้านเรือน และคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 78 ชีวิต รวมถึงการมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 4,000 คน จากข้อสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ทางการระดับสูงในเลบานอน กล่าวว่าการระเบิด 2 ครั้งซ้อนที่ท่าเรือเบรุต เกิดจากวัตถุที่ก่อให้เกิดประกายไฟหรือสารไวไฟ (Flammable Materials) ที่ถูกเก็บรักษาอยู่ภายในโกดังของท่าเรือเบรุต การระเบิดครั้งแรกนั้นไม่รุนแรงนัก แต่กลายเป็นชนวนของการระเบิดครั้งที่ 2 ซึ่งรุนแรงยิ่งกว่า โดยสำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (USGS) หรือหน่วยงานตรวจจับแผ่นดินไหวทั่วโลกระบุว่าการระเบิดครั้งที่ 2 นี้ ได้สร้างคลื่นสั่นสะเทือนที่มีความรุนแรงเทียบเท่าแผ่นดินไหวขนาด 3.3 และก่อให้เกิดเมฆรูปดอกเห็ดสีชมพู-เหลือง ขนาดใหญ่แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองหลวง สาเหตุของการระเบิดที่ยังไม่แน่ชัด จนถึงขณะนี้ สาเหตุของการระเบิดยังไม่ได้รับการระบุอย่างแน่ชัด เนื่องจากอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบสวนภายใน แต่ทางหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของเลบานอน กล่าวว่าสาเหตุของการะเบิดมาจากแอมโมเนียมไนเตรต (Ammonium Nitrate) กว่า 2,700 […]

NGT x SaySci Ep.10 “วิทยาศาสตร์เบื้องหลังช็อกโกแลต”

พวกเราหลายคนชื่นชอบการทานช็อกโกแลต เราเสพติดในความหอมหวาน และรสชาติอันน่าหลงใหล แต่เหตุผลกลไกอะไรในสมองของเรา ที่ทำให้เราโหยหาของหวานสีเข้มชนิดนี้? วิทยาศาสตร์มีคำตอบ